“ไฉนท่านพี่ลั่วจึงต้องระมัดระวังถึงเพียงนี้มีกิจการดีๆ เช่นนี้ หากมีคนรู้จักมากก็ยิ่งคึกคักยิ่งดีมิใช่หรือ เหตุใดนางถึงได้ดูกลัวนัก”
ตู้หมิงเจวียนได้แต่ถอนหายใจ “เจ้าไม่เข้าใจความลำบากของชีเหนียงตามหลักแล้ว เรื่องพวกนี้ข้าไม่ควรเล่าให้เจ้าฟังแต่เพื่อเลี่ยงไม่ให้เจ้าใช้วาจาทำร้ายคน ข้าก็จะเล่า”
“ชีเหนียงมีชีวิตตรากตรำไม่เหมือนกับเจ้าและข้าที่มีพ่อแม่แสนดี นางน่ะ…”
ตู้หมิงเจวียนบอกเล่าเรื่องราวที่ลำบากยากเย็นของชีเหนียงออกมาเฝิงช่านหรานถึงกับไม่อยากจะเชื่อ
“ใต้หล้านี้มีชายที่ใจร้ายเช่นนี้ด้วยหรืออีกทั้งยังอยู่ในเมืองหลวง คนผู้นี้คือใครกัน?”
เมื่อเห็นจุดที่นางสงสัยใคร่รู้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่ตนเองรู้ตู้หมิงเจวียนจึงได้แต่หัวเราะและตีนางเบาๆ “เจ้าน่ะอยากรู้อยากเห็นเกินไป! ข้าว่าใต้เท้าเฝิงยังคุมเจ้าไม่เข้มงวดพอทำให้เจ้าไม่รู้จักหนักเบา!”
“ชีเหนียงจงใจไม่บอกว่าคนผู้นั้นคือใครชัดเจนว่าไม่อยากมีความเกี่ยวพันกับคนผู้นั้นอีกข้าบอกเรื่องนี้กับเจ้าก็เพื่อให้เจ้าเข้าใจนาง อย่าได้เผลอพูดกับชีเหนียงเชียวแม้ว่านางจะปล่อยวางได้แล้ว แต่สตรีถูกทอดทิ้ง ไม่ว่าอย่างไรก็กระทบต่อชื่อเสียงนอกจากนี้…”
“นอกจากนี้นางยังมีลูกชายอีกสามคนเจ้าคนโตกำลังจะเข้าสู่เส้นทางขุนนาง หากมีผู้ไม่หวังดีนำเรื่องนี้ไปใช้เกรงว่าคงจะกลายเป็นอันตรายได้” ไม่ทันรอให้ตู้หมิงเจวียนบกล่าวจบเฝิงช่างหรานก็บอกความกังวลของนางออกมา
แม้ว่านางจะดูไร้เดียงสาแต่ก็ใช่ว่าไม่เข้าใจอะไรเลย โดยเฉพาะเส้นทางขุนนาง บิดาของนางคือบุคคลยิ่งใหญ่แม้นางจะดูแก่นซนเช่นไร แต่ก็รู้ถึงความร้ายกาจของเส้นทางนี้ดี
“เจ้าวางใจได้ข้าไม่ได้โง่เพียงนั้น ต่อไปข้าจะระวังตัวให้มาก อีกอย่างข้าก็แค่สงสัยนี่นา”
อันที่จริงไม่ใช่แค่เฝิงช่านหรานที่สงสัยแม้แต่ตู้หมิงเจวียนเองก็เคยสงสัย ตอนนั้นนางยังเคยตื้อถามสามีเรื่องอดีตสามีของชีเหนียงแต่เหมือนจะสืบไม่ได้อะไร อีกทั้งข้อมูลที่ได้มาก็ยังระบุไม่ได้ว่าคือผู้ใด
ชีเหนียงกลับไปแม้นางจะรู้ว่าในเมืองหลวงมีผู้สูงศักด์อยู่มากมาย คนธรรมดาสามัญอย่างนาง หากไม่แข็งแกร่งพอเกรงว่าคงอยู่ต่อไปไม่ได้ เดิมทีนางยังคิดว่าจะเปิดร้านในเมืองหลวง แต่ตอนนี้ดูท่าแล้วคงต้องจัดการเรื่องเรือนพักผ่อนให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากัน ในเมื่อจิ่งเฉินกับจิ่งซีไม่ได้อยู่เมืองหลวงแล้วเช่นนั้นนางคงไปจากที่นี่ได้ชั่วคราว
อย่างแรกนางสามารถหาทางสลัดคนที่สะกดรอยตามได้ อย่างที่สอง นางจำเป็นต้องรีบสร้างรากฐานของตนให้เร็วที่สุด
เมื่อคิดได้เช่นนั้นวันถัดมาชีเหนียงก็ออกจากเมืองหลวงอย่างเร่งรีบนี่ทำให้คนที่หลี่ซื่อสั่งไว้ถึงกับมึนงง ไม่รู้ว่าจะตามไปดีหรือไม่เพราะถึงอย่างไรที่หลี่ซื่อสั่งไว้คือให้เขาสังเกตความเคลื่อนไหวของชีเหนียงในเมืองหลวง
ขณะที่หลี่ซื่อกำลังลังเลรถม้าของชีเหนียงก็ได้หายลับไปแล้ว เมื่อทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่ถอดใจกับการสะกดรอยเพราะถึงอย่างไร ในอดีตเขาก็เคยทำเช่นนี้มาก่อน ครั้งนี้ก็แค่หาข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนเหมือนเดิมก็พอหากแต่เขาไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้เลินเล่อในครั้งนี้ของตนจะกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ในภายภาคหน้า
ชีเหนียงกลับมาที่เรือนพักผ่อนอันหยางอีกครั้งคนงานหญิงในเรือนพักผ่อนเองก็ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีสิ่งปลูกสร้างทั้งฝั่งซ้ายและขวาก็เรียบร้อยแล้ว เรือนพักผ่อนอันหยางแห่งนี้ชีเหนียงสร้างโดยอิงจากสวนสนุกยุคปัจจุบัน เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศยุคโบราณจึงผสมผสานมันเข้าด้วยกัน
ฝั่งซ้ายที่ติดกับภูเขาสามารถเรียกได้ว่าเป็นฉากหลังแบบธรรมชาติด้วยเหตุนี้จึงแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งบนภูเขาออกมาจากนั้นปล่อยสัตว์ที่พบเห็นได้ทั่วไปเช่น หมู เป็ด ไก่ และแกะเลี้ยงแบบอิสระให้กลายเป็นลานล่าสัตว์ ลานล่าสัตว์ฝั่งขวาจะมีทะเลสาบธรรมชาติชีเหนียงให้คนซื้อลูกปลามาเลี้ยงไว้ ข้อหนึ่ง เพื่อให้คนได้ตกปลา ข้อสองคือไว้ชมทางด้านขวาถัดไปอีกคือพื้นที่โล่งว่าง มีไว้สำหรับเป็นลานขี่ม้าเพียงแต่ว่าเนื่องจากส่วนมาก ม้าจะมีไว้สำหรับขุนนางหรือใช้สำหรับสงครามเกรงว่าจะทำลานขี่ม้าคงไม่ได้ ดังนั้นนางจึงตั้งใจทำเป็นกรงนกขนาดใหญ่แทนตอนนี้ประเภทนกที่นางมีเป็นแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปส่วนนกที่หายากยังอยู่ในขั้นตอนตามหา
จุดศูนย์กลางของทั้งที่คือจุดปิ้งย่างเพื่อให้แขกที่ล่าสัตว์และตกปลาไว้ใช้ประกอบอาหารที่ล่ามาได้ด้วยตนเองแน่นอนว่าหลังจากนี้ ชีเหนียงจะยังปล่อยกุ้งและหอยเพิ่มอีก เพียงแต่เรื่องนี้ยังต้องรอหารือก่อน
ทางแยกที่อยู่ฝั่งขวาคือเกมขว้างลูกธนูกับยิงธนูแล้วยังมีชิงช้าและสะพานรุ้ง ส่วนด้านหลังคือห้องเล่นไพ่ หมากรุกและไพ่นกกระจอกซึ่งเป็นรายการที่ชีเหนียงจัดเตรียมไว้ใช้ดึงดูดผู้คน ด้านในจะเป็นพื้นที่สำหรับทำเล็บและบำรุงผิวพรรณของแขกสตรี
สถานความงามนี้ชีเหนียงไม่ได้ตั้งเป้าไปที่สตรีอย่างเดียว ยังมีส่วนที่เป็นการนวดสำหรับแขกบุรุษ ซึ่งน่าจะดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น
“นายหญิง งานที่เตรียมก่อนหน้านี้เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วจากคุ้งส่องจันทร์จนถึงลำธารที่คดเคี้ยวก็เสร็จเรียบร้อยสามารถให้บัณฑิตเล่นเกมคูน้ำร่ายลำนำ [1] ได้แล้วขอรับ” โจวย่าอวิ๋นเห็นชีเหนียงก็เข้ามารายงานทันทีเขาเข้าใจว่านายหญิงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก สามารถพูดได้ว่านี่คือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อคุณชายใหญ่ก็ว่าได้
ถูกต้องชีเหนียงตั้งใจตั้งชื่อถนนทั้งสามเส้นให้ต่างกัน ผู้ที่อยากล่าสัตว์ ตกปลาย่างเนื้อกับดูนกให้ไปสวนร้อยสัตว์ทางฝั่งซ้ายหากอยากเพลิดเพลินกับความสวยงามและผ่อนคลายก็ให้ไปหอใจสงบทางฝั่งขวาส่วนตรงกลางคือ บันไดเมฆา บันไดเมฆาคือก้าวแรกที่จะเข้าสู่เรือนพักผ่อนไต่ขึ้นไปจนถึงยอดเขาแน่นอนว่าระหว่างทางจะต้องอ้อมผ่านคุ้งส่องจันทร์ พอเดินเข้าไปด้านในก็คือเขตพักผ่อน
ทางฝั่งซ้ายของบันไดเมฆาคือบึงบัวที่ตู้หมิงเจวียนเคยเห็นครั้งที่แล้วส่วนด้านขวาคือจุดที่เพิ่งสร้างคูน้ำร่ายลำนำ พูดได้ว่าพอเข้าประตูไปก็จะเห็นดอกไม้นานาชนิดภายใต้แสงอาทิตย์ ส่วนฝั่งขวาคือที่สำหรับบัณฑิตวัยหนุ่มเอาไว้แลกเปลี่ยนสาระความรู้กันดอกไม้หลากสีสันสอดประสานสวยงาม ดูแล้วมีชีวิตชีวาทุกหนแห่ง
นอกจากนี้ด้านหน้าเรือนพักผ่อน ชีเหนียงตั้งใจให้คนเว้นสถานที่ไว้ทำเวที พื้นที่ตรงนี้ในอนาคตคงได้ใช้ประโยชน์
เมื่อเห็นเรือนพักผ่อนที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างชีเหนียงก็สะกดความดีใจไว้แทบไม่ไหว ทุกสิ่งเตรียมพร้อม รอเพียงสายลมบูรพา
“คนงานหญิงที่มาครั้งนี้ก็เรียนรู้จากครูฝึกหญิงอย่างตั้งใจจนเรียกได้ว่าเก่งเกินครูแล้วขอรับ” โจวย่าอวิ๋นอันที่จริงแอบกระวนกระวายอยู่บ้างเพราะหลายวันมานี้ค่าใช้จ่ายของเรือนพักผ่อนนั้นไหลออกราวกับสายน้ำ แม้ว่ารายได้จากร้านค้าในละแวกอำเภอเฉาจะมากมายแต่ก็เกรงว่าจะไม่สามารถรองรับใช้จ่ายได้ไหว
“หากไม่มีอะไรผิดพลาดอีกไม่กี่วันก็น่าจะเปิดกิจการได้แล้ว”
ชีเหนียงเข้าใจความกระวนกระวายของโจวย่าอวิ๋นนางเองก็ไม่ต่างกัน
“ก่อนหน้านี้ที่บอกให้เจ้าไปหาร้านของกินละแวกใกล้เคียงเพื่อดูว่าพวกเขาต้องการมาขายของที่นี่หรือไม่ ไปถึงไหนแล้ว?”
โจวย่าอวิ๋นไม่รู้ว่านายหญิงคิดสิ่งใดอยู่เรือนพักผ่อนของพวกเราใหญ่โตเพียงนี้ สามารถใช้คนของตนเองทำอาหารขายเองได้ แต่นายหญิงกลับให้เขาไปหาพ่อค้าแม่ค้าในเมืองอันน่าเสียดายที่ร้านค้าเล็กๆ ไม่ไว้ใจพวกเขา กลัวว่าจะเสียเวลาส่วนร้านที่ใหญ่หน่อยก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพวกเขา
“พวกที่ตั้งแผงตามถนนนั้นยินยอมมาเพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องตระเวนขายทุกที่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะขายที่ไหนก็เหมือนกันส่วนร้านที่เหลือ มีเพียงเจ้าของโรงเตี๊ยมสี่ฤดูที่ยินดีส่งคนมา หากมีลูกค้าสั่งอาหารพวกเขาก็ยินดีจะทำส่งขอรับ เพียงแต่ต้องให้คนของเราไปรับเอง”
ชีเหนียงได้ยินก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังปฏิเสธทางอ้อมทว่าไม่สำคัญ นางให้โอกาสแก่พวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ยินดีเอง ภายภาคหน้าหากพวกเขามาหาถึงที่และกล่าวหาว่านางควบกิจการไว้เองหมดนางเองก็จะไม่ยอมเช่นกัน
-----
[1] คูน้ำร่ายลำนำ 流觞曲水 งานเลี้ยงตามกระแสน้ำที่คดเคี้ยวเป็นประเพณีแบบจีนโบราณ ซึ่งผู้เข้าร่วมจะรอที่ลำธารที่คดเคี้ยวและเขียนบทกวีก่อนที่ไวน์ข้าวเต็มแก้วจะลอยลงมาถึงพวกเขา