สายตาของเขาหลุบลงมองสารพัดขนมขบเคี้ยวที่เจียงมั่วหิ้วกลับมา น้ำเสียงพลันเย็นะเืขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "นี่เธอซื้ออะไรมา?"
เจียงมั่วเม้มปากพลางแอบค่อนขอดในใจไม่น้อย บนซองก็มีเขียนบอกไว้ไม่ใช่หรือไง? แต่พอเห็นฉีอิ้นหรานส่งสายตากดดันจ้องเขม็งมาที่เธอ เ้าตัวจึงต้องฝืนใจตอบออกไป "ขาหมูพะโล้ ตีนไก่ดองพริก แล้วก็ตีนห่านอบซอส..."
ทุกคนที่ได้ยินต่างพากันสูดหายใจเข้าลึก ๆ แม้แต่กู้หลิงเยว่ยังมองมาพร้อมรอยยิ้มหยัน เธอแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นจุดจบอันน่าสมเพชของเจียงมั่ว
นี่มันจงใจประชดฉีอิ้นหรานชัด ๆ ! เธอตื่นเต้นจนตอนนี้เล็บจิกลงไปกับฝ่ามือตัวเอง
ห่าวซือฉีมองไหล่ที่สั่นเทาเล็กน้อยของกู้หลิงเยว่ก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังสะใจมากแค่ไหน เธออดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก ในใจได้แต่แอบคิดว่า ตอนนี้ดีใจเท่าไหร่ เดี๋ยวต่อไปได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่!
ฉีอิ้นหรานเม้มปากจ้องเจียงมู่อยู่พักใหญ่ ก่อนจะหลุดขำออกมาเบา ๆ "เธอซื้อของพวกนี้มาทำไม?"
แม้เขาจะดูเหมือนขำ แต่คำพูดที่หลุดออกมากลับไม่มีความหยอกล้อหรืออารมณ์ดีเจืออยู่เลยสักนิด
เจียงมั่วดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศอึดอัดรอบตัว เธอจึงพูดออกมาเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เขาว่ากันไม่ใช่เหรอว่า กินอะไรก็บำรุงส่วนนั้นไง"
สิ้นคำพูดนั้น คนในห้องเรียนบางคนอั้นไม่อยู่ หลุดขำก๊ากออกมา
ฉีอิ้นหรานตวัดสายตาไปมอง หนุ่มคนนั้นหน้าถอดสีทันที แล้วก็ขำไม่ออกอีกเลย
"กินอะไรก็บำรุงส่วนนั้น?" ฉีอิ้นหรานทวนคำพูดเธออีกรอบ
เจียงมั่วพยักหน้าตอบ เธอเริ่มจะรำคาญขึ้นมาจริง ๆ แล้ว จึงหยิบขาหมูพะโล้ออกมาฉีกซอง แล้วยัดใส่ปากฉีอิ้นหรานโดยไม่พูดอะไร "ไหนบอกว่าหิวไม่ใช่เหรอ? ก็รีบกินซะสิ ใกล้จะเข้าเรียนแล้ว"
คราวนี้การกระทำของเธอทำเอาคนทั้งห้องเรียนพากันอึ้งไปตาม ๆ กัน ขนาดห่าวซือฉีที่ปกติจะนิ่งเฉยยังอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
ส่วนกู้หลิงเยว่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอก้าวออกมาทำท่าราวกับจะทวงความยุติธรรมให้ฉีอิ้นหราน เธอตวาดใส่เจียงมั่วเสียงดังลั่นห้องเรียนทันที "เจียงมั่ว เธอทำอะไรเนี่ย?! รู้ไหมว่าอิ้นหรานไม่เคยยอมกินของที่คนอื่นส่งให้..."
ทว่า เธอยังพูดไม่ทันจบ เสียงก็เงียบลงไปดื้อ ๆ
เพราะเธอเห็นฉีอิ้นหรานไม่ได้โมโหอย่างปกติ แถมยังก้มหน้าก้มตาเคี้ยวขาหมูตุ้ย ๆ เพียงแต่เคี้ยวไปได้ไม่กี่ที ฉีอิ้นหรานก็ต้องขมวดคิ้ว ดูท่าทางเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก
กู้หลิงเยว่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอคิดไว้แล้วเชียว คนอย่างฉีอิ้นหรานไม่มีทางแตะต้องของที่เจียงมั่วส่งให้แน่ ๆ นี่สิถึงจะเป็ฉีอิ้นหรานผู้สูงส่งและเ็าไร้เยื่อใยในความทรงจำของเธอ
ในตอนนั้นเอง ทุกคนในห้องดึงสติกลับมารอดูเื่สนุกอีกครั้ง พวกเขาต่างรอให้ฉีอิ้นหรานะเิอารมณ์ออกมา แต่เื่กลับผิดคาดไปจากที่คิดไว้อีกรอบ
เพราะฉีอิ้นหรานเพียงแค่คายขาหมูออกจากปาก แล้วหันไปพูดกับเจียงมั่วด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น แต่ยังคงมีความรังเกียจเจืออยู่เล็กน้อย "มันค่อนข้างมันนะ วันหลังเลือกที่เนื้อเยอะ ๆ หน่อยสิ!"
ประโยคนั้นเองที่ทำทุกคนในห้องอึ้งซ้ำสอง พวกเขาสงสัยเหลือเกินว่า ตอนนี้ฉีอิ้นหรานคนตรงหน้าเป็ตัวปลอมหรือเปล่า?
กู้หลิงเยว่รู้สึกเหมือนโลกของตัวเองกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เธอฝืนเดินไปที่โต๊ะของฉีอิ้นหราน ก่อนจะแบมือออก แล้วพูดด้วยความเขินอายอย่างระมัดระวัง "ฉันมีลูกอมอยู่พอดีเลย เอาไว้กินแก้เลี่ยนได้นะ"
ฉีอิ้นหรานทำเพียงแค่ปรายตามองเธออย่างรำคาญ ก่อนจะพ่นคำพูดเ็าออกมา "ไสหัวไป!"
กู้หลิงเยว่ถูกตะคอกจนตัวหดสะดุ้งโหยงด้วยความใ เธอกำมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวแน่นจนความเจ็บแล่นพล่านและข้อนิ้วขาวซีด กู้หลิงเยว่อยากจะหนีไปจากตรงนี้ให้พ้น ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ น้ำเสียงแหบพร่าถามเขาด้วยความไม่เข้าใจ "ทำไมนายถึงยอมกินของที่เจียงมั่วให้ แต่ไม่ยอมรับของของฉันล่ะ?"
ห่าวซือฉีพยายามกลั้นยิ้มจนมุมปากสั่น ตอนนี้การนั่งไขว่ห้างเพื่อรอดูเื่สนุกอย่างเดียวมันไม่พออีกแล้ว เธอจึงเดินเข้ามาลากกู้หลิงเยว่ออกไปแทน "หลิงเยว่ เธอกลับห้องไปก่อนเถอะ!"
เกิดมาห่าวซือฉีไม่เคยเห็นใครหาเื่ให้ตัวเองต้องขายหน้าได้ขนาดนี้มาก่อน แต่เธอก็ยังคงต้องแสร้งทำเป็หวังดีกับกู้หลิงเยว่ และเป็ไปตามคาด กู้หลิงเยว่สะบัดมือเธอออก พร้อมทั้งดึงดันจะเค้นเอาคำตอบให้ได้
ฉีอิ้นหรานรู้สึกเอือมระอาเต็มทน เขาพลิกดูถุงขนมขบเคี้ยวที่เหลืออยู่ทีละซอง ก่อนจะตอบกู้หลิงเยว่ด้วยน้ำเสียงจิกกัด "เพราะเธอ... ไม่เหมือนกับยัยนั่น"
กู้หลิงเยว่ได้ยินแบบนั้นก็ตวัดสายตามองเจียงมั่วอย่างเคียดแค้น ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างอดไม่ได้ "มีอะไรที่ไม่เหมือนกัน?"
จ้าวตงอวี่ยังคงฝังใจเื่คราวก่อนที่กู้หลิงเยว่แอบเอาสร้อยคอที่เขาให้ไปยกให้คนอื่นต่อ ในใจเขาจึงยังมีโทสะกับกู้หลิงเยว่ แต่พอเห็นสภาพของเธอในตอนนี้ เขาก็อดที่จะรู้สึกสงสารปนเจ็บจี๊ดขึ้นมาไม่ได้
เขาเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองคิดอะไรอยู่ รู้แค่อารมณ์พลุ่งพล่านจนเผลอพูดประชดประชันออกไปลอย ๆ "มีอะไรที่ไม่เหมือนกันอีกล่ะ ก็ตำแหน่งในใจของเขาไม่เหมือนกันไง!"
เมื่อได้ยินแบบนั้น กู้หลิงเยว่ก็ชะงักไป เธอรู้สึกว่าท่าทางของตัวเองในตอนนี้มันน่าขายหน้าขนาดไหน ขอบตาของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที จากนั้นเธอก็หันหลังเดินออกไปนอกห้อง แต่ในตอนที่กำลังเดินผ่านจ้าวตงอวี่ เธอกลับส่งสายตาตัดพ้อน้อยใจไปให้เขาแวบหนึ่ง
สายตานั้นแทบจะกระชากหัวใจของจ้าวตงอวี่ให้หลุดลอยไปในพริบตา นิ้วมือของเขาขยับเล็กน้อยคล้ายเพิ่งดึงสติกลับมาได้ ก่อนจะรีบหันไปถามเพื่อนข้าง ๆ ด้วยความใ "เมื่อกี้ฉันเพิ่งเหน็บแนมหลิงเยว่ไปใช่ไหม?"
เพื่อนคนนั้นมองเขาด้วยความเวทนาแล้วพยักหน้าให้ วินาทีต่อมา ก็มีเสียงโครมครามดังขึ้น เมื่อจ้าวตงอวี่ผลักโต๊ะเก้าอี้รอบตัวออกจนล้มระเนระนาด เพื่อวิ่งตามกู้หลิงเยว่ออกไป
ในขณะที่ฉีอิ้นหรานยังคงนั่งกินขาหมูต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งนั้น
คนในห้องเรียนก็แยกย้ายกันไปเช่นกัน เพียงแต่ไม่ลืมที่จะแอบชำเลืองมองมาเป็ระยะ ๆ จนเจียงมั่วที่ถูกพวกเขามองรู้สึกหงุดหงิดใจ เลยตัดสินใจฟุบลงกับโต๊ะเพื่อนอนชดเชยต่อแทน ทว่า เพิ่งฟุบลงไปหลับได้แค่สองนาทีก็มีคนมาเคาะโต๊ะเธออีกครั้ง
"นายจะเอาอะไรอีกฮะ?!" เจียงมั่วเงยหน้าขึ้นมาทันควันด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับถึงขีดสุด แต่กลายเป็ว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าโต๊ะของเธอแทนที่จะเป็ฉีอิ้นหราน
เด็กสาวตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมีแววน้อยใจออกมาอย่างปิดไม่มิด พอเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายแล้ว แม้แต่เสียงพูดเธอก็ยังไม่กล้าส่งเสียงดัง "เพื่อนเจียง... ฉันมาเก็บกระดาษข้อสอบเคมีที่แจกเมื่อวานตอนบ่ายน่ะ..."
เจียงมั่วก็ชะงักไปเหมือนกัน พอได้สติจึงรีบขอโทษอีกฝ่ายทันที "ขอโทษที ฉันนึกว่าเป็ฉีอิ้นหราน"
เด็กสาวทำสีหน้าแปลก ๆ แล้วแอบคิดในใจว่า เธอนึกว่าเป็ฉีอิ้นหรานสิยิ่งน่ากลัวกว่าไหม? ทั้งโรงเรียนอวี้เต๋อยังไม่มีใครกล้าทำท่าทางแบบนี้ใส่ฉีอิ้นหรานเลยสักคน
คิดได้ดังนั้น เด็กสาวก็ลอบสำรวจเจียงมั่วครู่หนึ่ง พอเห็นสีหน้าเธออึดอัดเล็กน้อยจึงลองเสนอทางเลือกเสริมขึ้นมา "ถ้าเธอยังไม่ได้ทำ ฉันค่อยมาเก็บเป็คนสุดท้ายก็ได้นะ"
เธอพูดพลางหยิบกระดาษข้อสอบแผ่นหนึ่งออกจากปึก แล้ววางลงบนโต๊ะของเจียงมั่ว
เจียงมั่วมองลายมือที่เขียนไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยบนนั้นแล้วเลิกคิ้วขึ้น เด็กสาวคนนั้นเลยรีบอธิบายเพิ่ม "ครูจางเกลียดนักเรียนที่ไม่ยอมส่งการบ้านที่สุด แล้วก็ทำโทษหนักมากด้วย เวลาเธอลอกคำตอบก็อย่าลืมเปลี่ยนสักสองสามข้อล่ะ"
เจียงมั่วพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมาพลางเหลือบมองชื่อบนกระดาษข้อสอบ... ชื่อซือหานเฟยสินะ
แล้วเธอก็หันมานั่งลอกข้อสอบอย่างขะมักเขม้น แต่แล้วจู่ ๆ ก็มือเรียวยาวเห็นข้อกระดูกชัดเจนยื่นมาลากกระดาษข้อสอบให้ขยับไปด้านข้างเล็กน้อย เมื่อเห็นแบบนั้นเจียงมั่วจึงเงยหน้าขึ้นมอง
และก็เห็นฉีอิ้นหรานที่คาบขาหมูพะโล้คาปากพูดจาอู้อี้ในลำคอ "แบ่งปันทรัพยากรกันหน่อยดิ"
"เธอมองฉันแบบนั้นทำไม? อ๋อ เข้าใจแล้ว อยากทดแทนบุญคุณใช่ไหมล่ะ? เด็กดี... ทำส่วนของฉันให้ด้วยเลยสิ พอดีมือฉันข้างนี้มันไม่ค่อยสะดวกน่ะ" ฉีอิ้นหรานโยนกระดาษข้อสอบของตัวเองให้เจียงมั่วอย่างหน้าด้าน ๆ
เจียงมั่วพูดเสียงนิ่งสนิท ไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยซ้ำ "นายเจ็บมือซ้าย ไม่ใช่มือขวา ทำตัวแบบนี้ เวลาเข้าห้องน้ำไม่ต้องให้คนช่วยจับให้ด้วยเลยเหรอ?"
"แค่ก ๆ " ฉีอิ้นหรานได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับสำลัก เขาไอจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด พอตั้งสติได้จึงขมวดคิ้วพูด "เธอเป็ผู้หญิงนะ! พูดจาแบบนี้ออกมาได้ยังไง?"