บทที่ 16 เริ่มตระหนักถึงเจตจำนงกระบี่ กายากระบี่ะเืขวัญผู้คน
'สุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นกำลังจะเปิดอีกครั้งแล้วหรือ...' หลินม่อรำพึงในใจ
ความคิดนับพันหลั่งไหลเข้ามา คู่บำเพ็ญของเ้าของร่างเดิมหรือก็คือมารดาแท้ ๆ ของชิงลั่ว เมื่อสามปีก่อน นางยอมเสี่ยงอันตรายเข้าไปในสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋น เพื่อตามหายาลับสำหรับฟื้นฟูจุดตันเถียนให้แก่เขา แล้วก็หายสาบสูญไป และบัดนี้สุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นกำลังจะเปิดออกอีกครา
หลินม่อทอดถอนใจเบา ๆ ในใจด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
ส่วนเซียวจั้งที่อยู่ด้านข้างนั้นมีท่าทีตื่นเต้นเล็กน้อย
สุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋น ไม่ว่าสำหรับตระกูลซูหรือตระกูลเซียวแล้ว ล้วนเป็ทั้งโอกาสและวิกฤตในเวลาเดียวกัน แต่ไม่ว่าอย่างไร ทุกครั้งที่สุสานบรรพจารย์เปิดออก ทั้งสองตระกูลย่อมได้รับผลประโยชน์
ดังนั้น การเปิดของสุสานบรรพจารย์จึงถือเป็เื่ใหญ่หลวงสำหรับทั้งสองตระกูล!
"ท่านผู้นำตระกูลซู หากสุสานบรรพจารย์เปิดออก ถึงเวลานั้นตระกูลของข้าและท่านคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องร่วมมือกันอีกครั้ง!"
"อืม ถูกต้อง ท่านผู้นำตระกูลเซียวโปรดวางใจ"
"หากถึงเวลาได้ร่วมมือกัน ตระกูลซูของข้าจะไม่ปิดบังกำลังอย่างแน่นอน!"
"เช่นนั้นก็ดี!"
ทั้งสองกล่าวตอบกัน ทว่า ในส่วนลึกของดวงตากลับทอประกายคมปลาบออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
และเมื่อได้ยินว่าสุสานบรรพจารย์กำลังจะเปิด เซียวเยี่ยนที่อยู่ด้านข้างกลับกำมือขวาแน่นทันที!
'ตานเหล่า! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมแหวนวงนี้ถึงสั่นไม่หยุด! รีบหยุดเร็วเข้า! เดี๋ยวคนอื่นจะสังเกตเห็น!'
เซียวเยี่ยนะโก้องในใจด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
เขาไม่คาดคิดเลยว่า แหวนที่ตานเหล่าสถิตอยู่จะสั่นะเืขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ตามหลักแล้ว ในเมื่อหลินม่ออยู่ที่นี่ ตานเหล่าไม่ควรจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้
แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่ตานเหล่าเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ จึงทำได้เพียงตอบกลับมาในหัวอย่างรีบร้อน ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกและพูดเร็วมากว่า
'ไม่ใช่ข้า! เป็แหวนวงนี้! เ้าจงรับมือให้ระวัง อย่าได้แสดงท่าทีผิดปกติออกมาเด็ดขาด!'
เมื่อได้ยินเสียงเรียกอย่างเร่งรีบของตานเหล่า สีหน้าของเซียวเยี่ยนก็ยิ่งดูแย่ลง และในขณะนั้น ซูชิงลั่วที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติเช่นกัน
'แหวนของข้า... ทำไมจู่ ๆ ถึงร้อนขนาดนี้! นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?!'
ดวงตาหงส์อันงดงามของซูชิงลั่วจ้องเขม็งไปยังแหวนสีดำที่นิ้วชี้ นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและตระหนกอย่างรุนแรง
แต่ยังไม่ทันที่นางจะหาสาเหตุได้ กลับรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน! ความรู้สึกนั้นราวกับมีบางสิ่งบางอย่างตื่นขึ้น
เฉียบคมอย่างยิ่ง!
เคร้ง!
ชั่วขณะต่อมา กระบี่ข้างเอวกลับหลุดเข้ามาอยู่ในมือนางโดยไม่มีสาเหตุ
"หืม? ชิงลั่ว! เ้าทำอะไรของเ้าน่ะ? อยู่ดี ๆ ทำไมถึงชักกระบี่ออกมา?"
ซูฉี่อู่และเซียวจั้งต่างชะงักไป และเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
หลินม่อเห็นดังนั้น ก็ยิ่งงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น
และในขณะนั้นเอง กลิ่นอายอันแหลมคมสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากภายในร่างกายของซูชิงลั่วอย่างกะทันหัน ดวงตาที่สดใสทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็สีเงินขาวในทันที
ในดวงตาสีเงินขาวนั้นเต็มไปด้วยความเฉียบคมสายหนึ่ง! แม้ว่านางจะมีระดับบำเพ็ญเพียงกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ด แต่กลิ่นอายอันแหลมคมนั้น กลับทิ่มแทงจนผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานทั้งสามคนรู้สึกแสบผิวหน้า!
"ซี้ด! นี่... กลิ่นอายนี้... คือเจตจำนงกระบี่?! ใช่แล้ว! นี่ต้องเป็เจตจำนงกระบี่แน่นอน
ชิงลั่ว เ้าถึงกับตระหนักถึงเจตจำนงกระบี่ได้เชียวหรือ?!"
ซูฉี่อู่ร้องอุทานด้วยความใ
เซียวจั้งและซูฉี่เหวินยิ่งตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
แม้แต่เซียวเยี่ยนก็มองไปยังอีกฝ่ายด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ทว่า ในขณะที่ดูเหมือนจะกำลังเหม่อลอย ในใจของหลินม่อกลับเกิดคลื่นั์โหมกระหน่ำ!
เพราะเมื่อครู่นี้ ที่ข้างหูของเขา เสียงแจ้งเตือนของระบบดังระรัวอย่างบ้าคลั่ง!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ลูกสาวบุญธรรมซูชิงลั่วมีความตระหนักรู้]
[ซูชิงลั่วตระหนักถึงเจตจำนงแห่งวิถีกระบี่ ของผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่]
[ได้รับสิ่งตอบแทนสิบเท่า : กายาิญญาผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่]
[ติ๊ง! การตอบแทนครั้งนี้เกิดการคริติคอล!]
[ระดับคริติคอล : สี่ดาว]
[ได้รับสิ่งของ : กายาศักดิ์สิทธิ์เทพกระบี่]
[้ารับหรือไม่?]
'นี่... นี่คือพร์แห่งวิถีกระบี่?! ลั่วเอ๋อร์นางเพิ่งจะตระหนักถึงพร์แห่งวิถีกระบี่ได้ แต่ทำไมถึงกะทันหันเช่นนี้?
หรือจะเป็เพราะ...'
หลินม่อหันไปมองเซียวเยี่ยนโดยสัญชาตญาณ
หากเขาไม่ได้ตาฝาด ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนของระบบจะดังขึ้น เซียวเยี่ยนเป็ฝ่ายมีสีหน้าผิดปกติก่อน ท่าทางกระสับกระส่าย จากนั้นซูชิงลั่วจึงตระหนักถึงเจตจำนงกระบี่บางอย่าง
แล้วเสียงแจ้งเตือนของระบบจึงดังขึ้น นั่นหมายความว่า เป็เพราะ... เซียวเยี่ยนหรือ?
'ไม่! ไม่ใช่ พูดให้ถูกต้องควรเป็เพราะแหวนของเขา! แหวนวงนั้นมีความเป็ไปได้สูงว่าจะเป็สิ่งเดียวกับที่ข้ามอบให้ลั่วเอ๋อร์!
เมื่อครู่ยังปกติดีอยู่... แต่พอพูดถึงสุสานบรรพจารย์ แหวนทั้งสองวงนี้ก็มีปฏิกิริยาตอบสนอง
หมายความว่า แหวนวงนี้อาจจะมาจากในสุสานบรรพจารย์แห่งนั้นหรือ?'
หลินม่อคิดอย่างรวดเร็วในหัว ้าลำดับเหตุการณ์ให้ชัดเจน
ในระหว่างที่ใจลอย เขากลับเผลอตอบรับในใจว่า 'รับ' โดยไม่รู้ตัว!
'ซวยแล้ว!' หลินม่อสบถในใจ
รู้สึกได้ถึงลางไม่ดี แต่ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว!
ทันทีที่ความคิดของเขาพลุ่งพล่าน กลิ่นอายที่แหลมคมและเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิมก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากภายในร่างกายของเขา! แสงเจิดจ้าจนแสบตานั้นทำให้ผู้คนแทบไม่อาจลืมตาขึ้นมองได้ ความเฉียบคมของกลิ่นอายนี้ ถึงขั้นทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว และทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างถึงกับตะลึงงันในทันที!
ถึงขั้นละสายตาจากซูชิงลั่ว แล้วหันมาจ้องมองหลินม่อเป็ตาเดียว!
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เหตุใดในตัวหลินม่อถึงมีกลิ่นอายเจตจำนงกระบี่ด้วย?! แถมยัง... ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าชิงลั่วเสียอีก!
์! เป็ไปได้อย่างไร!"
"..."
ซูฉี่อู่เบิกตากว้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึง
หลินม่อเป็คนอย่างไรเขาย่อมรู้ดีที่สุด ใครในตระกูลซูบ้างที่ไม่รู้ว่าหลินม่อคือขยะ ต่อให้เมื่อก่อนหลินม่อไม่ได้พิการ ก็เป็เพียงผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพร์ระดับต่ำเท่านั้น จะมีเื่เจตจำนงกระบี่ได้อย่างไร
แต่ในยามนี้ กลิ่นอายเฉียบคมที่เด่นชัดเพียงนี้ จะแสร้งทำได้อย่างไร!
ซูฉี่เหวินและเซียวจั้งก็เช่นกัน ทั้งสองต่างเบิกตากว้าง มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ! ทว่า เซียวจั้งคล้ายจะสังเกตเห็นบางอย่าง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็ตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม!
"นี่... นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เจตจำนงกระบี่! แม้แต่สายตาของเขายังแฝงไปด้วยปราณกระบี่ หรือว่านี่จะเป็... กายากระบี่ ในตำนาน
ใช่แล้ว! คุณชายหลินมีกายากระบี่!"
ฮือ!
สิ้นคำกล่าวนี้ บริเวณรอบข้างก็ตกอยู่ในความโกลาหลอีกครั้ง
ซูชิงลั่วที่เก็บกลิ่นอายลงแล้วก็เบิกตากว้างเช่นกัน นางไม่เคยคิดเลยว่า...
"นี่... กายากระบี่? กายาที่แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่ในตำนานยังถวิลหาอย่างยิ่งงั้นหรือ?!"
คำสองคำนี้ทำให้ซูชิงลั่วสูดลมหายใจเข้าลึก
ผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่! นั่นคือผู้บำเพ็ญเพียรที่สูงส่งเพียงใด ทั่วทั้งสำนักชิงอวิ๋นก็มีอยู่เพียงไม่กี่คน พลังในการสังหารเหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับเดียวกันอย่างมาก
อาจกล่าวได้ว่า ผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่เพียงคนเดียวสามารถต่อกรกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับเดียวกันได้หลายคน หรือแม้แต่หลายสิบคน และหลินม่อกลับกายากระบี่ที่แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่ยังปรารถนา! สิ่งนี้มีค่าเหนือยิ่งกว่าเจตจำนงกระบี่เสียอีก!
"ท่านพ่อมีกายากระบี่?! แล้วหลายปีมานี้... จงใจปกปิดไว้อย่างนั้นหรือ?"
ซูชิงลั่วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าด้วยดวงตางดงาม
ในใจพลันเกิดความรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย แต่ที่มากกว่านั้นคือความไม่เข้าใจ รวมถึงความสงสัยบางประการ...
ผ่านไปเพียงชั่วจิบชา กลิ่นอายของหลินม่อก็ค่อย ๆ สงบลงในที่สุด
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่กลิ่นอายเฉียบคมที่ซ่อนไม่มิดทั่วทั้งร่าง กลับทำให้เขาดูมีสง่าราศีและทรงพลังยิ่งขึ้น!
'ตานเหล่า... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ซูชิงลั่วเพิ่งตระหนักถึงเจตจำนงกระบี่ แต่คนผู้นี้กลับปลดปล่อยกายากระบี่ออกมา พ่อลูกคู่นี้เป็ตัวประหลาดมาจากที่ใดกัน?!'
เซียวเยี่ยนกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง รู้สึกว่าลำคอแห้งผากอย่างยิ่ง
'เ้าโง่! เื่แค่นี้เ้ายังดูไม่ออกอีกหรือ?!
เมื่อครู่แม่นางน้อยผู้นั้นตระหนักถึงเจตจำนงกระบี่น่ะเื่จริง แต่เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างลำบาก
ผู้าุโท่านนี้... เห็นได้ชัดว่าจงใจเปิดเผยกายากระบี่ของตนเพื่อส่งเสริมอีกฝ่าย เพื่อให้นางสามารถตระหนักรู้ได้อย่างราบรื่น!'