[ติ๊ง! สภาพอากาศวันนี้ดีเป็อย่างยิ่งเหมาะแก่การเดินเล่นเ้าค่ะ]
“เสียงใคร! เ้าเป็ใครปรากฏตัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ” ไป๋หลิงหลินใเป็อย่างมากที่อยู่ๆ นางได้ยินเสียงของหญิงสาวจนต้องหันซ้ายแลขวาเพื่อหาที่มาของเสียง แต่ไม่พบใครหรือที่นี่จะมีผี สำหรับนาง ณ ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นขนาดนางยังตายแล้วเกิดใหม่เลย
[ท่านหยุดมองหาข้าได้แล้วเ้าค่ะ เสียงของข้าดังมาจากในหัวของท่านและมีแค่ท่านเท่านั้นที่ได้ยินเสียงข้า] สิ้นเสียงในหัวไป๋หลิงหลินจึงหยุดขยับตัวทันที
“เ้าคือเ้าของร่างนี้ใช่หรือไม่” ไป๋หลิงหลินเริ่มเป็กังวล นี่ไม่เท่ากับนางเป็ิญญาเร่ร่อนมาแย่งชิงร่างกายเขาหรอกหรือแบบนี้ก็แย่นะสิ
[เปล่าเ้าค่ะ ข้ามีนามว่าซูซู ข้าคือสิ่งที่ท่านเทพมอบให้เป็ของขวัญแก่ท่านเพื่อที่จะมาคอยช่วยเหลือท่านอย่างไรละเ้าค่ะ]
ไป๋หลิงหลินผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอกที่เสียงในหัวของนางไม่ใช่เสียงของเ้าของร่าง ไม่งั้นถ้าอาศัยอยู่ในร่างเดียวกันคงอึดอัดแย่ แต่ว่าเดี๋ยวก่อนนะของขวัญจากท่านยายเทพเซียน
“จริงด้วย! ก่อนที่ท่านยายเทพเซียนจะส่งข้ามาที่นี่ได้มอบสิ่งที่จะคอยช่วยเหลือข้า สิ่งนั้นคือเ้าหรือ!”
[ใช่แล้วเ้าค่ะ สิ่งนั้นคือข้าเอง ขอบคุณที่ท่านยังจำได้อยู่]
“เ้าบอกว่าเ้าคือสิ่งที่จะคอยช่วยเหลือข้า แล้วเ้าจะช่วยยังไงในเมื่อเ้าเป็แค่เสียงที่อยู่ในหัวของข้า” ไป๋หลิงหลินไม่กล้าตอบว่าอันที่จริงนางลืมไปแล้ว นางเลยตั้งใจเปลี่ยนบทสนทนา
[ท่านอย่าได้กังวลสิเ้าค่ะ ข้านั้นมีตัวช่วยมากมายไว้สำหรับค่อยช่วยเหลือท่านโดยเฉพาะเลยนะเ้าค่ะ]
“ตัวช่วย?” ไป๋หลิงหลินขมวดคิ้วสงสัย
[ใช่แล้วเ้าค่ะ]
“ตัวช่วยที่เ้าว่านั้นมันคืออันใดกันหรือ”
[ตัวช่วยนั้นคือความสามารถของข้าที่สามารถนำไปใช้ช่วยเหลือท่านได้เ้าค่ะ และตัวช่วยที่สามารถใช้งานได้ในตอนนี้มีเพียงตัวช่วยค้นหาเท่านั้นเ้าค่ะ ส่วนตัวช่วยอื่นๆ ท่านต้องผ่านเงื่อนไขการใช้งานก่อนถึงจะใช้งานได้เ้าค่ะ]
ในระหว่างที่ซูซูอธิบายอยู่นั้นก็ปรากฏหน้าต่างรายละเอียดขึ้นมาให้ไป๋หลิงหลินได้อ่านข้อมูล
ตัวช่วยค้นหา - ตัวช่วยค้นหานี้จะช่วยให้ท่านค้นหาสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ได้ทุกสิ่งและทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็คน พืช สัตว์ สิ่งของหรือแม้แต่สถานที่
“มีข้อจำกัดในการใช้หรือไม่”
[ไม่มีเ้าค่ะ ท่านสามารถใช้ได้อย่างไม่จำกัดจำนวนและเวลา]
“ใช้ได้ไม่จำกัดแบบนี้ดียิ่งนัก” ไป๋หลิงหลินฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจเพราะก่อนหน้านี้นางมีความกังวลเล็กน้อย ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างไรดีแต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว เพราะนางมีระบบช่วยเหลือนามว่าซูซูที่คอยช่วยเหลือนางอยู่ ถึงแม้นางจะลืมซูซูไปหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาก็ตาม ขอโทษนะซูซู
[ยังมีสิ่งที่ท่านเทพมอบให้ท่านอีกหนึ่งอย่างเ้าค่ะ]
“ยังไม่หมดอีกหรือ ข้าคิดว่ามีแค่เ้าเท่านั้นที่ท่านยายเทพเซียนมอบให้ข้ามา”
[สิ่งนี้เป็ของแถมเ้าค่ะ]
“ของแถม” ไป๋หลิงหลินตะลึงกับคำว่าของแถมเล็กน้อย “ว่ามาเลยมันคือสิ่งใดงั้นหรือ”
[มันคือมิติเก็บของเ้าค่ะ ท่านสามารถใช้มันเก็บของต่างๆ ได้เท่าที่ท่าน้าเลยเ้าค่ะ คล้ายๆ กับห้องเก็บของที่ไม่มีวันเต็มเ้าค่ะ]
เมื่อซูซูอธิบายจบม่านกลางอากาศก็โผล่มาจากนั้นแหวกออกให้เห็นด้านในเป็ห้องสีขาวสะอาดสบายตากว้างสุดลูกตาและมีกล่องสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ลอยเด่นเป็สง่าอยู่ด้านใน
“นั้นกล่องอันใดหรือซูซู” ไป๋หลิงหลินยกมือขึ้นชี้นิ้วไปที่กล่องที่อยู่ลอยอยู่ในมิติเก็บของ
[เป็กล่องที่ใส่เมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดเ้าค่ะ เป็ของแถมชิ้นสุดท้ายจากท่านเทพเซียนเ้าค่ะ]
“นี่…” ไป๋หลิงหลินรู้สึกตื้นตันจนพูดไม่ออก โอกาสที่นางได้มาเกิดใหม่ยังสถานที่แห่งนี้ ก็มากเกินพอสำหรับนางแล้ว ท่านยายเทพเซียนยังมอบซูซูมาให้ค่อยช่วยเหลือนางอีก ไหนจะพวกของแถมมิติเก็บของและยังมีเมล็ดพันธุ์พืชที่มอบให้นางอีก ท่านยายเทพเซียนช่างใจดีมีเมตตายิ่งนัก
ความรู้สึกของไป๋หลิงหลินตอนนี้นางอยากจะขอบคุณท่านยายเทพเซียนมากเหลือเกิน ก่อนหน้านี้ที่เจอกันในโลกิญญานางไม่มีโอกาสแม้แต่น้อยที่จะได้กล่าวสิ่งใด นางจึงตัดสินใจประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันจากนั้นเอามาแนบไว้ที่กลางอกแล้วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองไปยังท้องฟ้า
“ขอบคุณท่านยายที่มอบชีวิตใหม่ให้ข้าทั้งยังมอบซูซูมาเพื่อช่วยเหลือข้าแล้วไหนจะพวกของแถมอีกมันช่างมากมายเหลือเกิน และที่สำคัญท่านได้มอบสิ่งที่ข้า้ามาตลอดทั้งชีวิตของข้าแต่ไม่เคยได้รับ ตอนนี้ข้ามีสิ่งนั้นแล้ว สิ่งที่เรียกว่าครอบครัว พวกน้องๆ ข้าไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ข้าขอขอบคุณท่านจากใจจริง ถ้ามีโอกาสข้าจะทดแทนบุญคุณนี้เ้าค่ะ” ไป๋หลิงหลินหลับตาลง นางหวังว่าสิ่งที่ได้กล่าวขอบคุณไปเมื่อก่อนหน้านี้จะส่งไปถึงท่านยายเทพเซียน
“พี่สาว ท่านทำอันใดอยู่หรือขอรับ” ไป๋เจียวจูที่ตัดสินใจตามพี่สาวออกมา แต่กว่าจะออกมาได้เขาต้องโดนพี่รองว่ากล่าวตักเตือนอยู่ยกใหญ่ จากนั้นก็บอกกับเขาว่าห้ามเขาใกล้พี่สาว แล้วยังคอยให้พี่ชายฝาแฝดของเขาตามดูเขาอีกด้วย แต่ไป๋เจียวจูหาได้ฟังคำพูดของพี่รองไม่ เขานั้นเชื่อสนิทใจแล้วว่าพี่สาวได้เปลี่ยนไปแล้วเพราะว่าสายตาของพี่สาวที่มองเขา ณ ตอนนี้มันช่างแตกต่างจากเมื่อก่อนยิ่งนัก
“พี่สาวกำลังขอบคุณท่านยายเทพเซียนที่มอบโอกาสให้พี่สาวได้มาเกิดใหม่ ได้มาเจอกับพวกเ้า” ไป๋หลิงหลินย่อตัวลงเพื่อที่จะได้มองหน้าน้องชายของนางได้ชัดขึ้น
“จริงหรือขอรับ” ไป๋เจียวจูทำตาโต
“จริงสิ” ไป๋หลิงหลินส่งยิ้มหวานให้กับน้องชาย น้องชายคนนี้ดูแล้วเป็เด็กที่มีจิตใจอ่อนโยนยิ่งนักแตกต่างจากพี่ชายฝาแฝดของเขาโดยสิ้นเชิง ไป๋หลิงหลินทอดสายตามองไปยังไป๋เจียวจิงที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังเสา
“งั้นข้าด้วย ข้าจะขอบคุณท่านเทพเซียนด้วยขอรับ”
เมื่อไป๋หลิงหลินหันกลับมามองน้องชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างนางก็เห็นเขากำลังประสานมือทั้งสองข้างแล้วเอามาแนบชิดกลางอกจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเล็กน้อยซึ่งเป็ท่าทางที่นางทำเมื่อสักครู่นี้
“ข้าขอขอบคุณท่านเทพเซียนที่ละเว้นชีวิตพี่สาวข้า ให้นางได้กลับมามีชีวิตใหม่กลายเป็คนที่ใจดียิ่ง” เมื่อเขาพูดจบก็โดนไป๋หลิงหลินคว้าตัวไปโอบกอดไว้แน่น ท่าทางช่างน่ารัก น่ามันเขี้ยวยิ่งนัก
“พี่สาว ข้าหายใจไม่ออกแล้วขอรับ” ไป๋หลิงหลินรีบคลายอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว
“พี่สาวขอโทษ นี่อาจูเ้าสนใจที่จะไปจับปลากับพี่สาวหรือไม่”
“จับปลาหรือขอรับ” ไป๋เจียวจูเอียงคอทำหน้าตาสงสัย
“จับปลามาทำเป็อาหารเย็นอย่างไรเล่า เ้าสนใจหรือไม่” ไป๋หลิงหลินอธิบายเพิ่มเพื่อให้น้องชายเข้าใจสิ่งที่นางกำลังจะสื่อ
“สนใจขอรับ” ไป๋เจียวจูพยักหน้า
“เอาละงั้นพวกเราไปกัน” ก่อนที่จะเดินไปยังธารน้ำไป๋หลิงหลินได้หันไปมองพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ไป๋เจียวจิงที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
“อาจิง ถ้าหากเ้าสนใจที่จะจับปลากับพวกเราก็ตามมา พวกเราขอมุ่งหน้าไปก่อน” หลังจากนั้นไป๋หลิงหลินจูงมือไป๋เจียวจูก้าวเดินไปยังธารน้ำทันที