เด็กหนุ่มยกแขนเสื้อขึ้น ชี้หน้าสวี่หยางและผู้คุมอีกสี่คนที่เหลือพลางเอ่ย "เ้าห้าคนนี้ล้วนเป็แค่ขยะ"
สวี่หยางนั้นยังพอทำใจรับได้ ทว่าผู้คุมทายาทตระกูลทั้งสองคนกลับหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัด แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องกัดฟันอดกลั้นเอาไว้ ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากเถียงออกมาสักครึ่งคำ
พัศดีที่ยืนอยู่ด้านข้างถูมือไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มประจบประแจง เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อเอ่ยบางสิ่ง แต่ปลายแขนเสื้อของเด็กหนุ่มกลับชี้ตรงมาที่เขาแทน พร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าเ็าไร้ความรู้สึก
"รวมถึงเ้าด้วย"
ใบหน้าของพัศดีกระตุกเกร็ง คำพูดที่เตรียมจะเอ่ยถูกกลืนหายกลับลงไปในลำคอ เมื่อทุกคนเห็นว่าพัศดีเองก็ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ ก็รู้สึกสะใจและสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
และในตอนนั้นเอง ในที่สุดสวี่หยางก็สามารถค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของเด็กหนุ่มและกลุ่มคนเ่าั้ได้
หน่วยสังหารปีศาจ!
มีเพียงผู้ที่ต้องรับมือและต่อสู้กับมหาปีศาจอยู่เป็ประจำเท่านั้น ถึงจะมีกลิ่นอายของปีศาจและรังสีอำมหิตจาง ๆ แผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย และเห็นได้ชัดเลยว่า ระดับตำแหน่งของเด็กหนุ่มผู้นี้ จะต้องสูงส่งกว่ากลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้มากนัก!
นิ้วมือของเด็กหนุ่มยื่นโผล่พ้นออกมาจากแขนเสื้อที่กว้างขวาง เขาชูนิ้วขึ้นมาเป็สัญลักษณ์เลขหนึ่ง
"มีเื่เดียว" เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พวกเราจับกุมตัวหลี่เหวยเลี่ย เ้าตำหนักแห่งลัทธิพิณมารได้แล้ว และกำลังจะส่งตัวเขามาคุมขังที่นี่ พวกเ้าต้องเป็คนเฝ้าดูเขาเอาไว้ หากคนผู้นี้หลบหนีไปได้ ผู้คุมชั้นหนึ่งอย่างพวกเ้าทุกคนจะต้องตาย"
ทันทีที่พัศดีได้ยินเช่นนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่านี่เป็เื่ใหญ่ จึงรีบเอ่ยด้วยความหวาดกลัว "ใต้เท้า มหาเรือนจำแห่งนี้มีไว้เพื่อคุมขังมหาปีศาจนะขอรับ การที่ท่านนำมนุษย์มาขังที่นี่..."
เด็กหนุ่มหันขวับมามองด้วยสีหน้าเ็าพลางตอกกลับ "เขาได้เข้าสู่มรรคมารแล้ว จึงไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากพวกปีศาจ อีกอย่าง มหาเรือนจำสยบอสูรของเ้ามีกฎระเบียบั้แ่เมื่อไหร่กัน ว่าให้คุมขังได้เฉพาะแค่มหาปีศาจเท่านั้น?"
พัศดีไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อ และไม่กล้าที่จะต่อปากต่อคำกับเด็กหนุ่มอีก เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับรัว ๆ "ทุกอย่างล้วนเป็ไปตามคำบัญชาของใต้เท้าขอรับ"
หลังจากที่เด็กหนุ่มเอ่ยประโยคนั้นจบ ร่างกายของเขาก็พลันเลือนหายไปในชั่วพริบตา ความเร็วของเขาน่าตื่นตะลึงจนทำให้ผู้คนต้องอ้าปากค้าง
เมื่อพัศดีเห็นว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นจากไปแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมาะโสั่งการ "ชั้นหนึ่งของพวกเ้ายังมีกรงขังว่างอยู่อีกหรือไม่? รีบไปเตรียมการให้พร้อมเร็วเข้า!"
สวี่หยางหรี่ตาลงเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่ามหาเรือนจำสยบอสูรแห่งนี้มีกรงขังอยู่ด้วยกันหลายชั้น ทว่าเขาก็ไม่เคยย่างกรายลงไปยังชั้นที่สองเลยสักครั้ง สภาพแวดล้อมของชั้นที่สองเป็อย่างไร หรือต้องเข้าออกทางไหน เขาก็ไม่เคยล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย!
'การที่เด็กหนุ่มผู้นั้นจงใจเน้นย้ำถึงคำว่าชั้นหนึ่ง หรือว่ามันจะมีความลับอะไรซุกซ่อนอยู่อีกงั้นหรือ?'
สวี่หยางลอบมองไปยังผู้เฒ่าหวงเงียบ ๆ เื่แบบนี้หากคนเป็หัวหน้าผู้คุมอย่างเขาจะไม่รู้เื่เลย สวี่หยางก็รู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไหร่
ผู้เฒ่าหวงพยักหน้ารับ "มีขอรับ กรงขังชั้นหนึ่งไม่เคยถูกคุมขังจนเต็ม ท่านพัศดีวางใจได้เลย"
ไม่นานนัก ชายผู้หนึ่งที่ถูกคลุมศีรษะเอาไว้ ก็ถูกควบคุมตัวขึ้นมาโดยเ้าหน้าที่หน่วยสังหารปีศาจสองคน ทั่วทั้งเรือนร่างของเขาถูกมัดพันธนาการเอาไว้อย่างแ่า ที่ข้อเท้าถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กเส้นเขื่องขนาดเท่าปากชาม บนร่างกายก็เต็มไปด้วยกุญแจมือและตรวนเหล็ก นับคร่าว ๆ แล้วไม่รู้ว่ามีโซ่ตรวนพันธนาการเขาเอาไว้กี่ชั้นต่อกี่ชั้น
สวี่หยางและผู้คุมอีกสี่คนต่างก็ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พวกเขาพากันชักดาบประจำกายออกมาถือไว้ในมือด้วยความระแวดระวัง
พัศดีกระชากถุงคลุมศีรษะของชายผู้นั้นออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา
สวี่หยางและเหล่าผู้คุมทุกคนถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง นี่มันหน้าตาของบุรุษที่ไหนกัน มองอย่างไรนี่ก็คือสตรีที่มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพธิดาชัด ๆ !
'นักโทษเช่นนี้น่ะหรือ ที่ทำให้ยอดฝีมือจากหน่วยสังหารปีศาจต้องลงมาสั่งการด้วยตัวเอง? ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เ้านี่ก็ดูเหมือนพวกไร้พิษสงเลยไม่ใช่หรือไง'
หลี่เหวยเลี่ยเผยรอยยิ้มอบอุ่นดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิ พลางเอ่ยว่า "ดูเหมือนว่าต่อไปนี้ ข้าคงต้องรบกวนพี่ชายผู้คุมทุกท่านแล้ว"
สวี่หยางพร้อมด้วยผู้คุมอีกสี่คน เ้าหน้าที่หน่วยสังหารปีศาจเจ็ดคน และท่านพัศดี รวมแล้วนับสิบชีวิต ต่างช่วยกันคุมตัวเขาเดินเข้าไปภายในมหาเรือนจำสยบอสูร
สวี่หยางเดินตามหลังผู้เฒ่าหวงพลางกระซิบถามเสียงเบา "ผู้เฒ่าหวง ผนึกของพวกเรามีผลเฉพาะกับพวกมหาปีศาจไม่ใช่หรือขอรับ หากนำคนผู้นี้เข้ามาคุมขังไว้ที่นี่ จะไม่เป็อันตรายหรอกหรือ?"
ผู้เฒ่าหวงกระซิบตอบ "ตราบใดที่ยังไม่ปลดโซ่ตรวนที่สร้างขึ้นมาเป็พิเศษเหล่านี้ออกจากตัวเขา ก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไรใหญ่โตหรอก ทว่าหลังจากนี้เวลาที่พวกเ้าต้องรับมือกับเขา ก็จงระมัดระวังตัวเอาไว้ให้ดี"
"คนของลัทธิพิณมารไม่มีใครเป็คนดีสักคน พวกมันเชี่ยวชาญเื่การใช้มนตร์ล่อลวงจิตใจผู้คนเป็ที่สุด!"
"งั้นหรือขอรับ?" สวี่หยางพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ทว่าภายในใจนั้นกลับลอบยินดีปรีดายิ่งนัก
'หากเป็เช่นนั้นจริง เ้านี่ก็เปรียบเสมือนแหล่งปั๊มค่าประสบการณ์ชั้นดีที่ถูกส่งมาประเคนให้ถึงที่เลยไม่ใช่หรือไง!'
เพียงแต่สวี่หยางก็ยังไม่แน่ใจนักว่า บันทึกเื่ราวปีศาจจะมีผลบังคับใช้กับมนุษย์หรือไม่ เื่นี้คงต้องรอทดสอบดูในภายหลัง
ตลอดทางที่เดินไป หลี่เหวยเลี่ยดูเหมือนจะเป็คนช่างพูด เขาพยายามหาเื่ชวนคนอื่นพูดคุยอยู่ตลอดเวลา ทว่าเ้าหน้าที่หน่วยสังหารปีศาจทั้งสองคนที่คุมตัวเขามา กลับไม่มีใครยอมปริปากตอบโต้เลยแม้แต่คำเดียว
การปรากฏตัวของเขาดึงดูดความสนใจจากเหล่ามหาปีศาจได้เป็อย่างดี มหาปีศาจพวกนี้ปกติแล้วแค่ขยับตัวยังี้เีเลยด้วยซ้ำ ทว่าตอนนี้พวกมันกลับให้ความสนใจเขาเป็อย่างมาก ดูท่าหลี่เหวยเลี่ยคงจะถือเป็นักโทษคนดังเลยทีเดียว
"โอ้โห นั่นหลี่เหวยเลี่ยไม่ใช่หรือไง ทำไมเ้าถึงได้ถูกจับมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"
"ฮ่า ๆ ๆ ไอ้หมอนี่ก็โดนจับกับเขาด้วยหรือเนี่ย ดี ๆ ๆ พวกเราต้องกลายเป็แพะรับบาปแทนมันมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่แล้ว โดนจับเสียได้ก็ดี!"
มหาปีศาจบางตนดูเหมือนจะรู้จักมักคุ้นกับหลี่เหวยเลี่ยเป็อย่างดี พวกมันจึงเริ่มส่งเสียงเยาะเย้ยถากถางเขาทีละตน
ทว่าหลี่เหวยเลี่ยกลับไม่รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด เขาโบกไม้โบกมือทักทายพวกมหาปีศาจเ่าั้ ราวกับว่ากำลังเดินเฉิดฉายอยู่บนพรมแดงก็ไม่ปาน!
สวี่หยางอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำออกมา "เ้านี่ช่างหน้าหนาเสียจริง..."
ผู้เฒ่าหวงส่ายหน้าไปมา เป็เชิงส่งสัญญาณให้สวี่หยางหุบปาก
ประตูกรงขังถูกเปิดรอเอาไว้นานแล้ว ทันทีที่หลี่เหวยเลี่ยถูกผลักตัวเข้าไปด้านใน ผู้เฒ่าหวงก็รีบจัดการลงกลอนประตูลูกกรงอย่างรวดเร็ว
เ้าหน้าที่หน่วยสังหารปีศาจจึงเอ่ยขึ้น "พวกเราส่งตัวคนให้แล้ว ที่เหลือก็เป็หน้าที่ของพวกเ้า หากเกิดความผิดพลาดอันใดขึ้น พวกเราจะเอาผิดพวกเ้าทั้งหมด"
พัศดีรีบโค้งคำนับประจบประแจง "ขอรับ ๆ ใต้เท้าทุกท่านโปรดวางใจได้ มันไม่มีทางหนีรอดไปได้อย่างแน่นอน ที่นี่ของเรารักษาความปลอดภัยอย่างแ่าขอรับ!"
คนจากหน่วยสังหารปีศาจพากันเดินเรียงแถวออกไป ทิ้งให้บรรดาผู้คุมยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
จู่ ๆ พัศดีก็ยืดอกขึ้นพลางออกคำสั่งเสียงดัง "พวกเ้าจงจับตาดูมันเอาไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้เป็อันขาด! ข้ากลับก่อนล่ะ!"
เมื่ออยู่ต่อหน้าหน่วยสังหารปีศาจ เขาอาจจะเป็เพียงแค่ลูกกระจ๊อก ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าสวี่หยางและผู้คุมคนอื่น ๆ เขาก็คือ์เบื้องบน พัศดีกล่าวสำทับกับผู้เฒ่าหวงด้วยท่าทีหยิ่งยโสอีกสองสามประโยค ก่อนจะรีบวิ่งแจ้นจากไป
ผู้เฒ่าหวงส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอา ก่อนจะเอ่ยเตือน "พวกเ้าจดจำเอาไว้ให้ดี ห้ามผู้ใดเข้าไปพูดคุยกับมันเด็ดขาด หากเกิดเื่ร้ายแรงอันใดขึ้น จะหาว่าข้าไม่เตือนไม่ได้นะ!"
ทุกคนต่างพยักหน้ารับคำ ทว่าในขณะนั้นเอง หลี่เหวยเลี่ยที่ถูกขังอยู่ด้านในก็ส่งยิ้มให้พวกเขาก่อนจะเอ่ย "พี่ชายผู้คุมทุกท่าน ข้าไม่ใช่สัตว์ประหลาดดุร้ายเสียหน่อย เหตุใดถึงห้ามไม่ให้พูดคุยกับข้าล่ะ?"
"โธ่เอ๊ย พูดจริง ๆ นะ หากพวกท่านกลัวข้าล่ะก็ สู้ปล่อยตัวข้าออกไปเลยไม่ดีกว่าหรือ?"
ผู้เฒ่าหวงพยายามข่มความโกรธจนเส้นเืปูดโปน เขาสะบัดมือไล่ให้ทุกคนเดินออกไป
หลังจากที่ทุกคนเดินออกมารวมตัวกันและลงกลอนประตูเรือนจำอย่างแ่าแล้ว ผู้เฒ่าหวงก็หันมาสั่งการ "่นี้ยังปล่อยให้มันตายไม่ได้ พวกเ้าทั้งสี่คนจงไปจัดกำหนดการเฝ้ายามกันเอง ผลัดกันนำอาหารไปส่งให้มันวันละหนึ่งมื้อ"
ในขณะที่คนอื่น ๆ พยักหน้ารับคำ สวี่หยางก็ชิงเสนอตัวขึ้นมา "ข้าว่าให้เื่นี้ตกเป็หน้าที่ของข้าคนเดียวเถอะขอรับ"
"ผู้เฒ่าหวง ท่านเพิ่งจะบอกไปเองว่ามันอันตรายมาก ถ้าเช่นนั้นก็ให้ข้าเป็คนรับผิดชอบดูแลมันเองทั้งหมดเลยก็แล้วกัน"
คำพูดของสวี่หยางทำให้ทายาทตระกูลทั้งสองคนรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก หนึ่งในนั้นเอ่ยแย้งขึ้น "เ้าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? พวกข้าทำหน้าที่นี้ไม่ได้หรือไง? นี่เ้ากำลังดูถูกพวกข้าอยู่ใช่หรือไม่?"
สวี่หยางยกมือขึ้นกุมขมับ แน่นอนว่าเขาไม่ได้หมายความเช่นนั้น ทว่าเห็นได้ชัดว่าสองคนนี้กำลังรู้สึกขัดเคืองใจ
'น่าเสียดายที่พวกเ้าสองคนมันก็แค่พวกไร้ประโยชน์ มิเช่นนั้นหากบันทึกเื่ราวปีศาจเก็บรวบรวมข้อมูลของพวกเ้าได้ ข้าคงได้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นอีกเป็กอง ตัวเองก็ไม่ได้ร่ำรวยเป็คุณชายมาจากไหน จะมาแสร้งทำเก่งวางมาดอะไรอยู่ที่นี่กัน เอาเวลาไปพักผ่อนสบาย ๆ ไม่ดีกว่าหรือไง!'
สวี่หยางลอบบ่นในใจ ทว่าปากกลับเอ่ยออกไปอีกอย่าง "ถ้าเช่นนั้นก็ผลัดกันคนละวันก็แล้วกัน ข้าก็แค่กลัวว่าทุกคนจะเหน็ดเหนื่อยเกินไปเท่านั้นเอง"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกสมองทึบ เขาจะทำอะไรได้เล่า นอกเสียจากยอมโอนอ่อนผ่อนตามพวกมันไป