ทิวทัศน์ริมสระฉวี่เจียงทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองฉางอันนั้นงดงามยิ่งนัก ปกติก็เป็สถานที่ที่เหล่ากวีและบัณฑิตมักจะมาแวะเวียนอยู่แล้ว ยิ่งในเวลานี้ก็ยิ่งคึกคักเป็พิเศษ ชาวบ้านเดินเบียดเสียดกันจนริมสระแน่นขนัดไปหมด
ไม่ใช่เพียงเพราะวันนี้มีงานเลี้ยงชมดอกซิ่งที่โด่งดังไปทั่วแผ่นดินเท่านั้น แต่ยังเป็เพราะ่นี้ตรงกับเทศกาลซั่งซื่อของชาวบ้านพอดี
ชาวเมืองฉางอันส่วนใหญ่จึงพาครอบครัวออกมาเที่ยวเล่น เดินเตะหญ้าและอาบน้ำชำระล้างสิ่งอัปมงคลริมสระฉวี่เจียงกันอย่างสนุกสนาน
รถม้าของกู้ิจูเคลื่อนตัวไปตามถนนหลวงอย่างช้า ๆ ก่อนจะไปหยุดลงที่ริมสระข้างซุ้มประดับผ้าหลากสี
นางจับมืออาปี้ลงจากรถม้า ปรายตามองฮูหยินหลัว รวมถึงกู้ิเยว่และกู้ิอวี้ที่ลงจากรถม้าตามมาด้านหลังแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตากลับมาแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังเรือหลานโจว
อุทยานฝูหรงซึ่งเป็อุทยานหลวงนั้นตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสระฉวี่เจียง บรรดาฮูหยินและคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูงจะต้องนั่งเรือข้ามไป
ทางวังได้จัดเตรียมเรือหลานโจวที่แล่นฉิวแต่มั่นคงพร้อมกับนางกำนัลไว้คอยท่าอยู่ริมสระมากมาย
"นั่นหยวนเหนียงกับคนอื่น ๆ ไม่ใช่หรือ" เพิ่งจะก้าวขึ้นเรือหลานโจว กู้ิอวี้ก็เหลือบไปเห็นคนบนเรือหลานโจวอีกลำหนึ่งแต่ไกล จึงร้องทักขึ้นด้วยความดีใจ "พวกนางก็มากันแล้ว" พูดพลางก็ทำท่าจะะโเรียกหวังหยวนเหนียงและน้องสาว
ฮูหยินหลัวหน้าตึงขึ้นมาทันที เอ็ดเสียงเบา "ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย ไม่ดูบ้างเลยว่าที่นี่ที่ไหน ร้องะโโหวกเหวกเสียงดัง ไม่มีสง่าราศีของคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์เลยสักนิด! หากยังทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้อีก ข้าจะส่งคนพาเ้ากลับจวนไปเดี๋ยวนี้แหละ"
กู้ิอวี้หน้าเจื่อนลงทันที นั่งลงอย่างเรียบร้อย เอ่ยเสียงอ่อย "ก็แค่ทักทายหยวนเหนียงกับพวกนางเท่านั้นเอง ไม่ได้เสียมารยาทอะไรเสียหน่อย..."
ฮูหยินหลัวมองดูท่าทางไม่สำนึกผิดของนางด้วยความระอาใจ หันหน้าหนีด้วยความโมโห
นางหันไปพูดคุยกับกู้ิเยว่เสียงเบา กำชับให้นางรักษากิริยามารยาทให้ดีเมื่อไปถึงหอจื่ออวิ๋นในภายหลัง แล้วหันมาจับมือกู้ิจู
นางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า่นี้นางตั้งใจเรียนกฎระเบียบกับนางข้าหลวงอย่างจริงจัง ฮองเฮาย่อมต้องพอพระทัยอย่างแน่นอน
กู้ิจูยิ้มบาง ๆ ปล่อยให้นางพร่ำพูดอยู่ข้างหูเป็ระยะ ๆ ตอบรับบ้างเป็ครั้งคราว โดยไม่ได้แสดงท่าทีกระตือรือร้นอะไร
สายตากวาดมองกู้ิอวี้ที่นั่งเบะปากคอตกอยู่ข้าง ๆ แม้ฮูหยินหลัวจะแสดงออกว่าเป็มารดาที่รักใคร่เอ็นดู แต่ในใจก็ย่อมมีความลำเอียงอยู่บ้าง
อาจจะเป็เพราะตอนนั้นฮูหยินหลัวตั้งตารอที่จะได้ลูกชาย แต่สุดท้ายกลับได้ลูกสาว จึงผิดหวังอยู่ลึก ๆ ก็เป็ได้
แต่นางกลับรู้สึกว่า เมื่อเทียบกับกู้ิเยว่ที่อ่อนโยนเอาใจใส่และไร้ที่ติแล้ว นางกลับชอบนิสัยตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้งของกู้ิอวี้มากกว่า
"นี่ฮูหยินแม่ทัพใหญ่เพียวฉีไม่ใช่หรือ" ฮูหยินหลัวพากู้ิจูทั้งสามเพิ่งจะก้าวลงจากเรือหลานโจว ก็มีคนร้องทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ด้านข้าง "คุณหนูทั้งหลายช่างงดงามราวกับดอกไม้ มิน่าเล่าผู้คนถึงได้กล่าวขานกันว่าคุณหนูแห่งจวนแม่ทัพใหญ่นั้นงดงามโดดเด่นเหนือใคร"
ฮูหยินหลัวหันกลับไปมอง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มให้ "ฮูหยินบ้านรองสกุลกัวนี่เอง ฮูหยินสบายดีนะเ้าคะ" นางย่อกายค้อมเข่าทำความเคารพ
ฮูหยินบ้านรองสกุลกัวรับการคารวะอย่างผ่าเผย สายตาที่มองฮูหยินหลัวแฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยองอยู่บ้าง ทว่าริมฝีปากกลับแย้มยิ้มอย่างสนิทสนม
"เหตุใดจึงไม่เห็นฮูหยินผู้เฒ่าของจวนพวกท่านเล่า ทิวทัศน์งดงามปานนี้ น่าจะออกมาเดินเล่นเปิดหูเปิดตาบ้างนะ"
นางเป็ถึงฮูหยินขั้นสองที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ย่อมแตกต่างจากฮูหยินหลัวที่ไม่มีบรรดาศักดิ์ใด ๆ ติดตัว ต่อให้ฮูหยินหลัวจะเป็ฮูหยินของแม่ทัพใหญ่เพียวฉี ก็ยังต้องทำความเคารพนาง
ใบหน้าของฮูหยินหลัวไม่มีความขุ่นเคืองใด ๆ ปรากฏให้เห็น นางยิ้มตอบเบา ๆ "เมื่อไม่นานมานี้ฮูหยินผู้เฒ่าไปบนบานไว้ วันนี้จึงต้องไปไหว้พระแก้บนที่วัดอวี้ฝอ ก็เลยไม่ได้มาด้วยเ้าค่ะ"
ฮูหยินบ้านรองสกุลกัวหัวเราะออกมาคำหนึ่ง ปรายตามองกัวอวี้ซิ่วและกัวอวี้หลานที่อยู่ด้านหลัง "พวกเ้ายังไม่รีบมาทำความเคารพฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายอีก"
กัวอวี้ซิ่วและกัวอวี้หลานในชุดหรูฉวินที่ตกแต่งอย่างงดงามตระการตาก้าวออกมาย่อกายค้อมเข่าทำความเคารพ ก่อนจะถอยกลับไปยืนด้านข้าง
ทว่าสายตากลับคมกริบดุจใบมีด กวาดมองกู้ิจูกับกู้ิเยว่และกู้ิอวี้ ทั้งสามคน
เมื่อเห็นสภาพของกู้ิจู กัวอวี้ซิ่วก็ทำท่าเหมือนใ ก่อนจะเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเยาะเย้ยอย่างได้ใจ
แม้นางจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดกู้ิจูถึงได้แต่งกายเช่นนี้ แต่มองดูแล้วก็ช่างจืดชืดไร้สง่าราศีเสียจริง นางจึงไม่จำเป็ต้องคอยระแวดระวังกู้ิจูอีกต่อไป
กู้ิจูมองดูท่าทางได้ใจของนาง แล้วเบือนหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ
ไม่แปลกใจเลยที่กัวอวี้ซิ่วจะคอยระแวดระวังคุณหนูสกุลกู้ราวกับป้องกันโจร ทุกคนในจวนขุนนางชั้นสูงแห่งฉางอันต่างก็รู้ดีว่า งานเลี้ยงฉวี่เจียงในครั้งนี้ไม่ธรรมดา
ฮองเฮาเสด็จมาด้วยพระองค์เอง และเรียกตัวคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูงมาเข้าเฝ้า ก็เพื่อจะเลือกพระชายาให้กับเสียนอ๋องและเสี่ยนอ๋องนั่นเอง
ด้วยรูปโฉมและสติปัญญาอันโดดเด่นของเสียนอ๋องและเสี่ยนอ๋อง จึงไม่แปลกที่บรรดาคุณหนูเหล่านี้จะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันราวกับไก่ชน
ใครบ้างล่ะจะไม่อยากได้การแต่งงานที่ดีเลิศเช่นนี้ ย่อมต้องงัดสารพัดวิธีมาใช้ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดเื่วุ่นวายที่จวนตากอากาศซีเหอ
เมื่อนึกถึงเสียนอ๋อง ความเ็ปรวดร้าวและความรังเกียจก็แล่นปราดเข้าเกาะกุมหัวใจของกู้ิจู
เื่ราวในอดีตเ่าั้ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ ต่อให้ได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง นางก็ไม่มีวันลืม
นางสลัดศีรษะไล่ความคิด ใบหน้ายิ่งเ็าขึ้นไปอีก เดินตามพวกนางมุ่งหน้าสู่อุทยานฝูหรงโดยไม่พูดไม่จา
ฮูหยินหวังพาหวังหยวนเหนียงเดินเข้ามาหา ส่งยิ้มทักทายฮูหยินบ้านรองสกุลกัวและฮูหยินหลัว "ฮูหยินทั้งสองก็มาแล้วหรือ วันนี้ที่นี่คึกคักดีแท้..." นางมีนิสัยอ่อนโยนเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เจอใครก็ยิ้มแย้มแจ่มใส นิสัยจึงเข้ากันได้ดีกับฮูหยินหลัว
ฮูหยินบ้านรองสกุลกัวปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะเชิดหน้าเดินนำหน้าต่อไป ไม่ค่อยสนใจพวกนางนัก
พวกนางเดินห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว บทสนทนาระหว่างฮูหยินหวังและฮูหยินหลัวย่อมต้องเข้าหูสองแม่ลูกสกุลกัวอย่างไม่ต้องสงสัย
ได้ยินเพียงฮูหยินหวังและฮูหยินหลัวคุยกันอย่างยิ้มแย้มว่า "...ฮูหยินคงจะยังไม่ทราบกระมัง วันนี้สกุลชุยก็จะส่งคนมาด้วยนะ..."
ฮูหยินหลัวชะงักไปเล็กน้อย รีบถามกลับ "สกุลชุยหรือ สกุลชุยไหนกัน"
ฮูหยินหวังตอบอย่างอารมณ์ดี "จะเป็สกุลชุยไหนได้อีกล่ะ ก็ต้องเป็คนของสกุลชุยแห่งป๋อหลิงน่ะสิ"
ฮูหยินบ้านรองสกุลกัวที่เดินนำอยู่ข้างหน้าก็อดใไม่ได้ สกุลชุยแห่งป๋อหลิงถึงกับส่งคนมาด้วยเชียวหรือ
นั่นเป็ถึงตระกูลใหญ่แห่งกวนหลงที่แม้แต่คนในวังก็ยังไม่กล้าล่วงเกิน นับั้แ่เกิดเื่ของจ้าวกั๋วกง พวกเขาก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย และแทบจะไม่เคยมาเยือนฉางอันเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าครั้งนี้มาด้วยเหตุอันใด
นางเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ก็ได้ยินฮูหยินหวังพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า "ได้ยินมาว่าคนที่มาคือคุณชายสายตรงสกุลชุยเสียด้วย..."
.
.
.