งานศพผ่านไปแล้ว ลู่เหลียนที่อยู่ในอาการซึมเศร้าตอนนี้นางนั่งอยู่ในกระโจมมาเป็อาทิตย์แล้ว ข้ามัวแต่นั่งเศร้าอยู่ทำไม บ้านที่ข้าอยู่ก็กลับไม่ได้ แล้วสิ่งของที่ข้าทำไว้ อยากจะเอามาที่นี่บ้างเพื่อเอาไว้กิน หากข้ากลับไปคงต้องคิดถึงท่านแม่ของนางอีก
ลู่เหลียนเหมือนคนปลงตก นางค่อย ๆคิดเื่ที่ผ่านมาทั้งหมด พี่เจี๋ยสามารถช่วยนางได้ทุกอย่างขนาดนี้ เขาต้องไม่ใช่ทหารเล็ก ๆอย่างที่นางคิด และข้าไม่มีสติก็จริงแต่ข้าก็ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดกัน ท่านแม่ทัพอู๋อย่างนั้นหรือ ท่านแซ่อู๋ ชื่อเจี๋ย อย่างนั้นใช่หรือไม่
“ทำไมท่านดูห่างไกลกับคนธรรมดาอย่างข้ามากเหลือเกิน” ข้าเป็เพียงสาวชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น แล้วจากนี้ข้าจะต้องทำอย่างไรกับชีวิตนี้ดี
“พี่ชายข้า้าพบท่านแม่ทัพ" ลู่เหลียนแต่งตัวเป็หนุ่มน้อยหน้าใสที่ยังไม่โต เพื่อที่จะได้อยู่ในค่ายเท่านั้น นางรู้ว่าเขาแหกกฏก็เพราะนาง ท่านแม่ทัพก็เป็คนจัดการให้ ทุกสิ่งที่เขาทำมานางจะไปโทษที่เขาโกหกก็ไม่ได้ ข้าก็ไม่ได้ถามให้ชัดเจนเอง
“ท่านแม่ทัพแจ้งว่าถ้าเ้า้าพบให้พาไปทันที” หนุ่มน้อยผู้นี้เป็ใครทำไมท่านแม่ทัพใส่ใจเขามาก นายทหารที่เฝ้าอยู่หน้ากระโจมนั้นสงสัยเื่นี้มาหลายวันแต่ไม่กล้าที่จะถาม เพราะได้ยินว่าเขาเพิ่งสูญเสียญาติผู้ใหญ่ไป
กระโจมท่านแม่ทัพที่รอการมาของลู่เหลียน อาการของท่านแม่ทัพตอนนี้ เดินไปเดินมาจนพื้นจะทรุดอยู่แล้ว เขาเป็แม่ทัพมาก็นานแต่ทำไมวันนี้อยู่นิ่งไม่ได้เสียที
“ข้ากลัวนางอย่างนั้นหรือ” เขาพูดกับตัวเองไม่มีเสียงเล็ดลอดออกไปบริเวณด้านนอก ดีที่ไม่มีใครได้ยิน
“ท่านแม่ทัพมีคนมาขอพบขอรับ”
“เข้ามาได้” ท่านแม่ทัพใหญ่ตอนนี้นั่งทำท่าน่าเกรงขาม
“คารวะท่านแม่ทัพ”ลู่เหลียนทำท่าทางของบุรุษเพื่อทำความเคารพท่านแม่ทัพ
“เรานั่งคุยกันก่อนได้หรือไม่”
“ท่านมีอะไรก็ว่ามาขอรับ”ลู่เหลียนรู้ว่าตนเองต้องทำตัวอย่างไร วางตัวอย่างไรในตอนนี้ แต่นางอยากกลับบ้านบ้าง บ้านที่แม่ของนางเคยอยู่คิดถึงเหลือเกิน อยู่ในกระโจมจนไม่รู้วันเวลา และไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปเท่าไหร่แล้ว สิบกว่าวันที่ผ่านมานางทำอะไรอยู่อายุในร่างนี้ก็ไม่ใช่น้อย ๆแล้ว น่าตีตัวเองนัก
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง้าอะไรเพิ่มหรือไม่” ท่านแม่ทัพเป็ห่วงนางั้แ่งานศพเรียบร้อย นางก็ไม่ร้องไห้ แต่กลับนิ่งไป ไม่พูดไม่คุยกับใคร ข้ากลัวนางจะจากไป
“ข้ากลับบ้านได้หรือไม่” นางไม่อยากอยู่ที่นี่เลยกลัวใจตัวเองที่จะรักเขาเพิ่มมากขึ้นจนไม่รักตัวเอง
“ตอนนี้ยังไม่ได้เ้ารออีกสักพักได้หรือไม่”
“ข้าเป็ห่วงลูก ๆของข้า”
“ไม่ต้องห่วงพี่ให้อาเฟิงไปช่วยดูแลให้”
“บอกเหตุผลได้หรือไม่”
“ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนรอสักพักได้หรือไม่”
“แล้วท่านจะให้ข้าอยู่ที่นี่ทำอะไร”
“อยู่ทำอาหารที่นี่ให้พี่”
“แต่ข้าเป็สตรีท่านก็รู้” ลู่เหลียนไม่อยากให้เขาแหกกฏเพื่อนาง กลับบ้านจะดีกว่า
“เ้าตอนนี้เหมือนสตรีอย่างนั้นหรือ” ท่านแม่ทัพมองนางที่ตัวเล็ก เหมือนเด็กผู้ชายที่กำลังโต แต่มันเป็แค่ภาพลวงตาเพราะสิ่งที่เขาเคยนั้นมันอีกเื่หนึ่ง
“ก็ไม่นะ” ลู่เหลียนมองสภาพตนเองที่ใส่ชุดของบุรุษดูรุ่มร่าม มากเพราะตัวนางเล็กเหลือเกิน
“เ้าว่าอย่างไร”
“ต้องให้ข้าออกไปดูบ้านบ้างได้หรือไม่ ของอร่อยของข้าอยู่ที่บ้านหลายอย่าง”
“พี่จะให้เขาขนมาให้หมด”
“ไม่ดีเก็บไว้อย่างนั้นห้ามเคลื่อนย้าย ท่านจะไม่ให้ข้ากลับไปเลยหรืออย่างไร”
“ย่อมได้แต่ตอนนี้ยังไม่ปลอดภัย อยู่คนเดียวมันอันตรายพี่เป็ห่วง"
“เอาเป็ว่าข้าจะต้องอยู่ที่นี่ ในค่ายทหารของท่าน และต้องปลอมตัวเป็บุรุษ มำอาหารให้ท่านกินเพียงคนเดียวเท่านั้นใช่หรือไม่" ลู่เหลียนพูดออกมาจนหมด จนท่านแม่ทัพมองนางจนตาค้าง
“เ้าเข้าใจทุกอย่างได้ดี” อู๋เจี๋ยไม่อยากเชื่อว่านางเข้าใจเื่ที่เขาจะอธิบายกับนางอย่างง่ายดาย
“แต่ท่านต้องให้ข้าไปเก็บของสำคัญก่อนได้หรือไม่”
“พรุ่งนี้ค่อยไปพี่จะพาเ้าไปเอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ” ลู่เหลียนดีใจที่เขายังให้นางกลับบ้านเพื่อเก็บเงินที่นางซ่อนเอาไว้เพื่อคืนเขานะหรือ ไม่คืนหรอกเก็บไว้ก่อน อนาคตข้างหน้าเกิดอะไรขึ้นมานางจะได้พอเอาตัวรอดได้ยุคนี้เื่เงินก็สำคัญพอ ๆกัน
“วันนี้เ้าพักเสียก่อนพรุ่งนี้ค่อยไปบ้านของเ้า”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวขอรับ” ลู่เหลียนเดินกลับกระโจมตัวเองอย่างอารมณ์ดี จะได้กลับไปเก็บเงินของข้ามาเสียที
ลู่เหลียนตั้งใจว่าต้องหาทางออกจากค่ายทหารนี้ให้ได้ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตของตนเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งพาคนเช่นเขาที่เป็ถึงแม่ทัพ ส่วนข้านั้นเป็แค่เพียงสตรีที่ไม่ได้มีอะไรเหมาะสมกับคนอย่างท่านแม่ทัพเลย เจ็บจังหัวใจ ข้าจะผ่านมันไปได้หรือไม่นะ