ณ ห้องสัมภาษณ์งาน
“คนที่มาเข้าร่วมสัมภาษณ์งานในตำแหน่งนี้มีแค่คนเดียวค่ะ แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไร?”
“ไม่มีอะไรค่ะหัวหน้า”
“เห็นว่า้าคนไปแทนคนเก่าด่วนใช่ไหม”
“ใช่ค่ะหัวหน้า”
“เรียกเขาเข้ามารอเลย อีกสิบนาทีฉันมีงานด่วนต่ออีก”
"ได้ค่ะ"
ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าวันนี้แล้ว ฉันที่นั่งรออยู่หน้าห้องสัมภาษณ์งาน เงยหน้ามองดูบานประตูซึ่งถูกเลื่อนออกไปด้านข้างอย่างเงียบๆ
“เชิญด้านในได้เลย... คุณดูหน้าคุ้นๆ นะคะ”
“พนักงานที่นี่เขาทำงานกันยังไงคะเนี่ย” ฉันยกยิ้มมุมปากเป็เชิงประชด “ประวัติพนักงานที่มาสมัครงานก็มี ทำไมถึงไม่ทำการบ้านมาบ้างล่ะคะ”
“คือ คือว่าในระบบไม่มีชื่อคุณศาสมัครเข้ามา แต่ทำไม?”
“ทำไมถึงมีใบสมัครงานของฉันรวมอยู่ในผู้ถูกเรียกสัมภาษณ์งาน คุณจะถามกลับแบบนี้ใช่ไหม”
พนักงานคนนั้นมีอาการเลิกลัก
“คือดิฉันไม่กล้าถามแบบนั้นกับคุณศาหรอกค่ะ”
“คราวหน้าตรวจรายละเอียดงานในความรับผิดชอบของคุณให้รอบคอบกว่านี้ก็แล้วกัน” ฉันค่อยๆ ลุกจากเก้าอี้ สีหน้าของพนักงานคนนั้นก็ยิ่งซีดลงเมื่อเห็นว่าฉันกำลังเดินเข้าประตูไป “ฉันเชื่อว่าคุณคงทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ใตอนที่เห็นหน้าฉัน คุณควรรู้เอาไว้นะว่านอกจากมีการรับสมัครในระบบ มันก็ต้องมีการรับสมัครโดยตรงเช่นกัน”
หญิงสาวคนนั้นหน้าถอดสี แทบจะเปลี่ยนเป็ขาวซีดราวกับกระดาษ
ยังไงฉันก็ได้แต่เอ่ยขอโทษคนคนนั้นอยู่ภายในใจเท่านั้น อันที่จริงแล้ว ตำแหน่งที่ฉันเลือกสมัครก็คือตำแหน่งที่ไม่มีคนสมัครเข้ามาเลยสักคนเดียว และมันดันเป็ตำแหน่งที่ว่างมาตลอด ต้องขอบคุณพี่พนักงานประชาสัมพันธ์คนเมื่อวานซึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยให้เื่นี้มันง่ายขึ้น ฉันไม่จำเป็ต้องรีบกรอกใบสมัครลงระบบ เพราะยังไงฉันก็รู้อยู่แก่ใจตัวเองว่าทางบริษัทต้องลบใบสมัครของฉันทิ้ง
ใบสมัครงานของฉันถูกนำมาวางใส่แฟ้มรวมกับคนสมัครตำแหน่งอื่นๆ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง ต้องขอบคุณสมองที่แสนชาญฉลาดของตัวฉันเองสามารถคิดวิธีแบบนี้ออกมาได้
ถ้ามัวแต่ทำตามกรอบที่เลขาคุณพ่อได้วางเอาไว้ ฉันก็คงเป็ได้แค่หมากตัวเล็กๆ ที่แสนน่าสงสาร เป็ตัวตลกที่ใครหน้าไหนจะทำกับฉันแบบไหนก็ได้ตามอำเภอใจ ถึงฉันจะมีนามสกุลใหญ่คับฟ้าเสริมท้ายชื่อจริง มันก็ไม่สามารถปกป้องฉันจากกรงเล็บซึ่งมักจะลอบกัดฉันจากเงามืดได้ตลอดไปหรอก
หนทางเดียวที่สามารถช่วยฉันได้ คือ ตัวของฉันเองเท่านั้น
“ถ้าคุณศาพร้อมแล้ว เชิญด้านในได้เลยค่ะ”
อย่างที่บอก...วันนี้คือวันสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าฉันก็สามารถเป็คนกำหนดหมากกระดานนี้ได้เช่นเดียวกัน
เสียงของเก้าอี้ที่ขยับเล็กน้อย เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักลงบนเบาะนั่ง พูดง่ายๆ ก็คือฉันนั่งลงตรงหน้าหัวหน้าแผนกที่กำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือในมือของตัวเองอย่างจดจ่อ
“ขอโทษนะคะ”
เสียงของฉันทำให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามอง แวบแรกที่สายตาทั้งสองคู่ประสานกันทำเอาใบหน้าที่พร้อมจะพ่นคำด่าออกมาถึงกลับเปลี่ยนสีหน้ากลับไปเป็อ่อนโยนทันที
“คะ คุณศา!”
“ฉันพร้อมนานแล้ว” ฉันมองใบหน้านั้นนิ่งราวกับผิวน้ำนิ่งสงบ ไร้คลื่นสาด “แล้วคุณล่ะพร้อมจะสัมภาษณ์งานหรือยัง?”
โปรดติดตามตอนต่อไป