6 ปีที่แล้ว
“กลับมาแล้วค่า”เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงอายุ 13ปีบอกกับผู้เป็ป้า
“ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังล่ะลูก”ป้าดาถามด้วยความสงสัยที่วันนี้หลานสาวเลิกเรียนเร็วผิดปกติ
“วันนี้คุณครูมีประชุมน่ะค่ะก็เลยให้กลับก่อน งั้นเดี๋ยวหนูเข้าไปทำการบ้านก่อนนะคะ” อลิสรีบถอดรองเท้าและเดินเข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
เธอนั่งทำการบ้านอยู่สักพักจนเวลาเกือบ 6 โมงเย็น ก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมถึงยังไม่เห็นลุงกลับบ้าน
“คุณลุงยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ”อลิสเอ่ยถามพร้อมกับมองซ้ายขวาเพื่อดูว่าลุงอยู่ในบ้านรึเปล่า
“ใช่จ๊ะยังไม่กลับมาเลย”
“งั้นเดี๋ยวหนูไปดูที่ร้านนะคะเผื่อมีอะไรให้ช่วย” พูดจบเธอก็ปั่นจักรยานออกไปยังร้านหนังสือซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเธอถัดไป3 ซอย
อลิสมาถึงหน้าร้านหนังสือของลุงและจอดจักรยานไว้ที่ด้านข้าง ก่อนจะเดินเข้าไปหาลุงในร้าน
“วันนี้ทำไมคุณลุงปิดร้านช้าล่ะค่ะมีอะไรให้หนูช่วยรึเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะลูกค้ายังไม่หมดน่ะ” ลุงวิทตอบกลับหลานสาวพลางชำเลืองไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมห้องเงียบ ๆ คนเดียว
“งั้นเดี๋ยวหนูไปบอกเค้าดีกว่านะคะว่าร้านจะปิดแล้วนี่ก็เลยเวลาปิดร้านมานานแล้ว เดี๋ยวคุณป้าจะรอนานค่ะ”
“เอาอย่างงั้นเหรอ ลุงเห็นเค้านั่งอ่านเงียบๆ มาสักพักแล้ว เลยไม่อยากเข้าไปขัด”
“เดี๋ยวหนูจัดการเองค่ะ”
อลิสเดินไปที่มุมห้องที่จัดไว้เป็ที่สำหรับให้ลูกค้าได้นั่งอ่านหนังสือ ซึ่งในร้านมีหนังสือหลายอย่างทั้งการ์ตูน นิยาย รวมไปถึงหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์
“นี่นาย ร้านจะปิดแล้วเอากลับไปอ่านที่บ้านได้นะ” อลิสบอกกับเด็กหนุ่มที่นั่งหันหน้าเข้าหาผนังและหันหลังให้กับเธอ
เงียบ...ไม่มีเสียงตอบรับจากเด็กหนุ่มเค้ายังคงนั่งหันหลังให้เธอ แต่ทว่าดูเหมือนเค้าจะไม่ได้สนใจข้อความในหนังสือเลย
“นี่นาย” อลิสเรียกด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือไปจับไหล่ของเด็กหนุ่มจากด้านหลัง
เด็กหนุ่มมีอาการสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ หันหลังกลับมามอง
“มีอะไร” เด็กหนุ่มถาม เพราะเค้ามัวแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูด
“เราบอกว่าร้านจะปิดแล้วถ้านายอยากอ่านต่อ ก็เช่าหนังสือเล่มนั้นกลับไปได้นะ”
“ไม่เป็ไร” เด็กหนุ่มตอบกลับห้วน ๆพร้อมกับหยิบหนังสือที่กำลังอ่านอยู่เข้าที่ชั้นหนังสือ ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินและออกจากร้านไป
“ปิดร้านกันเถอะค่ะคุณลุง”อลิสหันไปบอกกับลุง และทั้งคู่ก็ช่วยกันเก็บของในร้าน
“กลับมากันแล้วเหรอ มาๆ กินข้าวกัน”ป้าดาเรียกสามีและหลานสาวที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในบ้าน ในขณะที่กำลังเพิ่งเตรียมอาหารเย็นเสร็จพอดี
“แล้วทำไมวันนี้พี่ถึงได้ปิดร้านช้าล่ะ” ป้าดาหันไปถามสามี
“ก็มีเด็กที่ไหนไม่รู้มาอ่านหนังสือที่ร้านน่ะหน้าไม่คุ้นเลย สงสัยเพิ่งจะย้ายมาล่ะมั๊ง” ชายวัยกลางคนตอบกลับภรรยา
“เขาดูแปลก ๆนะคะคุณลุง ตอนหนูเดินไปเรียกเหมือนเค้าจะเหม่อ ๆ แถมพูดจาห้วน ๆ อีกไม่มีมารยาทเลย”
“ช่างเค้าเถอะเด็กที่มาร้านลุงส่วนใหญ่ ถ้าไม่ได้ชอบอ่านหนังสือจริง ๆ ก็คงเป็เด็กที่มีปัญหาแล้วชอบมานั่งเก็บตัวเงียบๆ เหมือนเด็กหนุ่มคนนั้นแหล่ะ”
เด็กมีปัญหางั้นเหรอ? อลิสคิดในใจ
เช้าวันเสาร์อลิสตื่นแต่เช้าและออกมาช่วยป้าดาทำงานบ้านเสร็จจากงานบ้านเธอก็เข้าห้องไปทำการบ้านก่อนที่จะออกไปช่วยลุงที่ร้านหนังสือในตอนบ่าย
“วันนี้ลูกค้าเยอะมั๊ยคะคุณลุง”
“ก็มีมาเรื่อย ๆ นะแต่ตอนบ่ายมาก็ยังเงียบ ๆ อยู่ เอ่อ มีหนังสือมาส่งใหม่พอดีเดี๋ยวหนูช่วยแกะห่อและเก็บหนังสือเข้าชั้นให้ลุงทีนะ”
“ได้เลยค่ะเดี๋ยวหนูจัดการให้ค่ะ” อลิสตรงไปที่กองหนังสือที่เพิ่งส่งมาใหม่และบรรจงแกะกระดาษที่หุ้มหนังสือออก
“ลูกค้ามาพอดีเลย” ลุงวิทหันไปบอกหลานสาว ที่กำลังวุ่นกับการแกะห่อหนังสือที่เพิ่งส่งมาใหม่ขึ้นไปเก็บบนชั้นหนังสือ แยกตามประเภทของหนังสือ
“สวัสดีค่ะแฟมิลี่บุ๊คยินดีต้อนรับค่ะ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะคะ” น้ำเสียงสดใสของเด็กสาวบอกกับลูกค้าที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน
เด็กหนุ่มคนเมื่อวานเดินผ่านเข้าไปในร้านโดยไม่พูดอะไรสักคำ และหยิบหนังสือเล่มเดิม ไปนั่งอ่านที่มุมเดิมเมื่อวานนี้
“เป็อะไรของเค้าเนี่ยไม่พูดไม่จาแถมทำหน้าอย่างกับคนอมทุกข์ตลอดเวลาเลย”
อลิสรู้สึกฉงนและคิดว่าเธอจะต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็อะไรกันแน่
หลังจากช่วยลุงเก็บหนังสือเข้าชั้นจนเสร็จเด็กหนุ่มก็ยังคงนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ไม่ขยับไปไหนอลิสจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปคุยกับเด็กหนุ่ม
“นายชื่ออะไรเหรอเราไม่เคยเห็นหน้าเลย เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอ?”
เธอพยายามชวนเด็กหนุ่มคุย แต่เค้าก็ยังคงเงียบ
“นายชอบอ่านนิยายเหรอ เราก็ชอบนะหนังสือในร้านเนี่ย เราอ่านจนเกือบจะครบทุกเล่มเลยล่ะ”เด็กสาวตาเป็ประกายเวลาที่พูดถึงหนังสือที่ชอบอ่าน
ยังคงไม่มีเสียงตอบกลับจากเด็กหนุ่ม
“นายชอบอ่านแนวไหนล่ะโรแมนติก สืบสวน หรือว่า.... “
“ช่วยหุบปากได้มั๊ยฉันอยากอยู่เงียบ ๆ”
ยังไม่ทันที่อลิสจะพูดจบเด็กหนุ่มก็พูดแทรกขึ้นมาแต่ทว่าคำพูดและน้ำเสียงของเขาช่างเยือกเย็นไร้ความรู้สึกอลิสได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ และเดินถอยออกมา
จวบจนเวลาเกือบพระอาทิตย์ตกดินเด็กหนุ่มก็ยังคงนั่งเงียบ ๆ คนเดียวอยู่ที่มุมนั้น
“ร้านจะปิดแล้วน๊า” อลิสะโลอย ๆ เพื่อส่งสัญญาณบอกเด็กหนุ่มว่าตอนนี้เย็นมากแล้วและร้านกำลังจะปิดในอีกไม่ช้า
เด็กหนุ่มเก็บหนังสือเข้าที่ชั้นและหยิบเงิน 20 บาทจากกระเป๋ากางเกง ไปวางที่เคาน์เตอร์ตรงประตูทางเข้า-ออกของร้านโดยไม่พูดอะไร แล้วก็เดินจากไปอีกเช่นเคย
วันถัดมาอลิสตื่นแต่เช้าหลังจากจัดการงานที่บ้านเสร็จ ก็เข้าไปช่วยทำงานที่ร้านหนังสือแต่พอเธอมาถึงร้านก็พบว่าเด็กหนุ่มคนเดิมนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมประจำของเค้าแล้ว
อลิสชั่งใจอยู่นานว่าจะเข้าไปคุยกับเด็กหนุ่มคนนั้นดีรึเปล่าเพราะสองวันที่ผ่านมาที่เธอเจอกับเด็กหนุ่ม เค้ามักจะชอบอยู่เงียบ ๆ คนเดียว
ลุงวิทเดินออกจากหลังร้านมาหาอลิสที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ที่เคาน์เตอร์ พร้อมกับถือถุงขนมอยู่ในมือ
“มาพอดีเลย อ่ะ นี่ขนมพอดีเพื่อนบ้านข้าง ๆ เค้าเอามาฝากน่ะ เห็นหนูมาช่วยลุงทำงานที่ร้านบ่อย ๆคงจะเอ็นดูหนูนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณลุง”อลิสรับถุงขนมจากมือของลุง วินาทีนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าจะหาวิธีเข้าไปคุยกับเด็กหนุ่มคนนั้นยังไงดี
อลิสเดินหายไปหลังร้านไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็กลับออกมาพร้อมกับจานขนม และแก้วน้ำหวาน เธอรีบปรี่เข้าไปหาเด็กหนุ่มพร้อมกับวางจานขนม และน้ำหวานแก้วนั้นไว้บนโต๊ะ
“บริการพิเศษจากทางร้านค่ะ”อลิสพูดเสร็จก็หันหลังกลับ และกำลังจะเดินออกมา
“ขอบใจนะ” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา จนเกือบจะไม่ได้ยินแต่ความเงียบในร้านก็พอจะทำให้เด็กสาวได้ยินเสียงของเขา
“เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ”อลิสถามย้ำ ไม่ใช่เพราะว่าเธอไม่ได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดแต่เพราะเธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ว่าเค้าจะพูดคำ ๆ นั้นออกมา
เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรแต่รอยยิ้มที่มุมปากของเค้า ก็ทำให้อลิสแน่ใจว่าเธอได้ยินไม่ผิด
“นี่นายเริ่มจะเป็คนปกติแล้วสินะ”อลิสได้แต่คิดในใจ หลังจากที่เธอเจอกับเด็กหนุ่มมาหลายครั้งแต่เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่ดูเหมือนว่าเค้าเริ่มจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างบ้าง
เด็กสาวเดินออกมาและปล่อยให้เขาได้นั่งอ่านหนังสือต่อจนเวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายโมงกว่า เด็กหนุ่มยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน จนเธอนึกเป็ห่วงเพราะวเลยเวลาอาหารเที่ยงมาพอสมควรแล้วแต่มีเพียงแค่น้ำหนึ่งแก้ว กับขนมอีกไม่กี่ชิ้นที่เขากินเข้าไป
อลิสกลับเข้าไปหลังร้านอีกครั้งซึ่งบริเวณด้านหลังของร้านจะมีทั้งในส่วนที่เป็ห้องน้ำและห้องครัว เด็กสาวหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่วางอยู่ในครัวมาแกะใส่ชามและเติมน้ำร้อน ไม่ถึงห้านาทีเธอก็ยกถาดที่มีชามบะหมี่ออกมาจากครัวและเดินไปหาเด็กหนุ่ม
“กินนี่ไปก่อนนะนายมาั้แ่เช้าจนป่านนี้ยังไม่ได้กินข้าวเลย”
“นี่อะไร?” เด็กหนุ่มหันมาถาม
“นี่นายไม่รู้จักมาม่าเหรอไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ย”
“รู้จักแต่ฉันแค่ไม่เคยกิน”
“นี่บ้านนายจนถึงขนาดไม่มีแม้แต้มาม่าหรือยังไง”
“เปล่า...แต่บ้านฉันรวยมากต่างหากจนฉันไม่เคยได้กินอาหารพวกนี้”