ตอนที่ 5
เื่ราวในเปลวไฟ
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่งทุกคนที่ยืนอยู่รอบข้างโต๊ะกลมตัวนั้นสังเกตเห็นว่าอลิเซียเริ่มมีอาการสั่นขึ้นมาแต่อึดใจต่อมา ร่างกายของเธอก็กลับมาเป็ปกติ มายาพยักหน้าให้ทุกคนเหมือนกับเป็การบอกว่าเราจะเริ่มพิธีณ ตอนนี้
“ฉันจะใช้ดวงตาหยั่งรู้มองเข้าไปในเปลวไฟ”มายาอธิบาย “แต่ก่อนอื่นฉันจำเป็ต้องมีเปลวไฟซะก่อน”
“ก็นั่นไง” วาเนสซ่าชี้มือไปทางรามอนซึ่งกำลังร่ายเวทมนต์อยู่หน้าโต๊ะบูชาที่มีเชิงเทียนคู่จุดเปลวไฟติดไว้อยู่ “ฉันว่าเธอยืมเทียนเขามาสักเล่มก็ได้นะ”
มายาหันหน้าไปทางรามอนก่อนจะพูดว่า “รามอน ฉันขอยืมเทียนสักเล่มได้ไหม ฉันจะใช้ในพิธีดูเปลวไฟ”
งึมงำ งึมงำ งึมงำ....ไม่มีเสียงตอบจากรามอน เว้นแต่เสียงพร่ำสวดงึมงำไม่ได้ศัพท์ดูเหมือนเขาจะดำดิ่งไปกับห้วงลึกของการสวดภาวนา
“รามอน ฉันขอยืมเทียนขอเธอหน่อยจ้ะ”มายาพูดเสียงหวาน
งึมงำ งึมงำ งึมงำ
“รามอน ที่รักฟังนะ ฉันขอยืมเทียนหน่อยนะ” มายาย้ำด้วยเสียงที่หวานกว่าเดิม
งึมงำ งึมงำ งึมงำ
“โอ๊ย !!! รามอน เธอหูแตกรึไง” มายาะโสุดเสียง “ถ้านายไม่เอาเทียนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ฉันจะสั่งให้กัปตันอเมริกาเอาโล่มาฟาดหน้านายตอนนี้ !”
ดูเหมือนว่าจะได้ผลเพราะรามอนรีบลืมตาขึ้นมาทันที แล้วรีบกุลีกุจอเอาเชิงเทียนที่จุดไฟแล้วเล่มหนึ่งนำมาส่งให้มายาที่โต๊ะ
“ดี ถ้านายเข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้ บางทีโทนี่ สตาร์คอาจจะฟื้นกลับมาก็ได้” มายาบอก พลางรับเชิงเทียนมาแล้วตั้งไว้ที่กลางโต๊ะ
“พวกเธอจะเริ่มพิธีแล้วเหรองั้นฉันขอดูอยู่ห่าง ๆ แล้วกัน” รามอนว่า แล้วถอยไปหลบอยู่หลังฟิลลิป
“เอาล่ะเราจะมาเริ่มกัน” มายาบรรยาย “มันไม่มีอะไรซับซ้อนมาก เพียงแค่เธอมายืนอยู่ตรงหน้าเปลวเทียนนี้แล้วฉันจ้องมองผ่านไป ภาพอะไรที่ปรากฏขึ้นมาฉันจะคอยบอกเธอเอง”
อลิเซียพยักหน้าเข้าใจเธอขยับขึ้นไปยืนที่หน้าโต๊ะ ให้เปลวเทียนตรงกับตำแหน่งที่เธอยืนพอดีมายาหลับตาลงครู่หนึ่งเหมือนตั้งใจทำสมาธิ จากนั้นจึงลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องไปในกลางเปลวไฟอลิเซียรู้สึกร่างกายสั่นสะท้านและขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้มายากำลังมองเห็นอะไร
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดมีแต่เพียงแสงไฟจากลูกแก้วดิสโก้ที่ส่องแสงประกายเกล็ดเพชรกระจายไปรอบ ๆและเปลวเทียนที่สองที่กำลังลุกโชนเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย มายาจ้องมองเข้าไปในเปลวเทียนสีทองจากสีทองเริ่มมีสีขาวปรากฏขึ้นมาตรงกลาง วงสีขาวนั้นกว้างขึ้น กว้างขึ้น มันขยายออกมาจนกลืนกินทุกอย่างเปลวเทียนสีทองหายไป ทั้งห้องหายไปตอนนี้มายานั่งอยู่ในที่โล่งเป็สีขาวสุดลูกหูลูกตา
“มันเริ่มขึ้นแล้ว”มายาพูด ในขณะที่ทุกคนจ้องมองไปที่เธอ แต่แล้วอลิเซียก็ต้องใที่ตอนนี้ดวงตาของมายาไม่มีลูกตาสีดำดวงตาทั้งคู่ของเธอขาวโพลนเหมือนเมฆหมอกที่หมุนวนอยู่ในตาคู่นั้น “ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในที่โล่งสีขาวไม่มีอะไร นั่นฉันมองเห็นแล้ว ภาพของท้องฟ้าขนาดใหญ่ ฉันลอยอยู่กลางท้องฟ้าสีครามที่ตรงนั้นคืออะไร ฉันไม่แน่ใจ มันอยู่ไกลออกไปจากท้องฟ้า ใช่แล้ว มันเป็แสงมีแสงสว่างทะลุท้องฟ้าเข้ามา มันฉีกให้ท้องฟ้าเป็รูเหมือนลูกปืนที่ยิงทะลุกระจกแสงสีขาวสาดส่องออกมา มีกลุ่มคน มีผู้คนอยู่ในแสงนั้น พวกเขาเป็ใครพวกเขาลอยเข้ามาในโลกนี้พร้อมกับแสง ฉันมองไม่เห็นหน้าพวกเขา มันเลือนรางเกินไป ไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็มิตรหรือศัตรูแต่พวกเขากำลังตรงมาที่นี่”
มายาหยุดพูดกระพริบตาหนึ่งครั้ง จากนั้นดวงตาของเธอก็กลับมาเป็ปกติอลิเซียและวาเนสซ่าจ้องมองด้วยแววตาสุดทึ่งและตกตะลึง
“ที่เธอพูดมามันหมายความว่าไง”อลิเซียถาม
“ฉันก็หมายความตามที่ฉันพูดน่ะสิ”มายาว่า พลางถอนหายใจ “เหมือนกลุ่มคนจากฟากฟ้าอื่นทะลุมิติเข้ามาที่นี่แต่สิ่งที่ฉันดูมันเกี่ยวกับเธอ พูดง่าย ๆ พวกเขาก็มาหาเธอไงล่ะ”
“โอ้ แม่เ้า !” วาเนสซ่ายกมือทาบอก
“อาจจะเป็มนุษย์ต่างดาวมาลักพาตัว”ฟิลลิปออกความเห็น
“น่าจะเป็เหล่าทวยเทพจาก์มากกว่า”รามอนแย้ง
อเล็กซ์ไม่ว่าอะไรได้แต่ยืนกอดอกมองดูคนโน้นคนนี้
“แต่มันยังไม่จบ”มายาพูดต่อ “การดูเปลวไฟของฉัน ถ้าเนื้อเื่ยังมีอีกเปลวไฟจะยังไหม้ต่อ แต่ถ้ามันไม่มีอะไรจะบอกเปลวไฟจะดับไปเอง”
“ว้าวยังมีต่ออีกเหรอ” วาเนสซ่าร้องออกมา
“ก็รีบจัดการไปเลยสิจะรออะไร” อลิเซียแนะนำ
มายาหลับตาลงครั้งหนึ่งเมื่อเธอลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งคู่ของเธอก็เป็สีขาวเหมือนเมฆหมอกหมุนวนอีกครั้ง เปลวเทียนสีทองตั้งตรงนิ่งมายามองลึกเข้าไป ลึกเข้าไป แล้วเธอก็เริ่มเห็นภาพอีกครั้ง
“ฉันกลับมาอยู่ในที่สีขาวโล่งอีกครั้งฉันเห็นแล้ว ตอนนี้กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า ข้างล่างคือพื้นโลก ท้องฟ้าสีครามอะไรนั่น ท้องฟ้าแตกทลายเป็ชิ้นเหมือนกระจกโดนก้อนหินขว้างใส่ มันเป็รูโหว่มีเงาดำอยู่ในนั้น มีประกายแสงเหมือนฟ้าร้องฟ้าผ่าส่องออกมาจากโพรงบนท้องฟ้าอะไรบางอย่างรูปร่างเหมือนคนเป็สีดำพุ่งออกมาจากโพรงนั้นมากมาย พวกมันกระจายออกไปหมดทั่วท้องฟ้าตกลงไปบนพื้นโลกอย่างแรง ทุกที่ที่มันตกลงไปจะกลายเป็ไฟ แม้แต่น้ำในมหาสมุทรก็ลุกเป็ไฟโอ้ พระเ้ามันคืออะไร”
ทันใดนั้นเปลวเทียนที่ส่องสว่างอยู่ก็ดับลงโดยฉับพลัน
มายาหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยดวงตาที่เป็ปกติ ใบหน้าของเธอมีเหงื่อซึมออกมา สีหน้ามีความเครียดในขณะที่ทุกคนที่ยืนล้อมรอบเธอก็มีสีหน้าหวาดวิตกไม่ต่างกัน
“คราวนี้เห็นท่าไม่น่าจะดี”ฟิลลิปพูดขึ้น “ฉันอยากขึ้นยานอวกาศหนีออกไปนอกโลก”
“สิ่งที่เธอเห็นมันคืออะไร”อลิเซียถามอย่างร้อนรน
“ฉันไม่รู้”มายาส่ายหน้า “มันเป็ภาพนิมิตในอนาคตตามสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น ฉันไม่เคยเห็นคนพวกนี้มาก่อนแต่ภาพของพื้นโลกที่ลุกเป็ไฟนี้มันเลวร้ายน่ากลัวมาก”
“แล้วมันเกี่ยวกับอลิเซียยังไง”วาเนสซ่าถาม
“ก็อย่างที่ฉันบอกไงล่ะอลิเซียเป็แค่จุดเริ่มต้นที่เห็นแสงนั่น แต่สุดท้ายมันจะเกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคนภาพของโลกที่ลุกเป็ไฟนั่นล่ะ มันจะส่งผลกระทบกับพวกเราทุกคน”
“โอ้ พระเ้าพวกเราจะทำไงดี”รามอนเริ่มกรีดร้อง
“บางทีสิ่งที่เธอเห็นอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้”อลิเซียออกความเห็น
“ดวงตาหยั่งรู้ของมายาไม่เคยพลาด”อเล็กซ์รีบอธิบาย “พวกเธอคงเห็นแล้วนี่ ว่าสิ่งมายาพูดเกี่ยวกับอดีตที่เกิดขึ้นกับเธอมันถูกต้องทั้งหมด”
มายาพยักหน้า “ฉันพูดตามสิ่งที่ฉันเห็นนิมิตเหล่านี้เป็เื่ราวในอนาคต ตอนนี้ฉันบอกเวลาไม่ได้มันอาจจะเกิดขึ้นในวันนี้ พรุ่งนี้ หรืออีกร้อยปีข้างหน้าก็ได้”
“ถ้าเป็ร้อยปีข้างหน้าก็ดีเพราะฉันยังอยากเรียนให้จบก่อน” ฟิลลิปว่า
“แย่จังแบบนี้” วาเนสซ่าส่ายหัวผมทรงสปริงของเธอเด้งไปมา “แล้วพวกเราต้องทำยังไง”
“ก็คงต้องระวังตัวกันมั้ง”มายาแนะนำ “ถ้าโชคดีมันภาพของโลกที่ลุกเป็ไฟ อาจเกิดอีกสามพันปีข้างหลังหรือเกิดอีกสามวันข้างหน้าก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกแต่สิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจก็คือ พวกเขาต้องมาหาเธอแน่ ๆ อลิเซีย เพราะแสงประหลาดที่เธอเห็นเมื่อคืนมันตั้งใจมาสื่อสารให้เธอเห็นคนเดียวโดยเฉพาะ”
อลิเซียหน้าซีดเผือดและรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอีกครั้ง
“ทำไงดีล่ะอลิเซีย”วาเนสซ่าหันไปมองเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ฉันว่าคราวนี้เธองานเข้าแล้วล่ะ”