หานหมิงหย่วนพูดออกมาได้แบบนี้ซินเยวี่ยก็พอใจมากแล้ว
เธอโอบกอดเอวของชายหนุ่มไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้างแหงนหน้ามองดวงตาที่ลึกซึ้งราวกับดวงดาวของเขา แล้วพูดอย่างแผ่วเบาว่า“พี่หมิงหย่วน ฉันเชื่อว่าพี่คือผู้ชายที่เหมาะสมกับฉันมากที่สุดตอนนี้ฉันก็ภูมิใจที่พี่รักฉันแล้ว”
คำพูดของซินเยวี่ยฟังแล้วหวานชื่นราวกับกินน้ำผึ้ง
คำหวานไม่ได้มีแต่ผู้หญิงที่ชอบฟังผู้ชายก็ชอบฟังเช่นกัน
การที่ถูกผู้หญิงที่ตนรักเอาใจใส่และชื่นชมเป็นความรู้สึกที่ดีเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากซินเยวี่ยพูดจบหานหมิงหย่วนก็ก้มหน้าลงจูบเธออีกครั้ง
หานหมิงหย่วนไม่เคยคิดเลยว่าการจูบจะเป็นความรู้สึกที่วิเศษเช่นนี้จูบแล้วก็อยากจะจูบอีก
ครั้งนี้ซินเยวี่ยพยายามตอบสนองหานหมิงหย่วนและเมื่อเธอตอบสนอง หานหมิงหย่วนก็จูบอย่างเร่าร้อนยิ่งขึ้น
ทั้งสองคนอยู่ในตรอกนั้นนานมากพวกเขาจูบกันสักพัก แล้วก็กระซิบกระซาบกัน รอให้อารมณ์คงที่แล้วจึงจูบกันอีกครั้ง
เมื่อทั้งสองคนกลับมาจากตัวเมืองในมณฑลถึงบ้านก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว
หานหมิงหย่วนไปส่งซินเยวี่ยที่บ้านก่อนจากนั้นก็ไปคืนรถมอเตอร์ไซค์ที่ยืมมา แล้วค่อยกลับบ้าน
เมื่อเห็นว่าลูกชายกลับมาถึงบ้านช้าเช่นนี้แม่หานก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก
หานหมิงหย่วนวางขนมเปี๊ยะลูกท้อสองห่อและอาหารกระป๋องสองกระป๋องไว้ต่อหน้าแม่หาน“แม่ ของพวกนี้คือสิ่งที่เยวี่ยเอ๋อร์ตั้งใจซื้อมาให้แม่”
แม่หานเหลือบมองเล็กน้อย แล้วก็ทำสิ่งต่างๆของตนเองต่อ
เมื่อเห็นท่าทีของแม่เช่นนี้หานหมิงหย่วนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ถึงตกลงที่จะให้ตัวเองอยู่กับซินเยวี่ยได้แล้วแต่ก็ยังแสดงท่าทีเย็นชาเช่นนี้
…
ซินเยวี่ยกลับถึงบ้านก็เห็นว่าพี่ชายหลินเต๋อหัวที่ไม่ได้กลับมานานมากำลังสับฟืนอยู่ที่ลานบ้าน เธอจึงดีใจมาก
“พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไร?” ซินเยวี่ยถามด้วยเสียงสดใส
ซินเยวี่ยรู้ว่าพ่อกับแม่จงใจเรียกพี่ชายกลับมาเพื่อร่วมงานหมั้นของตน
หลินเต๋อหัวตอบว่า“กลับมาตอนกินข้าวกลางวันแล้ว เยวี่ยเยวี่ยได้ยินแม่บอกว่าหานหมิงหย่วนพาเธอไปในเมือง สนุกไหม?”
เมื่อน้องสาวได้เจอผู้ชายที่มีอนาคตหลินเต๋อหัวก็ดีใจอย่างมากด้วยเช่นกัน
ซินเยวี่ยหัวเราะ“สนุกมาก”
จากนั้นซินเยวี่ยก็เดินไปหาหลินเต๋อหัวแล้วกระซิบกระซาบว่า “วันหลังพี่ก็พาไฉ่เหลียนไปเที่ยวในเมืองบ้างนะ”
เมื่อได้ยินชื่อไฉ่เหลียน ใบหน้าซื่อๆของหลินเต๋อหัวก็มีร่องรอยของความเขินอายปรากฏขึ้น
ซินเยวี่ยเอาของไปเก็บไว้ในห้องจากนั้นก็เอาของที่ซื้อมาให้พ่อกับแม่ไปไว้ในห้องโถง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นของกินเช่น ลูกอม ขนม ของดอง รวมถึงสบู่ ยาสีฟัน ของใช้ในชีวิตประจำวันเหล่านั้นนอกจากนี้ หานหมิงหย่วนยังซื้อบุหรี่ยี่ห้อหยุนเหมินให้พ่อหลินหนึ่งกล่องอีกด้วย
ด้วยสภาพครอบครัวอย่างบ้านหลินจึงมีโอกาสน้อยมากที่จะได้สูบบุหรี่ยี่ห้อหยุนเหมิน
พ่อแม่หลินดีใจมาก
ยังไม่ได้หมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการหานหมิงหย่วนก็เต็มใจที่จะซื้อของให้ซินเยวี่ย ให้บ้านหลินมากขนาดนี้แสดงให้เห็นว่าหานหมิงหย่วนนั้นชอบซินเยวี่ยมากขนาดไหน
ซินเยวี่ยเห็นว่าในบ้านมีม้านั่งตัวเล็กใหม่ถึงสี่ตัวเธอจึงรีบถามว่า “พี่ม้านั่งสี่ตัวนี้พี่ทำเองทั้งหมดเลยเหรอ?”
หลินเต๋อหัวพูดพูดอย่างภาคภูมิใจว่า“แน่นอนว่าพี่ทำเอง นอกจากจะทำม้านั่งได้แล้วพี่ก็ยังทำเก้าอี้กับโต๊ะได้ด้วยเพียงแต่ของชิ้นใหญ่พวกนั้นยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร”
ซินเยวี่ยชูนิ้วโป้งให้หลินเต๋อหัว“พี่เก่งมาก เพิ่งไปเรียนมาได้แค่สองเดือนก็ทำม้านั่งได้ดีขนาดนี้อีกหนึ่งปีพี่ก็คงจะเชี่ยวชาญแล้ว”
เมื่อได้รับการชมเชยจากน้องสาวหลินเต๋อหัวก็ดีใจมาก “ครูบอกว่าพี่เป็นลูกศิษย์ที่เรียนรู้ได้เร็วที่สุดในบรรดาลูกศิษย์ที่เขาเคยสอนมาเพียงแต่พี่ใจเย็นเกินไป ครูก็เลยไม่ค่อยพอใจ”
“ใจเย็นก็ดีแล้ว มีคำพูดว่าช้าๆได้พร้าเล่มงาม” ซินเยวี่ยพูด
สองพี่น้องพูดคุยกันสักพักแล้วจึงเริ่มทานอาหารเย็น
เนื่องจากหลินเต๋อหัวกลับมาแถมซินเยวี่ยกำลังจะหมั้นหมายแม่หลินจึงทำอาหารเย็นมื้อนี้อย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษมีผัดมันฝรั่งรสเปรี้ยวเผ็ดและผัดพริกกับไข่ที่ซินเยวี่ยชอบกินปกติแล้วแม่หลินจะใส่ไข่แค่ฟองเดียว หรือบางครั้งก็สองฟองแต่คราวนี้ใส่ไปถึงสี่ฟอง นอกจากนี้ยังมีผัดถั่วแขกกับหมูและเต้าหู้หม่าโผ
เนื่องจากซินเยวี่ยชอบกินข้าวแม่หลินจึงหุงข้าวสวยในมื้อเย็นนี้
คนในครอบครัวกินอาหารกันไปคุยกันอย่างสนุกสนาน
ซินเยวี่ยเล่าสิ่งที่ตนพบเจอในเมืองให้พ่อแม่และพี่ชายฟังก่อนจากนั้นหลินเต๋อหัวก็เล่าประสบการณ์ต่างๆในช่วงที่ไปเรียนเป็นช่างไม้ที่หมู่บ้านต้าไหวซู่ให้ทุกคนฟัง
หลังจากกินอาหารเสร็จซินเยวี่ยก็รีบเก็บกวาดโต๊ะ แล้วพูดคุยกับพ่อแม่และพี่ชายสักพักเธอจึงกลับไปยังห้องของตน
หลังจากจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดแล้วซินเยวี่ยก็หยิบหนังสือออกมาอ่าน แต่เมื่อใดที่จิตใจสงบลงเธอก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงภาพที่ตนกับหานหมิงหย่วนโอบกอดและจูบกันในตรอกทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าก็จะร้อนผ่าว แถมหัวใจยังเต้นเร็วอีกด้วย
เมื่ออ่านหนังสือต่อไม่ได้ซินเยวี่ยจึงหยิบสมุดบันทึกออกมาเขียน
ในสมุดบันทึกซินเยวี่ยสามารถเขียนความรู้สึกที่แท้จริงของตนที่มีต่อหานหมิงหย่วนได้อย่างตรงไปตรงมา