หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กที่แสนอบอุ่น หลินซูหว่าน ไม่รอช้าที่จะใช้เงินทุนก้อนสุดท้ายที่ได้มาจากตระกูลหลินในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอตัดสินใจเปิดร้านขนมหวานสไตล์โฮมเมดเล็กๆ ที่หน้าบ้าน โดยใช้สูตรลับของคุณแม่ผู้ล่วงลับที่เคยสอนเธอไว้
"แม่จ๋า ดูสิ! เสี่ยวเป่าวางตุ๊กตากระต่ายไว้ตรงนี้ จะได้มีลูกค้าเยอะๆ นะจ๊ะ" หนูน้อยเสี่ยวเป่าในชุดเอี๊ยมสีชมพูดูร่าเริงผิดกับตอนที่อยู่บ้านตระกูลหลินลิบลับ
เสี่ยวเป่าแอบเอามือป้อมๆ ลูบไปที่ป้ายหน้าร้านที่เขียนว่า "ร้านขนมหวานนำโชค" แล้วนึกอธิษฐานในใจ 'ขอให้ใครก็ตามที่เดินผ่านร้านนี้ รู้สึกอยากกินขนมของแม่จ๋าจนทนไม่ไหว และขอให้ความหอมของขนมลอยไปไกลๆ เลยนะจ๊ะ!'
ทันใดนั้นเอง กลิ่นแป้งนวลหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นดอกมะลิและกะทิสดก็ดูเหมือนจะทวีความหอมขึ้นอย่างรุนแรง มันไม่ได้ลอยไปตามลมธรรมดา แต่ดูเหมือนจะมี "ทิศทาง" ของมันเอง
พรของหนูน้อย และกระแสที่หยุดไม่อยู่
เพียงแค่วันแรกที่เปิดร้าน เื่ประหลาดก็เกิดขึ้น ลูกค้าคนแรกคือชายวัยกลางคนที่ดูเคร่งเครียดเพราะเพิ่งตกงาน เขาเดินเหม่อลอยผ่านมาแต่จู่ๆ ก็ถูกกลิ่นขนมดึงดูดจนต้องซื้อขนมถ้วยตะโก้ไปหนึ่งกล่อง
"อืม... รสชาติเหมือนที่แม่ผมเคยทำเลย" ชายคนนั้นพึมพำ น้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน แต่ที่แปลกกว่านั้นคือ ทันทีที่เขาก้าวออกจากร้าน โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น—บริษัทที่เขาเคยไปสมัครงานไว้โทรมาเรียกตัวเขาเข้าทำงานทันที!
"โชคดีจริงๆ! ร้านนี้ขลังจริงๆ ด้วย!"
ข่าวแพร่กระจายไปปากต่อปากราวกับไฟลามทุ่ง ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง "ร้านขนมหวานนำโชค" ก็มีแถวยาวเหยียดออกมาถึงนอกถนน ซูหว่านมือเป็ระพะพันกับการตักขนม เธอแปลกใจมากที่จู่ๆ ธุรกิจของเธอก็รุ่งเรืองขนาดนี้
"เสี่ยวเป่าลูก ไปหยิบถุงกระดาษมาให้แม่หน่อยจ้ะ" ซูหว่านเหงื่อซึมตามไรผมแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างที่ไม่เคยมีมาห้าปี
จังหวะที่หัวใจเกือบหยุดเต้น
เย็นวันนั้น มู่เฉิง ที่เพิ่งกลับจากการประชุมอันเคร่งเครียดและเบื่อหน่ายกับการถูกจับผิดจากคุณท่านมู่ เขาตัดสินใจลงจากรถก่อนถึงคอนโดส่วนตัวเพื่อเดินสูดอากาศเย็นๆ ในย่านนั้นเพียงลำพัง โดยสั่งให้เลขาฉินเอารถไปเก็บก่อน
เขาสวมเพียงเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนและสูทพาดบ่า ท่าทางที่ดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรทำให้คนเดินถนนต้องเหลียวมอง แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า... จนกระทั่งกลิ่นหอมบางอย่างลอยมาแตะจมูก
มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง แต่มันเป็กลิ่นที่ทำให้เขานึกถึงคืนนั้น... กลิ่นละมุนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดที่เขารู้สึกได้จากกายของหญิงสาวคนนั้น
มู่เฉิงก้าวเดินตามกลิ่นนั้นไปอย่างลืมตัว จนมาหยุดอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของร้านขนมเล็กๆ ที่มีคนมุงดูอยู่ประปรายเพราะร้านใกล้จะปิดแล้ว
"ร้านขนมเหรอ..." เขามองป้ายร้าน "ขนมหวานนำโชค"
ในจังหวะนั้นเอง ซูหว่านก้มลงเก็บของใต้โต๊ะพอดี ทำให้มู่เฉิงมองเห็นเพียงแผ่นหลังบางๆ ของเธอ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาถึงกับชะงักคือเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอยู่หน้าร้าน หนูน้อยเสี่ยวเป่ากำลังพยายามะโคว้าผีเสื้อสีทองตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะลอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ
มู่เฉิงขยี้ตา... เขาเห็นแสงสีทองจางๆ รอบตัวเด็กคนนั้น หรือเขาจะตาฝาดไป?
"เสี่ยวเป่า! เข้าบ้านได้แล้วลูก มืดแล้ว" เสียงหวานใสที่คุ้นหูเหลือเกินดังออกมาจากในร้าน
มู่เฉิงใจกระตุกวูบ เขาเริ่มข้ามถนนไปหาทันที "ขอโทษครับ..."
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวไปถึงหน้าร้าน รถส่งของคันใหญ่ก็แล่นเข้ามาจอดขวางหน้าเขาพอดีเพื่อส่งแป้งกระสอบใหญ่ ซูหว่านที่กำลังจูงมือเสี่ยวเป่าเข้าบ้านจึงไม่เห็นเขา และมู่เฉิงก็มองไม่เห็นเธอผ่านตัวรถ
"คุณครับ! ถอยรถหน่อย!" มู่เฉิงบอกพนักงานขับรถด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
เมื่อรถส่งของเลื่อนออกไป ประตูกระจกหน้าบ้านไม้ก็ถูกปิดสนิทและล็อกกลอนเรียบร้อยแล้ว แสงไฟในร้านถูกหรี่ลง เหลือเพียงความสลัว
มู่เฉิงยืนอยู่หน้าร้านที่ปิดแล้ว มือของเขาสั่นเล็กน้อย เขาลองเคาะประตูเบาๆ "มีใครอยู่ไหมครับ?"
ซูหว่านที่อยู่หลังบานประตูชะงัก เธอได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่ดูมีอำนาจแต่แฝงความอ่อนโยน หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด มันเป็เสียงที่เธอเคยได้ยินในความทรงจำอันเลวร้ายทว่าวาบหวามในคืนนั้น
"ขอโทษนะคะ ร้านปิดแล้วค่ะ รบกวนมาใหม่พรุ่งนี้นะคะ" เธอตอบกลับไปโดยไม่เปิดประตู เพราะเธอยังมีความระแวงในใจต่อคนแปลกหน้า โดยเฉพาะในย่านที่ดูหรูหราแบบนี้
ร่องรอยที่ทิ้งไว้
มู่เฉิงถอนหายใจยาว เขารู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก แต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไป สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างตกอยู่ที่พื้นหน้าร้าน
มันคือตุ๊กตากระต่ายถักตัวเล็กๆ ที่มีชื่อปักไว้ที่หูกระต่ายว่า "เสี่ยวเป่า"
เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมา ััของมันนุ่มนวลและมีกลิ่นแป้งเด็กจางๆ มู่เฉิงเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผูกพันที่อธิบายไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมเขาอีกครั้ง
"เสี่ยวเป่างั้นเหรอ..." เขาพึมพำชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมา
เขากำตุ๊กตาไว้ในมือ แล้วมองเข้าไปในร้านที่มืดมิดอีกครั้ง "ฉันจะกลับมาใหม่... ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอคือใคร"
ในขณะเดียวกัน ภายในบ้าน เสี่ยวเป่าสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากการนั่งเล่น "แม่จ๋า! กระต่ายของเสี่ยวเป่าหายไปไหนไม่รู้!"
ซูหว่านรีบปลอบลูก "ไม่เป็ไรนะลูก เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่หาให้ หรือไม่ก็มีคนใจดีเก็บไว้ให้เราแล้วล่ะ"
เสี่ยวเป่าพยักหน้าพลางนึกในใจ 'ขอให้คนใจดีที่เก็บกระต่ายได้ เป็คนหล่อๆ และใจดีกับแม่ของเสี่ยวเป่านะจ๊ะ!'
โดยที่สองแม่ลูกไม่รู้เลยว่า "คนหล่อ" ที่เก็บกระต่ายได้นั้น กำลังนอนกอดตุ๊กตาตัวนั้นอยู่ในคอนโดหรูที่อยู่ถัดไปเพียงไม่กี่ก้าว พร้อมกับความสงสัยที่เริ่มก่อตัวเป็รูปร่างชัดเจนขึ้นทุกที