“สัญญาณเวทของดราก้อนซอมบี้หายไปแล้วหรือ” ขุนนางขุนหนึ่งกล่าวพลางทุบโต๊ะ “ฉันเสียเงินไปถึงห้าสิบเหรียญทอง เพื่อซอมบี้ห่วยๆที่ไม่สามารถสังหารเ้าชายที่แสนอ่อนแอได้เลยสินะ”
“ใจเย็นก่อน ท่านลอร์ดโรนัล” จอมเวทในชุดดำปิดหน้าตาคนหนึ่งกล่าว เขายืนอยู่เบื้องหน้าลอร์ดผู้จ้างวาน “แถวๆนั้นมีจอมเวทของโรงเรียนมาเกียตระเวนอยู่บ่อยๆ มันอาจจะถูกเล่นงานก่อนจะได้เจอเรนเดลก็ได้ขอรับ”
“งั้นช่วยไม่ได้” ลอร์ดโรนัลกล่าวพลางตบโต๊ะ “ท่านรอนสัน ผู้นำตระกูลราฟบลัดมอบหมายงานนี้ให้กับข้า เห็นทีข้าคงต้องลงมือสังหารเ้าชายเรนเดลด้วยตัวเอง เพราะไม่งั้นคนที่จะหัวหลุด อาจเป็ข้า”
……………………………….
“ต่อไป นักเรียนใหม่ไอริน เชิญเข้ามาได้”
เสียงประกาศของเ้าหน้าที่สาวคนหนึ่ง กล่าวเรียกไอรินซึ่งตอนนี้อยู่แถวหน้าสุด เธอกำลังรอเข้าไปัักับลูกแก้วขนาดใหญ่ ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสองเมตร ตั้งตระหง่านในอาคารแก้วขนาดเล็ก
เรนเดลสังเกตุว่าไอรินหลับตาก่อนจะแตกลูกแก้ว แค่เพียงไม่ถึงสามวินาที เธอก็ลืมตาขึ้นมา สีหน้าของเธอดูเคร่งเครียด ก่อนเธอจะสูดหายใจลึกๆ แล้วเดินออกมาอย่างมั่นใจ วงเวทสีแดงลอยอยู่บนหัวเธอ ราวกับว่าจะประกาศว่าตัวของเธอนั้น ถนัดธาตุอะไร
“นักเรียนใหม่ไอริน ได้รับการพยากรณ์จากคัมภีร์พระเวท ว่าเป็ธาตุไฟ” เ้าหน้าที่ดูแลการสัมภาษณ์ครั้งนี้ประกาศ มีเสียงนักเรียนและผู้ปกครองที่มางานปรบมือแสดงความยินดีพอเป็พิธี
ที่มือของเธอซึ่งััลูกแก้วอยู่ ปรากฏแหวนสีเงินที่มีทับทิมเม็ดโตสีแดงประดับอยู่บนนิ้วกลาง เรนเดลมองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าไอรินได้รับอาวุทย์เวทมนตร์ติดมาจากศิลานักปราชญ์ด้วย
เ้าหน้าที่ดูแลการสัมภาษณ์เชิญไอรินไปยังมุมต่อไป แต่นักเรียนที่รอคิวัักับศิลา ยังไม่มีใครเห็นว่าพวกเขาหรือเธอไปที่ไหน
“เวลาในนั้นกับภายนอกไม่สัมพันธ์กันสินะคะ” โคโตโนฮะซึ่งอยู่หน้าเรนเดลกล่าว ก่อนที่เธอจะถูกขานชื่อเป็รายต่อไป “เราถึงได้เห็นเขาััแค่ลูกแก้ว แต่ความจริงเขาอาจอยู่ในอีกมิตินับชั่วโมง”
“ฉันก็ว่าอย่างนั้น” เรนเดลกล่าวทิ้งท้ายหลังจากโคโตโนฮะต้องไปสัมภาษณ์ กรณีของโคโตโนฮะ แค่หลับตาแล้วแตะกับลูกแก้วเท่านั้น เธอก็ลืมตาขึ้นมา พร้อมกับวงเวทสีเหลืองลอยอยู่เหนือหัวของเธอ
“นักเรียนใหม่โคโตโนฮะ ได้รับการพยากรณ์จากคัมภีร์พระเวท ว่าเป็ธาตุสายฟ้า” เ้าหน้าที่ป่าวประกาศ เรนเดลสังเกตุสีหน้าผิดหวังของโคโตโนฮะได้ มือที่เธอใช้ััลูกแก้วมีดาบสั้นแบบญี่ปุ่น ที่เรียกว่า “วากิซาชิ” ติดออกมา เป็ดาบที่สั้นกว่าคาตานะ ดูท่าจะเป็อุปกรณ์เวทประจำตัวของเธอ
“ต่อไป เรนเดล เชิญเข้ามาได้”
เสียงเรียบเฉยกล่าวเรียกเรนเดล เรนเดลเดินไปอย่างรวดเร็ว เขาทำเหมือนทุกคน นั่นคือการหลับตา ก่อนจะเอามือนาบลงบนศิลา และสติของเขาก็ตกสู่ห้วงมิติของศิลานักปราชญ์
“สวัสดี อาร์กัส เวอร์มิเลี่ยน”
เสียงทุ่มต่ำของลูกแก้วดังเข้ามาในจิตสำนึกของเรนเดล
“อาร์กัสตายไปแล้ว” เรนเดลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เหลือเพียงเจตนารมณ์ของเขา ที่เรนเดลคนนี้ต้องสืบสานต่อ”
“นี่เป็ครั้งแรก ที่ข้าต้องมาสัมภาษณ์มนุษย์คนเดิมถึงสองรอบ ดูท่ามหาเวทสะบั้นมิติ จะเล่นอะไรตลกๆกับเ้าสินะ”
“ข้าเองก็ไม่อาจรู้ได้” เรนเดลตอบกลับ “ว่าแต่ไหนๆเ้าเองก็รู้ว่าข้าคืออาร์กัส รอบนี้ข้าเองก็หวังอะไรที่ทัดเทียมกับชาติที่แล้วล่ะนะ ขอตรามหาเวทกัมปนาท ที่สลักลงบนร่างแบบชาติที่แล้วได้มั้ย”
“ไม่ได้” ศิลานักปราชญ์กล่าว “เ้าซึ่งเกิดใหม่ในชาตินี้ มีธาตุเอกลักษณ์ประจำตัวคือธาตุแสง ตราที่จะเร่งพลังของธาตุมืดจนถึงระดับสูงสุด ใช้ไม่ได้กับเ้า”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขออาวุธที่ทัดเทียมกับชาติที่แล้วก็ได้” เรนเดลกล่าวต่อรอง “ข้า้าทำภารกิจเมื่อชาติที่แล้วให้ลุล่วง ข้าจะสังหารพวกต่างดาวให้หมดไป ถือว่าเ้าช่วยข้าแล้วกันนะ ศิลานักปราชญ์ ไม่สิ คัมภีร์พระเวท”
“อาร์กัส ไม่สิ เรนเดลที่เกิดใหม่เอ๋ย ของที่ทัดเทียมกับเ้าเมื่อชาติก่อน เ้าได้มันไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนที่เ้าต้องพิสูจน์ตัวเองต่อหน้ามนุษย์ที่ชื่อว่าเบน เดวิดสัน เ้าได้มหาเวทถึงสองสายเลยนะ ยัง้าอะไรอีกหรือ”
“แต่นั่นเป็เจตนารมณ์ของมหาเวททั้งสองเองนี่” เรนเดลกล่าว “ดังนั้นข้าก็ควรจะได้รับสิทธิของข้า ตามแบบที่นักเรียนคนอื่นได้รับมิใช่หรือ”
“งั้นก็ได้ เรนเดล จากการประเมินของข้า เ้านั้นสมบูรณ์แบบไปเสียทุกด้าน มีจิตใจช่วยเหลือผู้คน ข้าจะมอบคฑานักเวทสำหรับธาตุแสงให้ล่ะกัน”
“ไม่เอา” เรนเดลกล่าวเสียงแข็ง
“ไม่มีใครปฏิเสธข้าได้ ข้ามองทะลุออกหมดว่าภายในตัวของเ้าเหมาะสมกับอะไร”
“แต่ข้าปฏิเสธได้ เพราะเ้าบอกข้าแล้วนี่ ว่าข้าสมบูรณ์แบบ” เรนเดลกล่าวย้อนคำที่อีกฝ่ายเคยพูดเอาไว้ ทำเอาศิลานักปราชญ์รู้สึกลำบากใจ
“งั้นเ้า้าอะไร หากมันไม่ขัดแย้งกับพลังในร่างของเ้า ข้าจะมอบให้”
“ข้า้าอาวุธ อาวุธที่สามารถสู้ได้ทุกระยะ ทั้งประชิด และช่วยส่งเสริมการร่ายเวท เ้าจัดให้ข้าได้ไหม คัมภีร์พระเวท”
“เ้านี่ช่างละโมบเสียจริง” ศิลานักปราชญ์หรือคัมภีร์พระเวทกล่าว “มีมหาเวทถึงสองสาย ยัง้าสุดยอดศาสตราอีก ข้าจะมอบหอกแห่งดวงอาทิตย์ให้เ้าแล้วกัน”
“ไม่คุ้นหูเลย” เรนเดลกล่าวด้วยความสงสัย “หอกแห่งดวงอาทิตย์ ชื่อโคตรโบราณเลย อาวุธเวทยุคก่อนประวัติศาสตร์หรือไงกัน”
“จะว่าแบบนั้นก็ได้ มันเก่าแก่กว่าตรามหาเวทกัมปนาทที่สลักลงบนอกของเ้าเมื่อชาติที่แล้วเสียอีก มันจะเป็หอกหากเ้าจะต่อสู้ด้วยกำลัง และจะเสริมพลังเวทให้เ้า”
“เสริมที่ว่านี่ยังไง เน้นร่ายเร็วขึ้น หรือแรงขึ้น ถ้าเร็วขึ้นไม่เอานะ ข้าร่ายโดยไม่ต้องท่องบทเวทได้ น่าจะไวพออยู่แล้ว”
“ข้าล่ะเหนื่อยใจจริงๆ” ศิลานักปราชญ์กล่าวด้วยเสียงเบื่อหน่าย “มันทั้งเพิ่มความเร็วในการร่ายเวท และเพิ่มความแรงด้วย พอใจหรือยัง จะบอกให้นะ อาวุธทุกชิ้นที่ข้าให้จอมเวททุกๆคน สามารถใช้ได้ชั่วชีวิตของพวกเขา เป็อาวุธที่ดีที่สุด ที่ไม่ต้องหาใหม่อีกเลย”
“แต่ก็สืบทอดไม่ได้นี่” เรนเดลกล่าวเสียงงอน “เพราะเ้ามีข้อแม้ว่าเมื่อเ้าของอาวุธที่เ้ามอบไว้ได้ตายลง เ้าจะริบอาวุธคืนทันที ส่งผลให้มันไม่สามารถใช้เป็มรดกตกทอดได้”
“ก็ถูกแล้วนี่ ข้าให้ไปเลยเสียที่ไหน เมื่อคนๆนั้นตายลง ข้าก็ต้องริบคืน เพื่อที่จะมอบให้จอมเวทรุ่นใหม่ในภายภาคหน้า ศาสตราวุธทั่วทั้งจักรวาล ข้าไม่ได้ผลิตได้เองหรอกนะ”
“และมหาเวทกัมปนาทของข้า ตอนนี้มีใครอยู่หรือไม่” เรนเดลเอ่ยถามสิ่งสุดท้ายที่เขาสงสัย แต่ทว่าเขาไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ หัวของเขาขาวโพลนไปหมด
“นักเรียนใหม่เรนเดล ได้รับการพยากรณ์จากคัมภีร์พระเวท ว่าเป็ธาตุแสง และธาตุมืด”
ทุกๆคนรอบบริเวณต่างส่งเสียงร้องด้วยความใ บางคนเดินเข้ามาดูให้ชัด เรนเดลเมื่อฟื้นจากการส่งกลับ เขาก็เงยหน้ามองตามเสียงประกาศทันทีเช่นกัน
วงเวทสีรุ้งของธาตุแสง และสีดำของธาตุมืด ลอยอยู่บนหัวของเขาเพื่อประกาศธาตุเอกลักษณ์ สร้างความฮือฮาให้กับทุกคนอย่างมาก
“นี่ไม่ใช่ธาตุเอกลักษณ์ แต่มันคือทวิลักษณ์ ผู้ถนัดเวทสองธาตุในตำนาน” นักเรียนคนหนึ่งกล่าวด้วยเสียงตื่นเต้น “ไม่น่าเชื่อว่าจอมเวทในตำนานจะปรากฏตัวขึ้นอีกคนแล้ว”
“เมื่อเช้าก็คนนึง ตอนเย็นก็อีกคน ปีนี้รวมสุดยอดตำนานหรือไงวะนั่น” นักเรียนคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอิจฉาตาร้อน “แบบนี้ชีวิตดาวเด่นในรั้วโรงเรียนของฉัน จบแล้วแหงๆ”
“มีด้วยหรือวะ ตำนานนี้” เรนเดลกล่าวกับตัวเอง ตัวเขาที่เคยมีชีวิตเมื่อสามร้อยปีก่อน ยังไม่เคยได้ยินตำนานที่ว่า ดูเหมือนจะเป็เื่แต่งใหม่จากใครสักคนแน่ๆ
และที่เขาไม่แปลกใจที่มีคนมีธาตุทวิลักษณ์นอกเหนือจากเขา นั่นก็เพราะว่าเมื่อชาติที่แล้วของเรนเดล มีนักเรียนจำนวนมากที่ถนัดธาตุมากกว่าหนึ่งธาตุ แต่ทว่าความถนัดไม่ใช่ทุกอย่าง ฝีมือเป็ส่วนสำคัญด้วยที่จะช่วยให้คนๆนั้นก้าวหน้า ตัวเขาเองเมื่อชาติที่แล้วที่ได้รับการทำนายว่าถนัดแค่ธาตุมืดธาตุเดียว ยังก้าวขึ้นมาเป็จอมเวทเจ็ดดาราได้เลย
เรนเดลรู้สึกว่ามือข้างขวาของเขาหนักกว่าปกติ เนื่องจากถืออะไรสักอย่าง เขาพบว่ามันเป็คฑาเวทขนาดเหมาะมือสีเงิน ยาวประมาณไม้บรรทัดฟุตเหล็ก มีลูกแก้วสีแดงประดับตรงยอด มองยังไงมันก็เป็คฑาเวทมนตร์
“ไอบ้าเอ้ย ไหนบอกจะมอบหอกให้ฉัน ไอ้ศิลาเฮงซวย” เรนเดลกล่าวอย่างหัวเสีย พลางเอามือทุบศิลานักปราชญ์ด้วยความโมโห จนเ้าหน้าที่ดูแลซึ่งอยู่ข้างๆ ต้องยกมือห้าม
“”เ้าใจว่าคำทำนายธาตุเอกลัษณ์หรืออาวุธอาจไม่ถูกใจนะคะ แต่อย่าใส่อารมณ์กับศิลาเลยค่ะ
“เข้าใจแล้วครับ” เรนเดลกล่าวตอบสั้น ก่อนจะเดินตามไปยังที่เ้าหน้าที่ชี้ มันเป็ทางเข้าไปสู่ห้องเล็กๆ ที่โคโตโนฮะและไอรินเคยเข้าไปก่อนหน้านี้
“น่าสนใจ ไอ้หมอนั่นเป็ใครกันนะ” ชายหนุ่มหน้าตาแก่นแก้วคนหนึ่ง มีผมสีน้ำตาลอ่อนยาวรากไทร ดวงตาสีเขียวราวกับมะนาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ถึงได้มีธาตุทวิลักษณ์เหมือนกับฉันผู้นี้”
“เ้าชายเรียวจิ กระหม่อมคิดว่าพระองค์ควรจะกลับวังได้แล้วพะยะค่ะ อยู่นานกว่านี้หม่อมฉันกลัวพวกอริจากอาณาจักรอื่นมันจะจำท่านได้”
องครักษ์หนุ่มผมบลอนด์ทอง ดวงตาสีม่วงเข้มเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง เขาอยู่วัยเดียวกันกับเ้าชายเรียวจิ แต่ทว่ากลับดูเป็ผู้ใหญ่กว่า นามของเขาคือฮายาโตะ
“รอไอ้หมอนั่นออกมาก่อนได้ไหม ข้า้าทักทายมันเสียหน่อย ถ้าหากถูกใจอาจได้เพื่อนใหม่ หรืออาจจ้างมาเป็ทหารคุ้มกันเพิ่ม”
“ถ้าเกิดเขาเป็ลูกหลานตระกูลขุนนาง คงไม่สนใจข้อเสนอท่านหรอก” องครักษ์ฮายาโตะกล่าวแย้งให้เ้าชายของเขาปฏิเสธ “และก็คงจะเป็เช่นนั้น สามัญชนธรรมดาแทบจะไม่มีใครมาเรียนที่นี่หรอกครับ เพราะค่าเทอมแพงเกินกว่าพวกเขาจะจ่ายไหว ต่ำสุดก็พวกเศรษฐีหรือพลเมืองของสาธารณรัฐเหยี่ยวดำ พวกที่ไร้ตำแหน่งขุนนาง ไม่เหมือนกับที่อื่นๆเขา”
“เจอตัวซะทีนะ เ้าชายเรียวจิจากจักรวรรดิัทอง” เสียงทุ้มต่ำราวกับเจอศัตรูคู่อาฆาตกล่าวจากด้านหลังของเรียวจิ “นึกว่าหัวหดกลับจักรวรรดิตัวเองไปเสียแล้ว”
“โอ้ นึกว่าใคร” เ้าชายเรียวจิหันกลับไปมองด้วยสายตาท้าทาย ดวงตาสีเขียวมะนาวของเขาส่อแววกวนอีกฝั่ง เบื้องหน้าของเขาคือชายหนุ่มร่างแกร่งราวกับนักกล้ามที่เข้าฟิตเนสเป็ประจำ
“ข้าจะขอสะสางบัญชีแค้นกับท่านเลยแล้วกัน ที่กล้ามาหลีเจ็มม่า คนที่ข้าหมายปอง”
“ใจเย็นก่อน บุตรชายของดยุคเฟอร์ดินาน คุณชายฟรานซ์ แห่งอาณาจักรหมาป่าเทา” เรียวจิกล่าวเสียงกวนๆ เขายิ้มที่มุมปากไม่หยุด “เจ็มม่าคนที่ท่านชอบฝ่ายเดียว นางเป็คนเริ่มก่อนนะ นางหลงเสน่ห์ข้าอย่างหัวปักหัวปำเลยล่ะ ข้าในฐานะลูกผู้ชายก็ต้องสนองนางหน่อยสิ”
“อภัยให้ไม่ได้” ฟรานซ์นักกล้ามกำหมัดแน่น แววตาเขาเต็มไปด้วยความแค้น “เพราะท่าน บัตรชมละครเพลงโอเปร่าที่ข้าซื้อจึงสูญเปล่า นางเลือกไปชมละครบนสกีน้ำแข็งกับท่านแทน อภัยให้ไม่ได้”
“ไม่รู้หรือว่างานอดิเรกของเจ็มม่าคือเล่นสกีน้ำแข็ง” เรียวจิกล่าวพลางหัวเราะแบบกวนๆ “ถ้าให้เลือก นางก็ต้องเลือกดูสิ่งที่ตัวเองชอบสิ”
วงเวทสีแดงธาตุไฟในมือของฟราซ์ปรากฏขึ้น เช่นเดียวกับวงเวทสีน้ำตาลธาตุดินในมือของเรียวจิปรากฏในเวลาไล่เลี่ยกัน
“วันนี้ไม่ท่านหรือข้า ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง” ฟรานซ์ะโลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าหาเรียวจิ มือของเขาลุกเป็ไฟ
“ก็ตามใจนะ ยังไงระดับเวทของข้าก็เหนือกว่าเ้า” เรียวจิกล่าวก่อนจะทำท่าพร้อมตั้งรับอีกฝ่าย
“เสียงอะไรน่ะ” เรนเดลกล่าวด้วยความสงสัย เขาได้ยินเสียงการต่อสู้จากข้างนอก
“มีสมาธิทางนี้ คุณเรนเดล” หญิงสาวคนหนึ่งดูก็รู้ว่าเป็อาจารย์กล่าวขึ้น เธอไว้มาดที่ดูสงบนิ่ง อยู่ในชุดคลุมสีขาว เธอนั่งเท้าคางบนโต๊ะ ก่อนจะชี้ให้เรนเดลนั่งลงอีกฟากของเธอ
“เอาล่ะ ขอทราบเวทที่ได้รับการทำนายว่าถนัด และอาวุธเวทประจำตัวด้วย”
“ครับ” เรนเดลกล่าวก่อนจะยื่นคฑาเงินประดับหัวลุกแก้วสีแดงของเขาไว้เบื้องหน้า “ผมถนัดเวทธาตุแสงและมืดครับ เป็รูปแบบการถนัดทวิธาตุ”
“งั้นหรือ คนที่สองของชั้นปีนี้สินะ” อาจารย์ในุดคลุมสีขาวกล่าว “ตามกฏของโรงเรียนเรา จะมอบคำภีร์ระดับสูงให้คนละหนึ่งเล่ม ตามธาตุที่นักเรียนถนัด กรณีที่เป็ทวิธาตุ หรือไตรธาตุที่ปัจจุบันไม่ปรากฏแล้ว เราจะมอบคัมภีร์เวทเพิ่มตามธาตุที่ถนัดให้อีก”
อาจารย์หยิบตำราหนังสือขนาดใหญ่มอบให้กับเรนเดล มันคือหนังสือรายชื่อเวทมนตร์ระดับสูงทั้งเจ็ดสาย ที่โรงเรียนเวทมนตร์มาเกียมี จากที่เรนเดลพลิกหน้าหนังสือดูคร่าวๆ เหมือนว่าที่โรงเรียนแห่งนี้ จะเก็บวิชาเวทเอาไว้มากกว่าห้าหมื่นวิชาเลยทีเดียว
“เลือกเอาธาตุที่ถนัดออกมาอย่างละวิชา” อาจารย์กล่าวพลางเท้าคางต่อ “เลือกที่ตัวเองชอบ และมั่นใจว่าอยากจะฝึกจริงๆ เพราะบางที เธออาจต้องใช้มันไปทั้งชีวิตเลยนะ”
“อาจารย์ครับ ถ้าเราเลือกวิชาอื่นนอกเหนือจากวิชาที่เอกลักษณ์ได้มั้ยครับ”
อาจารย์มองเขาด้วยท่าทีสงสัยทันที เมื่อเรนเดลถามแบบนั้น
“ก่อนหน้าเธอก็มีนักเรียนหญิงคนนึงขอแบบเดียวกันไป แน่นอนว่าฉันไม่ให้ เพราะอะไรรู้มั้ย”
“เพราะธาตุเอกลักษณ์หรือทวิลักษณ์ในตัวเรา จะรีดเค้นพลังในตัวของเราออกมาได้ถึงสิบเท่า ต่างจากธาตุที่ไม่ถนัด ที่ทำให้ตายก็ไม่เกินห้าเท่าใช่มั้ยครับ”
“ก็รู้นี่คะ นักเรียน” อาจารย์กล่าวด้วยน้ำเสียงบ่น “แล้วทำไมยังขอในเื่ที่จะทำให้ตัวเองเสียเปรียบชาวบ้านอีกล่ะคะ”
เรนเดลถอนใจพลางทำท่ายอมแพ้ เมื่อเคยมีคนขอแล้วไม่ได้ เขาย่อมไม่ใช่กรณียกเว้น หากตื้อมากๆอาจเป็ที่รังเกียจของอาจารย์อีก เรนเดลจึงเลือกวิชาของตัวเองออกมาเงียบๆ และเข้าก็ได้มาสองวิชา คือพลังคลื่นลำแสง วิชาโจมตีประชิดของธาตุแสง และเวทดูดดารา เวทมนตร์สายป่วนของธาตุมืด ที่เน้นดูดมานามากกว่าปกติ รวมถึงดุดพลังคนอื่นในระดับเบื้องต้น
“เลือกได้ดีนะ แต่ย้อนแย้งไปหน่อย” อาจารย์พิจารณาวิชาของเรนเดล หลังจากเธอลงไปเลือกที่หอสมุดใต้ดินให้แล้ว “ปกติสายแสงมักจะถนัดการสนับสนุนมากกว่าโจมตีประชิด และสายมืดถนัดโจมตีมากกว่าป่วนศัตรู ว่าง่ายๆก็คือเธอจงใจเลือกคุณสมบัติรองของแต่ละธาตุ เธอคิดอะไรอยู่กันแน่นะ เรนเดล”
“สิ่งที่ผมเลือกอาจแปลกก็ได้” เรนเดลกล่าว “แต่เพราะความแปลกของมันนี่ล่ะ ที่คนอื่นน่าจะนึกไม่ถึง และรับมือลำบาก”
“ถ้าอย่างนั้นขอให้โชคดีกับเส้นทางที่ตัวเองเลือกนะ เ้าชายเรนเดล” อาจารย์ผู้มอบวิชากล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะชี้ให้เรนเดลออกทางประตูหลัง เรนเดลรับเอกสารเกี่ยวกับโรงเรียนที่อาจารย์มอบให้ก่อนจะออกไป มันเป็เอกสารนัดปฐมนิเทศน์ รวมถึงกฏระเบียบต่างๆภายในโรงเรียน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการอยู่หอ เนื่องจากโรงเรียนมาเกียเป็โรงเรียนประจำ
เมื่อออกมาเรนเดลพบว่าไอรินและโคโตโนฮะกำลังนั่งคุยกันอยู่ เพื่อรอเขาออกมา โคโตโนฮะยิ้มรับ ในขณะที่ไอรินทำหน้าบึ้งใส่
“ช้าจังเลยเรนเดล” ไอรินกล่าวเสียงงอน “ไม่มีวิชาในใจเลยหรือไง ถึงใช้เวลาเลือกนานมาก หรือเพราะหาอันที่ใกล้เคียงกับมหาเวทของนายอยู่”
“ก็ไม่เชิงหรอก” เรนเดลกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “แต่ฉันได้รับการทำนายว่ามีพลังทวิธาตุน่ะ เลยต้องเลือกวิชาหลักถึงสองวิชา”
โคโตโนฮะและไอรินต่างรู้สึกใทันที แน่นอนว่าเธอที่อยู่ด้านหลังอาคาร ย่อมไม่เห็นว่าเรนเดลได้รับการทำนายไว้ว่าอย่างไร
“สุดยอดจริงๆเลยนะคะ เรนเดล” โคโตโนฮะกล่าวเสียงเศร้า “มีพร์ แถมยังเป็ทวิธาตุอีก ว่าแต่ธาตุอะไรหรือคะ ที่เรนเดลถนัด”
“ธาตุแสง และก็ธาตุมืดน่ะ” เรนเดลตอบความถนัดธาตุของตน ทำเอาโคโตโนฮะมองด้วยความประหลาดใจ
“เหลือเชื่อมากเลยล่ะค่ะ เป็ธาตุที่คนอย่างฉันอยากถนัดมาทั้งชีวิตเลย แต่ทว่าฉันกลับไม่ได้รับการทำนายถึงสองธาตุเลย วันนี้คงจะเป็วันสุดท้าย ที่ฉันจะได้สวมชุดมิโกะค่ะ”
เนื่องจากโคโตโนฮะ มีแม่เป็มิโกะ นักบวชหญิงแห่งจักรวรรดิัทอง หากเธอได้รับการทำนายว่าถนัดเวทธาตุแสง หรือธาตุมืด เธอจะได้สืบทอดตำแหน่งนักบวชต่อ แต่ทว่าตัวเธอดันได้รับการทำนายจากพระเวทว่าถนัดธาตุสายฟ้า
“จะว่าไปผมยังไม่เคยเห็นโคโตโนฮะใช้เวทสายฟ้าเลยนี่ครับ” เรนเดลกล่าว โคโตโนฮะถอนใจ ก่อนจะยื่นคัมภีร์ของเธอให้เรนเดลดู
“เวททัณฑ์วัชระ เป็เวทส่งเสริมวิชาดาบที่ดีเลยทีเดี่ยวนี่ครับ” เรนเดลกล่าวก่อนจะส่งคืนคัมภีร์กลับไป “ผมเชื่อว่าโคโตโนฮะต้องทำได้แน่ๆ”
“ได้อยู่ค่ะ เพราะฉันเรียนวิชาดาบั้แ่เด็ก” โคโตโนฮะกล่าว “แต่รู้สึกเศร้าจัง ฉันท้าพนันกับพ่อเอาไว้ พ่อฉันบอกว่าถ้าไม่ได้รับเลือกเป็ธาตุแสงเหมือนแม่ ก็ต้องตัดใจจากการฝึกเป็มิโกะ และเริ่มเรียนวิชาดาบอย่างจริงจังเสียที”
“สู้ๆครับ โคโตโนฮะ” เรนเดลกล่าว “ไว้เดี๋ยวว่างๆเรามาฝึกซ้อมการต่อสู้กันก็ได้”
“ว่าแต่นายไปรู้มาจากไหนยะ ว่าเวททัณฑ์วัชระ เป็คล็ดวิชาเวทสำหรับเสริม่กับอาวุธ” ไอรินกล่าวด้วยความสงสัย “หรือไอ้ที่อยู่ในห้องเลือกวิชานาน เพราะอ่านเวทธาตุอื่นด้วย”
ดูเหมือนไอรินจะหาข้อแก้ต่างให้เขาในตัว เรนเดลจึงยิ้มรับ เขาไม่ต้องคิดหาคำแก้ตัวใดๆอีก
“ว่าแต่นายจะไม่ถามฉันหรือไง ว่าฉันได้อะไรมา” ไอรินกล่าวเปิดประเด็นเสียเอง เมื่อเห็นว่าเรนเดลยังไม่ยอมถามเธอเสียที
“ถ้าอยากบอกก็บอกสิ เล่นบทนางเอกหรือไง” เรนเดลกล่าวพลางหัวเราะ ทำเอาไอรินหน้าแดง ก่อนจะลงมือจิกผมเรนเดล และหยิกแก้มของเขา จนโคโตโนฮะต้องห้ามเอาไว้
“อยู่นี่เอง คุณหนูไอริน และเด็กรับฝากเรนเดล”
จู่ๆชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทก็เดินมาใกล้ทั้งสาม ก่อนจะโค้งคำนับให้
“พอดีผมได้รับคำสั่งจากทางตระกูลราฟบลัด ให้มารับคู่หมั้นของท่นฟรังซัวร์กลับวัง หลังจากทำการสอบคัดเลือกที่โรงเรียนเสร็จแล้วน่ะครับ แน่นอนว่าทางตระกูลราฟบลัดใจดีพอจะให้เด็กรับฝากอย่างเรนเดลตามเรากลับบ้านไปด้วย”
ไอรินสังเกตุว่าตรงอกซ้ายของพ่อบ้าน มีตราประจำตระกูลราฟบลัดจริงๆ เป็ตราโล่หมาป่าขนาดเล็ก อยู่บนหยอดน้ำอีกทีหนึ่ง เธอจึงพยักหน้ารับ พลางมองหน้าเรนเดล
“โคโตโนฮะ เราดีใจที่ได้เธอเป็เพื่อนนะ” ไอรินกล่าว “แต่ฉันและเรนเดลต้องกลับบ้านแล้วล่ะ อีกหนึ่งอาทิตย์เจอกันนะคะ ตอนปฐมนิเทศน์”
“ค่ะ ไว้เจอกันนะคะ ส่วนฉันจะทำเื่อยู่หอพักทันทีเลยน่ะค่ะ เพื่อฝึกวิชา” โคโตโนฮะโบกมือลา ก่อนจะยืนส่งเรนเดลและไอรินเดินตามพ่อบ้านไป
“ว่าแต่ทำไมจู่ๆตระกูลราฟบลัด ถึงส่งคนมารับฉันล่ะค่ะ” ไอรินกล่าวด้วยความสงสัย พ่อบ้านหันมามองไอรินก่อนจะยิ้มให้
“คุณหนูฟรังซัวร์เป็ห่วงคู่หมั้นของท่านน่ะครับ และเขาเองก็อยากจะคุยกับเ้าชายด้วย เขาอยากจะแสดงความยินดีกับทั้งสองคน ตอนนี้คนจากในวังที่มาสืบข่าว ป่านนี้คงกระจายข่าวกันทั่วแล้ว ว่าพวกท่านทั้งสองได้รับการคัดเลือกเข้าโรงเรียน”
มีรถม้าหรูรอรับไอรินและเรนเดลไว้แล้ว แต่ทว่ากลับแยกออกเป็สองคัน คันสีเงินนั้นเป็ของไอริน ส่วนสีทองเป็ของเรนเดล เขารู้สึกแปลกใจ และสัญชาตญาณของเขาเตือนให้ระวัง เพราะพวกขุนนางปกติไม่เคยให้เกียรติเขาอยู่แล้ว
“ไม่เห็นต้องแยกคันกันเลยก็ได้นี่คะ” ไอรินกล่าวด้วยความสงสัย “ลำบากพ่อบ้านตระกูลราฟบลัดเปล่าๆ”
“ถึงยังไง เ้าชายก็คือกษัตริย์ผู้ปกครองประเทศ เขาควรได้รับเกียรติสูงสุด” พ่อบ้านกล่าวเสียงเรียบ “เราจึงไม่อาจให้คุณหนูนั่งรถม้าคันเดียวกันกับพระองค์ได้”
ทั้งเรนเดลและไอรินขึ้นรถม้าแยกกัน ก่อนที่รถม้าทั้งสองจะเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันอย่างช้าๆ
“วันนี้จะเป็จุดจบของแก เรนเดล” พ่อบ้านกล่าวกับตัวเองพลางยิ้มเยาะ เขาควบรถม้าของเรนเดลด้วยตัวเอง “ถึงเวลาที่ตำแหน่งกษัตริย์ จะอยู่ในมือของตระกูลราฟบลัดเสียที นายท่านและคุณหนูฟรังซัวร์ รอตำแหน่งนี้มานานเกินทนแล้ว”