ตอนที่ 1
ลำแสงสีทองของเช้าวันใหม่ สาดส่องเข้ามาในห้องปลุกคนขี้เซา ให้ตื่นจากนิทราอันแสนหวานนงค์นภัสดีดตัวลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับบิดี้เีก่อนจะหันไปหยิบเอาโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จอยู่หัวเตียงมาดูเวลา
“ตายแน่ ๆ ไม่แช่แป้งยัยเนยเอ๊ยตื่นสายได้ไงเนี่ย” หญิงสาวก่นด่าตัวเองระหว่างกุลีกุจอลุกจากเตียงวิ่งไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวเตรียมไปทำงานในเช้าวันนี้ เสร็จแล้วจึงลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้านและตรงไปยังห้องครัวเปิดตู้เย็นหยิบเอานมมาหนึ่งกล่องพร้อมกับแซนวิชที่ผู้เป็มารดากำลังทำวางขายหน้าร้านมาหนึ่งชิ้นไปไว้ทานระหว่างการเดินทางไปทำงาน
“ไม่กินข้าวก่อนเหรอเนย กับข้าวเสร็จแล้วนะลูก”คุณราณีะโถามไล่หลังผู้เป็บุตรสาว ก่อนจะส่ายหน้าน้อย ๆด้วยความขบขันเมื่อเห็นเ้าหล่อนวิ่งหางจุกตูด พร้อมกับโบกมือส่งสัญญาณให้นางประมาณว่าไม่กิน
ก็จะให้เธอกินลงได้อย่างไรเพราะตอนนี้มันใกล้ได้เวลานัดหมายกับแฟนหนุ่มเอาไว้แล้วเพราะนี่ถือเป็ครั้งแรกที่เขายอมมารับเธอตรงหน้า ปากซอย และให้นั่งรถไปทำงานพร้อมกัน เป็การเปิดตัวในการคบหากันแบบจริงจังหลังจากที่หลบ ๆ ซ่อน ๆมานานช่างทุลักทุเลเสียจริง
“มาสายไปห้านาที”ธนาธิปมองนาฬิกาขณะเอ่ยบอกแฟนสาวออกไปเสียงเข้ม และใช้สายตามองเธออย่างตำหนิก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดอีกหนึ่งประโยคต่อมา ทำให้กัญญากรที่กำลังจะแกะแซนวิชกินต้องหยุดชะงักการกระทำของตัวเองเอาไว้แค่นั้น
“พี่ไม่ชอบให้ใครถืออะไรขึ้นมากินบนรถมันเลอะเทอะถ้าจะกินก็รอให้ถึงบริษัทก่อนแล้วค่อยกิน”
“ค่ะ”ตอบรับคำของเขา ก่อนจะเก็บแซนวิชยัดใส่กระเป๋า และนั่งตัวตรงมองข้างหน้าโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีกกระทั่งถึงบริษัท
“ทั้งที่นัดกันแล้วเมื่อวาน ทำไมไม่รู้จักเตรียมตัวให้พร้อมและก็ตื่นให้มันเช้ากว่านี้” ธนาธิปต่อว่าแฟนสาวออกไปอย่างตำหนิหลังเดินทางไปถึงบริษัท
“เนยขอโทษค่ะพอดีเมื่อคืนเตรียมทำขนมตาลช่วยแม่จนดึก เลยทำให้นอนตื่นสาย” หญิงสาวกล่าวขอโทษเขาพร้อมกับบอกเหตุผลที่ทำให้เธอต้องนอนตื่นสาย
“ก็พี่บอกแล้วว่าให้ย้ายมาอยู่คอนโดกับพี่แล้วทำไมไม่ฟัง” บอกออกไปเสียงดุ
“จะย้ายไปได้ยังไงคะเรายังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย” ตอบแย้งเสียงเบา และไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดเพราะระหว่างเธอกับเขายังไม่ได้แต่งงานกันหากจะให้เธอย้ายไปอยู่กับเขามันก็ดูไม่ควร
“ตอนนี้ยังไม่แต่งวันข้างหน้าก็ต้องแต่งยังจะต้องกลัวอะไรอีกแล้วอีกสองเดือนข้างหน้าก็เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ” บอกเ้าหล่อนออกไปเสียงเข้ม
“พร้อมเื่อะไรคะ”คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถาม
“ย้ายไปอยู่ภูเก็ตกับพี่เพราะพี่จะย้ายไปรับตำแหน่งใหม่และประจำการที่นั่น”
“ห๊า...เนยทิ้งแม่ไปไม่ได้หรอกค่ะถ้าเนยไปใครจะอยู่เป็เพื่อนแม่ แล้วเวลาแม่มีออเดอร์ลูกค้ามาเยอะๆแม่ทำคนเดียวไม่ไหวหรอกค่ะ” บอกออกไปอย่างให้เหตุผล
“ก็นิวไงนิวจะย้ายกลับมาทำงานที่กรุงเทพแล้วไม่ใช่เหรอ” ถามออกไปอย่างหงุดหงิดก่อนจะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ เมื่อเห็นว่านงค์นภัส ไม่พูดอะไรต่อจากนั้น
“งั้นพี่จะให้เวลาเนยคิดและตัดสินใจอีกสองอาทิตย์ค่อยมาให้คำตอบพี่ หวังว่าคำตอบที่ได้รับมันคงทำให้พี่พอใจ”บอกเ้าหล่อน ก่อนจะเดินไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
นงค์นภัสมองตาแผ่นหลังของแฟนหนุ่มด้วยความรู้สึกหนักอกเพราะั้แ่แรกเริ่มคบกันก็เปิดเผยไม่ได้ พอจะเปิดเผยให้ใคร ๆ ได้รู้จักเขาก็จะให้เธอย้ายไปอยู่คอนโดกับเขาแถมยังจะทำเื่ย้ายเธอไปทำงานที่ภูเก็ตด้วยกันอีกแม้เมื่อครู่เขาจะบอกว่าให้เวลาเธอคิดแต่ประโยคหลังของเขาก็บอกออกมาได้อย่างชัดเจนว่าห้ามเธอปฏิเสธ
นงค์นภัสเดินตามหลังแฟนหนุ่มไปยังแผนกด้วยสีหน้าที่คิดหนัก ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นและมองคนอื่น ๆที่กำลังมองมาทางเธอ พร้อมกับเสียงซุบซิบนินทาหลังจากที่ธนาธิปเดินเข้าไปทำงานในห้องของเขาแล้ว
“ระยะเผาขนเลยนะเฮ้อ”หญิงสาวได้แต่นึกประโยคนี้ในใจ เพราะตอนนี้เธอกำลังตกเป็เป้าสายตาของใครต่อใคร และมันก็ทำให้เธอรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูกกับสถานการณ์ที่เจออยู่ในเวลานี้
“มาทำงานได้แค่สามสี่ปีได้ขึ้นเป็หัวหน้าแผนก เป็ความสามารถล้วน ๆ หรือใช้เต้าไต่ล้วน ๆ กันแน่” อริษาว่าออกไปด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดพร้อมกับใช้สายตามองนงค์นภัสอย่างดูแคลน แต่ทว่าเธอก็ไม่ได้ตอบกลับใด ๆกับคำพูดเ่าั้ เพราะมันเป็สิ่งที่ไม่จริง
กว่าที่เธอจะได้ขึ้นเป็หัวหน้าแผนกเธอก็ทำงานอย่างหนักไม่ได้ใช้เส้นสายใคร ยิ่งเส้นธนาธิปยิ่งอย่าหวังเพราะเขาไม่ชอบเอามาก ๆ กับเื่พวกนี้ เธอเอาใจใส่ต่องานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายเป็อย่างดีไม่ได้เช้าชามเ็ามเหมือนกับคนอื่น ๆที่จ้องแต่จะนั่งหาเื่นินทาชาวบ้านเมื่อมีเวลาว่างมันจึงทำให้เธอได้ขึ้นมาเป็หัวหน้าแผนก แซงหน้าคนที่อยู่มาเก่าก่อน
“เอกสารที่ผมจะเข้าประชุมตอนสิบโมงเสร็จหรือยังครับคุณทิพย์”ธนาธิปถามงานกับคุณทิพวรรณเลขาหน้าห้อง ก่อนจะมองไปยังคนอื่น ๆ ที่กำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทาอย่างเอาเื่แล้วเอ่ยขึ้น
“พนักงานทุกคนในฝ่ายเรารู้ใช่ไหมครับว่าผมนัดประชุมสิบโมงวันนี้”ถามออกไปเสียงเข้ม พร้อมกับจ้องมองไปยังพนักงานแต่ละคนโดยเฉพาะพุ่งเป้าสายตาไปยังกลุ่มคนที่ซุบซิบนินทานงค์นภัสอย่างหมายหัวเอาไว้
“ค่ะผู้จัดการ”ตอบรับคำของเขา พร้อมกับกลั้นยิ้มด้วยความสะใจ
“พีชจ๊ะเอกสารที่พี่ให้แก้เมื่อวานเสร็จหรือยัง”นงค์นภัสหันไปถามงานจากผู้ช่วยสาวของตน
“เสร็จแล้วค่ะหัวหน้า”ภิชญาภาตอบรับคำของผู้เป็เ้านาย ก่อนจะถืองานที่นงค์นภัสสั่งให้เธอแก้ไปให้เ้าหล่อนดู และเดินกลับมาเตรียมเอกสารสำหรับที่จะเข้าร่วมประชุมต่อ
เวลาเดียวกันณ วังภานุภักมนตรี ออกจะดูอลม่านบ้านทรายทองเป็พิเศษเพราะวันนี้หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของวัง จะกลับมาจากอังกฤษหลังจากที่หม่อมราชวงค์อาทิตินันท์ ภานุภักมนตรี เดินทางไปเรียนต่อที่นั่นรวมถึงทำงานหาประสบการณ์หลังเรียนจบเป็เวลาเจ็ดปีเต็ม
ราชนิกุลหนุ่มมองบรรยากาศรอบๆ ตัววังแล้วได้แต่ยิ้มขำพร้อมกับส่ายหน้า หม่อมย่าของตนไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดความเวอร์วังอลังการก็ไม่เคยลดน้อยถอยลง และไม่เคยมีผู้ใดเทียบเทียม เพราะตอนนี้หม่อมท่านได้เกณฑ์เหล่าบรรดาพนักงานมายืนเรียงแถวต้อนรับการกลับมาของหลานชายสุดที่รักราวกับเขาเป็เ้าชายในนิทาน
“ชายพีร์หลานรักของย่า”หม่อมท่านอุทานเรียกหลานชายสุดที่รัก พร้อมกับเดินเข้าไปหาและรั้งร่างแกร่งมาสวมกอดด้วยความคิดถึง พร้อมกับหอมเข้าที่แก้มสากทั้งสองข้างด้วยรักสุดหัวใจ
“สวัสดีครับหม่อมย่าชายไม่ได้เจอหม่อมย่าตั้งนาน หม่อมย่ายังสาวเหมือนเดิมเลยนะครับเนี่ย” ราชนิกุลหนุ่มกล่าวกับผู้เป็ย่าอย่างเอาใจก่อนจะหันไปมองผู้เป็บุพการีทั้งสอง
“สวัสดีครับท่านพ่อหม่อมแม่” กล่าวทักทายผู้เป็บิดามารดา พร้อมกับเดินเข้าไปสวมกอดหม่อมสุปราณีด้วยความคิดถึง
“พี่ชายพีร์พี่ชายพีร์กลับมาแล้ว” หม่อมราชวงค์อทิติยาร้องะโเรียกผู้เป็พี่ชายเสียงดังด้วยความดีใจพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาก่อนที่ราชนิกุลหนุ่มจะอ้าแขนรอรับร่างบางของผู้เป็น้องสาวเข้ามากอด
“หญิงคิดถึงพี่ชายพีร์ที่สุดเลยค่ะ”บอกผู้เป็พี่ชายอย่างออดอ้อนเอาใจ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ได้กลับมามือเปล่าหากแต่มีของที่เธออยากได้ติดไม้ติดมือมาฝากเธอด้วย
“อ้อนขนาดนี้มีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า”หม่อมสุปราณีกล่าวกับผู้เป็บุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อ
“หญิงเปล่าอ้อนพี่ชายพีร์สักหน่อยหญิงก็แค่คิดถึงพี่ชายพีร์จริง ๆ” ตอบผู้เป็มารดาด้วยใบหน้างอง้ำเมื่อพอจะถูกจับทางได้
“เหรอ....งั้นใครกันนะที่โทรไปอ้อนพี่ให้ซื้อเซทเครื่องแต่งหน้าของCharlotte Tilburyมาให้”
“แหมนิดๆ หน่อย ๆเองขนหน้าแข้งพี่ชายพีร์ไม่ร่วงหรอก” ตอบผู้เป็พี่ชายพร้อมกับยิ้มหยิ่งฟันให้กับเขา
“เอาล่ะพ่อว่าชายเดินทางมาถึงเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนก่อนเถอะลูก แล้วตอนเย็นเราค่อยมากินข้าวด้วยกัน”หม่อมเ้าอรรถกรบอกกับผู้เป็บุตรชายก่อนที่ราชนิกุลหนุ่มจะแจกจ่ายของฝากให้กับทุกคนแล้วขึ้นไปพักผ่อนบนห้องตามที่ผู้เป็บิดาบอก