หลังจากมีราชโองการให้องค์ชายเก้าอภิเษกสมรสกับองค์หญิงซู่ลี่แห่งแคว้นิ บรรดาผู้คนในเมืองหลวงล้วนแต่ฮือฮากันภัตตาคารบึงหงส์ที่ปกติก็มีคนมีฐานะเข้าออกกันอยู่เรื่อยๆ กลับมาคึกคักคล้ายตลาดนัดทันตาเห็น
จินวั่งซูก็เป็อีกผู้หนึ่งที่เร่งรุดไปั้แ่ประตูร้านบานแรกเพิ่งเปิดเพื่อจองโต๊ะด้านหน้าระเบียงติดทางเข้าแน่นอนว่า...ตำแหน่งนั้นไม่ว่าผู้ใดจะผ่านไปมา ย่อมเห็นเขาก่อนเพื่อนและเพื่อให้ทุกคนพร้อมจะหยุดยืนคุยคุณชายจินจึงแต่งกายด้วยชุดสีส้มสะดุดตาเป็พิเศษ
‘นี่มันใช่สีที่คุณชายควรใส่ไหมหนอ?’ แม้หลายคนจะรำพึงรำพันเช่นนั้นในใจแต่เมื่อชุดสีส้มอยู่บนเรือนร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้านวลเนียนของจินวั่งซูผู้รูปงามติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของเมืองหลวง กลับชวนให้พิศแล้วพิศอีก
“เ้ารู้เื่นั้นหรือยัง?....”เื่ที่คนผู้นั้นอยากเล่าให้เราฟัง ล้วนขึ้นต้นด้วยประโยคนี้เสมอ
จากนั้นพวกเขาก็ซุบซิบนินทากันสนุกปากที่สนุกอย่างยิ่งก็คือ ข่าวลือที่ว่า องค์หญิงซู่ลี่มีรูปโฉมตามคำจำกัดความว่า“งาม-ล่ม-เมือง” นั้น แท้จริงเป็เพื่อกลลวงของแคว้นเว่ยองค์ชายหานจินเลี่ยงรัชทายาทแคว้นเว่ยกลับนำเพียงหมีขาวเพศเมียตนหนึ่งมาส่งยังวังหลวงแคว้นิเพื่อให้องค์ชายเก้ากลายเป็ราชบุตรเขย
ยิ่งคุยเื่ล้มเหลวของชาวบ้านก็ยิ่งสนุกเื่นี้จึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในยามเย็นที่จินวั่งซูกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดธรรมดาออกไปนั่งยังร้านน้ำชา‘นกกระจิบ’ ที่ชาวบ้านร้านตลาดนิยมไปส่งข่าวสารกันเื่นี้ก็สนทนาสนุกปากไม่ต่างจากภัตตาคารบึงหงส์
“เื่สอดรู้ของผู้คนล้วนมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า” จินวั่งซูได้ทีสั่งสอนจินฉิงอีน้องสาวคนเล็กที่สวมชุดบุรุษออกไปด้วย
“พี่วั่งซูท่านว่า องค์หญิงหานซู่ลี่แท้จริงนางเป็หมีขาวหรือคนกันแน่”จินฉิงอียิ่งฟังก็ยิ่งนึกฉงน จินวั่งซูถึงกับส่ายหน้า เื่เช่นนี้น้องสาวเขาก็ถามออกมาได้
เื่ราวฮือฮานั้นซาลงเมื่อมีสมรสพระราชทานของจวิ้นอ๋องิจิ้นเหอกับฟ่านซิ่วอิงที่จัดงานอย่างยิ่งใหญ่จนกลายเป็งานที่คนทั้งเมืองหลวงล้วนร่วมเฉลิมฉลองเป็เพราะิจิ้นเหอ คือ แม่ทัพผู้เกรียงไกร ห้าวหาญโเี้แห่งแคว้นิที่ปราบทุกแคว้นที่คิดจะบุกเข้ามา หรือแม้กระทั่งเหล่าฏที่หวังจะสร้างความวุ่นวายให้กับบัลลังก์ั
คุณหนูฟ่านที่เป็บุตรีของใต้เท้าฟ่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายชั้นผู้ใหญ่ และยังเป็หลานสาวของฮองไทเฮานับเป็ผู้ที่เคยถูกนินทาทุกหย่อมหญ้ามาก่อนเมื่อครั้งจวิ้นอ๋องเคยปฏิเสธการหมั้นหมาย แต่ภายหลังเมื่อพบว่านางนั้นรูปโฉมปานหยาดฟ้า ความสามารถทุกด้านล้วนเลิศล้ำจวิ้นอ๋องจึงเทียวไล้เทียวขื่อที่คฤหาสน์ของสกุลฟ่านจนได้แต่งงานกับนาง
ระยะนั้นแม้เื่ขององค์ชายเก้าจะเงียบลง แต่ก็ไม่ได้จางหายไป
“ได้ยินหรือไม่ว่าคุณหนูจวนท่านเ้ากรมคลัง ถึงกับไม่เป็อันกินอันนอนเมื่อได้รู้ข่าวองค์ชายเก้า”
“ทำไมเล่า?” ผู้ฟังเองก็แสร้งถาม
“คุณหนูจวนใต้เท้าเหิงอีกเล่า?เลิกตีโพยตีพายเื่องค์ชายเก้าแล้วหรือ?”
เื่ซุบซิบเกี่ยวกับไข้ใจของบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกนำมาพูดเบาๆในวงน้ำชา วงสุราอาหาร ไม่เว้นแต่ละวัน องค์ชายเก้านับว่าอยู่หนึ่งในสิบอันดับแรกของหนุ่มโสดที่หล่อเหลาสมบูรณ์แบบแห่งเมืองหลวง
“เอาเถิดน่าพวกท่าน ยังมีองค์ชายสิบ องค์ชายสิบเอ็ด และองค์ชายสิบสองอีก”
แม้จะมีคำปลอบใจมากมายแต่องค์ชายเก้าที่มีรูปร่างสูงสง่ากว่าใครในบรรดาหนุ่มโสด เครื่องหน้าอันเลอเลิศคิ้วกระบี่ ั์ตาคมปลาบ วิทยายุทธ์สูงส่งความร่ำรวยที่ได้รับการสืบทอดจากครอบครัวมารดานับว่าล่อตาล่อใจพอๆกับฐานันดรศักดิ์ความเป็องค์ชาย จะมีเพียงข้อเดียวที่เหล่าคุณหนูทั้งหลายไม่สามารถย่างกรายเข้าไปหาได้โดยง่าย นั่นคือ ความร้ายกาจของพระมารดา
ถึงกระนั้นก็ยังมีชายารองและชายาเอกที่ถูกตบแต่งด้วยความเห็นชอบของพระมารดาเมื่อไม่ได้ยินข่าวว่า ชายาทั้งสองได้รับความโปรดปราน หญิงสาวทั่วเมืองหลวงต่างยังคงใฝ่ฝันถึงตำแหน่งพระชายาเอกของบุรุษผู้มีคุณสมบัติโดดเด่นผู้นี้
ในอาณาเขตวังอินทรีอันกว้างใหญ่พระมารดาขององค์ชายเก้าอยู่เรือนใหญ่ใกล้เรือนโถงกลางซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินปีกซ้ายของวัง ถัดไปด้านในเป็เรือนของชายาทั้งสองส่วนปีกขวาเลยลึกไปด้านในเป็อาณาเขตหวงห้ามที่มิให้ผู้ใดล่วงล้ำ
“ข้าเคยเข้าไปในตำหนักขององค์ชายเก้า”จินวั่งซูเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่ง
“ท่านเล่าหน่อย?”
“เช่นนั้นอาหารมื้อนี้เ้าจ่าย” หน้าตาของจินวั่งซูดูเหนือกว่าคนทั้งโต๊ะจึงยินดีจะจ่ายเพื่อได้ฟังเื่ในวัง
“ตำหนักองค์ชายเก้าแปลกมากๆมีต้นไม้ปิดบังโดยรอบ มีเสียงคล้ายเสือร้องคำราม หมาป่าหรือหมาจิ้งจอกลอบดูจากในสวน อย่าเรียกว่าสวนเลย ข้าอยากจะเรียกว่า ป่า มากกว่ามีเสียงแมลงร้องระงมทั่ว มิน่า! เหล่านางกำนัลถึงไม่มีแม้สักคน มีแต่องครักษ์”
“ที่ว่าไม่ค่อยโปรดปรานชายาทั้งสองเล่า?”
“คืนอภิเษกสมรสกับชายาก็ยังมีข่าวว่าไม่เสด็จเข้าหอด้วยนะ”
“เช่นนั้นเชียว”
ยิ่งพูดยิ่งฮืออาเื่ซุบซิบนินทาในมุ้งก็ยังกระจายออกมาได้
“หรือว่า?” แต่ละคนทำตาเลิกลั่ก คันปากกันยิบๆ
“หรือว่าแท้จริงแล้ว พระองค์เป็พวกชอบตัดแขนเสื้อ สังเกตสิเวลาเสด็จล้วนไปเฉพาะกับองครักษ์ ที่สำคัญแต่ละคนหน้าตาระดับชายงามทั้งสิ้น” ในที่สุดก็มีผู้กล้าปล่อยความในใจของทุกคนออกมา
เื่พวกนี้ไม่เคยรอดหูรอดตาชาวเมืองที่ฐานะดีและว่างงานไปได้ในเมื่อเหล่าบ่าวไพร่บริวารของแต่ละวัง จวนอำมาตย์ หรือคฤหาสน์ผู้ดีก็ล้วนแล้วแต่ตาโตเมื่อเห็นเงินอีแปะทีละหลายๆ พวง
“หากพวกท่านไม่คิดเสียดายเงิน....จะเต้าข่าวลึกแค่ไหนก็ย่อมได้”จินวั่งซูจอมยุแยงได้กล่าวไว้ และเพราะการสู่รู้สารพัดพวกนี้ทำให้เขาไม่อาจจะเก็บงำความลับใดไว้ในท้องได้ ที่ระบายก็คือ พระชายาเอกวังสามพยัคฆ์สหายโฉดคู่ใจ
“เ้าสืบเื่ในวังอ๋องเก้าหรือยัง?”
หลังพิธีอภิเษกสมรสของิจิ้นเหอหรือชินอ๋องพระองค์ใหม่ไปไม่นานนัก องค์ชายเก้าก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็จวิ้นอ๋อง อีกพระองค์หนึ่งตามหลังองค์ชายสิบสองไปแต่คนทั้งเมืองเรียกองค์ชายสิบสองว่า “จวิ้นอ๋อง” กันไปแล้วจึงเรียกองค์ชายเก้าว่า “อ๋องเก้า” เพื่อให้ชัดเจนว่าเอ่ยถึงผู้ใด
เมื่อแฝดสี่แห่งวังสามพยัคฆ์กำเนิดได้ล่วงเดือนที่สี่จวิ้นอ๋อง ิเฉินกงก็แอบเดินทางไปยังแคว้นจินล่วงเข้าเดือนที่หกของอายุทารกทั้งสี่ กลับเกิดข่าวลือระลอกใหญ่
“องค์หญิงหานซู่ลี่ขอให้ฮ่องเต้ิเร่งการสมรสพระราชทานให้เร็วยิ่งขึ้น”
ข่าวนี้แรงเกินกว่าจะเป็ข่าวซุบซิบทั้งภัตตาคารบึงหงส์ และร้านน้ำชานกกระจิบไม่ว่าโต๊ะใดล้วนแล้วแต่พูดเื่นี้กันทั้งนั้นชาวบ้านต่างร่ำลือกันถึงความใจร้อนขององค์หญิงที่อยากจะท่านอ๋องเก้า
ในขณะที่องค์หญิงหานซู่ลี่เ้าของต้นตอข่าวกลับร้อนใจยิ่งกว่าใคร
“ฮ่องเต้ิทำไมชักช้าเยี่ยงนี้ไม่รู้หรือไรว่า เงินทองของเปิ่นกงหร่อยหรอลงไปทุกวันจะอย่างไรก็ควรอภิเษกได้แล้ว”
-------------------------------------------------------------------------------------
1. เปิ่นกง คำใช้เรียกแทนตัวองค์หญิง
