หลังจากที่พลและกานต์ประคองป้าเนียนเข้าไปพักผ่อนในห้องโถงที่พิมพ์ใจจัดเตรียมไว้ ลานบ้านสวนกลับมาสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เกริกเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนใต้ร่มเงาของต้นหูกวาง เขายกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมาตรงหน้า มองดูรอยเหี่ยวย่นตามวัยทว่ากลับมีกระแสความร้อนผ่าวและแรงสั่นะเืจาง ๆ ไหลเวียนอยู่ทั่วนิ้วมือ
แววตาของวิศวกรเฒ่าฉายแววลึกซึ้ง... ภาพความแข็งแรงในวันนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน คงไม่มีใครเชื่อว่าเขาคือชายแก่อมโรคที่เดินขึ้นบันไดชั้นสองยังต้องหยุดพักหายใจถึงสามหน
ยามนั้น ใน่หกเดือนก่อนเกษียณอายุ เกริกคือ ‘เครื่องจักรเก่ากักขฬะที่รอวันโละทิ้งเป็เศษเหล็ก’ สภาพร่างกายของเขาทรุดโทรมจนถึงขีดสุดจากการโหมงานหนักในห้องควบคุมโรงงานที่อับอากาศและเต็มไปด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องจักรกล แรงดันไฟชีวิตของเขาตกฮวบ หน้าปัดสุขภาพพังทลาย ผลตรวจประจำปีขึ้นไฟเตือนสีแดงกะพริบถี่ ความดันโลหิตพุ่งทะลุ 160 mmHg และค่าน้ำตาลในเืนิ่งอยู่ที่ 120 mg/dL ตลอดเวลา หมอเริ่มขู่เื่ยากระสอบใหญ่และอาการแทรกซ้อนของโรค NCDs
แต่สิ่งที่ทำให้นักคำวณอย่างเขาใจเสียที่สุด คือระบบประมวลผลส่วนกลางของเขากำลังรวนเร เกริกกลายเป็คนหงุดหงิดโกรธง่าย ใครทำอะไรขัดหูขัดตาก็พร้อมจะะเิอารมณ์ใส่ ลูกน้องในโรงงานต่างพากันขยาด มีอยู่คืนหนึ่งที่เขานั่งตรวจงบดุลโรงงาน เขาลองบวกเลขหลักหน่วยในใจแต่กลับทำไม่ได้ สมองมันว่างเปล่าและมืดมิดเหมือนหน่วยความจำ (RAM) ลัดวงจร แม้กระทั่งการตั้งสติคุมสมาธินับหนึ่งถึงสิบในใจ เขายังนับไปไม่ถึงสิบด้วยซ้ำ จิตใจมันซัดส่ายหลุดลอยและโมโหตัวเองจนต้องขว้างปากกาทิ้งทลายโต๊ะทำงาน สายตาที่เคยเฉียบคมระดับมองเห็นความคลาดเคลื่อนระดับไมครอนกลับม้ามัว พร่าเลือนจนมองหน้าพิมพ์ใจ ภรรยาของตัวเองที่เดินเข้ามาส่งนมอุ่นไม่ชัดเจน
ที่เลวร้ายและน่ารังเกียจที่สุดคือระบบระบายของเสียอุดตันโดยสมบูรณ์ ลมหายใจของเขามีกลิ่นอับชื้นเหมือนท่อน้ำเสีย ผายลมและเหงื่อที่ไหลออกมาตามข้อพับมีกลิ่นเหม็นฉุนกึกคล้ายกาวเคมีเน่าเสีย จนพิมพ์ใจต้องคอยเดินฉีดน้ำยาปรับอากาศตามหลัง เส้นผมที่เคยดกดำกลับแห้งกระด้างเหมือนฝอยขัดหม้อ ิัแห้งระแหงเป็ขุยสาก และเวลาที่เดินชนขอบโต๊ะในโรงงานจนเกิดาแเล็ก ๆ แผลนั้นจะอักเสบแดงและหายช้าเป็เดือน ๆ เพราะน้ำเหลืองและเืเหนียวข้นเกินกว่าจะขนส่งสารอาหารไปซ่อมแซมหน้างานได้
"ถ้าเราไม่ปฏิวัติตัวเอง... เราคงอยู่ไม่ถึงวันรับเงินำาญแน่" เกริกในวันนั้นกุมขมับบอกตัวเองในห้องมืด
หลังจากก้าวออกจากโรงงานในวันเกษียณ เกริกไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เขานำพิมพ์เขียวระบบพลศาสตร์ของเหลวและระบบไฟฟ้าเชิงกลมาวิเคราะห์ร่างชีวภาพของตัวเอง เขาทิ้งความเชื่อเดิม ๆ แล้วเริ่มพิสูจน์ศาสตร์ "ชี่กง" ร่วมกับกระบวนการหายใจเปลี่ยนความดันช่องอก เขาเริ่มจากนอนหายใจนิ่ง ๆ บนเตียงเพราะไม่มีแรงยืน สูดลมหายใจเข้าลึกค้างไว้เพื่อสร้างแรงดันไฮโดรสแตติก (Hydrostatic Pressure) บีบไล่น้ำเหลืองและของเสียที่เหนียวข้นออกจากตับและม้าม
ในสัปดาห์แรก กลิ่นตัวและกลิ่นผายลมของเขาทวีความรุนแรงขึ้นจนบ้านแทบแตก แต่วิศวกรอย่างเขารู้ดี... นี่คือสัญญาณว่า "ระบบบำบัดกำลังกระทุ้งขยะทิ้งออกจากเนื้อเยื่อ" พอเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ปาฏิหาริย์เชิงกลก็เกิดขึ้น ลมหายใจเริ่มสะอาดบริสุทธิ์ ผิวพรรณที่แห้งเป็ขุยกลับมาชุ่มชื้น แผลที่เคยเป็หนองเสมือนมีสเตมเซลล์วิ่งมาซ่อมแซมจนเรียบเนียนในสามวัน สายตาที่เคยมัวกลับมาสว่างจ้า และเขาสามารถคิดเลขเร็วในใจได้แม่นยำยิ่งกว่าเครื่องคิดเลข
"พี่เกริกคะ น้ำชาสมุนไพรประจุไอออนได้แล้วค่ะ" เสียงของพิมพ์ใจปลุกเกริกให้ตื่นจากภวังค์ความหลัง ภรรยาคู่ชีวิตเดินยิ้มแย้มถือถาดน้ำชาออกมา สีหน้าของเธอโล่งโปร่งขึ้นมากหลังจากได้ฝึกท่าชี่กงเปิดวาล์วน้ำเหลืองเมื่อครู่
"ขอบใจมากพิมพ์" เกริกรับถ้วยชามาจิบ แววตามุ่งมั่นและเปี่ยมด้วยพลัง "เนียนเป็อย่างไรบ้าง?"
"พี่เนียนหลับไปแล้วค่ะ บ่นว่ารุม ๆ เหมือนพิษไข้กำลังกระทุ้งออกมา" พิมพ์ใจบอกพลางนั่งลงข้าง ๆ
เกริกพยักหน้า ยิ้มอย่างผู้กุมความลับของธรรมชาติ "นั่นแหละถูกต้องแล้ว เมื่อระบบท่อน้ำเหลืองที่อุดตันมาสิบปีเริ่มไหลลื่น ร่างกายจะเร่งขับสารพิษและกรดข้น ๆ ออกมาทางกระแสเืเพื่อเตรียมขับถ่ายออก สภาวะนี้เครื่องยนต์กำลังล้างคราบเขม่า... พิมพ์เตรียมตัวเถอะ ตอนบ่ายนี้เราจะใช้สนามแม่เหล็กจากฝ่ามือช่วยพี่เนียนเคลียร์หน้างานระบบน้ำเหลืองให้โล่งถาวร!"