ชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วย[1]ผ่านไปได้ยินเพียงเสียงสดใสน่าฟังของหลิงจือดังมาจากในห้อง “เถ้าแก่จินแม่นางหลิ่วเอ๋อร์บอกว่าหิวแล้ว ท่านรีบให้คนยกสำรับเข้ามาในห้องเถิด!”
เถ้าแก่จินร่างกายสั่นเทาด้วยความดีใจรีบสั่งให้คนยกสำรับเข้ามาทันที พร้อมกับรีบเดินเข้าไปในห้องนอนลูกสาวตู้เหิงเองก็เดินตามเข้ามาด้วยอย่างงงๆ
ภายในมีเตียงไม้หนานมู่สักแกะสลักลายดอกไม้หนึ่งหลัง้ามีม่านโปร่งสีเหลืองอ่อนปิดไว้ครึ่งหนึ่ง บนเตียงมีเด็กสาวร่างกายอ่อนแอบอบบางนอนอยู่นั่นคือ จินหลิ่วเอ๋อร์
จินหลิ่วเอ๋อร์จ้องมองแต่ตู้เหิงที่เดินเข้ามาแววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และเต็มไปด้วยความเสียดาย
ขณะนั้นหลิงจือที่นั่งอยู่ข้างเตียงกลับยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาจินหลิ่วเอ๋อร์ยังกล่าวปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า “แม่นางหลิงจือท่านช่างน่าสงสารเสียจริง...เฮ้อ...เื่มาถึงขนาดนี้แล้วคงไม่มีทางเลือกอื่น...โถ ชีวิต...”
ตู้เหิงมองภาพตรงหน้าอย่างงุนงง——หลิงจือควรเป็ฝ่ายเกลี้ยกล่อมจินหลิ่วเอ๋อร์ไม่ใช่หรือ?ทำไมจินหลิ่วเอ๋อร์จึงกลายเป็เป็คนปลอบนางไปได้? นี่กำลังแสดงละครอะไรกัน?
ตู้เหิงเดินมายังข้างเตียง ััตัวหลิงจือแ่เบาเอ่ยถามเสียงค่อยว่า “ภรรยา เ้าร้องไห้ทำไมรึ?”
หลิงจือหันกลับมามองด้วยสายตาตัดพ้อทำท่าอึกอักราวกับ้าจะพูดบางอย่างแต่ก็ไม่พูดจินหลิ่วเอ๋อร์ที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่กลับมองมาทางตู้เหิงทอดถอนใจพลางกล่าวเสียงเอื่อย “ช่างน่าเสียดาย…”
ตู้เหิงจ้องมองหญิงสาวทั้งสองอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก
หลังจากทั้งสองออกมาจากบ้านเถ้าแก่จินหลิงจือก็พยายามลากแขนเสื้อตู้เหิงไปทางจุ้ยเซียนจวี
ตู้เหิงกลับหยุดนางไว้ แล้วถามอย่างอดไม่ได้“ภรรยา เ้าทำเช่นไรกัน ถึงทำให้จินหลิ่วเอ๋อร์ยอมทานข้าวได้?”
หลิงจือกลับอุบไว้ไม่ยอมบอก“ไข้ใจย่อมต้องใช้ยาใจรักษา ข้าสั่งยาให้นางแล้ว นางจึงได้หายป่วยอย่างไรเล่า!”
“ยาใจอะไรรึ?” ตู้เหิงเอ่ยถามตาโต
หลิงจือเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้มจากนั้นจึงเข้าไปกระซิบข้างหูตู้เหิงเบาๆ
ตู้เหิงฟังจบก็หน้าเขียว พูดโวยวายเสียงดัง“มิน่าล่ะนางถึงได้มองข้าด้วยสายตาแปลกๆ แถมยังกล่าวว่าน่าเสียดายอีก...เฮ้อทำไมเ้าถึงได้พูดจาไร้สาระเช่นนี้ ใครมีรสนิยมตัดแขนเสื้อ[2]กัน?”
“ข้าเพียงแค่อยากให้จินหลิ่วเอ๋อร์ตัดใจได้เท่านั้นสตรีก็เป็เช่นนี้ เมื่อเห็นหญิงอื่นได้ชายในดวงใจไปก็รู้สึกยอมไม่ได้ แต่หากได้รู้ว่า ชายผู้นั้นมีจิตใจฝักใฝ่เพศเดียวกัน ก็จะค่อยๆ ปล่อยวางไปได้เอง…” หลิงจืออธิบาย
“แต่เ้าก็ไม่ควรกล่าววาจาซี้ซั้วเช่นนี้!มันทำลายชื่อเสียงข้า!” ตู้เหิงขึ้นเสียง
หลิงจือกลับไม่เห็นด้วย “วันๆ เ้าเอาแต่ขลุกอยู่กับนายแซ่เซี่ยคนนั้น ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่า ท่านสองคนอาจจะมีความสัมพันธ์กันแบบ...”
“ไร้สาระ!” ตู้เหิงเอ่ยเสียงเข้ม “ข้ากับพี่เซี่ยเราเป็สหายสนิทกันมาั้แ่เล็ก จะตัดแขนเสื้อได้อย่างไร?”
หลิงจือกลอกตามองบนเอ่ย“ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อรักษาคุณหนูจินอย่างไรเล่า! ไม่ว่าวิธีการจะเป็เช่นไรสุดท้ายนางก็ยอมกินข้าวแล้วถูกหรือไม่? เ้าแค่เสียสละเล็กน้อยใช่เื่ใหญ่โตที่ไหนกัน!”
“ฮึ!” ตู้เหิงส่งเสียงเหอะในลำคอแล้วหมุนตัวกลับทันที “เ้าทำลายชื่อเสียงข้า เป็ดย่างข้าไม่ซื้อให้แล้ว!”
“หมอยาจก งกไปคนเดียวเถอะ! เ้าคนขี้เหนียว!”หลิงจือเดินไปด่าตามหลังเขาไปด้วย
ก่อนมื้อเย็น ตู้เหิงออกไปข้างนอกพักใหญ่สุดท้ายก็กลับมาพร้อมกับอุ้มเป็ดย่างครึ่งตัวมาด้วย
หลิงจือเพิ่งจัดวางชามตะเกียบเสร็จเมื่อเห็นตู้เหิงวางเป็ดย่างครึ่งตัวลงบนโต๊ะก็อดขำไม่ได้
“ถ้าข้าจำไม่ผิด...เถ้าแก่จินให้เงินท่านมา 10ตำลึงเงินไม่ใช่หรือ? เป็ดย่างตัวหนึ่งราคาแค่ 5,000 อีแปะเท่านั้นท่านกลับซื้อมาแค่ครึ่งตัว...นี่มันจะไม่งกไปหน่อยหรือไง…”
ตู้เหิงกลับไม่สนใจพูดพลางฉีกเนื้อเป็ดวางลงบนจาน “เนื้อเป็ดมันเลี่ยน ไม่ดีต่อระบบย่อยอาหารข้าไม่กิน เ้ากินไปคนเดียวแล้วกัน ครึ่งตัวก็คงพอเ้ากินแล้ว! ”
หลิงจือเท้าคางมองสามีหล่อเหลาฝั่งตรงข้ามพลันรู้สึกอบอุ่นในใจ ——เขาเป็คนขี้งกก็จริง แต่ก็งกกับแค่ตัวเองเท่านั้นกับภรรยาที่เก็บมาอย่างนาง เขาดูแลค่อนข้างดีทีเดียว...
ใช่แล้วตู้เหิงพบหลิงจือตอนขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเมื่อเดือนก่อนตอนนั้นนางสลบไสลอยู่ข้างริมลำธาร ร่างกายโชกเื เสื้อผ้าก็ขาดวิ่นไปหมดเห็นได้ชัดว่าคงพลัดตกลงมาจากบนเขา
ตู้เหิงไม่รีรอชักช้ารีบแบกหญิงสาวขึ้นหลังกลับโรงหมอของตนทันที ทุ่มเทรักษานางเต็มที่ สามวันถัดมาหลิงจือก็รู้สึกตัว แต่กลับลืมตานิ่งไม่เอื้อนเอ่ยสักประโยค
เดิมทีตู้เหิงคิดว่านางเป็ใบ้ แต่ใครจะรู้ว่าพอจะทายาที่หลังให้นาง นางกลับเปิดปาก...
“นายมาถอดเสื้อผ้าฉันทำไม? ไอ้สารเลว!คนสมัยก่อนนี่สุดยอดจริงๆ คนเลวยังไงก็เลวทุกยุคทุกสมัยสินะ…”หญิงสาวรัวถ้อยคำที่ตู้เหิงไม่เข้าใจมาเป็ชุด แถมยังกระชากหมอนขึ้นฟาดศีรษะเขาอีกต่างหาก
ตู้เหิงไม่ได้หลบเพียงแค่รีบจับเท้าซ้ายของนางเอาไว้อย่างรวดเร็ว แล้วตวาดเสียงดัง“เลิกขยับไปมาได้แล้ว! กว่าข้าจะต่อกระดูกสำเร็จไม่ใช่เื่ง่าย หากหลุดขึ้นมาเ้าได้พิการแน่!”
หลิงจือได้ยินเช่นนั้น ก็ใจนไม่กล้าขยับ
ตู้เหิงนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างเตียงแววตาเต็มไปด้วยความกล้ำกลืนฝืนทน เอ็ดเสียงดัง “ทำไมแม่นางถึงได้ดื้อเช่นนี้?เ้านอนหายใจรวยรินอยู่ริมลำธารกลางเขา หากไม่ได้ข้าช่วยแบกกลับมารักษาป่านนี้เ้าคงตายไปแล้ว! รู้ไหม? เพื่อที่จะช่วยเ้า ข้าหมดยาสมุนไพรดีๆ ไปตั้งเท่าไหร่? สิ้นเปลืองเงินไปมากแค่ไหน?”
พอพูดถึงเื่เงินใบหน้าหล่อเหลาของตู้เหิงก็ราวกับเขียนคำว่า “ปวดใจ” ไว้บนหน้า
ขึ้นชื่อว่าเป็ชายงามอันดับหนึ่งในตำบลผิงอันรูปลักษณ์ของตู้เหิงนับว่างดงามราวเทพเซียนอีกทั้งยังมีหัวใจพระโพธิสัตว์ที่พร้อมช่วยเหลือสรรพชีวิต ทว่ามีข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือตระหนี่ขี้เหนียว พยายามอย่างหนักเพื่อเงินทุกสลึงทุกตำลึง
แต่นี่ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาใครใช้ให้เขายากจนกันล่ะ?เดิมทีเขาเป็เด็กกำพร้าที่อาจารย์หมอตู้แห่งโรงหมอหรงเหรินถังเก็บมาเลี้ยง ั้แ่เล็กก็ติดตามอาจารย์ไปรักษาผู้คนยังที่ต่างๆ ทั่วตำบลผิงอัน แม้ตำบลเล็กๆ แห่งนี้จะมีผู้คนมากมายแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะป่วย ทั้งสองคนจึงได้แต่อดมื้อกินมื้อ ใช้ชีวิตแต่ละวันไปอย่างกระเสือกกระสน
สามปีก่อนอาจารย์หมอตู้ป่วยและจากไปอย่างกะทันหัน ดังนั้นโรงหมอแห่งนี้จึงเหลือเพียงตู้เหิงหมอหนุ่มเพียงคนเดียวตู้เหิงก็เป็คนจิตใจดี ทุกครั้งที่เจอคนยากไร้ไม่มีเงินจ่ายค่ายา ก็มักจะอดไม่ได้ช่วยบริจาคยาให้ เป็เช่นนี้เรื่อยมา เขาจึงยิ่งจนลงไปอีก
ตู้เหิงนึกเสียดายเงินค่ายา พลางพึมพำเอ่ยต่อ“เ้าคิดว่าข้าอยากดูเ้านักหรือไง? เ้าาแเต็มตัว ถ้าเกิดแผลเป็ขึ้นมายังจะแต่งงานกับใครได้อีก? ไม่ถอดเสื้อผ้าเ้า แล้วข้าจะทายายังไง?อาจารย์ข้าทิ้งบัวหิมะเทียนซานชั้นเยี่ยมเอาไว้ให้ถือเป็สมบัติล้ำค่าของตำบลเชียวนะ ข้าเอามาใช้รักษาเ้าหมดเลยถึงได้ไม่มีรอยแผลเป็เหลือไว้ให้เห็น เ้าไม่เพียงแต่ไม่ขอบใจข้ายังจะมาทุบตีข้าอีก หมากัดหลี่ว์ต้งปิน[3]แท้ๆ เลย!”
ตากลมโตของหลิงจือหันมองขวับ เอ่ยสั่งเสียงดัง“เ้า ส่งกระจกมาซิ!”
ตู้เหิงลุกเดินออกไป ทว่าผ่านไปสักพักกลับยกเพียงอ่างน้ำเข้ามา
“ข้าผู้ชายตัวคนเดียวในบ้านจะมีกระจกได้อย่างไรกัน?” ตู้เหิงพูดพร้อมกับเทน้ำลงไปในอ่าง“เ้าส่องจากในน้ำนี่เอานะ วางใจได้ ใบหน้าเ้าไม่ได้รับาเ็ ยังดูดีอยู่มาก”
หลิงจือก้มหน้ามองในอ่างน้ำ ก่อนจะหัวเราะออกมา“ฮ่าฮ่า...นี่ไม่ใช่ร่างของฉันนี่ จะมองก็มองเถอะย่ะยังไงฉันก็ไม่ได้เสียหายอะไร!”
ตู้เหิงจ้องนาง ก่อนจะส่ายหน้าถอนหายใจ “เฮ้อแม่นางคนนี้หน้าตาดีก็จริง เสียอย่างเดียวสมองไปหมดแล้ว…”
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/29dcc53d184b6208da3a5c6049a2d19e
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจกที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก #readAwrite ด้วยน้า
[1] ชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วย ( 一盏茶的功夫)วิธีบอกเวลาสมัยโบราณของจีนโดยทั่วไปหมายถึงประมาณ 15 นาที คือนับั้แ่ยกน้ำชาเข้ามา จนถึงค่อยๆ จิบจนหมด หรือ่เวลาที่น้ำชาหนึ่งถ้วยเย็นลงจนสามารถดื่มได้
[2] รสนิยมตัดแขนเสื้อ สื่อความหมายถึงรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกัน
[3] หมากัดหลี่ว์ต้งปิน (狗咬吕洞宾)หมายถึง ไม่สำนึกบุญคุณคนที่ช่วยเหลือ