แสงจันทร์ยามดึกสาดส่องลงกระทบชานเรือนระเบียงไม้ไผ่ ‘ธรรม’ นั่งขัดสมาธิจัดระเบียบจิตจนเข้าสู่สภาวะ 'ใจว่างเป็แวบ ๆ' ที่ลึกซึ้งและทอดยาวเป็สายธาร คลื่นสมองเทตาทำงานร่วมกับสมองส่วนหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ เขากำลังนำข้อมูลพฤติกรรมศาสตร์ชุดใหม่ที่เก็บมาจาก ‘หน้างานจริง’ ในออฟฟิศชุมชนเข้ามาวิเคราะห์ระบบความสัมพันธ์ที่ทุจริตทางจิตใจ
"ลุงเกริกครับ..." ธรรมลืมตาขึ้นเมื่อเห็นวิศวกรเฒ่าเดินเข้ามาพร้อมสมุดบันทึก "ผมเพิ่งถอดรหัสปมขัดแย้งใหม่ในบริษัทสตาร์ตอัปของรุ่นพี่ เป็วงจรปิดของ ‘ผู้ปั่นกระแสอารมณ์และผู้สมรู้ร่วมคิดจมทุกข์’ (The Emotional Inflator and Complacent Victim Matrix)"
"ลองกางแผนผังความคิดให้ลุงดูหน่อยซิ" เกริกนั่งลงฝั่งตรงข้าม
ธรรมเปิดหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผังสายพานความคิดและความสัมพันธ์ลวงตา:
"เคสนี้คือ ‘พี่เด่น’ วัย 42 ปี ผู้บริหารสายไอที มีพิมพ์เขียวจิตใจที่เต็มไปด้วย ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิดชนิดปั่นกระแสความกลัว กดดัน ดุด่าข่มขู่ และบ้างานเรื้อรัง’ แกรับบทเป็ **‘ผู้เอาเปรียบ (นักล่า)’** คอยส่งไลน์สั่งงานตอนตีสอง และใช้วาจาประชดประชันกดดัน ‘พี่ปลา’ วัย 29 ปี ดีไซเนอร์สาวในทีม ซึ่งรับบทเป็ **‘ผู้ถูกเอาเปรียบ (เหยื่อ)’** ที่มีพิมพ์เขียวชนิด ‘คิดลบ อ่อนไหวง่าย กลัวตกงาน ตัดพ้อต่อว่าลับหลังแต่สมยอม’... สองคนนี้ทำงานร่วมกันทีไร จะเกิดกิจกรรมทุจริตทางจิตใจและวาจาร่วมกันทันที พี่เด่นจะส่งพลังงานลบปั่นกระแสความกลัว พี่ปลาจะรับกระแสไฟนั้นเข้ามาสปาร์กจนร้องไห้ ซ้อมบทละครเหยื่อผู้ถูกกระทำซ้ำ ๆ ทุกวัน ผลลัพธ์คือ สุขภาพพี่ปลาพังพินาศ ค่าน้ำตาลดีดขึ้น 124 mg/dL ความดันพุ่ง 142/95 mmHg ผิวหน้าแห้งกร้านเป็สิวอักเสบ ระบบกลิมฟาติกไม่ทำงานเพราะสมองตื้อเครียดจัด ส่วนพี่เด่นก็หน้าดำคร่ำเครียด นอนไม่หลับ หลอดเืหัวใจเสื่อมสภาพเพราะสารพิษคอร์ติซอลท่วมตัว"
เกริกพยักหน้าลึกซึ้ง "แล้วนายใช้ระบบวิศวกรรมสติของ Mindset Engineer เข้าไปตัดสวิตช์ทำลายบทละครคู่นี้อย่างไร?"
"ผมเข้าไปปรับจูนความถี่ความคิดของพี่ปลาก่อนครับ" ธรรมขยายความ "ผมบอกพี่ปลาว่า การที่พี่เด่นส่งไลน์สั่งงานหรือดุด่า ไม่ใช่เพราะพี่ไร้ความสามารถ แต่ ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิดชนิดกลัวและสมยอมขาดสติ’ ในหัวพี่นั่นแหละที่เป็คนเปิดประตูให้เขาเข้ามาวางยาพิษทำลายหลอดเืตัวเอง วิธีเปลี่ยนบทคือ ทันทีที่เสียงไลน์ดังขึ้นหรือพี่เด่นใช้วาจากดดัน ให้ขยับลมหายใจ 4-2-5-2 ทำ ‘ใจว่างหนึ่งแวบ’ ตัดสวิตช์ความกลัวและความหม่นหมองทิ้งทันทีใน 3 วินาที เปลี่ยนทัศนคติจากคิดลบแค้นเคืองลงมาสู่ ‘ความเฉยและเข้าใจกลไกกรรม’ มองพี่เด่นเป็เพียงฟันเฟืองที่ชำรุดและกำลังหมุนทลายชีวิตตัวเองด้วยวิบากกรรมของเขา ไม่ใช่เื่ส่วนตัวของเรา แล้วตอบกลับด้วยความนิ่ง สุภาพ ชี้แจงขอบเขตงานและพิกัดเวลาตามจริง"
"แล้วผลลัพธ์หน้างานเปลี่ยนทิศทางไหม?" เกริกถาม แววตาเป็ประกาย
"เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวครับลุง! วันต่อมาพอพี่เด่นเริ่มปั่นกระแสอารมณ์กดดันในที่ประชุม พี่ปลากลับไม่ร้องไห้ ไม่แสดงอาการหวาดกลัว แกนิ่งเฉย หายใจลึกยาว และส่งรอยยิ้มภายในตอบกลับด้วยข้อมูลความจริงและข้อจำกัดของกำลังการผลิตอย่างเป็ระบบ พี่เด่นกระตุกสะดุดลัดวงจรทันที แกแสดงบทนักล่าต่อไม่ได้เพราะ ‘เหยื่อ’ ไม่ยอมปล่อยกระแสไฟความกลัวมาสปาร์กรับส่งบท วงจรอุบาทว์ทุจริตทางอารมณ์ในออฟฟิศแตกสลายทันควัน! ผ่านไปสองสัปดาห์ ดีกรีของจิตใจพี่ปลาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ ค่าน้ำตาลและความดันลดลงมาปกติ นอนหลับลึกชะล้างสมองโปร่งสบาย ส่วนพี่เด่นเมื่อเจอความนิ่งเฉยและเด็ดขาดแบบมีปัญญา แกก็เริ่มลดพฤติกรรมเอาเปรียบลงและเกรงใจพี่ปลามากขึ้น ทัศนคติของทุกคนเปลี่ยนจากลบดิ่งลงมาสู่การคิดตามกลไกมีที่มาที่ไปตามกรรม... ระบบวิศวกรรมคิดตัวนี้รีเซ็ตออฟฟิศให้กลายเป็พิมพ์เขียวพลังงานสะอาดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับลุง!"