บทที่ 8 เสี่ยวต๋า...หมอหญิงสติเลอะเลือน
"วันก่อนฝนก็เพิ่งตกไม่ใช่หรือเหตุใดเช้าวันนี้ถึงยังตกอีกล่ะ จะละโมบเกินไปหรือไม่"
"เื่ของฟ้า มีฟ้าเท่านั้นที่รู้ท่านจะโทษฟ้าโทษฝนไม่ได้นะขอรับ"
กลางป่ากลางเขาที่มีเพียงเสียงฝนกระทบใบไม้และเสียงน้ำไหลตกจากซอกหิน พื้นถนนก็เปลี่ยนสภาพเป็เฉอะแฉะ วางเท้าเหยียบลงแต่ละทีแทบมองไม่เห็นพื้นรองเท้า
"ไยเ้าไม่อุ้มข้า"
"คุณหนูตัวไม่เล็กแล้วนะขอรับ"
หลินหลานหรูชะงักเล็กน้อย"เหตุใดเ้าไม่เรียกรถม้า"
"ฝนเพิ่งตกเส้นทางไม่เหมาะจะสัญจรขอรับ"
"ขี่ม้าก็ได้นี่"
"เช่นนั้นคงกางร่มไม่ถนัด"
"เ้าก็เลยพาข้าเดิน? เฉิงอิ้น! มันมีตั้งร้อยแปดวิธีพาข้าขึ้นเขาโดยไม่เปียกและไม่ต้องลำบากถึงเพียงนี้"
"ข้าคิดได้อยู่วิธีเดียวขอรับ"
หลินหลานหรูเผยยิ้มเงยใบหน้าซีดเซียวมองผู้ติดตาม "เ้าว่ามา"
"หยุดอยู่ในเรือนแล้วรอฝนหยุดตกค่อยออกมาขอรับ"
หลินหลานหรูหุบยิ้มฉับนางเกือบสะดุดหินจนหน้าทิ่ม
จวบจนตอนนี้หลินหลานหรูนึกย้อนไปถึงเื่เมื่อเช้าก่อนออกจากจวนเป็เฉิงอิ้นแอบเตรียมรองเท้าเอาไว้โดยไม่บอกกล่าวนางล่วงหน้าสักประโยค เขาคาดไว้แล้วกระมังว่าต้องเดินเท้า
ถึงอย่างนั้นหลินหลานหรูก็ยังบ้าเดินไปกับเฉิงอิ้นด้วย
หากจะโทษต้องโทษคนขับรถม้าที่หลอกให้ดีใจว่าอากาศเช่นนี้นั่งรถม้าช่างดีแท้ที่ไหนได้รถม้าวิ่งมาได้ครึ่งทางก็ไล่นางลง นิสัยไม่ดี!
"เ้าแกล้งข้า"
เฉิงอิ้นเหมือนจะยิ้มทว่าเขาไม่ได้ตอบอะไรกลับเพียงเอ่ยเปลี่ยนเื่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วพาหลินหลานหรูเดินต่อไป"ข้ามธารน้ำข้างหน้าก็ถึงแล้วขอรับ"
"ยังต้องข้ามธารน้ำข้างหน้าอีกหรือ"พลันโทสะหลายขุมผุดขึ้นมา ดวงตาพร่ามัวด้วยความไม่สบอารมณ์รองเท้าที่เลอะโคลนทำให้ทุกย่างก้าวเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆหลินหลานหรูเดินจนเหนื่อยแล้ว มองเห็นอะไรก็หงุดหงิดไปหมด "เ้าถือร่มดีๆหน่อย!"
"ขอรับ"
...รอเมื่อมาถึงหน้าประตูรั้วต้นไผ่สูงลิ่วสองฟากฝั่งประตูพาดเงาทับพื้นถนนทำให้รู้สึกมืดมนราวกับไม่ต้อนรับแขกนี่คงเป็วิธีที่เหลยเมี่ยวใช้ต้อนรับหลินหลานหรูกระมังเอาละ...นางรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก
ด้านในรั้วที่หลินหลานหรูเห็นคือเรือนยกสูงสองชั้นสามหลังทรงเรียบง่ายปลูกสร้างขึ้นไปตามแนวเขาลาดชัน เน้นบรรยากาศเป็ธรรมชาติให้ความรู้สึกปลอดโปร่งชวนจิตใจสงบมีสะพานไม้ไผ่พาดแขวนเชื่อมตัวเรือนที่ชั้นสองได้อย่างงดงาม
บ่าวชายผู้หนึ่งมองเห็นผู้มาเยือนก็รีบมาเปิดประตูต้อนรับคิดวิ่งกลับไปรายงานเ้าของเรือน ทว่าถูกหลินหลานหรูห้ามไว้
"ฝนตกเช่นนี้ไม่ลำบากเ้าหรอก" หลินหลานหรูแย้มยิ้มบางๆ บ่าวชายผู้นั้นได้ยินก็เดินจากไป
เนื่องจากหลินหลานหรูเคยมาที่นี่บ่อยครั้งจึงคุ้นชินพื้นที่เป็อย่างดี ไม่จำเป็ต้องให้ใครนำทางนางก็มุ่งหน้าไปที่เรือนหลักทันทีโดยพยายามเดินเลี่ยงไม่เฉียดเข้าใกล้เรือนปรุงยาอย่างเด็ดขาด
เมื่อมาถึงเรือนหลักหลินหลานหรูก็ลดฝีเท้าลงเล็กน้อยพลางมองสำรวจภายในเรือน
เหลยเมี่ยวชายวัยกลางคนผู้ขาพิการกำลังนั่งอยู่บนรถเก้าอี้ไม้ มือหนึ่งถือตำราไม้ไผ่ส่วนอีกมือลูบเคราสั้นของตัวเองเล่น ท่าทางสง่าทรงภูมิราวปรมาจารย์กวีเอกผู้ปราดเปรื่องแห่งยุค
หลินหลานหรูจิปากเบาๆเหลยเมี่ยวทำภาพลักษณ์ของเหล่าบัณฑิตจมโคลนในพริบตา นางส่ายศีรษะด้วยรู้สึกละอายใจแทน
ภายในห้องยังมีชั้นหนังสือสองหลังโต๊ะกับเก้าอี้ นั่นอย่างไรที่นางกำลังมองหา มีกาน้ำชาและถ้วยอย่างละใบส่วนกลิ่น...ไม่มีกลิ่นสมุนไพรปะปนในห้อง
หลินหลานหรูถึงกับโล่งอกนางผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ ...ปลอดภัยแล้วข้า
เฉิงอิ้นขมวดคิ้วมองท่าทางลับๆล่อๆ อยู่หน้าประตูของคุณหนู ก่อนเอ่ย "ฮูหยินเหลย ลงเขาไปั้แ่เมื่อวานเย็นวันนี้ก็คงกลับ ท่านเข้าไปอย่างสบายใจเถิดขอรับ"
หลินหลานหรูหันไปขึงตาใส่เฉิงอิ้น"ใครให้เ้าพูดมากกัน ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย"
เหลยเมี่ยวได้ยินเสียงจึงละสายตาจากตำราไม้ไผ่มองมาที่หน้าประตูที่เปิดทิ้งไว้อย่างฉงน ก่อนพบเข้ากับเด็กน้อยชุดน้ำเงินทั้งตัวกำลังถลึงตามองค้อนผู้ติดตาม
เสื้อคลุมกันน้ำของนางมีหยาดฝนหยดติ๋งๆลงบนพื้น ดวงหน้าเล็กซีดเซียวตัดกับหมวกคลุมศีรษะสีน้ำเงิน ไหนจะขอบตาดำคล้ำส่วนตาขาวขึ้นฝ้าสีแดงแต่ไกล มองเผินๆ เหมือนศพเดินได้อย่างไรอย่างนั้น
คนถูกจับได้จำต้องยืดตัวให้หลังตรงยกมือปัดหมวกคลุมศีรษะไปด้านหลัง ก่อนปรับท่าทางให้ดูน่าเกรงขามเชิดหน้ามองตอบเหลยเมี่ยวราวกับนางพญา จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม"อะแฮ่ม...อรุณสวัสดิ์เหลยเมี่ยว"
มุมปากเฉิงอิ้นโค้งยิ้มขึ้นบางๆ คุณหนูกำลังกลบเกลื่อน
เหลยเมี่ยวเห็นหลินหลานหรูยกเท้าก้าวข้ามประตูเดินตรงเข้ามาจะว่าเดินช้าก็ไม่ช้า จะว่ามั่นใจก็ไม่มั่นใจ สรุปแล้วนางเดินเข้ามาอย่างขาดๆกลัวๆ แต่พยายามแสดงให้ผู้อื่นเห็นอีกอย่าง
เหลยเมี่ยวหมุนล้อรถเก้าอี้มากลางห้องแล้วน้ำเสียงไม่ดังไม่เบาก็หลุดออกจากปากชายผู้นี้ "เสี่ยวต๋าลงเขาไปแล้วเ้าวางใจเถิด"
ใบหน้าหลินหลานหรูเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนสีทว่าในใจกลับเต้นแรง เดินมารินชาบนโต๊ะดื่มดับความกระหาย แต่กลับพบว่ามือสั่น"อืม น่าเสียดาย"
สิ้นคำพูดนั้นของหลินหลานหรูเหลยเมี่ยวพลันะเิเสียงหัวเราะลั่น นางพูดว่าอย่างไรหรือ 'น่าเสียดาย' "ข้าอยากให้เสี่ยวต๋าได้ยินเ้าเอ่ยประโยคนี้จริงๆนางคงยินดีจนยิ้มไม่หุบ จับเ้าทดลองยาสิบวันสิบคืนกระมัง ฮ่าๆ"
เดิมทีใบหน้าก็ขาวซีดอยู่แล้วพอได้ยินเหลยเมี่ยวพูดเช่นนี้ หลินหลานหรูยิ่งหน้าซีดราวกับแป้งเผือก "อย่าลำบากดีกว่าข้าไม่อยากรบกวนพวกเ้าสามีภรรยา"
นางกลัวเชียนหลีต๋าจริงๆ
หลินหลานหรูหมุนถ้วยชาในมือพลางเดินสำรวจชั้นหนังสือทั้งสองหลัง รองเท้าหนังเปื้อนโคลนย่ำไปตามพื้นไม้ขัดเงาส่วนปากก็ขยับเอ่ยไปพร้อม "เข้าเื่เลยดีกว่าข้ามาวันนี้เพราะ้าคนจากเ้า เมื่อต้นเดือนก่อนเ้าช่วยผู้ใดไว้ก็ผู้นั้นละที่ข้า้า"
เหลยเมี่ยวชะงักงันรอยยิ้มบนใบหน้าพลันจางหาย "เหตุใดจึง้าเขา"ั์ตาเหลยเมี่ยวเข้มขึ้นอีกสองส่วน"หรือเป็เ้าที่สั่งให้คนสังหารเขา"
หลินหลานหรูผินหน้ามองเหลยเมี่ยวนางนิ่งไปครู่หนึ่งก็หมุนทั้งตัวมองเขาด้วยความประหลาดใจถามนางเช่นนี้คงไม่คิดจะคืนคนรู้จักเย่าเสวี่ยเฟิ่งเพียงแค่เดือนเดียวเขาก็คิดแย่งคนกับนางแล้วหรือ
นางแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างดูแคลนก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างอวดดี ยกมือโบกให้สัญญาณเฉิงอิ้น"เอาตัวเย่าเสวี่ยเฟิ่งไปที่ห้องทรมาน"
เฉิงอิ้นค้อมศีรษะรับคำก่อนหมุนตัวจากไป
ั์ตาเหลยเมี่ยวแข็งกร้าวสีหน้าแสดงให้เห็นชัดว่าไม่พอใจนางอย่างยิ่ง
หลินหลานหรูเองก็จ้องสบตาเหลยเมี่ยวไม่กะพริบยกยิ้มมุมปากพร้อมยักคิ้วให้เขาอย่างท้าทาย
ชายเริ่มแก่อย่างเหลยเมี่ยวปวดหัวเพราะเด็กน้อยนางนี้ทุกครั้งที่พบหน้า มีหนใดบ้างที่นางมาเยือนอย่างปกติจึงรู้สึกปวดขมับตุบๆ
ถึงอย่างนั้นก็ยังคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบยามเอ่ยทว่าฟังแล้วติดจะระอาใจอยู่บ้าง "เขาไปทำอะไรให้เ้าไม่พอใจ"
"ไม่มีเขาทำให้ข้ารู้สึกพอใจมาก" บนใบหน้าหลินหลานหรูประดับรอยยิ้มอยู่ตลอดดวงตากลมโตเป็ประกายล้อเลียนเหลยเมี่ยวอย่างไม่ปิดบัง"...มากจนอยากกำจัดทิ้ง"
"นับเป็สาเหตุที่อยากกำจัดได้ด้วยรึ"
"เ้าไม่รู้ว่าความปรารถนาของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุดไม่พอใจก็กำจัด พอใจมากไปก็กำจัด หากพอดีแล้วก็เบื่อ ...เบื่อแล้วก็กำจัดมีสิ่งใดไม่ได้กัน"
ยามหลินหลานหรูเอ่ย นางวางเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สาใดในสิ่งที่ตนพูดออกไปทั้งยังเห็นชีวิตคนเป็แค่...แค่ถ้วยชาเก่าๆ กระมังจะนำออกมารินชารับรองแขกยังต้องคิดแล้วคิดอีก
"เฮอะ!เพราะในหัวของเ้ามีแต่ตรรกะเช่นนี้ ถึงเป็ตัวอันตรายที่มิควรเฉียดใกล้"เหลยเมี่ยวคร้านจะสน
ถึงพูดไปก็เถียงไม่สู้เด็กน้อยยิ่งต่อปากต่อคำด้วย คนที่ยิ่งโมโหก็คือตัวเอง สุดท้ายก็พ่ายแพ้กับคนอายุมากอย่างเขาถูกเด็กอย่างนางเอ่ยวาจาไม่เคารพ โทสะในใจเกิดง่ายราวกับจุดไฟบนบ่อน้ำมันจะมีประโยชน์อันใดไปต่อว่านาง
ใช่ว่าที่ผ่านมาไม่เคยถือไม้แล้วเข็นล้อรถไล่ตีเพื่ออะไร? เพื่อให้นางแลบลิ้นล้อเลียนที่ไล่จับนางไม่ทันหรือแทนที่จะได้สั่งสอนเด็กให้รู้ความ กลายเป็ว่าตัวเองโมโหจนกระอักเื
หลินหลานหรูทำเป็ไม่ได้ยินที่เหลยเมี่ยวพูดนางหลุบตามองถ้วยชาในมือหมุนมันเล่นไปมาขณะเดินห่างจากชั้นหนังสือมานั่งแหมะบนเก้าอี้กลมจากนั้นค่อยรินชาบนโต๊ะยกขึ้นจิบ พลางช้อนสายตามองเหลยเมี่ยวที่กำลังหัวเสีย
ในที่สุดเหลยเมี่ยวก็ถอนหายใจหมุนล้อรถเก้าอี้ไปหยิบถ้วยชาบนชั้นมาใบหนึ่ง ก่อนหมุนล้อตามหลินหลานหรูมาที่โต๊ะรินชาแล้วส่งให้ตัวเองถ้วยหนึ่งเช่นกัน
หลินหลานหรูเห็นเหลยเมี่ยวไม่เอ่ยวาจาใดต่อนางจึงไม่ล้อเขาเล่นอีก เพียงเอ่ยถามด้วยความสงสัย "แล้วเ้าเล่าเหตุใดเ้าช่วยเขาไว้ ไม่ใช่ว่าพวกเ้าสามีภรรยามีกฎไม่รับรักษาคนพร่ำเพรื่อหรือยิ่งกับผู้ที่มีาแฉกรรจ์ ที่มาไม่แน่ชัด นั่นยิ่งอาจนำภัยมาสู่ตัว"
นางเว้น่เล็กน้อยพลางวางแขนบนโต๊ะแล้วโน้มตัวไปตรงหน้าเหลยเมี่ยวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง "วันนั้นเกิดอะไรขึ้นเหตุใดดึกดื่นแล้วเ้ายังอยู่ในเมือง"
เหลยเมี่ยวเหล่มองเด็กน้อยผ่านทางหางตาในใจคิดไปว่า เฮอะ!พอตอนนี้เ้าจริงจังขึ้นมาได้แล้ว?
พลันเหลยเมี่ยวตวัดมือเขกศีรษะหลินหลานหรูหนักๆ"เ้าๆ เอาแต่เรียกข้าว่า 'เ้า' เ้านั่นแหละหัดมีมารยาทกับข้าบ้าง"
หลังถูกตีทีเผลอหลินหลานหรูก็ะโลุกจากเก้าอี้ ยืนห่างออกไปหลาย่ตัว สองมือยกกุมศีรษะตัวเองอย่างป้องกัน"เหลยเมี่ยว เ้า! เ้ากล้าตีหัวข้า!"
นางขึงตาราวกับพังพอนน้อยเจอคู่ต่อสู้
เหลยเมี่ยวไม่ใส่ใจลอบยิ้มกรุ้มกริ่มไปคนเดียวเงียบๆ ยากนักที่จะตีนางได้สำเร็จยกถ้วยชาลิ้มรสชาติหอมละมุน จากนั้นค่อยเริ่มเล่าเื่ทั้งหมดให้นางฟัง...
"...เื่ก็เป็เช่นนั้น"เหลยเมี่ยวเห็นหลินหลานหรูเท้าคางฟัง พลันหางคิ้วบากของตนกระตุก
กิริยานางช่างไม่ให้เกียรติคนพูดเป็คนฟังที่ไม่ได้เื่ ได้แต่นึกทอดถอนใจไปคนเดียว จะเอาสาระใดกับนางท้ายที่สุดจึงถอนหายใจเอ่ย "เหตุใดหยกของเ้าไปอยู่กับคุณชายเย่า ยามนั้นข้าเพียงเห็นคนเจ็บไม่ได้สงสารจนคิดอยากช่วย แต่หยกของเ้าในมือเขาทำให้ข้าบังคับรถม้าผ่านไปไม่ได้จึงช่วยไว้ แล้วค่อยถามความเอาทีหลัง"
เหลยเมี่ยวหมายถึงหยกสลักดอกไม้ประหลาดสิบสองกลีบของหลินหลานหรูเหตุที่เหลยเมี่ยวรู้ว่าเป็ของนางคงเพราะบนหยกสลักตัวเลขแทนลำดับของตัวคนไว้
ฟังดูแล้วเมื่อลำดับเื่ไปลำดับเื่มา สุดท้ายเป็หลินหลานหรูที่ช่วยเย่าเสวี่ยเฟิ่งไว้นี่มันเหตุผลอันใดกัน
"ข้าทำหยกหาย" นางตอบเหลยเมี่ยวเองก็พยักหน้าเข้าใจ "แล้วหยกเล่าอยู่ที่ใดคืนมาให้ข้าได้แล้วกระมัง"
"มาถามเอาอะไรกับข้า หยกเปลี่ยนมือก็เท่ากับเปลี่ยนเ้าของตอนนี้เ้าไม่ใช่คนของฮวาสิบสองกลีบแล้วกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยมเยี่ยงคุณหนูบ้านอื่นเถอะเลิกแทรกแซงเื่ราวชีวิตผู้อื่นจนใต้หล้าปั่นป่วนได้แล้วเ้าน่ะควรกลับไปฝึกมารยาทให้มากกว่านี้" เหลยเมี่ยวพูดพลางใช้สองนิ้วจิ้มหน้าผากนางภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเอ็นดูที่มีต่อเด็กคนนี้
"เกี่ยวข้องอันใดกับเ้า"
...นั่นปะไรมุมปากเหลยเมี่ยวกระตุกยิกๆ อยากเขกศีรษะเด็กดื้อสักโป๊กเสียแต่ว่าพอนางถูกจิ้มหน้าผากแล้วก็ขยับนั่งห่างออกไปอีกฟากของโต๊ะอย่างระแวดระวัง
"ข้าสอนเ้ายังชอบเถียง เมื่อต้นเดือนก่อนผู้ใดะเิร้านน้ำชากันไม่ใช่เ้าหรอกรึ ยามนี้ทั้งยุทธภพวุ่นวายก็เพราะเ้าสำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะพากันรวมตัวกันที่เชิงเขาเฉินตูในเร็ววันนี้คงได้เคลื่อนทัพไปปราบพรรคมารแล้วเ้าช่างหาเื่ให้ผู้อื่นตายเร็วแท้"
หลินหลานหรูหัวเราะคิก เขี่ยถ้วยชาบนโต๊ะเล่น
"เ้ายังหัวเราะออก? แล้วเป็เช่นไร เพลงพิณของเ้าได้มาแล้วรึ"
หลินหลานหรูส่ายศีรษะเบาๆนางฟังแต่ไม่ตอบโต้ ดีดนิ้วเปาะเดียวถ้วยชาก็กลิ้งขลุกๆ ไปกลางโต๊ะเหลยเมี่ยวเห็นบางอย่างกลิ้งบนโต๊ะก็ใช้มือคว้าไว้มองนางยกมือกอดอกแย้มยิ้มอย่างไม่อินังขังขอบ
เขาไม่วายบ่นนางต่อ"เช่นนั้นเ้าจะวางแผนทั้งหมด ประโคมข่าวให้เล่าลือกันไปเพื่ออะไรมิสู้เอาเวลาไปฝึกมารยาทให้มากสักหน่อย"
นางพยักหน้าแสร้งคล้อยตามอย่างเชื่องช้าพลางพูดยิ้มๆ "เหลยเมี่ยว มารยาทข้าไม่ได้เลวร้ายถึงเพียงนั้นกระมังข้าไม่พูดกับเ้าแล้ว ประโยคใดก็ลงท้ายแต่ให้ข้าไปฝึกมารยาทที่เ้าเห็นข้าเป็เช่นนี้ นั่นเพราะข้าเลือกปฏิบัติต่างหากล่ะ"
"บ๊ะ!" เหลยเมี่ยวตบโต๊ะ
พลอยทำให้หลินหลานหรูสะดุ้งไปด้วยก่อนจะปรับสีหน้าให้ปกติแล้วเอ่ยต่อ "เอาน่า ตาแก่เฒ่าเ้าหาทางเอาหยกมาคืนข้า แล้วข้าจะเรียกเ้าว่าท่านปู่ ...ท่านปู่เ้าคะดีหรือไม่"
"เพ้ย!"เหลยเมี่ยวเบือนหน้าหนี "กฎการเปลี่ยนมือผู้ถือครองหยกเ้าก็เป็คนตั้งเองมาตอนนี้คิดจะทวงหยกคืน เลอะเลือนไปแล้วรึหยกชิ้นนั้นบอกชัดว่าผู้ถือครองคือผู้นำสูงสุด ตอนนี้อยู่ในมือคุณชายเย่าก็เท่ากับว่าเขาได้กลายเป็ผู้นำสูงสุดไปแล้ว ข้ายังต้องเชื่อฟังเ้ารึยิ่งปล่อยให้เ้าเอาตัวเขาไปไม่ได้หากเ้าคิดสังหารเขาอีกรอบก็ให้ผ่านศพข้าไปก่อน"
หลินหลานหรูอึ้งนางกำลังอึ้งขั้นสุด เหตุใดกลุ่มที่นางก่อตั้งขึ้นกับมืออย่างยากลำบากหลุดลอยไปอยู่ในมือผู้อื่นง่ายดายถึงเพียงนี้...ข้าแค่ทำหยกหายไม่ใช่หรือเหตุใดพริบตาเดียวก็เสียไปทั้งสำนัก แย่แล้วๆ
"ไม่กระมัง"หลินหลานหรูยิ้มอย่างไม่เชื่อสนิทใจ พลางหัวเราะเมื่อคิดว่าเหลยเมี่ยวกำลังล้อนางเล่นอยู่"เ้าคงไม่บังเอิญเล่าที่มาของหยกให้เย่าเสวี่ยเฟิ่งฟังไปแล้วกระมัง"
"เหอะๆ เด็กน้อย เ้ายอมรับเสียเถอะข้าดันบังเอิญเล่าไปแล้วเสียด้วย เขารู้ทุกอย่างแล้ว"
"เหลยเมี่ยว!"หลินหลานหรูแหกปากะโสุดเสียง สบถต่อว่าซ้ำไปอีกหลายประโยค นางไม่อยากจะเชื่อ!ไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด
เหลยเมี่ยวยกสองมืออุดหูพลางหัวเราะขบขันกับท่าทางเกรี้ยวกราดของหลินหลานหรู
เสียงของนางดังลอยไปถึงห้องทรมานที่มุมตะวันตกของเรือนปรุงยาคนได้ยินได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างขบขัน
"โอ๊ะ? เสี่ยวต๋าเ้ากลับมาแล้วรึ"เหลยเมี่ยวแสร้งทำท่าประหลาดใจ ขณะที่สายตามองออกไปนอกประตู
"อ๊า! ตาแก่เฒ่า เ้าคอยดูข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเ้าทีหลัง"
"เสี่ยวต๋า..."
"อ๊า!!"หลินหลานหรูวิ่งหนีออกทางประตูหลังเร็วไวเสียงรองเท้าหนังย่ำพื้นจนเกิดเสียงดังอยู่ด้านนอก ดังแล้วหยุด ดังอีกแล้วก็หยุดอีกเหอะๆ นางวิ่งไปด้วยพลางแอบไปด้วยกระมัง อะไรจะกลัวเชียนหลีต๋าขนาดนั้น
"เสี่ยวต๋า!"เหลยเมี่ยวแกล้งะโหลอกๆ เป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะหัวเราะร่วนเมื่อได้ยินเสียงร้องผวาของหลินหลานหรู พร้อมกับเสียงตึกๆจากการย่ำเท้าวิ่ง ดังห่างออกไปอย่างเร็วจี๋
เฉิงอิ้นยืนรออยู่หน้าประตูห้องทรมานพลางขมวดคิ้วยาวมองหลินหลานหรูที่วิ่งมาอย่างเหนื่อยหอบพอมาถึงก็นั่งหอบแฮกอยู่บนพื้น วัดด้วยระยะสายตาจากทิศที่นางเพิ่งวิ่งมาจากเรือนหลักถึงที่นี่ห่างกันแค่ไม่มาก ไม่น่าจะทำให้นางเหนื่อยได้ถึงเพียงนี้
"คุณหนู" เฉิงอิ้นเอ่ยเรียกเบาๆ
หลินหลานหรูยกมือห้ามก่อนเอ่ยอย่างเหนื่อยหอบ "เ้า... เ้าอย่าเพิ่งพูด รอ...รอเดี๋ยวเฮอ..." รอจนนางหายใจเข้าออกได้ในจังหวะปกติแล้ว จึงเอ่ย "เขาเล่าอยู่ข้างในหรือ"
"ขอรับ"
หลินหลานหรูยืดตัวจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สูดลมหายใจเข้าแล้วผ่อนออกยาวๆจากนั้นค่อยก้าวเท้าเข้าไปข้างในอย่างมั่นคง
"สวัสดี คุณหนูหลิน"
หลินหลานหรูพลันสะดุ้ง
ทว่าคนกล่าวสวัสดีนั่งมองตาแป๋วอยู่บนเก้าอี้ไม่ได้ยากลำบากอย่างที่นางจินตนาการไว้สักนิด
"อา... คุณชายเย่าไม่ได้เจอกันนานเ้าค่ะ" ประเดี๋ยว... ไม่ถูก จำเป็ต้องทักทายกันด้วยหรือ
หลินหลานหรูเอี้ยวคอหันไปด้านหลังพอเห็นเฉิงอิ้นเดินตามเข้ามา จึงหันกลับมามองเสวี่ยเฟิ่งใหม่ครานี้นางสังเกตเห็นคนถูกจับมัดบนเก้าอี้ถนัดตาแล้ว
เสวี่ยเฟิ่งถูกจับมัดสองมือไพล่ไปด้านหลังปอยผมด้านหน้าหลุดร่วงลงมาเล็กน้อย สภาพที่เห็นก็เหมือนคนเจ็บหนักที่เพิ่งฟื้นตัวทั่วๆไป เสื้อผ้าป่านสีเข้มเป็เพียงเสื้อตัวนอก คงหยิบจับมาสวมไว้อย่างลวกๆสาบเสื้อจึงเปิดให้เห็นผ้าพันแผลสีขาวพันรอบอก บนนั้นมีเืซึมจางๆ
หลินหลานหรูเชิดหน้ามองขยับมายืนตรงหน้าเสวี่ยเฟิ่งในระยะที่ไม่ห่างไม่ใกล้ อีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจใดเพียงเม้มปากบางๆ คล้ายยิ้มไม่ยิ้มมองนาง
เอาเถิด นางเองก็ไม่คิดจะอ้อมค้อมจึงเปิดปากเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา "เ้าคงรู้แล้ว ว่าข้าส่งคนสังหารเ้า"
เสวี่ยเฟิ่งไม่ได้เอ่ยอะไรมากความเพียงตอบรับสั้นๆ เบาๆ "อืม"
หลินหลานหรูได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง"ข้าเห็นของที่อยู่ในจดหมายแล้วไม่ต้องให้ข้าพูดเ้าก็คงรู้อยู่แก่ใจว่าข้าเลือกอย่างไร"นางกดมุมปากเล็กน้อย ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง"ข้าอยากฟังจากปากเ้า"
"เ้าอยากรู้เื่ใด"
"แน่นอนว่าย่อมเป็สิ่งที่เ้า้าจากข้าและเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ข้าจะได้จากเ้าเป็สิ่งที่จับต้องได้ไม่ใช่สิ่งที่ข้าคาดเดาไปเอง"
เสวี่ยเฟิ่งมองสบตานางนิ่งไปครู่ใหญ่ก็เอ่ยตอบเสียงเรียบ "ตราคำสั่งทหารเป็ของจริงรวมถึงฐานะองค์ชายของข้าด้วย เ้าวางใจ ขอเพียงข้ายังมีชีวิตข้าสามารถให้สิ่งที่เ้า้าได้ทุกอย่าง"
"ดี นับว่าไม่เลวแล้วสิ่งที่เ้า้าจากข้าล่ะคืออะไรข้าไม่เชื่อว่าเ้าจะ้าแค่ให้ข้าไว้ชีวิตเพียงเท่านั้น"
"มิผิด คุณหนูหลินฉลาดออกเยี่ยงนี้วันข้างหน้าย่อมช่วยข้าทำการใหญ่"
ั์ตาหลินหลานหรูมีประกายแสงวูบผ่านนางเอียงศีรษะเล็กน้อยด้วยกำลังขบคิดเื่สนุกในใจ ก่อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม"เ้าคงไม่คิดจะให้ข้า...ช่วยเ้าชิงบัลลังก์ฮ่องเต้กระมัง"
นางกล่าวจบเสวี่ยเฟิ่งถึงกับสำลักอากาศ แม้แต่เฉิงอิ้นยังอ้าปากค้าง