ตอนที่ 16 ผู้มีชื่อเสียง
“ตระกูลเฮง...?”
“ตระกูลเฮงมีผู้มาถึงแล้ว!”
“คนไหนมาจากตระกูลเฮง”
เสียงดังเซ็งแซ่ ผู้คนมากมายทางหลั่งใหลกันมาราวกับสายน้ำคลื่นกระแสแห่งความสนใจมากมายยิ่งกว่าได้เห็นผู้มีพร์การราชันย์ขั้นสูงเสียอีกความกดดันขุมหนึ่งทับลงมาที่กลางหัวเด็กชายหินจนต้องเบิกตากว้างมองหันซ้ายหันขวาปากอ้ากว้างไม่รู้จะตอบอย่างไรเกรงว่าหากตอบผิดพลาดชีวิตอาจเปลี่ยนได้
“อาฉีครับ อาฉีเป็เพื่อนพวกเราจากตระกูลเฮงครับ”เด็กชายอ้วนมองเห็นความสนใจของผู้คน เดินเข้ามาโอบคอเด็กชายหิน ยืดอกส่งยิ้มเ้าเล่ห์ภายใต้ใบหน้ากลมอ้วนแก้มยุ้ยกลับดูน่าคบหาอย่างไม่น่าเชื่อ
“ใช่ค่ะ อาฉีเป็เพื่อนเราเอง” เด็กหญิงน่ารักที่มีลักยิ้มคิดอันใดออกเช่นกันรีบเข้ามายืนขนาบข้าง ทั้งยังดึงคอเสื้อเด็กร่างเล็กที่ไม่ไกลเข้ามาร่วมกันพร้อมส่งสายตาพิฆาตสื่อสารไปว่าอย่าได้เอ่ยคำนะเ้าบื้อ
โอ้... เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันสายตาทั้งหมดรวมศูนย์ลงที่เด็กชายหินทันที สายตามุ่งหวังจำนวนมากเช่นนี้ต่อให้เป็คนดังยังต้องประหม่า เด็กชายหินยิ้มแกนๆทำตัวไม่ถูก
“ทุกท่าน...” อาไช่ตอนนี้ตื่นเติมที่แล้ว “เด็กผู้นี้คือคนจากตระกูลเฮงนามฉีเทียน (หินแห่งฟ้า) เกิดจากดอกบัวในหิน”นายทะเบียนเข้ามายืนด้านหลังเด้กทั้งสี่ เอามือทั้งสองวางบนบ่าเด็กชายหินใบหน้าโปรยยิ้มกว้าง นิ้วชี้ขึ้นบนหัวเป็การบ่งบอก
ผู้คนทั้งหมดมองขึ้นไปดูดอกบัวที่บานอยู่ ต่างปรากฏสีหน้ามุ่งหวังประหลาดใจ และเทิดทูน
“เกิดจากหิน ชื่อฉีเทียน(หินแห่งฟ้า)นี่มันอาจเป็เด็กฟ้าประทาน”เสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้น
“ต้องเป็ผู้มีพร์ชั้นฟ้าแล้ว”
“ความยิ่งใหญ่ของตระกูลเฮงจะกลับมาแล้ว”
เสียงพูดคุยกันดังไม่หยุด เด็กชายหินตั้งสติได้รู้แล้วว่าแซ่เฮงเป็มงคลไม่โดนประชาทัณฑ์แล้วใบหน้าโปรยยิ้มที่คิดว่าดีที่สุดมองไปทางทุกๆคน จนวนมามองคนข้างกายสามสี่คนรอยยิ้มหุบลงสายตาส่งคำถามว่าพวกเ้าเป็ใครเด็กชายอ้วนที่ยืนแนบชิดที่สุดรีบหัวร่อกลบเกลื่อนกระซิบข้างกาย “เราเป็เพื่อนกันเรามาจากโลกใบเล็ก” “ใช่เราต้องสามัคคีกันไว้” เด็กหญิงรีบสนับสนุนมือข้างหนึ่งอ้อมไปด้านหลังยกนิ้วโป่งมือให้คราหนึ่งศอกอีกข้างกระทุ้งไปทางเด็กร่างผอมจนใบหน้าเย้เกกล่าวว่า “ใช่ใช่ใช่..”เด็กชายหินเห็นเช่นนั้นจึงไม่ได้เอ่ยเปิดโปงออกไป
“เอาละ ตอนนี้ดึกมาก ไปข้างในร้านของผมก่อนดีกว่า เด็กๆคงหิวกันแล้ว”ชายกลางคนที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรรีบเอ่ยหลังจากทุกคนเริ่มสงบลง
“ไม่ได้.. เด็กๆต้องไปที่ร้านข้าก่อน”ชายกลางคนอีกคนซึ่งเป็เ้าของร้านอาวุธที่อยู่เมืองเริ่มต้น
หลังจากชายสองคนเริ่มขึ้น จากนั้นก็มีผู้คนมากมายชวนไปที่บ้านกลายเป็การปะทะคารมเพื่อนำเด็กทั้งสี่เข้าไปบ้าน ตอนนี้แม้แต่เด็กหญิงร่างใหญ่เด็กอ้วน และเด็กผอมยังต้องอ้าปากค้างเช่นกัน
“หยุดก่อน... ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พวกเ้าก็นำโต๊ะมาตั้งเบื้องนอกนำอาหารออกมา ถือว่าเลี้ยงต้อนรับน้องชายฉีเทียนที่นี่เลยเป็ไร”อาไช่ทำตัวเป็ผู้ไกล่เกลี่ย
“ดี... งั้นเดียวจัดมาเลย” ทุกคนต่างเห็นดีด้วยเวลานี้ไม่มีผู้ใดง่วงอีกแล้ว ต่างเร่งแยกย้ายไปจัดเตรียมของส่วนหนึ่งมาพบปะสนทนากับเด็กทั้งสี่ราวกับเป็ดาราดังในโลกใบเล็กยามนี้เด็กชายหินยินดีจนแก้มปริคิกในใจว่า –โลกใบนี้ช่างดีจริงๆ-
เพียงไม่นานลานกว้างบริเวณสระ์ถูกเนรมิตเป็ลานอาหารขนาดั์ทุกบ้านต่างทำอาหารที่คิดว่าดีที่สุดออกมาประชันกันราวกับ้าสร้างความพึ่งพอใจกับเด็กชายหินให้มากที่สุดกลิ่นอาหารที่ถูกปรุงจากสมุนไพรล้ำค่าเนื้อสัตว์อสูรที่มีไอ์ส่งกลิ่มหอมกระจาย ทำให้เด็กๆต้องน้ำลายสอเด็กอ้วนแทบไม่อาจอดรนทนไหว หากไม่ใช่เด็กหญิงฉุดไว้คงลงมือกวาดลงท้องไปแล้ว
ถึงตอนนี้แม้เด็กชายหินจะยังไม่เข้าใจเื่ราวเหตุใดเพียงเพราะแซ่เฮงจึงได้รับการต้อนรับเช่นนี้แต่ตอนนี้หิวจนท้องร้องคำรามราวกับท้องทะเลบ้าคลั่งเมื่ออาไช่กล่าวเปิดงานก็รีบกินเป็การใหญ่ ทั้งเดี๋ยวมีคนนั้นยกอาหารมาให้ชิมคนนี้มาให้ลอง ต้องบอกว่าเป็การกินที่สนุกสนานมากจริงๆ เด็กหญิงทั้งสามไม่รอช้าถือว่าเป็ลาบลอยที่หายากั้แ่มาที่นี่หนึ่งปีไม่เคยได้แตะต้องของกินอร่อยมากมายเช่นนี้ต่างเร่งความเร็วในการทำลายล้างของตรงหน้า โดยเฉพาะเด็กชายอ้วนเครื่องบดยังต้องอายเลยทีเดียว
ผู้คนต่างๆใบหน้าประดับความยินดี ร่วมนั่งดื่มกินกันด้วยในใจมีความมุ่งหวังแตกต่างกัน ควรทราบว่าเมื่อสามร้อยปีก่อน เฮงัเีเด็กน้อยธรรมดากลับสร้างปาฎิหารย์ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด เพียงสิบวันพลังฝีมือก้าวถึงระดับกำเนิดพลังขั้นหกที่ในดินแดนหอคอยเทพยังยากพบเจอด้วยพลังระดับเปลี่ยนแปลงฟ้าดินเฮงัเีได้สร้างความหวังให้กับทุกผู้คนเมื่อเป็คนแรกในประวัติศาสตร์โลกทวะที่สามารถสร้างหอคอยแห่งแสงที่แดนชั้นสองที่มีไอหมอกพิษ์หนาแน่นกว่าชั้นนอกนับสิบเท่าหอคอยแห่งแสงต้นนั้นได้กำจัดไอหมอกเปลี่ยนเป็พลัง์ที่เข้มข้นอย่างมากมากกว่าหอคอยแห่งแสงเขตชั้นนอกสิบเท่าเช่นกันไอ์ในเขตชั้นสองทำให้ผู้บำเพ็ญยุทธซึ่งติดอยู่ที่ระดับสรรพธาตุพลังขั้นหกทะลวงขีดจำกัดได้ในห้าปีย่อมเป็ที่มุ่งหวังของคนทั้งโลกเทวะส่งผลให้ตอนนั้นจักรวรรดิแห่งฟ้ามีฐานะอำนาจสูงกว่าอีกสองจักรวรรดิทันทีและที่ชาวเมืองเริ่มต้นยกย่องต่อเฮงัเีเพราะว่าได้มีหนึ่งในหอคอยแห่งแสงทั้งแปดเกิดแตกร้าวอย่างไม่รู้สาเหตุพลังแห่งกฎได้รั่วใหลออกมาอย่างรุนแรงเกิดการสั่นไหวจากพลังงานไม่มั่นคงที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนถึงขั้นทำลายล้างทุกชีวิตในรัศมีห้าร้อยกิโลเมตรตอนนั้นเองเฮงัเีได้ใช้พลังปราณ์เหนือคนสร้างตรากฎที่ไม่มีผู้ใดรู้จักครอบคลุมปกป้องทุกคนไว้จนไม่มีผู้ใดาเ็แลกกับพื้นฐานขั้นพลังลดลงหนึ่งขั้นทั้งยังสร้างตรากฎที่ใกล้เคียงกับตรากฎที่อยู่ในหอคอยแห่งแสงทั้งแปดซ่อมแซมจนหายดีเหตุการณ์ครั้งนั้นชื่อเสียงเฮงัเีได้พุ่งถึงขีดสุดจนมีผู้คนประติดประต่อเื่ราวกล่าวกันว่าเฮงัเีอาจได้พบเจออารยธรรมโบราณที่แดนชั้นสองมรดกเทพาโบราณ แต่ไม่อาจยืนยันข้อเท็จจริงได้เพราะหลังจากทุกอย่างสงบลงเฮงัเีหายไป
เด็กชายหินยังคงกินเข้าไปอย่างมากมายจนท้องนูนออกมาอาหารที่โลกเทวะจะมีพลัง์แฝงอยู่ กินพอดีให้คุณ กินมากอาจาเ็ได้แต่ถึงตอนนี้เด็กๆกับกวาดกินกันจนแทบหมด เหล่าผู้ใหญ่กลับยิ่งยินดีขณะทุกคนหัวร่อพูดคุยกันส่วนใหญ่คือสนทนากับเด็กชายหินอยู่นั้นเองพลันมีพลังกดดันของผู้เยี่ยมยุทธปรากฏขึ้นผู้คนต่างหุบปากลงแม้แต่เด็กอ้วนที่มุ่งหน้ากินยังต้องหยุดลง
“เ้าสำนักหนึ่ง” อาไช่เห็นแขกไม่ได้รับเชิญรีบเดินไปหาทันที
“คารวะท่านเ้าสำนัก”เด็กหญิงรีบนำเด็กชายทั้งสามขึ้นกราบคารวะผู้ยิ่งใหญ่
“หลานชาย มาจากตระกูลเฮง?” เ้าสำนักที่หนึ่งไม่สนใจผู้ใดเดินมาที่โต๊ะที่เหล่าเด็กๆนั่งอยู่ทั้งยังเหลือบตามองแผนภูมิต้นไม้ที่อาไช่ยกขึ้นมาให้อย่างรู้งาน
“ครับกง(ปู่)” เด็กชายหินกลับเรียกเ้าสำนักที่หนึ่งเป็ปู่ เ้าสำนักหนึ่งใบหน้านิ่งไปวูบก่อนฉีกยิ้มออกมา
-มาจากตระกูลเฮงย่อมไม่ธรรมดา กายพร์ยิ่งพิสดาร- ความคิดของเ้าสำนักหนึ่งวิ่งอย่างรวดเร็ว
“ในเมื่อมีวาสนาต่อกัน กง(ปู่,ผูกญาติไว้ก่อนในความคิด)ขอมอบของขวัญเล็กน้อยให้กับหลานชาย”เ้าสำนักที่หนึ่งหยิบแหวนออกมาวงหนึ่งยื่นส่งให้เด้กชายหินอย่างใจกว้าง
“ผนึก์ขั้นต่ำหนึ่งพันเม็ด กับแหวนมิติวงมอบให้หลานชายเก็บเอาไว้ใช้สอย”เ้าสำนักที่หนึ่งอาศัย่ส่งมอบสิ่งของใช้ลมปราณ์สำรวจพร์เบื้องต้นของเด็กชายทันที –นี่มันบ้าอะไร พร์ขยะเช่นนี้คงไม่ใช่แน่...หรือว่าจะเป็เช่นเฮงัเี ไม่เช่นนั้นคงไม่ถูกส่งมาอย่างแน่นอนทั้งการเกิด ก็พิสดารพันลึกหรือว่าเป็ผู้มีกายพร์ในตำนานกาย์ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน- เพียงแค่คิดใจก็สั่นรัวไม่หยุดแล้ว
“หลานกราบขอบคุณอากง” เด็กชายหินรับแหวนมาอย่างไม่กระดากแม้แต่น้อยใบหน้าประดับรอยยิ้มที่เดียงสา ในใจคิดว่า ผู้ใหญ่ให้ของต้องรับไว้แม้จะไม่รู้ประโยชน์ตอนนี้ก็เถอะ
เด็กชายหินรับสิ่งของใบหน้ายิ้มแย้ม แต่คนอื่นๆเบิกตาแทบถลนออกมาแทบอยากทุบเด็กเพื่อแย่งชิง โดยเฉพาะเด้กอ้วนที่บูชาความร่ำรวยกับการกินเป็พระเ้าแล้ว น้ำลายแทบใหลย้อยออกมาเด็กหญิงยิ่งตาเป็ประกายลักยิ้มสองข้างยิ่งลึกบุ้มลงอีก ควรทราบว่าผนึก์ขั้นต่ำหนึ่งพันเม็ดมีมูลค่ามหาศาลยังไม่เท่าแหวนมิติระดับต่ำหนึ่งวงแหวนมิติขั้นต่ำมีค่าไม่น้อยกว่าห้าพันเม็ดผลึก์ขั้นต่ำอีกทั้งยังหายากยิ่งส่วนใหญ่เป็มรดกจากเศษซากโบราณที่เหลืออยู่เพราะวิชาความรู้ของนักประดิษฐิ์ของโลกเทวะในตอนนี้ยังไม่เพียงพอจะสร้างได้
“ท่านเ้าสำนัก ต้องแจ้งไปทางเบื้องบนหรือไม่” อาไช่กระซิบถามขณะเ้าสำนักที่หนึ่งกำลังพูดคุยอย่างออกรสชาติกับเด็กๆทั้งสี่
“แจ้งทำไร ราชันย์สองคนต่างถูกนำตัวไปแล้ว หลานชายผู้นี้เ้าสำนักผู้นี้จะรับไว้เอง”เ้าสำนักที่หนึ่งมองการไกลรีบกระซิบตอบกลับไป อาไช่รีบรับจากถอยหลังไปอย่างยิ้มแย้มเพราะในมือมีตั่วผลึก์ถูกยัดใส่มือมาแม้ไม่ทราบจำนวน แต่ต้องไม่น้อยอย่างแน่นอน
“ในเมื่อพวกเ้าทั้งสามเป็เพื่อนกับหลานชายฉีเทียนเราเ้าสำนักไม่มีของขวัญใดให้ออกจะตระหนี่เกินไป เช่นนี้แล้วกัน”เ้าสำนักที่หนึ่งหยิบเอาตั๋วผนึก์ออกมาอีกสามใบส่งมอบให้เด็กทั้งสามอย่างใจกว้าง
เด็กชายอ้วนแทบจะคลานมอบกราบมารับตั่วด้วยมือสั่นเทาดวงตาถูกแก้มโป่งปิดจนแทบไม่มองไม่เห็นกวาดไปมองเห็นตัวเลขในตั๋วใบหน้ายิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม ในใจกล่าวสบถด่าไปหลายคำ –ตาเฒ่างกนักเป็ถึงเ้าสำนักให้เพียงสามสิบก้อน บัดซบ-
“ขอบคุณท่านเ้าสำนักที่ประทานสิ่งของ” เด็กชายอ้วนรีบกล่าว
อาการของเด็กหญิงแทบไม่ต่างกับเด็กชายอ้วนเพียงแต่ยังเยินย่อสักหลายคำ แต่ที่ด่าในใจยังมากมายกว่ามากมีเพียงเด็กร่างผอมใบหน้าเรียบเฉยกล่าวขอบคุณคำเดียวก็ถอยออกมา เ้าสำนักที่หนึ่งเห็นว่าการมาครั้งนับว่าคุ้มค่าแล้วคุยอีกสองสามคำก็จากไปปล่อยให้เหล่าผู้ใหญ่กล่าวถึงความใจกว้างของเ้าสำนักที่หนึ่งและแสดงความยินดีกับเด็กชายหินที่ได้รับของล้ำค่า
เด็กชายหินใช้เวลานี้กล่าวถามถึงเื่ผนึก์กับแหวนมิติเมื่อรู้คุรค่าแท้จริง เด็กชายแทบไม่อาจหุบปากลงได้ในใจครุ่นคิดว่า
-การเป็ผู้มีชื่อเสียงนี่ดีจริงนะ-
........