ฟุบบบ
หมาป่าเหล็กกระโจนใส่หลินเฟิงพร้อมกับตะปบกรงเล็บใส่หลินเฟิงอย่างรวดเร็ว แต่หลินเฟิงก็สามารถหลบได้อย่างหวุดหวิด หากเขาไม่ได้ฝึกฝน [ ย่างก้าวไร้เงา ] บางทีเขาอาจจะไม่สามารถหลบได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องเกิดรอยแผลแน่นอน
ตูมมม!!
หลินเฟิงไม่ได้ทำเพียงหลบอย่างเดียว เขายังตอบโต้โดยการต่อยใส่ซี่โครงของมันอย่างเต็มแรงจนหมาป่าเหล็กกระเด็นออกไปหลายก้าว เนื่องด้วยหลินเฟิงยังมีร่างกายอยู่ที่ระดับพลังพื้นฐานขั้น 1 เท่านั้น จึงไม่สามารถสร้างความาเ็ใดๆให้มันได้เลย
กรร!!
หมาป่าเหล็กที่ถูกต่อยจนกระเด็นคำรามด้วยความเกรี้ยวโกรธ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย แต่มันก็ยังไม่สามารถยอมรับได้ที่เหยือของมันสามารถตอบโต้มันจนกระเด็นไปหลายก้าว เขาพุ่งเข้าใส่หลินเฟิงด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม พร้อมกับอ้าปากเครียมที่จะกัดไหล่ของหลินเฟิง
ตูมมม!!
ครั้งหลินเฟิงไม่ได้หลบ เขากระโจนเข้าหามันและจากนั้นก็หมุนตัวเตะใส่ปากของมันที่กำลังจะกัดเขา จนมันกระเด็นไปไกลหลายเมตร พร้อมกับล้มลงพื้น ถึงจะเป็เช่นนี้แต่มันก็ยังไม่มีอาการาเ็ใดๆอยู่ดี แน่นอนว่าหมาป่าเหล็กยิ่งเกรี้ยวกราด มันพุ่งเข้าหาหลินเฟิงอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้มัน้าเพียงฉีกร่างหลินเฟิงเป็ชิ้นๆเท่านั้น
ฉึก!!
เมื่อหลินเฟิงเห็นเช่นนี้ เขาเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยจากนั้นจึงปลดปล่อยวรยุทธ์ [ ดัชนีพิฆาต ] ใส่ลำตัวของมัน จนเกิดแผลลึกจนเห็น ด้วยร่างกายที่เหมือนเหล็กของมัน และความบ้าคลั่งของมัน ทำให้มันไม่สนใจแผลที่เกิดขึ้น แต่มันเกรี้ยวกราดมากกว่าเดิม
หลินเฟิงยังคงสามารถหลบได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงปลดปล่อย [ ดัชนีพิฆาต] ใส่หมาป่าหล็กอีกหลายครั้ง จนในที่สุดมันก็ทนพิษาแไม่ไหว และตายลงไป การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้หลินเฟิงเข้าใจว่า [ ดัชนีพิฆาต ] และ [ ย่างก้าวไร้เงา ] มากขึ้น และยังทำให้หลินเฟิงรู้ด้วยว่าตอนนี้เขายังขาดวรยุทธ์ประเป็ต่อสู้ หรือเป็ประเภทที่สร้างความเสียหาย ไม่ใช่การสังหาร หากตอนนี้หลินเฟิงมีวรยุทธ์ที่เน้นการสร้างความเสียหาย หมาป่าเหล็กตัวนี้คงตายไปนานแล้ว
พระอาทิตย์เริ่มตก แดงสีส้มก็เริ่มสาดส่องลงมา ใช่แล้วมันใกล้จะมืดแล้ว และเป็เวลาที่หลินเฟิงต้องกลับบ้าน ไม่เช่นนั้นบิดามารดาเขาจะสงสัย โชคดีที่ครั้งนี้เขาไม่ได้รับาเ็ ไม่ต้องอธิบายอะไรให้บิดามารดาฟัง หลังจากสำรวจร่างหมาป่าเหล็กที่ตายอยู่สักพักเขาตัดสินใจจากไป ไม่ยุ่งเกี่ยวกับซากศพของมัน ถึงแม้ว่าจะสามารถเอาไปขายได้ แต่เขายังไม่้าให้คนอื่นรู้ว่าตอนนี้เขาฝึกฝนวรยุทธ์สำเร็จและยังสามารถฆ่าหมาป่าเหล็กได้ด้วยระดับพลังพื้นฐานขั้น 1 หากข่าวนี้หลุดออกไปคงต้องใกันทั้งหมู่บ้านแน่นอน และที่สำคัญเขาจะถูกลงโทษที่แอบเข้ามาในป่าหลังหมู่บ้าน
โชคดีที่ระหว่างทางกลับ หลินเฟิงไม่ได้เจอกับสัตว์อสูรใดๆอีก จึงทำให้เขาสามารถออกจากป่ามาได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แต่ก่อนเขาจะออกจากป่าเขาสำรวจพื้นที่รอบๆว่ามีคนอื่นหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่มีเขาจึงรีบพุ่งตัวออกจากป่าและไปให้พ้นบริเวณนี้ทันที
เมื่อพ้นบริเวณป่าแล้วหลินเฟิงตัดสินใจเดินกลับบ้านตามปกติ เขาไม่ได้วิ่งหรือรีบกลับบ้าน เนื่องจากตลอดทางเขาวิ่งด้วยความเร็วสูงมาตลอด และไหนจะการต่อสู้กับหมาป่าเหล็กที่ค่อนข้างยาวนานอีก นี้จึงทำให้ตอนนี้เขาค่อนข้างเหนื่อยและล้ามาก
“ทำไมสวะอย่างเ้าถึงออกมาเดินข้างนอกละ ไม่อายคนอื่นหรือไง” เสียงของชชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นมาจากข้างหลังของหลินเฟิง
หลินเฟิงที่เดินมาได้สักพักก็ต้องชะงักทันทีเมื่อได้ยินเช่นนี้ เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของหลินฮุยแน่นอน ทั้งเป็เสียงที่เขาไม่คุ้นด้วย เขาจึงหันไปมองที่มาของเสียง ทันใดนั้นเขาก็นึกออกทันที ว่าชายหนุ่มที่พูดจาดูถูกเขาคือ หลินหมาง ผู้ที่ชอบติดตามหลินฮุย หรือเรียกง่ายๆก็คือลูกน้องของหลินฮุยนั่นเอง ที่หลินหมางสามารถพูดกับเขาแบบนี้ได้เพราะการหนุนหลังจากหลินฮุย
หลินหมางเป็ลูกของผู้าุโคนหนึ่งที่ไม่ได้มีตำแหน่งสำคัญอะไร ดังนั้นหากไม่มีหลินฮุยคอยให้ท้าย ลูกของคนธรรมดาในหมู่บ้านที่บิดามารดาไม่มีตำแหน่งพิเศษหรือสำคัญจะกล้าเรียกเขาอย่างนี้ได้อย่างไร ถึงบิดาของเขาจะไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในหมู่บ้านตระกูลหลินแล้ว แถมพลังยังถดถอยลงมาจนกลายเป็คนไร้ประโยชน์ แล้วไหนยังจะมีบุตรที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ แต่ยังไงหลินเทียนก็ยังคงเป็ลูกของประมุขอยู่ดี หากใครกล้าพูดจาดูถูกหลินเทียนก็เท่ากับดูถูกประมุขด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าพูดเื่นี้กันอย่างโจ่งแจ้ง
แน่นอนว่าหลินเฟิงทำเป็ไม่สนใจแล้วเดินไปต่อราวกับว่าไม่ได้ยิน ตอนนี้เขาสามารถสั่งสอนหลินหมางง่ายๆ เพียงแต่เขายังไม่้าแสดงฝีมือตอนนี้
“แกกล้าเมินข้าหรอ แกคิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรสินะ” หลินหมางพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พร้อมกับเดินเข้าหาหลินเฟิง
หลินเฟิงใเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าหลินหมางจะกล้ามากขนาดนี้ แสดงว่าหลินฮุยเป็คนสั่งให้หลินหมางทำแบบนี้แน่นอน ไม่เช่นนั้นหลินหมางคงไม่กล้าแม้แต่จะด่าเขาแบบโจ่งแจ้งขนาดนี้ เขาจึงตัดสินใจกลับไปจ้องมองหลินหมางด้วยสายตาเ็าทันที เขารู้สึกว่าวันนี้เขาคงต้องลงมือจัดการหลินหมางไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ได้กลับบ้านแบบสบายแน่นอน
“หือ!! ั้แ่แกรอดตายมานี้รู้สึกว่าจะอริ่มอวดเก่งขึ้นนะ” ถึงแม้ว่าสายตาของหลินเฟิงจะทำให้หลินหมางรู้สึกกลัวเล็กๆขึ้นมาในใจ แต่เมื่อเขานึกถึงร่างกายที่ไม่สามารถฝึกฝนได้เขาก็ไม่สนใจ ยังพูดจาดูถูกและเดินหน้าหมายจะสั่งสอนหลินเฟิง
ด้วยการที่หลินเฟิงเพิ่งจะฆ่าสัตว์อสูรมาและผ่านการต่อสู้มาทำให้เขาเริ่มมีจิตสังหารขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ถึงแม้จะยังไม่สามารถเทียบกับจอมยุทธ์ทั่วไปได้ แต่นี้ก็เป็สิ่งที่รุ่นเยาว์ทั่วไปยังไม่มี และด้วยประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสามมา ทำให้เขาไม่กลัวรุ่นเยาว์ที่อยู่ในระดับสามเลย เขาแค่ต้องระวังวรยุทธ์และวิธีการของศัตรูเท่านั้น
“ข้าจะสั่งสอนให้แกรู้ว่า สวะอย่างแกไม่ควรทำตัวอวดเก่ง” เมื่อเห็นว่าหลินเฟิงไม่พูดอะไรเอาแต่จ้องมองเขาด้วยสายตาเ็านั้น เขาก็พุ่งเข้าหาหลินเฟิงด้วยความเร็วสูงสุดทันที เขาอยู่ระดับพลังพื้นฐานขั้น 3 และด้วยการสนับสนุนจากหลินฮุยเล็กน้อยทำให้หลินหมางโดนเด่นกว่ารุ่นเยาว์คนอื่นๆเล็กด้วย เขาคิดว่าไม่มีใครที่มีระดับพลังต่ำกว่าเขาสามารถต่อกรกับเขาได้ ยิ่งกับคนที่ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้ด้วยแล้วยิ่งไม่มีท่ง
“หึ” หลินเฟิงเค้นเสียงเ็า เมื่อเห็นว่าหลินหมาง้าโจมตีเขา เขาไม่ได้หนีหรือกระโจนเข้าหา เขาทำเพียงรออยู่กับที่เท่านั้น
ฟุบ!!
หลินหมางเห็นว่าหลินเฟิงไม่ขยับเขาจึงยิ่งได้ใจ เมื่อพุ่งตัวเข้าใกล้หลินเฟิง หลินหมางจึงปล่อยหมัดออกไปใส่อกหลินเฟิง เขาใส่แรงค่อนข้างมาก แต่ขณะที่หมัดกำลังจะโดนหลินเฟิง หลินเฟิงก็เอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อหลบหมัดของหลินหมาง
ตูมมม
ด้วยประสบการณ์ที่เขาได้มาจากหมาป่าเหล็ก รวมทั้ง [ ย่างก้าวไร้เงา ] ทำให้เขาสามารถหลบการโจมตีของหลินหมางได้สบายๆ และไม่เพียงจะสามารถหลบได้เท่านั้น เขายังตอบโต้ด้วยการเตะเข้าไปที่หน้าของหลินหมางอย่างแรกโดยไม่ออมแรง เนื่องด้วหลินหมางมีระดับพลังมากกว่าเขาสองขั้น ดังนั้นเขาไม่จำเป็ต้องเกรงใจใดๆ
อัก!!
หลินหมางกระเด็กไปหลายเมตรพร้อมกับลงไปนอนกองกับพื้น พร้อมกับกระอักเืเล็กน้อยออกมาจากปากของหลินหมาง หลินหมางยังไม่ได้ลุก เขาแหงนหน้ามองหลินเฟิงด้วยสายตาตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อ เมื่อก่อนหลินเฟิงยังเป็แค่สวะที่ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้อยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงตอบโต้เขาได้ แถมยังทำให้เขากระอักเืออกมาได้อีก แล้วไหนจะความเร็วที่รวดเร็วกว่าเขาอย่างมาก ตอนนี้ความหวาดกลัวได้ปกคุมในใจของหลินหมางแล้ว
“เ้าอ่อนแอกว่าสวะเสียอีก” หลินเฟิงจ้องมองหลินหมางด้วยสายตาเ็าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หลินหมางเสียวสันหลัง ถึงกับตัวสั่น