บทที่ 11 เธอจะแต่งงานกับชายตาบอดคนนั้นไหม
หลี่ต้าหย่งขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของสวี่หรูเยว่ และพอคิดเื่ที่วันนี้เจอสวี่ชิงกับคนตาบอดนั่น เขาก็ไม่กล้าที่จะประมาท “ไอ้ตาบอดนั่น้าแต่งงานกับสวี่ชิงจริง ๆ มันไม่รังเกียจนังนั่นเหรอ?”
สวี่หรูเยว่พยักหน้า “ใช่ โจวจินเซวี่ยนบอกฉันเอง พี่ใหญ่โจวไม่ใช่แค่ชอบเธอ แต่ยังยืนยันที่จะแต่งงานกับเธอด้วย หากครอบครัวไม่เห็นด้วย เขาจะย้ายออกจากบ้าน”
หลี่ต้าหย่งไม่พอใจอย่างมากเมื่อได้ยินชื่อของโจวจินเซวี่ยน แววตาของเขาเ็าทันที “นั่นไม่สำคัญสำหรับฉัน”
สวี่หรูเยว่กังวลเล็กน้อย “ไม่สำคัญไม่ได้ พี่ใหญ่โจวรู้จักคนมากมาย และถ้าสวี่ชิงแต่งงานเข้าตระกูลโจว เื่นี้จะถูกค้นพบแน่นอน พี่ต้าหย่ง อย่าลืมสิว่าพี่เป็คนเตรียมยาเอง"
ใบหน้าของหลี่ต้าหย่งมืดครึ้มลงทันที "เธอหมายความว่าอย่างไร?"
สวี่หรูเยว่รีบปลอบหลี่ต้าหย่งอีกครั้ง "พี่ต้าหย่ง มีแค่ต้องทำให้สวี่ชิงแต่งงานไม่ได้เท่านั้น..."
หลี่ต้าหย่งหยุดสวี่หรูเยว่ที่กำลังพูดต่อทันที "มากับฉัน"
สวี่ชิงได้ยินการเคลื่อนไหวของทั้งสองที่เข้าไปในตัวบ้าน และเธอไม่จำเป็ต้องนึกย้อนอดีตก็รู้ว่าสวี่หรูเยว่จะต้องคิดกลอุบายบางอย่างที่จะทำลายเธออีกครั้งกับหลี่ต้าหย่ง
สิ่งเดียวที่ทำลายเธอได้ก็คือการใช้ยา
สวี่ชิงกำหมัดและหันกลับไปมองด้วยแววตาเ็า ดูเหมือนว่าเธอจะย้ายออกจากบ้านในเร็ว ๆ นี้ไม่ได้เสียแล้ว!
หลังออกมาจากซอย สวี่ชิงยังไม่ได้กลับบ้าน แต่ไปที่บริเวณสถานีก่อน
ดูว่ามีบ้านที่เหมาะสมให้เช่าไหม ถ้า้าทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่แห่งนี้จะเป็สถานที่ที่ใกล้กับสถานีมากที่สุด
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฉินเสวี่ยเหมยเพื่อนคนเดียวของเธอได้อาศัยอยู่ที่นี่ ในชีวิตที่แล้ว การแต่งงานของเธอช่างยุ่งเหยิงและยังสูญเสียลูกไป ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ติดต่อกับฉินเสวี่ยเหมยเลย
พอรู้เื่อีกที ฉินเสวี่ยเหมยก็ได้แต่งงานกับจางไห่เหนียน คนงานที่โรงงานเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องของหลี่ต้าหย่ง
ในตอนแรก จางไห่เหนียนค่อนข้างดีต่อฉินเสวี่ยเหมย และทั้งคู่ก็พยายามอย่างเต็มที่ในการใช้ชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง แต่ต่อมาจางไห่เหนียนกลับชอบดื่ม และกลายเป็คนที่ชอบใช้ความรุนแรงหลังจากดื่มเข้าไป
เขาเอาแต่โทษฉินเสวี่ยเหมยที่ไม่ได้ให้กำเนิดลูกชายแก่ตระกูลจาง และในที่สุดก็ออกไปเที่ยวผู้หญิงข้างนอก
เมื่อย้อนไปถึงปีที่เขาถูกเลิกจ้าง พอไม่มีงานทำ จางไห่เหนียนก็อยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากเขาติดเหล้า ดังนั้นจึงตบตีฉินเสวี่ยเหมยทุกครั้งที่ไม่มีความสุข
และฉินเสวี่ยเหมยก็ตกงานเช่นกัน เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดี เธอต้องตื่นแต่เช้าและอยู่ดึกเพื่อทำอาหารเช้า
สวี่ชิงชวนฉินเสวี่ยเหมยมาทำงานในบริษัทของเธอ แต่ฉินเสวี่ยเหมยปฏิเสธอย่างหนักแน่น และถึงกับตัดขาดการติดต่อกับสวี่ชิงในภายหลัง
ต่อมา ฉินเสวี่ยเหมยป่วยเป็มะเร็งเต้านม และยังอยู่ในขั้นลุกลาม
สวี่ชิงจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้กับเธอ แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยชีวิตหล่อนได้
เธอยังคงจำได้อย่างชัดเจนว่า ฉินเสวี่ยเหมยจับมือเธอก่อนที่จะเสียชีวิตและบอกว่า "ถ้าได้มีชีวิตหลังความตายอีกครั้ง ฉันจะไม่แต่งงานกับจางไห่เหนียน! ถึงจะต้องป่วย แต่ฉันก็จะมีชีวิตอยู่และมีชีวิตที่ดีได้!"
สวี่ชิงยืนอยู่ที่ทางเข้าของซอย มองดูผนังทรุดโทรมภายใต้เงาไม้กระดำกระด่างราวกับกำลังรำลึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยภาพถ่าย และอดไม่ได้ที่จะตาแดงก่ำ
ครั้งนี้เธอต้องหยุดฉินเสวี่ยเหมยจากการแต่งงานกับจางไห่เหนียนให้ได้!
เมื่อมองไปที่ประตูไม้อันคุ้นเคย สวี่ชิงก็ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเคาะประตู
มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นที่ประตู และประตูก็เปิดออกพร้อมด้วยเสียงดังเอี๊ยด เผยให้เห็นใบหน้ากลม ๆ ของฉินเสวี่ยเหมยที่ค่อนข้างไร้เดียงสา
ฉินเสวี่ยเหมยตกตะลึงเมื่อเห็นสวี่ชิง "อะ สวี่ชิง ทำไมเธอถึงมาที่นี่ละ? เข้ามาก่อนเร็ว"
ขณะที่พูด หล่อนก็จับมือสวี่ชิงเข้าไปในบ้าน ลอบมองเธอขึ้นลง
สวี่ชิงรู้ว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น ฉินเสวี่ยเหมยก็คอยเป็ห่วงเธอ ยังเป็เพื่อนที่ดีต่อเธอขณะที่เพื่อนในอดีตต่างเหินห่าง มีเพียงฉินเสวี่ยเหมยเท่านั้นที่แอบส่งไข่มาให้สองครั้ง
ฉินเสวี่ยเหมยคอยปลอบโยนเสมอมา และเวลาที่เธอนึกถึงเื่นี้ ฉินเสวี่ยเหมยจะทำให้คิดราวกับว่าถูกมดกัดเท่านั้น
เมื่อคิดถึงเื่นี้ สวี่ชิงก็กะพริบตาและยิ้มอย่างซุกซน "ทำไม ไม่รู้จักฉันเหรอ?"
ฉินเสวี่ยเหมยร้องไห้ออกมา หล่อนกอดสวี่ชิงอย่างตื่นเต้น และน้ำตาก็ไหลออกมา "สวี่ชิง ดีแล้วที่เธอไม่เป็อะไร นี่แหละสวี่ชิงที่ฉันรู้จัก เข้มแข็ง มองโลกในแง่ดี และกล้าหาญอยู่เสมอ"
สวี่ชิงเองก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว "ฉันเข้าใจแล้ว ฉันไม่โทษตัวเองเพราะความผิดพลาดของคนอื่นหรอก ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป! จะมีชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น ทำให้พวกที่ชอบดูเื่ตลกหุบปากไปซะ"
ฉินเสวี่ยเหมยปล่อยสวี่ชิง หล่อนก้าวถอยหลังและมองกลับมา ทั้งอยากจะหัวเราะและร้องไห้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิเธอ “มีแค่เธอเท่านั้นแหละที่ทำให้ฉันร้องไห้ขนาดนี้ เข้าบ้านเร็ว พ่อแม่ของฉันไปบ้านป้าน่ะ พี่ชายกับพี่สะใภ้ก็ยังไม่เลิกงาน ตอนนี้ฉันอยู่บ้านคนเดียว"
สวี่ชิงไม่ได้เข้าไปในบ้าน เธอเพียงหาม้านั่งตัวเล็ก ๆ และนั่งลงใต้โครงไม้องุ่นแล้วถามด้วยความสงสัย “พ่อแม่ของเธอทำอะไรที่บ้านป้าเหรอ?”
ฉินเสวี่ยเหมยลังเล “ป้าของฉันแนะนำคนให้รู้จักน่ะ เรียกพ่อแม่ฉันไปคุยเพื่อหารือเื่นี้ ฉันไม่ได้บอกเธอเพราะไม่อยากให้คิดมากน่ะ”
อย่างไรเสีย สิ่งเลวร้ายก็ได้เกิดขึ้นกับสวี่ชิงแล้ว และตอนนี้เธอถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานกับชายตาบอด
ฉินเสวี่ยเหมยไม่ได้พูดอะไรเพราะกลัวว่าจะสร้างปัญหาให้กับสวี่ชิง
สวี่ชิงถามโดยไม่รู้ตัว "อีกฝ่ายทำงานอะไรอยู่เหรอ?"
ฉินเสวี่ยเหมยมีท่าทางเขินอายเล็กน้อย "ทำงานในโรงงานเนื้อสัตว์น่ะ"
สวี่ชิงประหลาดใจ ฉินเสวี่ยเหมยกับจางไห่เหนียนติดต่อกันเร็วเกินไปหรือเปล่า? แต่เมื่อคิดถึงนิสัยของจางไห่เหนียน เธอก็มองไปที่ฉินเสวี่ยเหมย "แล้วเธอล่ะ? คิดอย่างไร?"
ฉินเสวี่ยเหมยมีความสุขมากที่สามารถพูดคุยกับเพื่อนที่ดีของตนได้ หล่อนจับหางเปียยาวถึงอกพลางหน้าแดง "ฉันแก่กว่าตั้งหนึ่งปี อายุก็ยี่สิบแล้ว และฉันเป็เพียงแค่พนักงานชั่วคราวเอง คงจะดีถ้าได้คนที่มีงานประจำน่ะ”
สวี่ชิงไม่อาจพูดออกมาตรง ๆ ได้ว่าจางไห่เหนียนนั้นไม่ใช่คนดี หลังจากคิดเกี่ยวกับเื่นี้ เธอก็พูดว่า “แต่เธอเองก็ตัดเย็บเสื้อผ้าเก่งและดูดีนะ เพราะฉะนั้นเธอจะได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดีแน่นอน”
ฉินเสวี่ยเหมยมีความสุข “เธอชอบทำให้ฉันมีความสุขอยู่เรื่อยเลย เธอเองก็สวยมาก ทุกครั้งที่เห็นเธอ ฉันรู้สึกว่าเธอเหมือนออกมาจากภาพวาดอย่างไรอย่างนั้น”
สวี่ชิงััใบหน้าของเธอ “เราทั้งคู่ดูดีทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นควรระวังเื่การแต่งงานของเรานะ!”
ฉินเสวี่ยเหมยประหลาดใจ หล่อนไม่ได้เจอสวี่ชิงมาสามวันแล้ว สวี่ชิงที่มองโลกในแง่ดีและมั่นใจกลับมาแล้วจริง ๆ
เธอยังคงจำได้ถึงตอนที่สวี่ชิงเจอพวกอันธพาลในขณะขายตั๋วบนรถบัส เธอยืนอยู่บนรถบัสและตำหนิคนเ่าั้ด้วยใบหน้าที่เ็า ราวกับเป็วีรบุรุษหญิงในเื่ของนักเล่าเื่
จากนั้นหล่อนก็หัวเราะ "สวี่ชิง นี่เป็เื่ดีเลยนะที่เธอสามารถทิ้งเื่เลวร้ายพวกนั้นไปได้"
สวี่ชิงคิดอย่างเศร้าใจ เธอได้ผ่านโลกนี้มาแล้ว และเธอก็กลับมาหลังจากประสบกับเื่ราวร้อนหนาวต่าง ๆ ในโลก ความคิดของเธอย่อมแตกต่างจากเดิมเป็ธรรมดา
เธอจับมือฉินเสวี่ยเหมยอย่างจริงใจ "จำไว้นะว่าการแต่งงานไม่ใช่การเล่นของเด็ก ๆ หรือเป็แค่อาหารมื้อใหญ่ มันขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอ เราใช้ชีวิตอยู่ให้ดีได้โดยไม่มีผู้ชาย เธอเองก็มีทักษะไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้รัฐกำลังเรียกร้องให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนและอนุญาตให้เราทำธุรกิจขนาดเล็กไม่ใช่เหรอ?"
ฉินเสวี่ยเหมยมองสวี่ชิงด้วยความประหลาดใจ "เธอ้าทำธุรกิจเหรอ? เธอมีงานชามข้าวเหล็กที่สถานีนี่ แม่ของฉันอิจฉาจะตาย"
สวี่ชิงหัวเราะ "เรายังเด็กมาก เราต้องเดินหน้าสิ ไม่เช่นนั้นถ้าเสียใจขึ้นมาจะทำอย่างไร?"
ฉินเสวี่ยเหมยลังเล "แต่ถ้ามันไม่ได้ผลล่ะ? แม้ว่าฉันจะเป็พนักงานชั่วคราว แต่ยังมีเงินยี่สิบหยวนและแป้งสิบห้าชั่งต่อเดือน น้ำมันถั่วเหลืองก็จำหน่ายใน่วันหยุดด้วย"
สวี่ชิงปรบมือของเธอ "ถ้าอย่างนั้นไว้เราพูดถึงเื่นี้ตอนที่ฉันทำให้มันดีขึ้นแล้วกัน?"
ฉินเสวี่ยเหมยประหลาดใจ "เธอ้าทำธุรกิจจริง ๆ เหรอ? แล้วเธอจะแต่งงานกับชายตาบอดคนนั้นไหม?”
………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ขอให้น้องมูฟออนได้จริง ๆ เถอะค่ะ และช่วยให้เพื่อนไม่ต้องเจอชีวิตแต่งงานอันเลวร้ายด้วย
ไหหม่า(海馬)