Chapter 03: ส่วนแบ่งกำไร
[ทำการเสร็จสิ้น สามารถเริ่มดำเนินการขั้นต่อไปได้]
“ขั้นตอนต่อไปคืออะไร” มินถามขึ้นหลังจากมองหน้าของสกรีนบนสมาร์ตโฟนพร้อมกับเช็ดคราบน้ำตาของตน
“เปิดเข้าช็อปอีกรอบ ตอนนี้ที่หน้าของแคตทากอรี่ของนายน่าจะมีสินค้าประเภทใหม่เพิ่มเข้ามาแล้ว”
มายเอ่ยออกมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่ตนเพิ่งจะทำไปเมื่อสักครู่ สายตาของชายหนุ่มก็จดจ่อกับหน้าจอสมาร์ตโฟนตรงหน้าไปด้วยและก็ทำตามสิ่งที่หญิงสาวกล่าวไปด้วย
“ประเภทของสินค้า ประเภทของสินค้า หื้ม มอนสเตอร์?” อดประหลาดใจเสียไม่ได้เมื่อเห็นหน้าตาของสินค้าดังกล่าว
มอนสเตอร์มากมายหลายแบบปรากฏให้เห็นในสายตาเขา มีทั้งก้อนสไลม์กลมๆ สีต่างๆ มอนสเตอร์ที่ดาดๆ ทั่วไปที่ใครๆ ก็รู้จักอย่างมอนสเตอร์ที่มีขนาดความสูงเท่าเด็กประถมที่มีผัวสีขาวคล้ำอย่างก็อบลิน
หรือจะเป็มอนสเตอร์ที่มีขนาดเท่าเด็กประถมเช่นกันแต่ตามร่างกายของมันนั้นเต็มไปด้วยขนแถมยังมีใบหน้าเหมือนกับสุนัขอย่างโคบอลด์รวมไปถึงมอนสเตอร์อันเดดที่มีแต่กระดูกอย่างสเกลตัน
"มีดันเจี้ยนแล้วก็ต้องมอนสเตอร์ มอนสเตอร์ในช็อปไม่เหมือนกับมอนสเตอร์ที่พวกผู้วิเศษโลกนี้สร้างขึ้นมาหรอกนะ ขอบอกไว้ก่อนฉะนั้นนายไม่ต้องคิดว่ามันจะไร้ประโยชน์เหมือนัที่นายสั่งให้พวกวิเศษทำคราวก่อน"
ส่งสายตาคาดโทษไปหาทันทีเมื่อได้ยินประโยคเหน็บแนมของอีกฝ่าย นั่นมันเป็ความผิดของเ้าของร่างคนเก่าต่างหาก ทำอะไรไม่มีหัวคิด อย่ามาพูดเหมือนว่าตูเป็คนคิดสิเฮ้ย
"อ๊ะ! ฉันขอแนะนำให้นายซื้อก็อบลินเป็อย่างแรกนะ” มายกล่าวขึ้นมาเมื่อคิดบางอย่างขึ้นได้
“หา ทำไมล่ะ ก็อบลินมันเป็มอนสเตอร์สุดกากไม่ใช่รึไง ทำไมอะไรๆ ก็ต้องก็อบลินเป็อย่างแรก ไอ้มอนสเตอร์สิ้นคิดที่เวลาคิดไม่ได้ว่าจะใส่อะไรลงตามการูตูนแฟนตาซีเนี่ย” ว่าแล้วก็กดดูข้อมูลของเ้ามอนสเตอร์ประเภทดังกล่าว
[ก็อบลิน]
เทียร์: 1
แรงค์: F
คลาส: ฮิวแมนนอยด์มอนสเตอร์
ราคา: 1,000 บาท
'กากสุดๆ จริงด้วยแฮะ จะโลกเก่าหรือโลกนี้ คนเราช่างไม่มีความคิดสร้างสรรค์ซะเลย' ชายหนุ่มคิด
“พูดกันตามจริงก็ใช่แหละแต่ที่ฉันแนะนำให้นายซื้อเพราะว่ามันมีในมิสชัน” เสียงหวานเอ่ย
“มิสชัน?” มินหันไปถามหยิงสาว
“ใช่สิ ตอนเปิดแอปฯ นายไม่ได้ดูเมนูเลยรึไง” คิ้วขมวดเป็ปมพร้อมส่งไปหาชายหนุ่มเบื้องหน้า
มินรีบเปิดแอปพลิเคชันอีกครั้งพร้อมกับกดไปที่เมนูดังกล่าว ภายในกล่องข้อมูลหนึ่งอันซึ่งเขียนว่ามิสชันมอนสเตอร์ตัวแรก เขากดเข้าไปเพื่ออ่านข้อความทันที
[มิชชั่น: มอนสเตอร์ตัวแรก]
รายละเอียด: ทำการซื้อก็อบลิน 3 ตัวเพื่อใช้เป็มอนสเตอร์กลุ่มแรกของดันเจี้ยน
รางวัล: บอสมอนสเตอร์ tier 1 rank F
"สรุปคือถ้าฉันซื้อก็อบลินสามตัว ฉันจะได้มอนสเตอร์ฟรีตัวหนึ่งสินะ"
มินพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา ชายหนุ่มกดสั่งซื้อมอนสเตอร์ทันที แม้จะเห็นราคาที่ถ้าเป็ตอนปกติแล้วเขา (เ้าของร่างเก่า) จะไม่สนใจก็ตาม แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอไม่สนใจแล้วกันเพราะเขาก็เริ่มสนุกขึ้นมาบ้างนิดหน่อย
[ทำการซื้อเสร็จสิ้น ซิสเตมกำลังทำรายการ]
[ยูเซอร์ได้รับรางวัล กรุณาทำการรับรางวัลที่หน้าต่างมิชชัน]
ข้อความเด้งขึ้นมาบนหน้าจอสกรีน เขาอ่านมันอย่างรวดเร็วและกดเปิดรางวัลอย่างไม่รีรอ ก่อนที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขาจะมีบางอย่างเด้งขึ้นมา มันคือมอนสเตอร์รูปร่างเหมือนเสือแต่เขี้ยวของมันนั้นยาวกว่าปกติ แถมมีขนหนาสีน้ำตาลยาวดูหยาบกร้าน
[เซเบอร์ทูธไทเกอร์]
เทียร์: 1
แรงค์: F
คลาส: บอสมอนสเตอร์
"ว้าว! ตัวนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย" มินกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
"ใช่ม้า ใช่ม้า" มายสวนขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงดีใจก่อนจะกล่าวต่อ "ถ้านายทำมิชชั่นสำเร็จ ซิสเตมก็จะมีของฟรีๆ เท่ๆ แบบนี้มาให้นายเสมอ ฉะนั้นอย่าลืมทำนะ"
แปลกประหลาด หลังจากที่เขาได้ยินสิ่งที่มายพูด มินกลับคิดว่าเขาติดกับดักอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว
"อย่ามาคิดมากสิ ฉันมาเพื่อทำให้ความปรารถนาของนายสมหวังนะ" เช่นเคย หญิงสาวกล่าวขึ้นมาหลังจากรู้ว่าเขาคิดอะไร
"เค๊ ช่างมันก่อนแล้วกัน ฉันก็ไม่คิดว่าอะไรที่เหนือธรรมชาติขนาดนี้จะเลือกฉันเพราะว่าหวังผลประโยชน์ยิ่งใหญ่หรอกนะ"
เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอยขึ้นก่อนจะหันไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ "แล้วไงต่อ"
"มีเซิร์ฟเวอร์แล้ว มีมอนสเตอร์แล้ว มีบอสแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็สร้างดันเจี้ยนไง" มายตอบ
ไม่รอช้าให้อีกฝ่ายพูดอะไรต่อ มินเลื่อนหน้าฟังก์ชันในแอปฯออตเทอเรียไปยังหน้าสร้างดันเจี้ยนทันที หญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็อดชมขึ้นมาเสียไม่ได้ "เริ่มรู้งานแล้วนี่นา ไม่ต้องให้ฉันบอก"
ชายหนุ่มไม่สนใจคำพูดของหญิงสาว นิ้วของเขากดไปที่ปุ่มสร้างดันเจี้ยนอย่างรวดเร็ว
[กรุณาเลือกประเภทของดันเจี้ยน]
- ป่าดิบชื้น
- ทุ่งราบ
"มีให้เลือกแค่สองอย่างเองหรอก"
ชายหนุ่มกล่าวขึ้นอย่างหัวเสีย ก็จะอะไรซะอีกล่ะ เพราะเขาเห็นว่าซิสเตมเป็อะไรที่ดูเหนือธรรมชาติมากๆ เขานึกว่าพลังของมันจะเป็อะไรที่ดูน่าตื่นตากว่านี้เสียอีก
"อย่าคิดแบบนั้นสิตาเบื๊อก นี่เพิ่งเริ่มต้นนะ เชื่อฉัน ซิสเตมจะทำให้นายรวยจนไม่ต้องกลับไปง้อคนในตระกูลของนายอีกต่อไป" เธอพูดออกมาด้วยความมั่นใจ
“แล้วถ้าไม่ล่ะ” เขาถามกลับไป
“ไม่มีไม่จ้ะ ด้วยความสามารถของซิสเตม แม้แต่พระเ้าก็ต้องยอมสยบ” อวดเบ่งออกมาให้ชายหนุ่มรู้
“เหอะ” มินสบถออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคขี้โม้ของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะกดเลือกประเภทของดันเจี้ยนที่เขาคิดว่าน่าสนใจ ซึ่งก็คือดันเจี้ยนป่าดิบชื้น
ถึงแม้มันจะดูน่าเบื่อไปสักหน่อยแต่เขาก็เลือกอะไรไม่ได้มากนี่ ั้แ่เสียงของซิสเตมดังในหัว ั้แ่มายปรากฏตัวออกมา ั้แ่เงินในบัญชีของเขาหายไปเกือบทั้งหมดเพราะต้องซื้อของจากช็อปในแอปฯ ประหลาดนี่ เขาก็รู้ตัวแล้วว่ายังไงเขาก็คงหนีไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่าซิสเตมอยู่ดี ยังไงก็ต้องเล่นตามน้ำไปก่อนน่ะนะเพราะตกกระไดพลอยโจนมาแล้ว
ภาพของป่ารกทึบปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของชายหนุ่ม เขาเลื่อนไปดูมาสองสามทีก่อนจะกดฟังก์ชันตกแต่งต่างๆ ‘ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาให้มันสุดไปเลย’ มินคิดก่อนจะกดซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านช็อป
และในขณะนั้นเขาเขาก็พลางคิดถึงเื่ดันเจี้ยนสตูดิโอของเขาไปด้วย
อย่างที่รู้ๆ กันว่าประชากรมอนสเตอร์บนโลกนี้เหลือน้อยลงไปทุกทีและในยุคนี้ที่เหล่าผู้มีพลังพิเศษโหยหาการต่อสู้เพื่อความสนุกสนาน ความตื่นเต้นหรือความแข็งแกร่งนั้นทำให้ธุรกิจประเภทนี้บูมยิ่งขึ้น
มอนสเตอร์สตูดิโอสามารถหาได้แทบทุกที่ ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพก็คงต้องเทียบกับร้านเกมในโลกเก่าของเขา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มักจะมีคนเข้าไปใช้บริการอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าร้านไหนจะสามารถสร้างมอนสเตอร์ให้สร้างสรรค์มากกว่ากันเท่านั้นเองแต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ทุกร้านจะมีระบบแบบเดียวกันแน่นอนคือมอนสเตอร์
พวกมันเป็มอนสเตอร์ที่สร้างขึ้นมาจากเวทมนตร์ลวงตาชั้นสูง เป็ตัวตนปลอมๆ ไร้ชีวิตไร้ความรู้สึก เขาถึงได้บอกไงว่ามันช่างน่าเบื่อ แม้ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือที่เรียกสั้นๆว่าเอไอ(AI) จะมีพัฒนาการไปไกลแล้วก็ตาม
แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบกับมอนสเตอร์จริงๆ ได้ โดยเฉพาะมอนสเตอร์ระบบสูงและนี่ก็เป็อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เ้าของร่างคนก่อนล้มเหลวในการทำธุรกิจประเภทนี้ ทั้งการจ้างผู้วิเศษ ทั้งค่าบำรุง ทั้งเวทมนตร์และเทคโนโลยีและนั่นคือสิ่งที่เขากังวลเมื่อคิดถึงจำนวนเงินในบัญชีที่เหลืออยู่
“นายไม่ต้องกังวลไป ฉันบอกแล้วไง ค่าบำรุงของซิสเตมถูกมากๆ แถมระบบดันเจี้ยนยังไม่กากเหมือนพวกวิเศษบนโลกนี้หรอก” มายพูดขึ้นขัดความคิดฟุ้งซ่านของเขา
“เธอหมายความว่าไง” มินหยุดตกแต่งดันเจี้ยนของตัวเองบนโทรศัพท์ก่อนจะหันไปถามอีกฝ่าย
“ฉันจะอธิบายให้ฟังแล้วกัน โดยปกติแล้วมิติที่พวกผู้วิเศษสร้างจะแยกออกจากกันระหว่างโลกแห่งความจริงกับมิติแห่งภาพลวงตาใช่ไหม โดยมีทางเข้าออกกับมิติภายในที่แยกกันโดยสมบูรณ์จากโลกจริง การจะเข้าไปในมิติดังกล่าวนั้นผู้ที่จะเข้าไปจะต้องผ่านกระบวนการแยกร่างของตน กายเนื้อจะถูกเก็บในวอยด์ที่ผู้วิเศษสร้างแยกขึ้นมาโดยที่ร่างจิตจะเข้าไปยังมิติลวงตาดันกล่าวเพื่อต่อสู้กับมอนสเตอร์
โดยมิติลวงตานี้มันกินพลังงานเวทมนตร์เป็อย่างมาก ยิ่งใหญ่เท่าใด พลังงานที่ต้องใช้ก็ยิ่งเยอะขึ้นตามลำดับ ทำให้การขยายพื้นที่ก็ต้องเสียค่าบำรุงสูงตามขนาดที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็ค่าจ้างอาร์ควิซาร์ค วงแหวนเวทและมานา ฉันพูดถูกไหม"
ถามเสร็จมายจึงหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อ
"แต่มิติที่ซิสเตมสร้างขึ้นมานั้นไม่เหมือนกัน แม้จะดูเหมือนว่ามิตินี้มีทางเข้าแยกจากโลกแห่งความเป็จริงเหมือนกัน แต่ในความจริงแล้ว มิตินี้มันแทรกซึมอยู่บนโลก พูดให้นายเข้าใจง่ายๆ ในภาษาที่นายเข้าใจก็คือ ดันเจี้ยนที่นายสร้างจะถูกทำให้เป็ส่วนหนึ่งของโลกใบนี้
แถมด้วยความสามารถของเซิร์ฟเวอร์ดันเจี้ยน มิตินั้นจะกลายเป็เหมือนกับเซิร์ฟเวอร์เกม มีแชแนลมากมายที่พวกเขาสามารถเลือกเข้าไปโดยที่มิติจะทับซ้อนและแยกออกจากกันในเวลาเดียวกันอย่างไม่มีปัญหาเหมือนกับพวกมิติที่พวกอาร์คซิซาร์คเก๊ๆ ในโลกนี้สร้างหรอก”
มินวิเคราะห์ถามคำอธิบายของหญิงสาวพักหนึ่งก่อนจะถามออกไปเมื่อเข้าใจอะไรบางอย่าง “เธอหมายถึง ดันเจี้ยนเดียวสามารถบรรจุคนได้มากเท่าที่ตั้งการได้ใช่ไหม”
“ใช่ เหมือนตอนนายเล่นเกมแล้วเข้าดันเจี้ยนในบนโลกเก่าของนายนั่นแหละ ซิสเตมจะแยกมิติให้กับปาร์ตี้แต่ละปาร์ตี้ ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องรอ เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าดี๊ดี!” มายกล่าวพร้อมกับยิ้มแล้วยักไหล่ไปมา
“มาย” เขาขานชื่อบุคคลตรงหน้าเสียงเรียบ
“ว่า?” หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆ ชายหนุ่มเบื้องหน้าของเธอก็พลันแสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมา
“ขอถามอะไรสักอย่างสิ” เขาเอ่ย
“ว่ามา ถึงฉันจะรู้คำถามอยู่แล้วก็เถอะ” เธอตอบกลับเสียงเรียบเพราะความคิดของอีกฝ่ายเชื่อมมาถึงเธอ ทำให้มายรู้อยู่แล้วว่าเขาจะถามออกอะไรออกมา
“ทำไมต้องเป็ฉันล่ะ” มินถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันรู้เพียงแต่ว่าซิสเตมจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมันน่ะ” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ทำไมต้องเป็ตอนนี้ ก่อนหน้านี้ทำไมไม่โผล่ออกมาช่วยเ้าของร่างคนเก่า” นั่นคือสิ่งที่เขาสงสัย
“ก็อย่างที่บอกไปว่าซิสเตมจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมัน อืมมม กรณีนี้ก็คงเป็คือกำไร มันคงมองว่าถ้านายทำดันเจี้ยนสตูดิโอสำเร็จ มันจะได้กำไรมากว่ามากกว่าธุรกิจอื่นละมั้ง มันถึงออกมาช่วยนายไงล่ะ ฉันพูดได้แค่นี้แหละ” เธอกล่าว
“โอเค ฉันเข้าใจคร่าวๆ แล้วล่ะว่าแต่กำไรที่เธอหมายถึงนี่คือ?” อดไม่ได้ที่จะถามออกไปเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดถึงกำไร เพราะเขาไม่ได้ได้ยินอีกฝ่ายหรือซิสเตมพูดถึงก่อนหน้านี้
“ก็กำไรจากการดันเจี้ยนสตูดิโอยังไงล่ะ นายคงไม่คิดว่าซิสเตมทำเพื่อนายขนาดนี้เพราะเป็การกุศลใช่ไหม” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
“เอ๋ จริงดิ! ฉันคิดว่ามันฟรีซะอีก” มินอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ
หญิงสาวขมวดคิ้วครั้งหนึ่งก่อนจะพูดกับชายหนุ่มตรงหน้าของเธอต่อด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายอีกครั้ง
“ไม่ฟรีซะหน่อย กำไรที่ซิสเตมจะตัดจากนายไปคือ 95%ของกำไรทั้งหมดเลยน่ะ”
ช็อกทันทีที่ได้ยินประโยคดังกล่าวของหญิงสาว พร้อมกับที่ร่างกายทิ้งตัวลงไปนั่งชันเข่าพิงโซฟาสุดหรู
“ไหนเธอบอกว่าค่าบำรุงซิสเตมพูกไง!” เสียงทุ้มเอ่ยถามกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ถูกออก เมื่อเทียบกับที่นายเอาเงินไปให้พวกอาร์ควิซาร์คเก๊ๆ พวกนั้น น่า น่า” ตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ พร้อมกับมองเขาที่นั่งทำหน้าตาเศร้าสร้อยอดอาลัยตายอยาก
ผ่านไปราวๆ ห้านาทีเห็นจะได้ เมื่อมายมองไปยังมินที่ยังไม่ลุกขึ้นเสียทีจนเธอเริ่มรำคาญแต่หญิงสาวก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้เพราะว่าซิสเตมได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมันแล้ว และเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของกำไรก็เป็สิ่งที่ซิสเตม้าเพื่อแลกกับสิ่งที่มันให้กับมิน
“เลิกทำท่าทางแบบนั้นสักที เชื่อฉันเชื่อในซิสเตมว่ามันจะต้องคุ้มค่า มันไม่ทำให้นายอดอยากหรือธุรกิจเจ๊งแน่เเหมือนเ้าของร่างคนเก่าหรอกน่า” เธอเอ่ยให้กำลังใจ
หลังจากให้กำลังใจชายหนุ่มผู้ยังไม่มีสีหน้าที่ดีขึ้น มายก็เสกกระดาษแข็งสีขาวและบัตรพลาสติกสี่เหลี่ยมขนาดเอห้าออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีอารมณ์ที่อยากทำอะไรแล้วแต่เมื่อชายหนุ่มเห็นสิ่งที่อีกฝ่ายเสกออกมาก็พลันสงสัยว่ามันคืออะไร
“อย่างงตาเบื๊อก นี่คือใบรับรองดำเนินกิจการดันเจี้ยนสตูดิโอยังไงล่ะ ส่วนอันนี่คือบัตรประจำตัวของเ้าของกิจการเพราะธุรกิจอันก่อนเจ๊งไปนายเลยโดนยึดใบประกอบกิจการ ซิสเตมเลยทำให้ใหม่ ไม่ต้องห่วงว่าร้านนายจะผิดกฎหมาย เห็นไหมว่าระบบจัดการให้นายทุกอย่าง เก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่ระบบเอาไปก็ถือว่าช่วยซื้อเวลาให้นายไม่ต้องไปทำอะไรยุ่งยาก”
“เค๊ ฉันพอจะยอมรับได้ในระดับหนึ่งแล้วละ”
พยักหน้าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียออกไป ในจุดนี้ที่มาถึงขนาดนี้ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้วนี่นะ จะเงินแสน จะกำไรเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวคือเดินหน้าลุยไปให้สุด!
เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงกดยืนยันเพื่อทำการสร้างดันเจี้ยนป่าดิบชื้นทันทีพร้อมกับปฏิญานตนในใจอย่างแข็งกร้าวว่า
‘ตูจะกลับไปมีเงินแสน ไม่สิ เงินเล้านให้ได้ด้วยกำไรห้าเปอร์เซ็นต์นี้!!!!!’