พี่ว้ากสายโหดกับแกนพยาบาล
2
#สายรหัสเผด็จ
ห้อง 18/2
ห้องประจำแกนพยาบาล
"ฉันเลือกผ้าป่าเป็หัวหน้าแกนพยาบาลต่อจากฉัน"
ชาพูดอย่างหน้าตาเฉยแล้วมองหน้าเพื่อนๆ คณะกรรมการแกนที่มองหน้ากันไปมาด้วยความงงงวย..
"แกทำแบบนี้ไม่ได้นะชา ผ้าป่าไม่ได้มาจากการโหวต น้องชั้นปีสามต้องไม่ยอมกันแน่ ๆ "
"แล้วไง..ผ้าป่าเป็น้องรหัสของฉัน ฉันจะให้น้องรหัสของฉันเป็หัวหน้าแกนนี้ แล้วใคร ใครจะทำไม"
เธอมองหน้าเพื่อนๆ อีกครั้ง...ด้วยสายตาเรียบเฉยซึ่งบ่งบอกถึงความไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้างทั้งสิ้น...ปฏิกิริยาของหัวหน้าสาวนั้นเริ่มแสดงอาการไม่พอใจถึงขีดสุด
ชา ชาลิสา หัวหน้าแกนพยาบาลปีสี่ตัวตั้งตัวตีคู่กัดกับซันเฮดว้ากของคณะ...เธอคนนี้เป็พวกหัวรุนแรงและเผด็จการถึงขีดสุด ทั้งยังเป็ถึงนายกสโมสรคณะ...และพ่วงตำแหน่งรองนายกองค์การสภานักศึกษา ด้วยตำแหน่งที่มากโข แล้วจะทำให้เธอผู้นี้....จะยอมศิโรราบฟังเสียงนกเสียงกาได้อย่างไร
"เด็กพวกนั้นจะต่อต้านเขา แล้วผ้าป่าจะทนได้ยังไง"
เสียงหนึ่งเอ่ยถามขึ้น
"ทำไมคนอย่างผ้าป่าจะจัดการไม่ได้...ฉันยังจัดการมันได้เลยหึ"
ชาเอ่ยเสียงดัง....แกนพยาบาลไม่มีการโหวตและเลือกตั้งหัวหน้าแกนมานานแล้ว ั้แ่ที่สายรหัสของชาได้เป็หัวหน้าแกน...แล้วพวกเขาก็จะปั้นหัวหน้าคนใหม่ที่เป็น้องรหัสขึ้นมาแทนจากรุ่นสู่รุ่น
สายรหัส 139 เป็จอมเผด็จการขั้นสุด สายรหัสคอมมิวนิสต์ที่ตั้งตนปกครองตัวเองหัวรุนแรง ยึดถือตัวเองเป็ใหญ่ และส่วนมากสายรหัสนี้...จะประสบความสำเร็จมากกว่าทุกๆสายรหัส
"ถ้าใครไม่พอใจ หรือตั้งตัวไม่เคารพการตัดสินใจของฉันหรือผ้าป่า ฉันก็จะปลดมันออก ก็ลองดูสิ...จบช้าอีกสักปีสองปีแล้วจะเป็ไรไป"
"ชา..นี้เธอ!!"
"ตกลงตามนี้นะคะทุกคน ขึ้นป้ายประกาศแล้วส่งรายชื่อหัวหน้าแกนพยาบาลปีสามคนใหม่ได้เลย ฝากจัดการด้วย ฉันขอตัวละ"
ชามองหน้าเพื่อนๆ แล้วเดินออกจากห้องอย่างไม่ไยดี
"แม่งโคตรเผด็จการ!!!"
"คิดว่าตัวเองเป็ใครกันฮะ โธ่เว้ย"
"มึงส่งรายชื่อไอ้ป่า ให้สโมสรด้วยนะ กูไปละ"
รองหัวหน้าแกนผู้ชายสั่งเลขานุการอย่างไม่พอใจต่อการกระทำของหัวหน้าจอมเผด็จการ...เขาเตะเข้าไปที่เก้าอี้จนล้มเพื่อบรรเทาอารมณ์โมโหร้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ชาลิสาเดินลงบันไดจนถึงชั้นหนึ่งซึ่งเป็ลานโล่งของคณะ.....วันนี้เป็วันแรกของการประชุมสโมสรคณะปีสาม
"พี่ชา สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับพี่"
ผ้าป่าและรองหัวหน้าของเขา..ยกมือไหว้เธอมาแต่ไกล...ชาลิสายิ้มเบาแล้วตบไหล่น้องรหัสร่างสูงของเธอด้วยความเอ็นดู
"วันนี้ประชุมสโมสรวันแรกของแก ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีละกัน หากใครมันไม่พอใจหรือตั้งต้นไม่ฟังแก ก็จัดการปลดมันออกได้เลย"
"ขอบคุณครับพี่"
"ไปสิ...เดี๋ยวสายนะ"
"ครับ"
ผ้าป่ายิ้มหวานแล้วเดินหายเข้าไปในตึกคณะพร้อมด้วยรองหัวหน้าแกนที่เธอพึ่งออกคำสั่งแต่งตั้งไปหมาดๆ
"พวกเผด็จการ เวลาในการจัดการเลือกตั้งมีตั้งเยอะ แต่ไม่ยอมทำ...พอใกล้จะถึงวันก็บีบบังคับจับชื่อยัดอย่างเท่"
"แล้วทำไม!! จะทำไมไม่ทราบ ใครจะไปพิธีรีตองเหมือนพวกแกละ"
ชาลิสาตอบกลับซันอย่างรวดเร็ว...แม้ซันจะรายล้อมด้วยเพื่อนแกนว้ากของเขา มันไม่สามารถทำให้ชาลิสาหวั่นกลัวได้เลย เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างสูงอย่างท้าทาย
"ก็เพราะเผด็จการแบบนี้ไง...แกนพยาบาลถึงได้ห่วยแตกจากรุ่นสู่รุ่นทุกปี"
เธอกำหมัดแน่นพร้อมจ้องหน้าคนตัวสูงเขม็ง...หากเปรียบเธอเป็สัตว์ล่าเนื้อ บัดนี้เหยื่อตรงหน้าต้องถึงกาลอวสานแน่
"โอ๊ยยยยย...ไอ้ซัน มึงพูดแทงใจดำน้องชา จนเธอโกรธแล้วนะ"
เสียงต๊อบกระเซ้าเย้าแหย่...
"นั้นนะสิ....มึงพูดแบบนี้กับน้องเขาได้ยังไงกัน น้องเขาโกรธจนควันออกหู หูกลางหมดแล้วอะ ฮ่าๆ "
"พวกแกนี่มันพวกหมาหมู่จริงเลยนะ แกก็คอยดูว่าสายรหัสอย่างฉัน กับสายรหัสร้างๆ ไม่มีน้องรหัสแบบพวกแก ใครมันจะเวิร์คกว่ากัน"
"ฉันไม่มีน้องรหัสแล้วจะทำไม"
ซันขยับเข้าไปใกล้ชาลิสา...จนเธอผงะเท้าถอยตัวออกเล็กน้อย
"แกก็รู้อยู่แล้ว ถึงแกนของฉันจะห่วยแตก แต่ฉันกลับประสบความสำเร็จมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็รุ่นน้องอย่างผ้าป่า หรืออย่างรุ่นพี่ที่เป็เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างพี่มอส ตอนนี้เขาก็เป็อาจารย์สอนอยู่ที่นี้ ไม่ใช่เหรอ..."
"แกนะ...ไม่เอาใครเลยต่างหาก เพราะสายของแกรักแต่ตัวเอง ไม่เคยรักเพื่อนพ้องไง"
"แล้วรักเพื่อนพ้องมันกินได้หรือไง"
ชาลิสาตอบกลับซัน...
"เธอมันเป็จำพวกไม่มีเพื่อน คิดว่าตัวเองเก่งเหนือคนอื่นไง เธอก็เลยต้องโดดเดี่ยวแบบนี้ เธอจ้องแต่เอาชนะคนอื่นไปทั่วและเผด็จการยังไงเล่า"
เพี๊ยยยย
ชาลิสาฟาดฝ่ามือลงบนหน้าซันอย่างแรงจนหน้าเขาหันเล็กน้อย คนตัวสูงชะงักชั่วขณะแล้วหันหน้ากลับมาจ้องมองชาลิสา เขายิ้มมุมปากกับการกระทำของเ้าหล่อนเมื่อครู่...แล้วพูดต่อ
"รับไม่ได้อย่างนั้นเหรอ"
ประโยคนั้นมันช่างแทงใจดำชาลิสาเหลือเกิน.. แววตาของเธอเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยดั่งมีน้ำเคลือบดวงตาทั้งคู่ไว้...จนเธอไม่สามารถทนฟังหรือสรรหาคำพูดใด..เพื่อเถียงเขาได้อีกต่อไป..สาวน้อยเดินจ้ำอ้าวออกจากตึกอย่างเร็ว
พวกหมาหมู่....ฝากไว้ก่อนเถอะ
"เจ็บไหมครับคุณซัน ฮ่าๆๆ"
"ปากเสียรนหาที่อีกแล้วนะครับ"
เสียงเพื่อนๆ แซวเขายกใหญ่ เขาใช้มือเช็ดเืซึมมุมปากแล้วยิ้มบางๆให้เพื่อน
"ไม่เท่าไรหรอก ไปเถอะ"
"มึงกับไอ้ชาทะเลาะกันแบบนี้ ไม่ใช้กูรู้ข่าวอีกที จับมือกันเข้าประตูวิวาห์ไปแล้วนะโว้ย"
"ฮ่าๆๆ"
"ฮ่าๆๆๆๆ"
ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์
ชั้น 1
วันนี้เป็วันแรกของการทำงานซึ่งทางสโมสรคณะได้เรียกส่วนที่เกี่ยวข้องทุกส่วนเข้าประชุมและเหมือนเป็การเปิดตัวแกนว้ากรุ่นปัจจุบันอีกด้วยพวกเราทั้งหกมารวมตัวกันโดยสวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้ม มีสัญญาณแถบสีแดงสองเส้น
"นั่นมันแกนว้ากเหรอวะ"
"กูก็ว่างั้นแหละ"
"จะรอดไหมวะ ดูไม่เวิร์คเลย"
เสียงพูดของเพื่อนๆต่างแกนดังขึ้นพร้อมส่งสายตาเชิงดูิ่หลังจากที่พวกเราเดินเกาะกลุ่มกันบริเวณลานโล่งของตึกคณะ
"พวกมึงมีอะไร อยากปากแตกหรือยังไง"
ฮันห์หยุดเดินและพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ร่างสูงหยุดจ้องมองเพื่อนต่างแกนแล้วพูดต่อ...ในวินาทีนี้หากใครคนใดพูดจากวนโอย ใส่เขา มีหวังได้ปากแตก ฟันหลุดเป็แน่
"มึงอยากโดนตีนหรือไง"
เขาแผดเสียงจนเพื่อนแกนต่างๆหยุดพูดแล้วสลายตัวแตกกระเจิงเหมือนผึ้งกำลังแตกรัง
"กูว่ามึงอารมณ์ร้อนเกินไปแล้ววะ"
พายุพูดขึ้นพร้อมกับดึงข้อมือของฮันห์ที่ยืนจ้องเพื่อนต่างแกนไม่ต่างจากผีดิบที่กำลังหิวโหยเืและพร้อมที่จะกระโจนใส่เหยื่อได้ทุกวินาที
"ก็พวกมันหน้าถีบจริงว่ะ กูชักจะใจเย็นไม่ไหวละ"
เขาพูดตอบกลับพายุ
"มึงก็ใจเย็นกว่านี้อีกดิวะ"
"เย็นกว่านี้ก็หลวงตาละครับคุณพ่อ"
ฮันห์พูดสวนพายุที่กำลังปลอบประโลมเขาอยู่...
เราทั้งหกเร่งฝีเท้าเดินขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปชั้นสี่ซึ่งเป็ห้องประชุมใหญ่
ฉันกำลังจะบิดลูกบิดประตูพอดี...
"อะหื้มมม อรุณสวัสดิ์นะครับ เฮดว๊ากคนสวย"
เสียงทักของผู้ชายร่างสูงดีกรีนักกีฬาทีมชาติดังขึ้น...ทำให้ฉันชะงักมือจากลูกบิดประตู
"คนสวย พ่องมึงสิ"
พายุสวนทันควัน....
"กูไม่ได้พูดกับมึง อย่าสะเหล่อ"
เขาจ้องหน้ากลับพายุด้วยสายตาดุดัน ร่างสูงเดินเข้าหาพายุแต่ถูกเพื่อนของเขารั้งข้อมือไว้
"ใจเย็นก่อนครับหัวหน้า"
เขากระซิบลูกพี่ใหญ่ที่กำลังทำตัวกระด้างกระเดือกใส่พวกเรา
ทั้งสองยืนมองพวกเราพร้อมกระตุกยิ้มแหยะๆ ส่งให้
"รุมมันเลยเป็ไงหลิว"
พายุกระซิบข้างหูฉัน....ฉันเหลือบสายตามองเขาเล็กน้อยก่อนจะบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไป
"วอนตีน"
ฉันพูดลอยๆด้วยเสียงอันเเผ่วเบา แล้วเดินเข้าไปยังห้องประชุมใหญ่ซึ่งมีโต๊ะประชุมแถวยาวราวกับห้องผู้บริหาร
ประกอบด้วยนายกสโมสร นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมด้านหน้าติดกับจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ ส่วนพวกเราทั้งหกนั่งข้างกันโดยมีฉันนั่ง อยู่หัวโต๊ะประชุมท้ายสุดตรงข้ามกับนายกสโมสร
ซึ่งเป็ที่ประจำตำแหน่งของเฮดว้ากทุกรุ่นที่ส่งต่อมาและวันนี้ฉันก็ได้นั่งประจำที่ประจำตำแหน่ง
บรรยากาศในห้องประชุมวันนี้มันดูอึดอัดไปเสียหมด พวกเขาต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีท่าทีว่าใครจะพูดอะไรก่อน
"นี้คงเป็หัวหน้าเฮดว้ากสินะครับ ช่างผิดคาดไปจากที่ผมคิดไว้เหลือเกิน "
นายกสโมสรยิ้มมุมปากนิดหน่อย สายตาของฉันเหลือบมองผู้ชายที่อยู่หัวโต๊ะนิดหน่อย พูดแบบนี้หมายความว่า......
คำพูดของเขานั้นเมื่อครู่นั้นทำให้หัวหน้าและรองหัวหน้าทุกแกนอมยิ้มกันใหญ่เสมือนกำลังสบประมาทฉันอยู่
"แปลกที่แกนระเบียบปีนี้เป็ผู้หญิง ทั้งที่มีผู้ชายตั้งห้าคนเลยนะครับ"
"ผ้าป่า" หัวหน้าแกนพยาบาลกล่าวขึ้น สายตาของฉันเหลือบมองอีตาผ้าปูโต๊ะ...ชื่อก็แปลกยังทำนิสัยแบบนี้อีก
"ผมคิดว่า...สิ่งที่รุ่นพี่แกนระเบียบคัดสรรมา คือสิ่งที่ผ่านการขัดเกลาเรียบร้อยแล้วนะครับ อีกอย่างพวกเราก็ใช้ระยะเวลาในการฝึกและเตรียมการมาอย่างดี คงไม่ทำงานห่วยแตกเหมือนบางแกนหรอกนะครับ "
พายุรองแกนว้ากกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กวนส้นตีนเช่นกันพร้อมกับยิ้มมุมปาก ส่งสายตากวนโอ๊ยไปทางอีตาผ้าปูโต๊ะ ที่ขณะนี้เขากำลังเคาะจมูกอย่างไร้มารยาท
"นี้....เมื่อกี้ว่าอะไรนะ"
ผ้าป่าจ้องพายุเขม็ง
"ก็ไม่ได้ว่าอะไรใครนี้...."
เขาตอบ
"เอาละ....พวกผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยนะครับ แค่ทักทายน้องตะหลิวนิดหน่อย ไม่ยักรู้ว่าคุณพายุจะปกป้องหัวหน้าคุณขนาดนี้"
นายกสโมสรยิ้มบ้าง
"ผมคิดว่า เราควรเริ่มการประชุมได้แล้วนะครับ มันเสียเวลา"
หัวหน้าแกนสันทนาการเริ่มหงุดหงิดเสียแล้วที่พวกเรายอกย้อนกันไปมาดูท่าจะไม่จบง่ายๆ
ในห้องประชุมนี้ ประกอบด้วย
นายกสโมสร "ตริน" ว่าที่เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
เลขานุการสโมสรหญิง "ลดา"
หัวหน้า แกนพยาบาล"ผ้าป่า"และรองหัวหน้า
หัวหน้า แกนสันทนาการ "ภาคิน"และรองหัวหน้า
หัวหน้า แกนหอ ที่พลาดมาจากแกนว้าก "ศรัน"และรองหัวหน้าและแกนว้ากทั้งหกคน
เราทั้งหมดเริ่มวาระการประชุม
"ปีนี้ จำนวนรุ่นน้องมาเยอะกว่าทุกปี จำเป็ต้องให้แกนระเบียบลงหนักกว่าทุกปีนะครับ"นายกสโมสรเหลือบมองหน้าฉันอย่างสบประมาท
"จากวาระการประชุม....พวกเราจะทำการรับน้องด้วยระบบโซตัสขยายเวลาในการรับเพิ่มเป็สองเทอม คือระยะเวลาหนึ่งปีการศึกษาเพื่อโชว์ศักยภาพของคณะ และ้าให้พวกคุณทำให้น้องๆ เข้าใจความหมายของระบบนี้อย่างแท้จริง คือเอาตามตรง..ผม้าชนะโต้วาทีกับพวกรัฐศาสตร์"
"และผมหวังว่าพวกคุณคงจะไม่มีเื่กับแกนพยาบาลเหมือนทุกๆ ปีนะครับ"นายกสโมสรพูดพลางมองหน้าทุกคนเหมือนจะคาดโทษเอาไว้ ตรินนิสัยของเขาไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ เขาต้องเก่งและเหนือกว่าคนอื่นในทุกเื่ และเขาก็มุ่งมั่นที่จะต้องเอาชนะกิจกรรมโต้วาทีนี้ให้ได้
"พวกผมคงไม่มีเื่ ถ้าพวกคุณไม่หาเื่พวกเราก่อน" เหมกล่าว
"ผมสงสัยจังครับว่า ลำพังเฮดว้ากของพวกคุณจะคุมน้องปีนี้อยู่ไหมนะ" ผ้าป่าหัวเราะ
"เฮ้อ!!! พูดงี้มาชกกันเลยมา" ฮันห์หนุ่มเืร้อนทำท่าจะลุกขึ้นแต่ถูกเพื่อนๆ รั้ง เหมือนเขาสุดจะทนแล้วเหมือนกัน
"มาสิมึง....มาสิ!!! "
ผ้าป่าคนอย่างเขายอมใครกันซะที่ไหนกัน หนุ่มดีกรีนักมวยสากลท้าทายพร้อมทำหน้ากวนๆใส่
"ผมว่าหยุดเถอะครับ"
ศรันพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้านิ่ง สายตาของเขาบ่งบอกว่ารำคาญเหลือทน
"ทำไมคะ ฉันไม่สมควรกับตำแหน่งนี้ตรงไหนคะ"
ฉันถามขึ้น...ฉันก็สุดจะทนแล้วเหมือนกันนะ
"ฉันจะทำให้พวกคุณเห็นว่า ฉันสามารถคุมรุ่นน้องทุกคนได้ตลอดหนึ่งปี ไม่แพ้รุ่นพี่แน่นอนค่ะ"ฉันยืนยัน ส่วนนายกสโมสรนั้นมองหน้าฉันแล้วพูดต่อว่า
"อ๋อหรอ..... แล้วถ้าเกิดปัญหาการต่อต้านระบบนี้ นั้นคือการรับผิดชอบของคุณ เฮดหลักของแกนระเบียบ"นายกสโมสรหยุดพูดครู่หนึ่ง
"คุณต้องขึ้นเวทีเสวนา เื่ปัญหาการรับน้องกับทุกคณะที่ต่อต้านพวกเรา ซึ่งการเสวนาที่จัดขึ้นนี้ใช้ตัดสินความอยู่รอดของระบบรับน้องของพวกเรา และเราต้องชนะเท่านั้น!! " เขาย้ำพร้อมมองหน้าฉันนิ่งสายตาหยิ่งยโสเหมือนกำลังดูถูกดูแคลน
ฉันทำได้แค่ควบคุมอารมณ์ให้เย็นลงแม้ภายในใจจะร้อนรนเหมือนูเาไฟก็ตามพวกเขาทุกคนยิ้มเยาะ ยกเว้น"ศรัน"
เราทุกคนรู้ดีว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะได้เป็พี่ว๊าก
คอยดูเหอะ!!!
โดยเฉพาะ อีตาผ้าปูโต๊ะ หน่อ!! หัวหน้าแกนพยาบาลที่ชอบหาเื่ฉัน จะประกาศเป็ศัตรูกับพวกชั้นให้ได้เลยใช่ไหม!!!
"งั้นเอาเป็ว่า ผมขอปิดการประชุมเพียงเท่านี้ วันนี้แค่้าให้พวกเรารู้จักกันไว้ ผมขอตัวเลยละกันนะครับ"
ตรินพูดจบแล้วชำเลืองมองพวกเราด้วยหางตาก่อนจะเดินออกจากห้องประชุม
"หวังว่าคงไม่ห่วยแตกจนคณะต้องจารึกชื่อพวกคุณไว้นะครับ"
ผ้าป่ายิ้มมุมปากแล้วลุกขึ้น...
"มึงนี้ มันวอนตีนจริงว่ะ กูสุดจะทนแล้ว"
อาเซ่ดึงตัวฮันห์ให้นั่งลง...ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเขาใส่ผ้าป่าด้วยความเกรี้ยวกราด
"เหอะ..."
ผ้าป่ามองอาการเกรี้ยวกราดของฮันห์แล้วยิ้มเยาะอีกคราวพร้อมเดินผิวปากออกจากห้องประชุมอย่างอารมณ์ดี
สมกับที่เพื่อนๆ ในคณะต่างร่ำลือ...ในความป่วนประสาทและกวนโอยของเขา ใค
รที่คิดจะเป็ศัตรูกับเขาต้องได้รับความพินาศอย่างเดียว... เขาเป็ประเภทที่ว่า
กัดไม่ปล่อย...และต้องกำจัดศัตรูให้สิ้นกัดจนกว่าเหยื่อจะตาย
เพราะฉะนั้น..คนอย่างผ้าป่า คือตัวอันตรายที่ทุกคนต่างต้องยอมถอยและไม่สามารถเอาชนะเขาได้ และใครที่จะประกาศเป็ศัตรูกับเขาเตรียมตัวรับความปราชัยได้เลย