แสงอาทิตย์แรกของวันสาดส่องผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้เข้ามาในห้องเช่าแคบๆ ปลุกสรรพสิ่งให้ตื่นจากนิทรา แต่สำหรับเสี่ยวเหลียนแล้ว นางไม่ได้หลับเลยทั้งคืน
นางนอนนิ่งอยู่บนเตียงแข็งๆ ข้างกายของอาเฟยที่ยังคงหลับสนิท เนื้อตัวของนางสะอาดแล้วหลังจากที่นางใช้เวลาเกือบชั่วยามในการขัดถูร่างกายในถังน้ำเล็กๆ หลังบ้านอย่างบ้าคลั่ง นางขัดจนิัแดงเถือกไปหมด ราวกับจะขจัดทุกร่องรอย ทุกัั และทุกความทรงจำอันน่ารังเกียจจากค่ำคืนที่ผ่านมาให้หลุดลอกออกไป แต่เปล่าเลย... มันยังคงติดตรึงอยู่ใต้ิั ในทุกอณูของเื และในส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจ
นางค่อยๆ พลิกตัวอย่างแ่เบาที่สุดเพื่อไม่ให้คนที่หลับอยู่ข้างๆ ตื่นขึ้น ความเ็ประบมไปทั่วร่าง โดยเฉพาะ่ล่างที่ยังคงปวดแสบปวดร้อนไม่หาย มันคือเครื่องเตือนความทรงจำถึงความป่าเถื่อนของจางอี้ และความโสมมของลุงหวัง แต่เมื่อนางขยับตัวนั้นเอง... นางก็ััได้ถึงบางสิ่งที่แตกต่างออกไป
มันคือความอุ่น...
ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากช่องท้องน้อย มันไม่ใช่ความรู้สึกเ็ป แต่เป็ความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ราวกับมีเตาหลอมขนาดเล็กกำลังทำงานอยู่ภายในร่างกายของนาง มันคือพลังปราณธาตุทองอันแข็งกร้าวที่นาง "ขโมย" มาจากจางอี้ บัดนี้มันได้หลอมรวมเข้ากับพลังหยินบริสุทธิ์ของนางตามหลักการของเคล็ดวิชาหยก์ กลายเป็พลังใหม่ที่นางไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เสี่ยวเหลียนค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า นางเดินไปที่อ่างน้ำทองเหลืองใบเล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องเพื่อล้างหน้า หวังว่าน้ำเย็นๆ จะช่วยให้สมองที่ตื้อตันของนางปลอดโปร่งขึ้นบ้าง แต่เมื่อนางก้มลงมองเงาสะท้อนของตัวเองในผิวน้ำ... นางก็ถึงกับผงะจนเกือบจะร้องออกมา
นี่... คือนางจริงๆ หรือ?
เงาสะท้อนในน้ำนั้นยังคงเป็ใบหน้าของเสี่ยวเหลียนที่งดงาม แต่ทว่า... มันกลับมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณของนางที่เคยขาวซีดเพราะความเหนื่อยล้า บัดนี้กลับดูเปล่งปลั่งอมชมพูระเรื่อราวกับลูกท้อสุกงอม ริมฝีปากที่เคยแห้งผากกลับดูอวบอิ่มและมีสีแดงสดราวกับเพิ่งแต้มชาดมาใหม่ๆ
แต่สิ่งที่น่าใที่สุดคือดวงตาของนาง... ดวงตาคู่สวยที่เคยใสซื่อและอ่อนโยน บัดนี้กลับดูลุ่มลึกและมีประกายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง มันเป็ประกายที่คมกล้าและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน ในแววตานั้นมีความเศร้า ความเ็ป แต่ก็แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งและอำนาจบางอย่างที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น
นางดู... อันตราย
นี่คือผลของเคล็ดวิชาหยก์งั้นหรือ? มันไม่เพียงแต่มอบพลังให้นาง แต่มันยังเปลี่ยนแปลงนางจากภายในสู่ภายนอก ปลุกสัญชาตญาณของ "นางจิ้งจอก" ที่หลับใหลอยู่ให้ตื่นขึ้น
"เหลียนเอ๋อร์... ตื่นแล้วหรือ?"
เสียงงัวเงียของอาเฟยดังขึ้นจากบนเตียง ทำให้เสี่ยวเหลียนสะดุ้งหลุดจากภวังค์ นางรีบหันหลังให้กับอ่างน้ำทันที กลัวว่าอาเฟยจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของนาง
"อืม... ตื่นแล้วจ้ะ" นางตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น "ข้าจะไปเตรียมน้ำล้างหน้ากับอาหารเช้าให้เ้านะ"
อาเฟยยันตัวลุกขึ้นนั่ง บิดี้เีไปมาพลางหาวหวอด "เมื่อคืนเ้ากลับมาดึกเชียว ข้าตื่นมากลางดึกไม่เห็นเ้า... ไปไหนมาหรือ?"
หัวใจของเสี่ยวเหลียนกระตุกวูบ! นางพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาน้ำเสียงให้เป็ปกติ "ข้า... ข้าปวดท้องนิดหน่อย เลยไปเข้าห้องน้ำนานไปหน่อยน่ะจ้ะ"
"เป็อะไรมากไหม? ตอนนี้หายดีแล้วหรือยัง?" อาเฟยถามด้วยความเป็ห่วงทันที เขาทำท่าจะลุกจากเตียงเพื่อมาดูอาการของนาง
"ไม่เป็ไรแล้ว! ไม่เป็ไรแล้วจริงๆ!" นางรีบหันกลับไปห้ามเขา ส่งยิ้มที่ดูฝืดเฝื่อนที่สุดให้ "ข้าแค่... อาหารไม่ย่อยนิดหน่อย ตอนนี้หายดีแล้ว เ้าไม่ต้องเป็ห่วงหรอก รีบล้างหน้าเถอะ เดี๋ยวสายแล้วจะไปทำงานไม่ทันนะ"
อาเฟยพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ความซื่อของเขาทำให้เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาหรือรอยยิ้มของคนรัก เขาลุกจากเตียงและเดินไปที่อ่างน้ำที่นางเพิ่งผละออกมา
เสี่ยวเหลียนรีบหันหน้าหนีอีกครั้ง เดินไปง่วนอยู่กับการจัดเตรียมเสื้อผ้าให้เขาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความรู้สึกผิด มันเป็ความรู้สึกผิดที่รุนแรงเสียจนนางอยากจะทรุดตัวลงร้องไห้ตรงนั้น นางกำลังโกหกเขา... โกหกคนที่นางรักที่สุด... และนี่มันเป็เพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น
หลังจากอาเฟยแต่งตัวเสร็จและกินหมั่นโถวสองลูกกับน้ำแกงจืดๆ เป็อาหารเช้า เขาก็เตรียมตัวจะออกไปทำงานที่โรงตีเหล็กเหมือนเช่นทุกวัน
"ข้าไปทำงานก่อนนะ เหลียนเอ๋อร์" เขากล่าวพลางเดินมาหานางที่หน้าประตู
"จ้ะ... ตั้งใจทำงานนะ" นางตอบรับ พยายามฝืนยิ้มให้กว้างที่สุด
อาเฟยยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน ก่อนจะทำในสิ่งที่เขาทำเป็ประจำทุกเช้า... เขาโน้มตัวลงมาเพื่อจะจูบที่หน้าผากของนางเบาๆ
แต่ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะัักับผิวของนางนั้นเอง...
เสี่ยวเหลียนกลับผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ!
การกระทำนั้นเกิดขึ้นโดยที่นางไม่ได้ตั้งใจ มันเป็ปฏิกิริยาของร่างกายที่ยังคงจดจำััอันน่ารังเกียจจากเมื่อคืนได้ ทำให้มันปฏิเสธััจากบุรุษทุกคน... แม้แต่บุรุษที่นางรักที่สุดก็ตาม
อาเฟยชะงักค้างอยู่กลางอากาศ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็ความงุนงงและเ็ปเล็กน้อย "เหลียนเอ๋อร์...?"
"ขะ...ขอโทษจ้ะ!" เสี่ยวเหลียนอุทานออกมาอย่างใเมื่อรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป "ข้า... ข้าแค่ในิดหน่อย ไม่มีอะไรจ้ะ"
นางรีบก้าวเข้าไปหาเขาอีกครั้ง เขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วจูบที่แก้มของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อเป็การไถ่โทษ "รีบไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวสายนะ"
แม้จะยังคงรู้สึกสับสนอยู่บ้าง แต่อาเฟยก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เขาเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้เสี่ยวเหลียนยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูด้วยหัวใจที่แตกสลาย
น้ำตาของนางไหลทะลักออกมาในที่สุดเมื่อมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยของเขาเดินลับหายไป นางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ยกมือขึ้นปิดปากเพื่อสะกดเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้
นางทำบ้าอะไรลงไป! นางผลักไสเขา! นางทำให้เขาเสียใจ!
ความรู้สึกผิดและความรังเกียจตัวเองถาโถมเข้าใส่จิตใจของนางอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม นางไม่ใช่แค่สกปรกทางร่างกายอีกต่อไปแล้ว แต่นางกำลังสกปรกไปถึงจิติญญา นางกำลังกลายเป็สิ่งที่นางเกลียดชังที่สุด
แต่แล้ว... ท่ามกลางความมืดมิดในจิตใจนั้นเอง... พลังสีทองอันอบอุ่นในท้องน้อยของนางก็หมุนวนขึ้นมาอีกครั้ง มันส่งความรู้สึกที่แข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวเข้ามาในความคิดของนาง...
‘นี่คือสิ่งที่ต้องทำ...’
‘นี่คือหนทางเดียว...’
‘เพื่ออาเฟย...’
ใช่... เพื่ออาเฟย... นางต้องเข้มแข็งเข้าไว้ นางจะมามัวอ่อนแอจมอยู่กับความรู้สึกผิดแบบนี้ไม่ได้ ภารกิจของนางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น นางได้พลังธาตุทองมาแล้ว ขั้นต่อไปคือการนำพลังนี้ไปมอบให้อาเฟย
เสี่ยวเหลียนปาดน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็ว แววตาของนางเปลี่ยนจากความอ่อนไหวเป็ความมุ่งมั่นอีกครั้ง นางลุกขึ้นยืนและเดินกลับเข้าไปในห้อง นางต้องหาทางถ่ายทอดพลังนี้ให้อาเฟยให้ได้ และตามที่หมอหลี่เคยบอกไว้... หนทางที่ดีที่สุดและเร็วที่สุดก็คือ... ผ่านการหลอมรวมร่างกาย
แต่... นางจะทำได้อย่างไร? ในเมื่อตอนนี้นางรู้สึกรังเกียจััจากบุรุษทุกคน... แม้แต่ััของอาเฟยเองก็ตาม
นางหลับตาลง พยายามนึกถึงคำสอนของหมอหลี่เกี่ยวกับเคล็ดวิชาหยก์ มันไม่ใช่แค่การดูดซับ แต่คือการ "ควบคุม" พลัง... และ "ควบคุม" จิตใจ
นางต้องควบคุมจิตใจของตัวเองให้ได้ก่อน!
เสี่ยวเหลียนตัดสินใจทำในสิ่งที่นางไม่เคยกล้าทำมาก่อน นางนั่งขัดสมาธิลงบนเตียง หลับตาลง และเริ่มโคจรพลังปราณที่เพิ่งได้รับมาตามหลักการของเคล็ดวิชาหยก์ที่หมอหลี่เคยสอนไว้คร่าวๆ
ในตอนแรกมันเป็ไปอย่างทุลักทุเล พลังธาตุทองนั้นแข็งกร้าวและพยศเกินกว่าที่นางจะควบคุมได้ มันวิ่งพล่านไปตามเส้นลมปราณของนางราวกับม้าป่า ทำให้เกิดความรู้สึกเ็ปแปลบปลาบไปทั่วร่าง แต่เสี่ยวเหลียนก็กัดฟันทน นางรู้ว่านี่คือบททดสอบแรกของนาง
นางค่อยๆ ใช้พลังหยินบริสุทธิ์ดั้งเดิมของตัวเอง ซึ่งเปรียบเสมือนสายน้ำที่อ่อนโยน เข้าไปโอบล้อมและปลอบประโลมพลังธาตุทองที่เปรียบเสมือนโลหะที่ร้อนระอุนั้นอย่างช้าๆ ทีละนิด... ทีละนิด...
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้... จากที่เคยเ็ป ก็ค่อยๆ กลายเป็ความรู้สึกอุ่นสบาย... จากที่เคยพยศดื้อรั้น พลังธาตุทองก็เริ่มเชื่องและยอมให้พลังหยินของนางชี้นำ...
และแล้ว... นางก็ทำสำเร็จ!
เสี่ยวเหลียนสามารถโคจรพลังปราณใหม่นี้ไปทั่วร่างได้หนึ่งรอบอย่างสมบูรณ์!
เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายในดวงตาของนางก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง มันคมกล้ายิ่งกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็สงบนิ่งและควบคุมได้ นางรู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของร่างกาย นางรู้สึกแข็งแกร่ง... แข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็มาทั้งชีวิต
ความรู้สึกรังเกียจและหวาดกลัวต่อการััเมื่อครู่จางหายไป มันไม่ได้หายไปไหน แต่ถูก "กด" เอาไว้ภายใต้จิตใจที่ถูกควบคุมด้วยพลังใหม่นี้ นางสามารถสั่งให้ตัวเองรู้สึกหรือไม่รู้สึกก็ได้!
นี่คืออีกด้านหนึ่งของเคล็ดวิชาหยก์... การควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นางพร้อมแล้ว... สำหรับค่ำคืนนี้... ค่ำคืนที่นางจะมอบของขวัญชิ้นแรกให้กับชายผู้เป็ที่รัก
แต่ในขณะที่นางกำลังวางแผนสำหรับค่ำคืนแห่งการถ่ายทอดพลังอยู่นั้นเอง...
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากหน้าห้อง!
เสี่ยวเหลียนสะดุ้งสุดตัว ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวคือ... ลุงหวัง! หรือว่าเขาจะมาแก้แค้น!?
นางรีบวิ่งไปที่ประตู แง้มดูผ่านรอยแตกเล็กๆ แต่คนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใชยามขี้เมาคนนั้น...
กลับเป็ชายฉกรรจ์ในชุดองครักษ์สองคน... และคนที่ยืนอยู่ตรงกลางด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงและเ็าก็คือ...
จางอี้!
หัวใจของเสี่ยวเหลียนดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม! เขามาทำอะไรที่นี่!? หรือว่าเื่เมื่อคืนยังไม่จบสิ้น!?
"เปิดประตู!" เสียงตวาดอันทรงอำนาจของจางอี้ดังลอดเข้ามา "ข้ารู้ว่าเ้าอยู่ในนั้น! ข้ามีเื่จะคุยกับผัวของเ้า!"
คุยกับอาเฟย!? เื่อะไร!? หรือว่าเขาจะผิดสัญญา!?
ความกลัวระลอกใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งถาโถมเข้าใส่เสี่ยวเหลียนจนแทบยืนไม่อยู่ ชะตากรรมที่นางพยายามอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง... กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตานางแล้วหรือ!?