บรรยากาศหน้าสนามสอบเริ่มตึงเครียดเมื่อบัณฑิตที่กำลังจะเข้าร่วมการสอบได้ยินสิ่งที่ผู้ร้องเรียนพูดขึ้น เพราะข่าวดังกล่าวเป็เื่ที่กำลังได้รับความสนใจว่าหากมีการทุจริตในการสอบคราวนั้นจริง คะแนนสอบของฟู่ซีซวนก็ควรได้รับการตรวจสอบเช่นกัน
“หากพวกเ้าไม่ได้อยากมาสร้างความวุ่นวาย แล้วเหตุใดถึงเลือกที่จะมาร้องเรียนในวันนี้ ทำเช่นนี้เท่ากับพวกเ้า้ารบกวนสมาธิของบัณฑิตคนอื่น หากนี่ไม่เรียกว่าก่อกวนจะเรียกว่าอะไร” เ้าหน้าที่ถามเสียงเข้ม
เมื่อถูกเ้าหน้าที่กดดัน กลุ่มบัณฑิตที่มาร้องเรียนก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว เสียงที่ตอบคำถามจึงเบาลง“พวกเราไม่ได้้ามาสร้างความวุ่นวาย พวกเราแค่้าทวงความยุติธรรม”
“มีเวลาให้เ้าร้องเรียนอยู่ตั้งหลายวัน เหตุใดพวกเ้าถึงเพิ่งมาทวงความยุติธรรมกันวันนี้ พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าการขัดขวางการสอบมีบทลงโทษอย่างไร” อ๋องฉีถามบัณฑิตกลุ่มนั้น “พวกเ้ามีหลักฐานแสดงตนหรือไม่ว่าเป็บัณฑิตมาจากสำนักศึกษาแห่งใด หรือพวกเ้าก็เป็บัณฑิตกลุ่มที่กำลังถูกตรวจสอบอยู่”
“เอ่อ...พวกเรา...พวกเราเป็บัณฑิตของสำนักศึกษาที่ต่างอำเภอ ท่าน...ท่านอ๋องอย่าคิดว่าจะใช้อำนาจมาปกป้องบุตรชายบุญธรรมของท่านได้ พวก...พวกเราเป็บัณฑิตยากจนก็จริง แต่...แต่พวกเรากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง เช่นนั้นพวกเราไม่กลัวว่าท่านจะตรวจสอบ” หัวหน้ากลุ่มบัณฑิตพูดขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก
“พูดมาเสียยืดยาว ข้าถามเ้าว่าเ้ามีหลักฐานแสดงตัวตนหรือไม่ แค่ตอบคำถามข้ามา เื่อื่นไม่ต้องพูดถึง” อ๋องฉีพูดเสียงดังกว่าเดิม สร้างความกดดันให้บัณฑิตกลุ่มนั้นเพิ่มขึ้นอีก
“ท่าน...ท่านอ๋องไม่มีสิทธิ์มาตรวจสอบพวกเรา”
“เช่นนั้นหรือ” อ๋องฉีหันไปมองเ้าหน้าที่ประจำสนามสอบ “เ้าไปเชิญหัวหน้าสำนักบัณฑิตหลวงมา ในสนามสอบแห่งนี้เขามีตำแหน่งสูงสุด ถ้าเขาสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ บอกเขาว่าให้เขารีบมาโดยเร็ว เพราะอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามจะเริ่มการสอบแล้ว เราจะทำให้บัณฑิตคนอื่นเสียเวลาไม่ได้” อ๋องฉีพูดเสียงดังเพื่อให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินกันทั่ว “อ๋องผู้นี้ไม่เคยใช้อำนาจในทางที่ผิด หากตรวจพบแล้วว่าบุตรชายทุจริตในการสอบจริง ข้าจะเป็คนส่งตัวเขาไปรับโทษด้วยตัวเอง”
บัณฑิตทั้งหลายเริ่มมามุงดูเหตุการณ์กันมากขึ้น บางคนก็มองฟู่ซีซวนอย่างนึกสงสัย บางคนก็เชื่อในคำพูดของอ๋องฉี เพราะคนส่วนใหญ่ต่างก็ได้ยินชื่อเสียงถึงการทำงานที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีของอ๋องฉีมาตลอด ครั้งนี้หากอ๋องฉีไม่มั่นใจในตัวบุตรชาย เช่นนั้นเขาคงไม่กล้าให้คนไปเชิญหัวหน้าสำนักบัณฑิตหลวงมาตัดสินเื่นี้แน่ กลุ่มบัณฑิตที่มาสร้างปัญหาเริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาแล้วเช่นกัน เพราะนอกจากพวกเขาจะกลัวอ๋องฉีแล้ว พวกเขายังมองเห็นแต่สายตาที่ทุกคนกำลังแสดงความไว้อาลัยให้พวกเขาอย่างไม่ปิดบัง
ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ มีรถม้าสามคันจอดดูเหตุการณ์อยู่กันคนละมุม คันแรกเป็ฟู่เต๋อหย่งที่มีหน้าที่มาตรวจสอบความเรียบร้อยโดยรอบสนามสอบ เมื่อเขามองเห็นอ๋องฉีปกป้องฟู่ซีซวนอย่างเชื่อมั่น ทำให้เขาอดที่จะมองย้อนกลับมาที่ตัวเองไม่ได้ หากเป็เขาที่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาจะกล้าออกมาปกป้องบุตรชายเช่นนี้หรือไม่
รถม้าคันที่สองกลับมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไม่พอใจ แผนการที่พวกเขาวางเอาไว้คือ้าทำลายชื่อเสียงของฟู่ซีซวน เพราะพวกเขาอยากให้ผู้คนรู้ว่าที่ฟู่ซีซวนได้เข้าร่วมการสอบเพราะบารมีของอ๋องฉี แต่ตอนนี้ดูเหมือนแผนการจะล้มเหลวแล้ว
ส่วนรถม้าคันที่สามเป็รถม้าส่วนพระองค์ของรัชทายาท เขาตั้งใจจะมาส่งญาติผู้น้องเข้าสนามสอบ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์นี้โดยบังเอิญ ทั้งยังเห็นเสด็จอาของตนเองปกป้องบุตรชายบุญธรรมอย่างจริงจัง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เขาเคยเห็นครั้งสุดท้ายเหมือนจะเป็ตอนที่ซ่งอี้เซวียนถูกรังแกเมื่อครั้งยังเด็กกระมัง‘อืม...บุตรชายบุญธรรมของเสด็จอาคนนี้น่าสนใจไม่น้อยจริงๆ’
ไม่นานหัวหน้าสำนักบัณฑิตหลวงก็ออกมาที่หน้าสนามสอบ เขาแสดงความเคารพอ๋องฉีเป็อันดับแรก ก่อนที่จะหันไปพูดกับบัณฑิตที่เข้ามาก่อกวน
“พวกเ้า้าร้องเรียนสิ่งใด”
“เรา้าร้องเรียนฟู่ซีซวน เพราะการสอบครั้งนี้เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าสอบได้ เนื่องจากผลการสอบของเขาเป็อันดับหนึ่งในการสอบซิ่วไฉ ดังนั้นคะแนนสอบของเขาก็น่าจะมีปัญหาเหมือนกับฟู่วั่งเสียนที่สอบได้เป็อันดับที่สอง พวกเขาเป็พี่น้องกัน ในเมื่อฟู่วั่งเสียนกับบัณฑิตอีกหลายคนถูกตัดสิทธิ์ในการสอบ ดังนั้นฟู่ซีซวนก็ไม่ควรได้รับการยกเว้นขอรับ” หัวหน้ากลุ่มบัณฑิตรีบชี้แจง
“พี่ชายท่านนี้ เราสองคนเคยรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ เหตุใดท่านจึงคิดที่จะขัดขวางไม่ให้ข้าเข้าสอบ ท่านช่วยบอกข้าให้หายข้องใจทีเถิด บางทีข้าอาจจะเผลอไปล่วงเกินท่านโดยไม่รู้ตัวแล้วลืมเลือนการกระทำบางอย่างไป” ฟู่ซีซวนถามขึ้นอย่างไม่รีบร้อน คล้ายกับว่าเื่ที่ผู้คนร้องเรียนมาไม่ใช่เื่ของตนเอง
“พวกเราไม่เคยรู้จักกัน แต่ที่ข้ามาร้องเรียนเพราะข้าไม่อยากให้การสอบในครั้งนี้เกิดข้อครหาเนื่องจากการทุจริตของใครบางคน เพราะคนเช่นนี้ไม่ควรเข้ารับราชการหรือตำแหน่งใดในราชสำนัก หากคนไม่ซื่อสัตย์ได้มีโอกาสมีอำนาจ ต่อไปภายหน้าผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดย่อมเป็ชาวบ้านผู้ไม่มีทางสู้” หัวหน้าบัณฑิตที่มาร้องเรียนพูดขึ้นอย่างมั่นใจอีกครั้งเมื่อเขาชำเลืองไปเห็นรถม้าคันที่สองจอดอยู่
“ข้าชื่นชมในความยึดมั่นในอุดมการณ์ของท่านจริงๆ” พูดจบฟู่ซีซวนก็หันไปถามหัวหน้าสำนักบัณฑิตหลวง “หัวหน้าผู้คุมสอบ ท่านช่วยบอกโทษของผู้ที่มาก่อกวนหน้าสนามสอบให้พวกเราฟังอีกครั้งได้หรือไม่ขอรับ”
“หากตรวจพบว่าบัณฑิตคนใดมาสร้างความวุ่นวายจนทำให้การสอบล่าช้าออกไป บัณฑิตผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าสอบรับราชการไปตลอดชีวิต”
“แล้วโทษของผู้ที่ปลอมเป็บัณฑิตเล่าขอรับ”
“ความผิดนั้นต้องส่งให้กรมอาญาพิจารณาข้อหาต้มตุ๋นหลอกลวง ส่วนโทษจะหนักเท่าใดนั้นต้องดูว่าเขาไปหลอกลวงผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด อย่างเช่นการมาก่อกวนหน้าสนามสอบในครั้ง อย่างน้อยโทษที่พวกเขาจะได้รับคือดูิ่ราชสำนัก เพราะราชสำนักเป็ผู้จัดการสอบนี้ขึ้นมา”
กลุ่มบัณฑิตที่มาสร้างปัญหาบางคนเริ่มถอยหลังและคิดที่จะหายไปกับฝูงชน แต่องครักษ์ของจวนอ๋องมีหรือจะปล่อยไป บัณฑิตกลุ่มนั้นถูกองครักษ์กักตัวไว้โดยไม่มีทางหนีได้พ้น
“บัณฑิตทั้งหลาย พวกเ้าจงนำหลักฐานแสดงตัวตนออกมาเถิด อย่าปล่อยให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย”
หัวหน้าสำนักศึกษาหลวงบอกกับบัณฑิตกลุ่มนั้น ครึ่งหนึ่งมีหลักฐานยืนยันตัวตน แต่อีกครึ่งหนึ่งกลับไม่มี ผู้ที่ไม่มีหลักฐานการยืนยันตัวตนถูกเ้าหน้าที่พาออกไปควบคุมตัวไว้ด้านข้างทันที
“พวกข้าต่างก็มีหลักฐานยืนยันตัวตน เช่นนั้นก็แสดงว่าฟู่ซีซวนต้องถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าสอบแล้วใช่หรือไม่ขอรับ” หัวหน้ากลุ่มบัณฑิตที่เหลืออยู่ถามขึ้น
“เหตุผลเท่านี้ยังไม่เพียงพอ แต่สิ่งที่เ้าพูดมาก่อนหน้านี้ก็มีส่วนถูก แต่ที่ไม่ถูกคือฟู่วั่งเสียนและบัณฑิตอีกหลายคนยังไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ข้อหาทุจริตในการสอบ นั่นเพราะกระบวนการตัดสินยังไม่แล้วเสร็จ พวกเขาเพียงแค่ถูกระงับการสอบไว้เท่านั้น และการสอบของพวกเขาเป็การสอบซิ่วไฉในครั้งที่ผ่านมานี้เอง สำหรับคุณชายฟู่ซีซวนนั้นเ้าก็เข้าใจถูกเพราะตอนที่เขาสอบได้ซิ่วไฉ เขาสอบได้ในลำดับที่หนึ่งจริง แต่คุณชายฟู่ซีซวนสอบเป็ซิ่วไฉได้ั้แ่เขาอายุสิบสามปีแล้ว ไม่ใช่เขาเพิ่งจะสอบผ่านในการสอบครั้งที่แล้ว เพราะฉะนั้นเขามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเข้าสอบจวี่เหรินในคราวนี้ เ้าหน้าที่มาคุมตัวบัณฑิตกลุ่มนี้ไปรอรับโทษ” หัวหน้าสำนักศึกษาหลวงะโสั่งเ้าหน้าที่ทันทีที่ตนเองอธิบายจบ
“ไม่! เป็ไปไม่ได้ ข้อมูลที่เราได้มาไม่ใช่แบบนี้” หัวหน้าบัณฑิตมองไปที่รถม้าคันที่สองกลับเห็นรถม้าคันนั้นวิ่งออกไปแล้ว
อ๋องฉีหรี่ตามองรถม้าคันนั้น องครักษ์คุ้มกันก็รู้เจตนา พวกเขาตามรถม้าคันนั้นไปทันที
“ขอบใจมาก การตัดสินของเ้าช่างยุติธรรมและรวดเร็วยิ่ง” อ๋องฉีพูดชม
“เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้วขอรับ อีกอย่างในปีที่คุณชายฟู่ซีซวนเข้าสอบซิ่วไฉ ข้าและผู้ตรวจข้อสอบคนอื่นได้อ่านคำตอบของเขาทุกคน ดังนั้นคะแนนสอบที่ได้มาไม่ใช่เพราะความชื่นชอบ แต่เป็เพราะความสามารถของเขาอย่างแท้จริง นี่ก็ใกล้จะได้เวลาเข้าสอบแล้ว หากท่านอ๋องไม่มีเื่ใด ข้าคงต้องขอตัวเข้าไปเตรียมความพร้อมของสนามสอบก่อนนะขอรับ” หัวหน้าสำนักศึกษาหลวงกล่าวลา
จากนั้นบัณฑิตกลุ่มนั้นก็ถูกพาตัวไปตัดสินโทษที่กรมอาญา พวกเขาถูกสั่งโบยสี่สิบไม้และสั่งจำคุกเป็เวลาหนึ่งเดือน พร้อมทั้งต้องเสียเงินค่าปรับอีกคนละห้าสิบตำลึง และนับว่าบัณฑิตกลุ่มนี้ยังมีสัจจะ เพราะไม่มีใครพาดพิงถึงผู้ว่าจ้างเลยสักคน พวกเขาให้เหตุผลว่าการมาร้องเรียนในครั้งนี้เกิดจากความเข้าใจผิดและหลงเชื่อข่าวลือเท่านั้น
อีกทั้งอ๋องฉีก็กำชับมาแล้วว่าไม่จำเป็ต้องลงโทษบัณฑิตกลุ่มนี้รุนแรงเกินไป แค่ทำให้พวกเขาหลาบจำก็พอ เพราะเขารู้ตัวผู้บงการที่้าทำลายชื่อเสียงของฟู่ซีซวนแล้ว เพียงแต่เื่นี้ต้องให้ฟู่ซีซวนเป็คนตัดสินใจเองว่า้าจะเอาเื่สองคนนั้นหรือไม่