แสงแดดยามเช้าสอดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบกับคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ให้ลืมตาขึ้นมา วาดกระพริบตาเล็กน้อยเพื่อให้ปรับเข้ากับแสงที่ส่องมาฟึบ! เมี้ยวว~“อื้ออ” วาดส่งเสียงออกมาเล็กน้อยเมื่อเขานั้นถูกรบกวนโดยสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่ไม่น้อยเหมือนตัวอื่นๆเลยสักนิด “มาหิวอะไรตอนนี้ไวท์..ขอนอนต่อก่อนได้ไหม”เมี้ยววว!เหมือนเจ้าแมวตัวอ้วนจะไม่ได้สนใจคำพูดของวาดมากนัก มันเดินขึ้นไปก่อนจะใช้เท้าอ้วนๆเขี่ยผมคนที่กำลังนอนอยู่ไปมา“บอกว่าค่อยกินไง..” ร่างบางบ่นขึ้นมาอีกครั้งพรางยื่นมือไปปัดเท้านั้นออก แต่ยังไม่ทันได้จะนอนดีเสียงนาฬิกาปลุกก็ดันดังขึ้นมาต่อซะงั้น!กริ๊งงงงงงง!!โอเค! ไม่นอนต่อแล้วก็ได้วะ!วาดลุกออกมาจากเตียงด้วยความขี้เกียจนิดๆก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระของตัวเอง เมื่อเสร็จแล้วก็เดินไปที่ห้องครัวต่อเพื่อที่จะเอาอาหารให้ไอ่เจ้าตัวที่ไปซนตอนเขานอนน่ะ“เหมี้ยวๆๆ” เรียกไม่นานนักเจ้าตัวขนปุยสีขาวก็วิ่งดุ๊กดิ๊กๆมาหา ชายหนุ่มเลยจัดการเทอาหารลงไปในชามข้าวแถมน้ำให้ด้วยอีกชามเป็นอันเสร็จครืดด..แรงสั่นของมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงทำให้ชายหนุ่มที่กำลังมองไอ่อ้วนที่กำลังกินข้าวอยู่ต้องละสายตาแล้วมาดูว่าใครเป็นคนโทรมาแทน“ว่า”(“มึงยังเรียนอยู่ปะวะ?”) ประโยคแรกที่ปลายสายทักขึ้นมาทำเอาวาดอยากจะโบกหัวคนพูดซะให้ได้“เรียนอยู่”(“เรียนอยู่ แต่ไม่โพล่หน้ามาเลยจนกูลืมหน้ามึงไปแล้วเนี่ย”)“มึงก็เว่อร์เชี่ยปัน” พอวาดพูดจบก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากปลายสายดังขึ้นมา(“แล้วสรุปวันนี้มึงจะมาเรียนหรือไม่มาครับ?”)“โควตากูยังเหลืออยู่นี่ ต้องให้ให้คุ้ม”(“ไอ่สัส บอกว่าไม่มาก็จบ”) วาดขำออกมาเล็กน้อยกับน้ำเสียงหงุดหงิดของคนปลายสาย“งั้นฝากลาอีกวันด้วยนะ”(“เออๆ..เรื่องงานอะ กูส่งให้แล้วนะ แล้วพรุ่งนี้มึงก็มาเรียนด้วย ถ้าไม่มาพวกกูตามถึงบ้านแน่ เข้าใจ้?”)“ค้าบบ”(“ดี แค่นี้แหละ ไม่มีอะไรละ”) พูดจบปันก็วางสายไป วาดหันมายีหัวแมวอ้วนด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะเดินกลับไปเอาเงินที่ห้องเพื่อออกไปหาอะไรกินเป็นมื้อเช้าของวันนี้แสงแดดยามเช้าของประเทศไทยให้อารมณ์เหมือนอยู่นรกก็ไม่ปาน..สาบานว่านี่พึ่งจะเก้าโมงครึ่ง? ทำไมมันร้อนอย่างนี้ละ วาดไม่อยากจะนึกถึงตอนกลางวันเลยว่ามันจะร้อนสักแค่ไหน ที่บอกว่าประเทศไทยมีสามฤดูคงจะเป็น ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และก็ฤดูร้อนโคตรๆซะละมั้งหลังจากผ่าแดดความร้อนมาได้ชายหนุ่มก็ชื้นใจขึ้นมาหน่อยทันทีที่ปิดประตูบ้านลง..เย็นกว่าข้างนอกเยอะเลย“อิ่มแล้วก็สู้ต่อ วันนี้ต้องได้สักหน่อยละวะ” พูดกับตัวเองจบวาดกลับขึ้นไปที่ห้องตัวเองอีกครั้งพลางหาสมุดสักเล่มมาเพื่อจดรายละเอียดนิยายเอาไว้“หืม?” ชายหนุ่มหยิบสมุดเล่มคุ้นตาขึ้นมาดู..นี่มันสมุดที่เขาซื้อกับยายคนนั้นนี่นา งั้นเอาเล่มนี้แหละลายเส้นก็ไม่มีด้วย วาดรูปน่าจะได้เมื่อได้ของครบตามที่ต้องการวาดก็มานั่งจุมปุ๊กอยู่ที่ห้องนั่งเล่นตรงใกล้ๆหน้าต่างหน่อยเพราะจะได้ไม่ต้องเปิดไฟ จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูลในการแต่งนิยายทันที...เวลาผ่านไปโดยที่ร่างบางไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดจากตะวันกำลังขึ้น จนมาอยู่กลางหัว และตอนนี้ก็คล้อยต่ำลงมาแล้ววาดก็ยังคงจมอยู่กับงานไม่ลุกไปไหนสักที เศษกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าวางเกลื่อนอยู่เต็มพื้นไปหมดเพียงเพราะว่าสิ่งที่เขียนลงไปมันไม่ถูกใจเขาสักทีกริ่ง!เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นมาเรียกความสนใจจากร่างบางที่กำลังจมอยู่กับงานได้เป็นอย่างดี ก่อนจะตามมาด้วยเสียงโวกเวกโวยวายของชายทั้งสามคนที่ถือวิสาสะเดินเข้าบ้านมาอย่างกับเจ้าของบ้านเอง“เฮ้ยวาด! พวกกูมาเยี่ยม กลัวมึงตายหนี” น้ำเสียงติดกวนนิดๆของปันดังขึ้นมาก่อนเพื่อน จากนั้นคนอื่นๆก็เดินตามเข้ามา“ถ้ากูตายกูจะไปหามึงคนแรกเลยเชี่ยปัน” วาดพูดจบก็ลุกออกจากที่นั่งแล้วเดินไปหาน้ำในตู้เย็นมาให้แขกทั้งสามคน ปันหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับคำพูดของคนตัวเล็กกว่า“มึงไม่ไปตัดผมหน่อยเหรอ” ตาลที่เดินตามหลังปันมาพูดขึ้น“ขี้เกียจ” วาดหมายความตามที่พูดจริงๆ..ตอนนี้เขาใช้แค่ที่คาดผมคาดเอาไว้เพื่อไม่ให้ผมมาทิ่มตาตอนทำงาน ตาลถึงกับส่ายหัวให้กับความขี้เกียจของเพื่อนตัวเอง“แล้วงานถึงไหนละ?” มดถามขึ้นมาบ้างพลางก้มดูกระดาษที่เกลื่อนเต็มห้องไปหมดด้วยความสงสัย“ได้นิดเดียวว่ะ คิดพล็อตไม่ออก”“กูช่วยคิดเอาปะ?” ปันพูดจบวาดถึงกับหันไปมองอย่างไม่ไว้ใจทันที “อืมม..เอาแบบนายเอกติดหนี้พระเอกหลายพันล้านเพราะพ่อแม่สร้างไว้แล้วหนี พระเอกเลยให้มารับใช้ตัวเองแล้วก็ได้กัน”“มึงดูหนังมากไปปะ?” วาดถอนหายใจออกมาทีเมื่อเพื่อนตัวเองเสนอพล็อตที่แสนจะน้ำเน่านั่นออกมา“เห้ย ไอ่วาดหรือจะเอาแบบนี้..พ่อแม่กีดขวางเรื่องความรักแล้วก็ต้องผ่าอุปสรรคต่างๆไปให้ได้!” ตาลพูดเสนอขึ้นมาบ้าง“มึงนี่ก็อีกคน อยู่กับไอ่ปันมากไปเหรอว่ะ พล็อตน้ำเน่าไม่ต่างกันเลย”“เอ้า ก็เห็นหนังเขาทำกันนึกว่าคนชอบเยอะซะอีก”“ไม่มึง มันไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นไง ดราม่าเกินไปอีกแต่งยาก”“หุ้ว เรื่องมากจังว่ะ”“มึงงั้นเอาแบบนี้ดิ กูเห็นเขาแต่งกันเยอะต้องให้พระเอกเลว โหด รวย ส่วนนายเอกจน ไม่สู้คน สุดท้ายแล้วก็มารักกัน” มดพูดขึ้นมาเสียงดังเรียกให้วาดหันไปสนใจได้ไม่ยาก“เห่อ...ไม่เอาๆพล็อตนิยายพันปีน่าเบื่อจะตายใครๆก็แต่งกัน”“แล้วมึงจะเอาแบบไหนห้ะ!?” มดมองหน้าเพื่อนตัวเองนิ่ง อันนี้ก็ไม่เอาอันโน้นก็ไม่เอา สรุปจะเอาแบบไหนกันแน่วะฮะ!“ก็ยังคิดไม่ออกอยู่นี่ไง..” วาดบ่นออกมาด้วยความเซ็งไม่ต่างกัน เขานั่งมาทั้งวันแล้วยังคิดอะไรไม่ออกเลยสักอย่าง เขาพยายามใช่เวลาทั้งวันกับหาอ่านนิยายวายในแบบต่างๆที่นักอ่านชอบอ่านกันแต่มันก็มีไม่มากที่ถูกใจ“หือ? มึงวาดรูปประกอบด้วยเหรอว่ะ...หล่อว่ะ” ตาลที่นั่งอยู่ใกล้ๆโต๊ะทำงานของวาดยกสมุดขึ้นมาดูแล้วก็แบ่งเอาไปให้มดดูบ้าง..ถึงเรื่องนิยายของวาดจะไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่แต่ถ้าเป็นเรื่องวาดรูปนี่ต้องยกให้มันเลย“กูลองวาดเล่นดูอะ”“หือ วาดเล่นของมึงยังขนาดนี้ ลองให้ไอ่ปันเป็นคนวาดดิ” มดแอบทึ่งนิดหน่อยกับฝีมือของเพื่อนคนนี้ ถึงจะรู้ว่ามันเป็นนักวาดการ์ตูนแต่ไม่คิดว่าจะออกมาดีกว่าที่เขาคิดเอาไว้มากเลยอะ“มันต้องออกมาหล่อเหมือนกูเลยใช่ปะ?” ปันพูดแล้วก็กอดอกอย่างมั่นใจ“วาดเหมือนเด็กอนุบาลมึงยังมั่นใจว่าจะออกมาดีอีกเหรอ” สิ้นเสียงมดเสียงหัวเราะของอีกสองคนก็ดังขึ้นมาทันที ทำเอาคนโดนว่าหน้ามุ่ยไปเลย“สัส”“เฮ้อ ให้แข่งวาดการ์ตูนยังไม่หนักใจเท่าให้มาแต่งนิยายเลย..ไม่อยากทำแล้วโว้ย!” ร่างบางตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความเหลือทนทำเอาเพื่อนๆอีกสามคนหันมามองด้วยความตกใจ ก่อนที่วาดจะถอนหายใจออกมาเสียงดัง“ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำดิวะ” ปันที่เห็นเพื่อนตัวเองเครียดก็พูดเสนอทางออกที่เขาคิดว่าดีออกไป“เชี่ยปัน มึงอย่าไปยุมันดิ เงินรางวัลตั้งแสนนึงเลยนะ” ตาลขัดขึ้นมาทันทีก่อนที่วาดจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย“นั่นดิ คิดไรไม่ออกก็ออกไปหาไรกินดิค้าบ!” มดพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีพลางลุกขึ้นพร้อมกุญแจรถในมือเสร็จสัพ เมื่อเห็นว่าอยู่ไปก็คิดไรไม่ออกสู้ออกไปหาไรกินแล้วกลับมาสู้ใหม่ก็ยังได้อากาศตอนเย็นยังคงน่าภิรมณ์กว่าตอนกลางวันเป็นไหนๆ ถึงจะมีแดดอยู่บ้างรำไรแต่ก็ไม่ร้อนมากแล้วด้วยตื๊อ ตื๊ด..พอเดินเข้าเซเว่นมาก็เจอพนักงานที่ยิ้มให้ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเลือกซื้อของกินกัน..เชื่อไหม การเดินเข้าเซเว่นมาแบบไม่มีจุดหมายมันทำให้วาดเดินวนไปมาอยู่อย่างนั้นอยู่นานเพราะไม่รู้จะซื้ออะไรดีเลยเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆฟึบ!“เอาไปเยอะๆ จะตอนดึกจะได้ไม่ต้องออกมาอีก” ตาลที่ไม่รู้ว่าโพล่มาจากไหนหยิบขนมใส่ตระกร้าวาดซะเต็มไปหมด มีทั้งน้ำแล้วก็ขนมนมเนย ชอบบ้างไม่ชอบบ้างแต่ก็เอาไว้นั่นแหละเผื่อไว้เมื่อดูแล้วว่าไม่น่าจะต้องซื้ออะไรเพิ่มแล้ววาดก็เดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ทันที“ทั้งหมดสองร้อยเก้าสิบสามบาทค่ะ มีบัตรสมาชิกไหมคะ?”“ไม่มีครับ” วาดพูดจบก็ยื่นแบงค์แดงออกไปสามใบ“รับเงินมาสามร้อยบาทนะคะ...เงินทอนเจ็ดบาท ขอบคุณค่ะ”“ขอบคุณครับ” วาดยื่นมือไปหยิบถุงขนมของตนเองแล้วส่งยิ้มให้กับพนักงานอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกมา ทันทีที่ก้าวท้าวออกมาจากเซเว่นรางบางก็รับรู้ได้ถึงอากาศที่ร้อนอวมขึ้นมา..เพราะด้วยอากาศข้างนอกกับในเซเว่นมันต่างกันมั้งเลยทำให้จู่ๆก็รู้สึกร้อนอวมขึ้นมาแบบนี้“ฝนจะตกอ่อว่ะ?” ปันที่เดินตามหลังมาพูดขึ้น เมฆสีครึ้มตั้งท่ามาแต่ไกลคาดว่าน่าจะตกอีกไม่นาน“งั้นมึงกลับเลยก็ได้ เดี๋ยวฝนตกจะแย่เอา” วาดหันไปบอกเพื่อนตัวเองที่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่นั่น“เอางั้นเหรอ?”“เออ หอมึงอยู่ตั้งไกล เกิดเอารถลงไปวัดกับถนนขึ้นมาทำไง”“สัส..เออๆ” ร่างบางหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางหงุดหงิดเหมือนโดนหลอกด่านั่นของปัน“แล้วมึงกลับไงวาด” มดถามขึ้นมาก่อนที่จะออกรถไป“เดินกลับไง บ้านกูอยู่นี่เองเดินเลยสะพานไปอีกนิดก็ถึงละ”“เค งั้นเอาไว้เจอกันพรุ่งนี้เว้ย!”“เออ ขับรถกันดีๆละพวกมึง”หลังจากแยกย้ายกันไปวาดก็เดินกลับบ้านตัวเองบ้าง ระยะทางจากบ้านมาเซเว่นจะว่าไกลเลยก็ไม่ไกลขนาดนั้น แต่จะบอกว่าใกล้ก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้นเหมือนกัน เดินเพลินๆเดี๋ยวก็ถึงเอง“แวะซื้อข้าวไปกินเลยดีกว่า..” ก่อนจะถึงสะพานร่างบางก็แวะเข้าร้านขายข้าวข้างทางซะก่อน เมื่อเดินเข้าร้านมาป้าเจ้าของร้านก็เอ่ยทักวาดอย่างเป็นกันเองทันที“อ้าว! กินไรเจ้าวาด”“เอากระเพราะหมูกรอบไข่ดาวครับป้า”“ได้ๆ รอแปบนะ”“ครับ” วาดว่าแล้วก็เดินเข้าไปนั่งรอในร้านพลางๆ เมื่อป้าแกทำเสร็จก็ใส่ถุงเดินเอามาให้“เอาร่มไหมวาด เหมือนฝนจะตกเลย” ป้าถามออกมาอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมรีบเดินกลับ”“เค ถ้าเปลี่ยนใจก็กลับมาเอาได้นะ”“ครับ”“จ้า” เมื่อได้ของครบแล้ววาดก็รีบเดินกลับบ้านอย่างที่บอกจริงๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าฟ้าจะไม่เป็นใจให้เขาสักเท่าไหร่นัก พอเดินมาได้ถึงครึ่งสะพานฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกลก็เริ่มแสดงฤทธิ์กึก! เปรี้ยง!“เชี่ยยย!”ร่างบางตะโกนออกมาด้วยความตกใจก่อนจะรีบหุบปากฉับด้วยความรวดเร็ว! วอทท ฟ้าฝ่าลงมาได้ไงว่ะเนี่ยยย!“เอาละไอ่วาดจะกลับไปเอาร่มหรือวิ่งกลับบ้าน..” และยังไม่ทันจะได้คิดต่อฟ้าก็ฝ่าลงมาครั้งที่สองนั่นทำให้ชายหนุ่มไม่ต้องคิดอะไรต่ออีกเลยกลับไปเอาร่มสิครับ!“อย่าพึ่งตกเลยน้า..” วาดบ่นกับด้วยเองพลางสาวเท้าไวๆเพื่อกลับไปที่ร้านข้าวอีกครั้งเพื่อขอยืมร่ม และในจังหวะที่วาดจะเดินพ้นสะพานนั้นเอง จู่ๆก็มีลมวูบใหญ่พัดมาทางตัวเขาก่อนจะมีคนเดินสวนร่างบางไป..เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่วาดค่อยๆหันกลับไปมองคนที่เดินสวนไปด้วยใจที่เต้นตุ่มๆต่อมๆ ร่างสูงในชุดสูทสีดำในมือถือร่มอยู่หันมามองคนที่เดินสวนไปนิ่ง ดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองมาทางวาดพลันจู่ๆความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาหาร่างบางทันทีไม่ได้รู้จักกันแต่ไอ่ความรู้สึกนี้มันหมายความว่ายังไง?ทรงผมที่เปียกชื้นเพราะโดนฝนสาดตกลงมาปรกหน้านิดหน่อยแต่ก็ยังเผยให้เห็นดวงตาที่ฉายแววขี้เล่นอยู่ข้างใน คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อโดนจ้องโดยคนตัวเล็กกว่า จมูกโด่งเป็นสันกับริมฝีปากรูปเหยี่ยวนั่น..“เหมือน...เหมือนมาก”ซ่า!!และยังไม่ทันจะได้ทักอะไรไปฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาซะก่อน“ฉิบแล้วไง!” วาดพูดออกมาแล้วก็โกยเท้าวิ่งกลับไปที่ร้านข้าวเมื่อกี้ทันที! โดยลืมไปเลยว่าเมื่อกี้เขาเจอใครอยู่วิ่งมาไม่นานนักวาดก็มาถึงร้านข้าวที่ว่านั่นสักที! เปียกไปเกือบหมดแล้ว“ฮ่าๆ ป้าบอกแล้วให้เอาร่มไปด้วย! เป็นไงล่ะ!” พอมาถึงก็โดนคนแก่กว่าบ่นใส่ทันที วาดได้แต่หัวเราะแห้งๆกลับไปเท่านั้น“รอเดี๋ยว ป้าไปหาร่มให้ก่อน”“อ่าว แล้วร่มอันเมื่อกี้ละครับ?” วาดถามด้วยความสงสัยเพราะตอนแรกที่ป้าแกให้ยืมมันยังห้อยอยู่ที่ขอบโต๊ะอยู่เลย“อ้อ เมื่อกี้มีหนุ่มมายืมไปแล้วล่ะ”“ใครงั้นเหรอครับ?”“ไม่รู้สิ เห็นบอกว่ารีบกลับบ้านแต่ติดฝนป้าก็เลยให้ยืมร่มไป” พอป้าพูดจบวาดถึงกับขมวดคิ้วแน่น..มีคนที่ป้าไม่รู้จักด้วยเหรอในหมู่บ้านนี้น่ะ?“อา ขอบคุณครับ” วาดรับร่มมาแล้วก็ไม่ลืมขอบคุณคนตรงหน้า“เอามอไซด้วยไหม จะได้ถึงไวๆ”“พอแล้วครับ ผมกลัวจะเปียกกว่าเดิมนี่สิ” วาดว่าแล้วก็หัวเราะออกมากับความจริงที่ตัวเองพูดออกไป ใครมันขับมอไซกางร่มแล้วไม่เปียกนะ เขากราบเลยทำได้ไง“ฮ่าๆ งั้นก็เดินกลับดีๆล่ะ”“ค้าบ”ระหว่างทางกลับบ้านวาดก็เดินเพลินคิดนู้นคิดนี่ไปด้วย เสียงฝนตกมันทำให้เขารู้สึกอะไรหลายๆแล้วก็บังเอิญนึกอะไรดีๆออกด้วยใช้เวลาเดินอยู่นานกว่าจะถึงบ้าน วาดวางร่มไว้ตรงระเบียงหน้าบ้านก่อนจะเดินเข้าบ้านไป“เหมี้ยวๆๆ ไวท์อยู่ไหนน ซื้อหนมมาฝาก” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกแมวอ้วนก่อนจะเดินเอาถุงขนมไปวางไว้ที่โต๊ะห้องนั่งเล่น และพอมาถึงก็ต้องถึงกับกุบขมับด้วยความปวดหัวเขาลืมปิดหน้าต่าง!“อะไรจะซวยขนาดนี้” กระดาษที่วางเกลื่อนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำซะหมด ยิ่งตรงโต๊ะนะไม่ต้องพูดถึงเลยเปียกหมดยันโต๊ะญี่ปุ่นเนี่ยแหละ สมุดเอย กระดาษเอย พรมเอย อะไรมันจะสาดแรงเบอร์นี้กันวาดยกสมุดเล่มที่เคยซื้อมาจากยายด้วยความเสียดาย ตรงหน้าที่เขาวาดรูปของพระเอกเอาไว้มันเปียกหมดจนไม่ค่อยเห็นลายเส้นชัดๆเท่าไหร่เลย“เสียดายแฮะ..”เมี้ยวววเสียงร้องของเจ้าแมวอ้วนดังขึ้นมาจากทางด้านหลังเรียกให้วาดหันไปมองได้ไม่ยาก“หายไปไหนมาเรียกตั้งนา...”ตุบ!เสียงหล่นของสมุดในมือวาดทำเอาไวท์ที่อยู่ในวงแขนของใครบางคนกระโดดออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่มันจะเข้ามาคลอเคลียขาวาดอย่างอ้อนๆ“น นี่คุณ!!”“เข้าบ้านผมมาได้ยังไงน่ะ!!”