คำถามเรียบ ๆ ที่เหมือนเป็การต้อนรับให้เขาต้องเลือก ทำให้ดรีมเบนสายตากลับไปยังวิวข้างนอก คิ้วขมวดมุ่นเหมือนกำลังครุ่นคิดกับตัวเอง
เขามาที่นี่เพื่อพักผ่อน เพื่อหนีจากความวุ่นวายในเมือง เพื่อหาความสงบให้ตัวเอง คลายความเหงา เปล่าเปลี่ยวแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่า กำลังจะก่อาประสาท กับเ้าของโฮมสเตย์เข้าให้แล้ว
“ฉันจะอยู่..แต่ไม่ได้เสียดายเงินค่ายกเลิกหรอกนะ แค่อยากรู้ว่าบ้านเล็กๆ ไร้เครื่องอำนวยความสะดวกนี่ กับทุ่งข้าวและทิวเขา จะบำบัดความรู้สึกของฉันได้ยังไง?”
“มันคงบำบัดไม่ได้หรอกครับ..เพราะความรู้สึกของคุณมันหยั่งรากลึกเกินเยียวยา”
ดรีมชะงัก ดวงตาสั่นระริกไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ปอพูดออกมานั้นเป็เพียงคำประชด
หรือว่าชายคนนั้นมองทะลุความวุ่นวายภายในใจของเขาไปแล้วกันแน่ อากาศเย็นของชนบทไม่ได้ช่วยให้ความขุ่นเคืองในอกลดลงเลยสักนิด
“นี่… นาย…” ดรีมกัดฟันแน่น ดวงตาจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้
ขณะที่ชายรางสูงกว่าไม่ตอบอะไร เขาเพียงแค่ยักไหล่เล็กน้อย แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น และบรรยากาศที่กดดันเอาไว้เื้ั
“คนบ้านี่!”
ดรีมสบถในใจ มือกำแน่นอย่างอดไม่ได้ นี่มันอะไรกัน? ั้แ่มาถึงที่นี่ เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกกดขี่ทางอารมณ์อยู่ฝ่ายเดียว
เขาหงุดหงิดกับท่าทีของปอ ที่ดูเหมือนไม่ได้สนใจว่าเขาจะอยู่หรือจะไป ไม่ได้ใส่ใจว่าเขาจะพอใจหรือไม่ ไม่ได้แยแสด้วยซ้ำว่าคนจากเมืองใหญ่ที่มาเยือนอย่างเขาจะรู้สึกยังไง และที่ทำให้หงุดหงิดที่สุด คือคำพูดนั้น
“มันคงบำบัดไม่ได้หรอกครับ…เพราะความรู้สึกของคุณมันหยั่งรากลึกเกินเยียวยา”
ราวกับมีคนจ้วงแทงมีดคมๆ มากรีดแผลในใจของดรีมออกมา แล้วเปิดมันให้เห็นความจริงที่เขาไม่ยากจะยอมรับ
ใช่ เขาเหนื่อย เขาแบกทุกอย่างไว้จนมันหนักเกินไป เขาถูกครอบครัวกดดัน ถูกเพื่อนร่วมงานหักหลัง ถูกเ้านายตำหนิ และสุดท้ายก็ถูกทอดทิ้งจากคนที่เคยเรียกกันว่า “แฟน”
ดรีมรู้ดีว่าเขาไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น แต่คนบ้านี่เป็ใครกัน ถึงกล้ามาพูดจาเหมือนรู้จักเขาดีแบบนั้น?!
ดรีมสะบัดหน้าหนีจากประตู สูดลมหายใจลึก ก่อนจะพยายามสะกดอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเองลงไป เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะอยู่ที่นี่…
และถ้าทุ่งข้าว ทิวเขา หรือแม้แต่ผู้ชายปากร้ายคนนั้น จะทำให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็ไปได้ไหม แต่ที่แน่ ๆ คือ…เขาจะไม่ยอมเป็ฝ่ายถูกกดขี่อยู่ฝ่ายเดียวแน่!
“คุณ..”
ปอส่งเสียงหน้าบ้าน ทำให้ดรีมพ่นลมหายใจแรงก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากที่นอน หลังจากจัดของเสร็จ ร่างบางได้เจออากาศดีๆจนเผลอหลับไป มือเล็กขยี้ตาแรง ๆ ไล่ความง่วงออกไป แต่ความหงุดหงิดกลับยิ่งเพิ่มขึ้นแทน
“มาแล้วเ้ากรรมนายเวรตัวใหม่… ดรีมนะดรีม หนีเสือปะจระเข้ชัด ๆ”
เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินลากเท้าออกไปเปิดประตูด้วยท่าทีที่ไม่สบอารมณ์ แต่ทันทีที่บานประตูไม้แง้มออก กลิ่นอากาศเย็นฉ่ำของ่บ่ายก็พัดเข้ามาปะทะหน้า
พร้อมกับภาพของปอ ที่ยืนถือ ตะกร้าใบใหญ่ ไว้ในมือ ข้างในเต็มไปด้วยของสดที่ดูเหมือนจะเป็วัตถุดิบสำหรับมื้อเย็น ดรีมมองต่ำลงไปที่ตะกร้าก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น
“อะไร?”
“ของกิน”
“ก็เห็นอยู่ว่าเป็ของกิน แล้วจะเอามาให้ฉันทำไม?”
ปอถอนหายใจเบา ๆ อย่างคนที่ต้องอธิบายอะไรที่เขาคิดว่ามันควรจะเข้าใจง่ายอยู่แล้ว
“ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหรู ไม่มีคนมาปรุงอาหารให้คุณทานตามสั่ง คุณพักที่นี่ ก็ต้องทำอาหารกินเอง”
“นายก็เลยนำของพวกนี้มาให้ แล้วฉันต้องจัดการเองว่างั้น?”
“ใช่”
ดรีมกลอกตาแล้วหัวเราะในลำคอ “โคตรแฟร์เลยอะ…” ขณะที่ปอเลิกคิ้วเหมือนไม่เข้าใจว่ามันไม่แฟร์ตรงไหน ในเมื่อคำอธิบายที่พักก็ระบุชัดเจน
ดรีมยกแขนกอดอก ยืนพิงขอบประตูแล้วเอียงคอมองอีกฝ่าย “แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่เป็ล่ะ?”
“คุณอด” คำตอบเรียบง่ายแต่ฟังดูโหดร้ายทำให้ดรีมอ้าปากค้าง
“…นี่นายจะปล่อยให้แขกที่มาพักอดตายเลยเหรอ?”
ท่าท่าเย่อหยิ่งไม่ยอมพ่ายของดรีม ยังคงแสดงออกไม่ย่อหย่อน ขณะที่ปอไหวไหล่อย่างไม่แยแส
“ผมเอาของมาให้แล้ว ผมไม่ได้ห้ามคุณกิน แค่คุณต้องทำเองก็เท่านั้น”
ดรีมจ้องคนตรงหน้าด้วยสายตาเหลือเชื่อ ผู้ชายคนนี้ เป็เ้าของโฮมสเตย์ที่ใจร้ายที่สุด เท่าที่เขาเคยเจอมาเลยจริง ๆ!
“แล้วถ้าฉันทำไม่เป็?”
ปอจ้องมองมายังคนพูดที่เชิดหน้า ทำให้เขารีบเอ่ย“ก็ลองทำดู”
“แล้วถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ?”
“ก็หิวไปจนกว่าจะทำได้”
“…”
“ไอ้คนบ้านี่!”
ดรีมกัดฟันกรอดอย่างอดไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกท้าทาย แต่เป็ความท้าทายที่แม่งโคตรไม่ยุติธรรม! เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองตรงไปที่ปออีกครั้ง
“โอเค งั้น… ฉันจะทำก็ได้”
........................................