18.20 น.
รถสีดำเคลื่อนตัวเข้าไปจอดที่ร้านอาหารบริเวณหน้าร้านตกแต่งด้วยต้นไม้และดอกไม้อย่างสวยงาม ไนร่าค่อยก้าวขาลงจากรถเดินตามพ่อและแม่เข้าไปในร้าน ครอบครัวของไนร่าเลือกที่จะมานั่งโต๊ะริมแม่น้ำด้านข้างของร้าน ทำให้เห็นบรรยากาศบริเวณรอบๆ ผู้คนต่างก็ทยอยเข้ามารับประทานมื้อค่ำหลายคนมาเป็คู่ มาแบบกลุ่มเพื่อน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมาในรูปแบบของครอบครัวใหญ่เสียมากกว่า
“ไนร่าอยากกินอะไรสั่งเลยลูก” แม่บอกลูกสาวที่กำลังก้มหน้าเล่นมือถือ
“วันนี้มีฉลองอะไรหรือป่าวคะ? นานๆออกจากบ้านทีต้องมีแน่ๆ เลย”
“ ป่าวจ้ะลูก นานๆ ออกมาข้างนอกบ้างก็ดีนะ” แม่ยิ้มและหันไปมองลูกสาว
“เต็มที่เลยลูก วันนี้เงินเดือนพ่อออกแล้ว”พ่อพูดแล้วหัวเราะ
ไม่นานอาหารพนักงานในร้านก็นำอาหารที่สั่งไว้ทยอยมาเสิร์ฟเกือบเต็มโต๊ะ
“โห เต็มโต๊ะไปหมดแล้ว เราจะกินหมดกันมั้ยคะ?”
พ่อและแม่มองลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“ยังเหลืออีกจานนะ ยังไม่มาเลย”แม่พูดขึ้น
“ยังเหลืออีกหรอคะแม่?”ไนร่าหัวเราะออกมา
เด็กหนุ่มตัวสูงผิวขาว สวมเสื้อสีกรมกางเกงสีดำ เดินมาพร้อมกับอาหารจานสุดท้ายเขาวางจานลงข้างไนร่า
“อาหารมาเสิร์ฟแล้วครับ”
ไนร่าที่ก้มหน้าก้มตากินกุ้งทอดจานโปรดไม่ได้สนใจที่จะหันไปมองต้นเสียง
“ไนร่า กินเยอะไปมั้ยเราอ่ะ” เด็กหนุ่มพูดขึ้น
เธอค่อยๆละสายตาจากจานข้าวมองไปที่ต้นเสียง ด้วยความสงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้จักชื่อเธอและทำไมเสียงเขาถึงคุ้นหูเธอเหลือเกิน
“เซอร์ไพรส์”ทั้งสามคนประสานเสียงกันดังขึ้น
ไนร่าที่นั่งทำหน้างงเธอยังใกลับบุคคลที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่น้ำใสๆ ไหลออกมาจากตาซึ่งไม่รู้ว่าเป็สัญลักษณ์ที่แสดงความดีใจหรือเสียใจกันแน่
เธอะโกอดผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า แน่นอนผู้ชายคนนั้นคือพี่ชายสุดที่รักของเธอเองเธอไม่ได้เจอเขามาเกือบ2ปี เพราะพี่ชายของเธอได้มีโอกาสไปเป็นักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ
“โอ๋ๆ ไม่ร้อง”พี่ชายคว้าน้องสาวเข้ามาอด
“พ่อกับแม่ก็รู้หรอคะเนี่ย?”เธอหันไปหาพ่อกับแม่ที่นั่งหัวเราะ
“พี่เค้าอยากมาเซอร์ไพรส์หนูไงลูก” แม่พูดด้วยใบหน้าที่มีความสุข
“โตแล้วนะ ขี้แยจริงๆ เลย มาๆ กินข้าวกันได้แล้วพ่อเริ่มหิวแล้ว”
เสียงหัวเราะอย่างพร้อมเพรียงดังขึ้นขึ้นรอบไนร่าจึงยกมือเช็ดน้ำตาก่อนที่จะนั่งลงกินข้าวต่อ วันนี้เป็วันแรกในรอบ2ปี ที่ครอบครัวของเธอได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาบทสนทนาในอาหารมื้อนี้คงไม่พ้นถามสารทุกข์สุกดิบของตะวัน ลูกชายคนโตของบ้าน มื้อค่ำนี้เป็มื้อที่พิเศษของครอบครัวนี้จริงๆ
หลังจากที่ทุกคนกลับมาถึงบ้านก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องตัวเองเพื่อที่จะพักผ่อน
“ไนร่าไปเซเว่นด้วยมั้ย?” เสียงตะวันดังมาจากหลังประตูห้องของเธอ
“ไปค่า รอแปบนึงนะ” ไนร่ารีบคว้ายางมารัดผมแบบลวกๆก่อนจะทิ้งหนังสือที่กำลังอ่านให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกรอบ
ไนร่าซ้อนจักรยานยนต์ที่มีพี่ชายของเธอขับระหว่างทั้งคู่ก็คุยกันไม่หยุด ซึ่งส่วนมากก็มีแต่เสียงน้องสาวของเขา ที่เป็ฝ่ายเล่าเื่ราวเสียมากกว่า เมื่อมาถึงทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกันเดินเลือกของ
“ไนร่า หยิบแต่ขนมเลยนะ”ตะวันทักน้องสาว
“ก็ไนร่าหิว มากๆ” เธอส่งสายตาออดอ้อนพี่ชาย
“ตอนเย็นก็กินข้าวไปตั้งเยอะแล้วนะ เราเนี่ย”
“บ่นจัง ไม่รักน้องหรอ” ไนร่าพูดแล้วหอบขนมเต็มมือเดินตามพี่ชายไปที่หน้าเคาน์เตอร์
“เอ๊ะ! กระเป๋าตังไปไหนน้า”เธอพูดเสียงดังอยากให้พี่ชายได้ยิน
“ก็เห็นตอนออกบ้านมาก็ตัวเปล่าแล้ว”ตะวันหัวเราะน้องสาวให้ความเ้าเล่ห์
“จ่ายให้น้องหน่อยน้า สุดหล่อของน้อง”
เขาส่ายหัวให้ความดื้อของน้องตัวเองและยิ้มออกมาเมื่อทั้งสองจ่ายเงินเสร็จก็เดินมาที่รถเพื่อที่จะกลับบ้าน
“นี่แค่เอารถมอไซค์มา แทบจะไม่มีที่ห้อยแล้ว ถ้าเอารถยนต์มา คงจะเต็มรถแน่ๆ” ตะวันพูดประชดน้องสาวที่ยืนยิ้ม
“นานๆ มาเลี้ยงน้อง ไม่บ่นน้า” เธอทำหน้าทะเล้นใส่พี่
ตะวันที่ก้มเก็บของมือก็ทำ หูก็ฟังที่น้องสาวบ่นสารพัดเื่อย่างไม่มีหยุด แต่อยู่ดีๆ เธอก็เงียบและหันไปมองบิ๊กไบค์สีดำที่จอดติดไฟแดงบริเวณกลางถนนสายตาจ้องไปที่ เด็กผู้ชายซึ่งเป็คนขับและมีเด็กผู้หญิงซ้อนท้ายมาด้วยหนึ่งคนใช่สกายไหม สกายมากับใคร หรือว่าเธอจะตาฝาดไปเอง อาจจะเป็คนที่มีลักษณะคล้ายกับเขาก็ได้แต่ทำไมเธอรู้สึกชาไปทั้งตัวแบบนี้
“อ้าว อยู่ดีๆ ก็เงียบ” เขาหันมาน้องน้องสาวที่มองรถบิ๊กไบค์ที่เพิ่งเคลื่อนตัวไป
“ป่าวค่ะ”
“เพื่อนหรอ จ้องเชียว”
“คนรู้จักค่ะ กลับบ้านกัน”
เมื่อมาถึงบ้านไนร่ารีบเดินขึ้นไปที่ห้องของตัวเองก่อนจะคว้าไปหยิบมือถือที่กำลังชาร์จบนโต๊ะ
แชทไลน์ ++
“พี่สกายทำอะไรอยู่คะ?”
“กำลังจะนอนพอดีเลย”
“จะนอนแล้วหรอคะ?”
“ครับ”
เธอนิ่งไปซักพักในใจคิดว่าควรจะถามเขาหรือไม่ว่าออกไปไหนมา หรือได้ไปเจอกับใครหรือเปล่าแต่เธอก็กลัวจะไปก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของเขาจนเกินไป
“ฝันดีนะคะ”
“ฝันดีครับ พี่รักไนร่านะ”
“เหมือนกันค่ะ”
บทสนทนาได้จบลงแต่ความว้าวุ่นในใจของไนร่า กลับกำลังเพิ่มพูนด้วยคำถามต่างๆ มากมายภาวนาในใจขอให้ไม่ใช่สกาย ขอให้เป็รถของคนอื่น ขอให้เป็เธอเองที่ตาฝาดหรือเพราะความคิดถึงที่ทำให้เธอเห็นใครๆ ก็เหมือนแฟนตัวเองไปหมดเธอสลัดความคิดออกจากหัว เอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง ความมืดค่อยๆ ปกคลุมเด็กสาวก็ค่อยๆ หลับตาลง