เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

    บทที่ 1 เหยื่อคนสุดท้าย (100%)

            ผู้คนในนรกต่างรู้จักผมในนาม 'ยมทูตไมเคิล'แม้ว่านั่นจะไม่ใช่ชื่อจริงจากบัตรประชาชนตอนเป็นมนุษย์แต่ก็ไม่มีใครข้องใจว่าเหตุใดผมจึงเปลี่ยนชื่อ พวกเขารู้แค่ว่าใครที่มันบังอาจเรียกชื่อเก่าของผม เสี้ยววินาทีนั้นคือเวลาตายของมัน

            "ข้าให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งที่ร้อยแล้วล่ะมั้ง...มานะ จงจำไว้ให้ดีว่า เมื่อไหร่ที่ข้าเห็นเจ้าทำเกินกว่าเหตุเจ้าจะไม่ได้รับการให้อภัยอีก"

            ผมลืมบอกไปว่าที่พูดนั่นไม่ได้หมายรวมท่านยม หรือถ้าใครคิดว่าไม่เห็นเป็นไร บอสไม่ใช่พ่อ ก็ลองไปทำกันดู

            "กระหม่อมให้สัตย์สาบานว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วขอรับ" ผมทูลสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พูดไม่ใช่เพราะเกิดสำนึกผิด แต่เพราะนี่คือวันสุดท้ายที่ผมจะได้ใช้ชีวิตยมทูต

            "ยูพูดอย่างกับว่าจบภารกิจนี้แล้ว ยูจะไม่กลับมาเป็นยมทูตอีกอย่างงั้นแหละ" หัวหน้านับเงินหนึ่งในคนที่ได้ยินคำพูดประโยคนั้นของผมถามขึ้นหลังจากที่ผมถอยออกมาจากหน้าบัลลังก์

            ...เธอเป็นหัวหน้ายมทูตโซนกะลาแลนด์เอ่อ... ผมหมายถึงประเทศไทยและเป็นยมทูตเพียงคนเดียวในยมโลกที่สวมเชิ้ตดำสูทดำรัดรูป กับปล่อยผมยาวถึงก้นเป็นสัญลักษณ์ที่แค่มองไกลๆ จากระยะร้อยเมตร ก็รู้ว่าต้องทำตัวยังไงเวลามีชนักติดหลัง

            "ไอพูดเผื่อไว้เฉยๆ"ผมทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ทั้งที่ความจริงแล้วคำพูดที่ว่านั่น มีความหมายอื่นแฝงอยู่

            "คนอย่างยูเนี่ยนะจะพูดเผื่อไว้เดี๋ยวๆ แล้วนี่อะไร ภารกิจใหญ่พรุ่งนี้แล้วจะปล่อยพวกมารสูทขาวให้คนอื่นจัดการบ้างไม่ได้เลยรึไง ยูพึ่งให้สัตย์สาบานกับท่านยมเมื่อกี๊เองนะว่าจะไม่ก่อเรื่องอีก" มือซ้ายของหัวหน้านับเงินเอื้อมมาตะปบไหล่ผมและถ้าสั่งให้เล็บมือเล็บเท้างอกยาวได้ดั่งใจเธอคงผลิตเล็บออกมากระซวกร่างผมตรึงไว้กับพื้นนรกไปแล้ว

            "ไอก็แค่อยากไปดูว่าหมอนั่นจะจัดการพวกมารยังไง"ผมตอบด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะถึงแม้จะสวมแว่นดำอยู่แต่ถ้าอีกฝ่ายจับได้ว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาของผมล่ะก็...

            "งั้นไอจะไปด้วยไอก็อยากรู้เหมือนกัน" หัวหน้านับเงินยื่นหน้าเข้ามาจ้องหน้าผมแม้เธอจะสวมแว่นดำที่เป็น 1 ในแอสเซสเซอรี่ของยมทูตเจนใหม่อยู่เหมือนกันแต่นั่นไม่ได้เป็นเครื่องการันตีความปลอดภัยว่าความลับของผมจะไม่รั่วไหลผ่านลูกนัยน์ตา

            "เอาที่ยูสบายใจเลย"ผมยักไหล่ แล้วเบี่ยงตัวเดินนำออกไปด้วยท่าทางปกติโดยมีหัวหน้านับเงินจ้ำตามมาติดๆ เหมือนกลัวลูกน้องจะหลบหนี

            "วันนี้เคสใครนะนายหิวแสงตาตี่หูกางอะไรนั่นใช่มะ?" หัวหน้านับเงินพูดเหมือนกำลังบอกใบ้เหยื่อรายใหญ่ของพวกเราทั้งที่ความจริงแล้ว เธอแค่จำชื่อหมอนั่นไม่ได้

            "นายสีสดตลอดวันธรรมดา"ผมบอกชื่อที่เธอจำไม่ได้ชื่อนั้น

            "คนบ้าอะไรชื่อสีสดตลอดวันธรรมดา!?"

            เสียงทะลุทะลวงแก้วหูของหัวหน้าที่ดังสวนกลับมาทำให้ผมต้องนึกทบทวนใหม่ว่า เหยื่อรายนี้ชื่ออะไรกันแน่

            "ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง"ผมไม่สารภาพตรงๆ ว่าคิดไม่ออกแต่ตีเนียนไปตลอดทางที่เราวาร์ปจากนรกขึ้นมายังโลกมนุษย์

            ...เวลานี้ผมและหัวหน้ากำลังยืนอยู่ตรงทางเข้าตึกแลนด์มาร์คหลังคารั่วแห่งหนึ่งที่มักเป็นข่าวว่าเจ้าหน้าที่ต้องเอาถังมารองน้ำฝนทั้งที่สร้างด้วยเงินหลักหมื่นล้าน... ช่างน่าสมเพช

            "พวกมารยังไม่มากันเลยหมอนั่นก็ยังไม่มา" กิริยาเหลียวซ้ายแลขวามองหาเป้าหมายของหัวหน้าทำเอาผมอดยิ้มมุมปากไม่ได้

            "ยังไม่มาหรอก อีกตั้งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาส่งวิญญาณ" คำตอบของผมทำเอาคนฟังหันขวับมาจ้องหน้าแถมยังถลึงตาใส่ชนิดที่มีรังสีอำมหิตส่งผ่านแว่นดำออกมาด้วย

            "แล้วยูพาไอมารอตั้งแต่ตอนนี้ทำไมมิทราบยะ!!" เสียงนั้นดังทะลุทะลวงกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อไหร่เธอจะรู้ตัวสักทีว่าถูกผมปั่นหัว

            "ยูตามมาเองนะไอแค่อยากมาซึมซับความทรงจำเก่าๆ ในประเทศนี้... ก็แค่นั้น"ผมนั่งลงบนสนามหญ้าให้เหมือนกับว่ากำลังพาตัวเองมาพักผ่อนในวันสุดท้ายของการเป็นยมทูต

            "คนอย่างยูเนี่ยนะมาซึมซับความทรงจำเก่าๆ" เธอก้มตัวลงมาดึงแว่นตาดำของผมออกพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาจ้องตา

            "เสียใจด้วยนะไอไม่หวั่นไหวกับผู้หญิงหรอก" ผมจ้องตอบด้วยแววตาว่างเปล่า เป็น 1ในวิธีเก็บซ่อนความลับดำมืดที่ไม่อยากให้ใครรู้และแน่นอนว่ายังไม่เคยมีใครล้วงเอามันออกไปได้

            "โอ๊ย!! รู้แล้วล่ะย่ะอย่าให้ไอจับได้แล้วกันว่ายูตั้งใจจะมาทำอย่างอื่นนอกจากมาดูนายก้อนหินจับพวกมารสูทขาว ไม่งั้นล่ะก็..." หัวหน้าหยุดคำพูดไว้แค่นั้นแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ผมก็รู้ดีว่าประโยคต่อท้ายของมันคืออะไร

            "เอาที่ยูสบายใจนั่นแหละ"ผมตัดบทด้วยการเอนตัวลงนอนบนพื้นหญ้าแม้ไม่อาจรับรู้ได้ถึงความชื้นเย็นของดินและหยดน้ำบนยอดหญ้า กลิ่นเขียวๆ ของใบหญ้าหรือความอ่อนนุ่มของต้นหญ้า แต่ผมก็รู้ดีว่ากว่าจะมาเป็นสนามหญ้าสวยๆ แบบนี้คงมีเรื่องราวมากมายระหว่างทาง

            ...ว่ากันว่าบางครั้งก็ไม่สำคัญว่าปลายทางจะเป็นยังไงเพราะถ้าระหว่างทางมีเงินหกเจ็ดหลักให้สูบเอาไปก็ถือว่าคุ้มแล้วที่เราตัดสินใจออกเดินทาง

            "ยูต้องกลับมานะกัมพูชาไม่มีอะไรให้ไปลั้นลาหรอก" จู่ๆ หัวหน้าก็พูดเหมือนจะอ่านอะไรบางอย่างจากข้างในดวงตาของผมออก

            "ไอก็ไม่ได้ไปลั้นลานี่ไปทำงานต่างหาก" ผมพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดพร้อมกับสะกดจิตตัวเองไปด้วยว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมจะทำหลังจากวันพรุ่งนี้มัน... คือการทำงาน

            ใช่! ก็แค่...เปลี่ยนสถานที่ทำงานในการจัดการพวกอมนุษย์ในคราบมนุษย์

            "สังหรณ์ไอบอกว่ายูจะไปทำมากกว่านั้น"

            สิ่งที่หัวหน้านับเงินพูดสวนขึ้นทำเอาผมนิ่งอึ้งไปนิดหนึ่ง และเพื่อไม่ให้เธอนึกสงสัยการเนียนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆสีเทาแก่ คือวิธีที่ผมใช้กลบเกลื่อน

            "ยูจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ ไมเคิล?"

            นี่ถ้าเป็นพวกรุ่นน้องคงโดนผมเอ็ดโทษฐานเซ้าซี้เรื่องที่ผมไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดไปแล้วแต่เพราะเป็นหัวหน้า...

            "เดี๋ยวฝนก็ตกแล้วแล้วหลังคานั่น... ก็จะรั่ว"ผมเบนสายตาไปตรงแลนด์มาร์คอลังการงานสร้างชิ้นนั้น โชคดีที่นายสีสดตลอดวันอะไรนั่นกำลังเดินนำบรรดานักข่าวเข้าไปภายในอาคาร เป็นโอกาสให้ผมเปลี่ยนเรื่องพูด

            "เหยื่อมาแล้วอีกเดี๋ยวพวกมันก็คงมา" ผมผุดลุกขึ้นคว้าแว่นดำจากมือหัวหน้ากลับมาสวมในขณะที่สีหน้าท่าทางของเธอดูจะยังติดค้างอยู่กับคำพูดเรื่องหลังคารั่วของผม

            "เป็นอะไร นอนน้อยเหรอ"ผมตัดสินใจหาคำพูดมาเรียกสติเธอแทนการปล่อยให้เธอยืนครุ่นคิดเรื่องหลังคารั่วอยู่ตรงนี้

            "ยมทูตที่ไหนเค้านอนกันล่ะยูนั่นแหละ มีเวลาอ่านข่าวหรือไง ถึงได้รู้ว่าหลังคามันรั่ว?" ในที่สุดเธอก็หลุดปากถามออกมาจนได้ดีแล้ว... ผมเองก็คงไม่สบายใจสักเท่าไหร่ถ้าหัวหน้าจะไม่เป็นอันทำอะไรด้วยเรื่องนี้

            "เปล่า... ประสบการณ์ตรงไอมารับเหยื่อที่นี่บ่อยจะตาย เข้าไปรอพวกมารข้างในก็ได้ถ้ายูอยากเห็นเหมือนที่ไอเห็น" ผมไม่พูดเปล่าแต่วาร์ปนำหน้าหัวหน้านับเงินเข้าไปภายในแลนด์มาร์คแห่งนั้น

            แน่นอน... ต้องเป็นตรงที่หลังคารั่วอยู่แล้วผมจำมันได้ดีทุกจุด

            ซ่าาาาาา... ซ่าาาาาา...

            ดูฝนฟ้าจะเป็นใจในการอวดโฉมผลงานแลนด์มาร์คหมื่นล้านเพราะทันทีที่เราเข้ามาภายในอาคาร สายฝนก็ตกกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตาราวกับอยากให้หลังคารีบสำแดงอภินิหารให้หัวหน้ายมทูตได้เห็นเป็นอัปมงคลลูกตา

            ซ่าาาาาาา...

            คราวนี้ไม่ใช่เสียงฝนด้านนอกแต่เป็นเสียงน้ำตกจากฝ้าเพดาน... ผมหมายถึงน้ำฝนที่รั่วลงมาเป็นน้ำตกนั่นแหละ

            "นะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!?"หัวหน้ายมทูตโซนประเทศไทยยืนอ้าปากค้างให้กับภาพตรงหน้าราวกับพึ่งได้เปิดหูเปิดตาเห็นอะไรใหม่ๆ ทั้งที่ตัวเธอเองก็มักจะพูดอยู่เสมอว่า...อะไรก็เกิดขึ้นได้ในไทยแลนด์แดนสนธยา

            "เรื่องธรรมดาต่างหากยูเองก็อยู่ยมโลกมานานกว่าไอ น่าจะชินได้แล้วมั้ง"ผมยืนมองน้ำตกในร่มที่กำลังเพิ่มปริมาณน้ำบนพื้นจนมันไหลนองใกล้เข้ามาถึงจุดที่ผมยืน เป็นเวลาเดียวกับที่ใครคนหนึ่งเดินใกล้เข้ามา

            "ผมไม่ห่วงหรอกครับเรื่องรถทัวร์จะมาลงผม ทำไมผมจะต้องแคร์ ในเมื่อสิ่งที่ผมทำมันถูกต้องแล้ว"คนคนนั้นเดินยิ้มกริ่มนำหน้านักข่าว ผ่านผมกับหัวหน้าไปอย่างรวดเร็วและถึงแม้จะพยายามเบี่ยงตัวหลบน้ำฝนที่รั่วลงมา แต่ทั้งเส้นผม แขนเสื้อและรองเท้าของเขาก็ยังถูกน้ำฝนกระเซ็นใส่

            ...หึ!ไม่ต้องแคร์ใครเพราะสิ่งที่ทำมันถูกต้องงั้นเหรอ ทั้งๆที่เรื่องน่าสมเพชเกิดขึ้นตำตาตรงหน้า ยังไม่เป็นเดือดเป็นร้อนแกมันก็แค่พวกตาชั่งเอียง แค่คนบาปในคราบนักบุญที่พยายามชุบตัวด้วยคุณธรรมจอมปลอม

            "คุณไมเคิล มารอตรวจงานผมเหรอครับเนี่ย?"

            เสียงของใครอีกคนเบนความสนใจของผมกับหัวหน้าให้หันไปมองผู้ชายตัวสูงผิวเข้มในชุดสูทดำแบบยมทูตเจนใหม่ เจ้าของใบหน้าทรงสามเหลี่ยม คางหนาจมูกโด่ง ปากรูปกระจับบาง กับดวงตากลมโตทรงพลังภายใต้กรอบแว่น หมอนั่นคือก้อนหินยมทูตที่ผมวางตัวให้มาจัดการพวกมารสูทขาวแทน

            "ก็... ทำนองนั้น"ผมตอบสั้นๆ แล้วเหลือบตามองอีกคนที่พึ่งวาร์ปตามมาติดๆ

            "รุ่นพี่ไมเคิล เอ่อ...สวัสดีครับ" ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือเจ้าของร่างเล็กกับผิวขาวซีดตัดกับสูทดำที่สวม ยิ้มเจื่อนๆ ให้ผม ก่อนที่ปากเล็กๆจะกระตุกเป็นเส้นตรง คิ้วหนาปานกลางบนใบหน้ารูปไข่ขมวดเข้าหากันนิดหนึ่งจมูกเล็กย่นขึ้นอัตโนมัติ ประกายในดวงตาเรียวยาวภายใต้แว่นดำหายไปแทบจะในทันทีบ่งบอกความรู้สึกอึดอัดที่ต้องเจอผม

            "อืม..." ผมพยักหน้าแล้วเบนสายตากลับไปมองทางนายสีสดตลอดวัน ไม่ใช่เพราะอยากให้คนตรงหน้าหายอึดอัดแต่เพราะไม่อยากพลาดตอนจบของเหยื่อรายสุดท้ายในชีวิตการเป็นยมทูต

            "อ๊ากกกกก!!"

            เสียงร้องลั่นของคนคนนั้นเรียกให้ทั้งหัวหน้านับเงินก้อนหิน และดาวเหนือ หันขวับมามองต้นเสียงตามผมกันเป็นตาเดียวหมายรวมถึงบรรดานักข่าวที่ต่างยืนชะงักตาค้างไปกับภาพคนโดนไฟดูดที่กำลังชักดิ้นชักงออยู่ตรงหน้าด้วย

            "ทะ... ทำไงดี ทะ...ท่านสีสดโดนไฟดูด!!"

            "ตะ... ตัดไฟต้องรีบตัดไฟก่อน!!"

            "คัทเอาท์อยู่ไหนระบบตัดไฟไม่ทำงานเหรอ!?"

            เสียงโหวกเหวกโวยวายดังประสานกับเสียงฝีเท้ารอบข้างเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง วุ่นวาย สะเปะสะปะ ไร้ทิศทางและกว่าที่ทุกอย่างจะเรียบร้อย คนที่เคยนอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นอันเจิ่งนองไปด้วยน้ำ...ก็หัวใจวาย สิ้นชีพในสภาพใบหน้าบิดเบี้ยว บ่งบอกความทรมาน

            แต่...ไม่ทันที่ก้อนหินจะพาเหยื่อในความรับผิดชอบของผมลงไปรับการพิจารณาโทษในนรก

            "ถึงจะมากันเยอะข้าก็ไม่กลัวหรอกจะบอกให้ พวกหมาหมู่!" ผู้ชายผิวเข้มหัวเกรียนวัยยี่สิบต้นๆในชุดสูทขาววาร์ปมาขวางหน้าพวกเราไม่ให้เข้าไปควบคุมตัวดวงวิญญาณที่กำลังหลุดจากร่างของนายสีสดในมือของมันถือเลื่อยยนต์ที่ยังไม่ได้สตาร์ทแทนที่จะถือดาบหรือหอกเหมือนอย่างทุกที

            ไม่แน่...เจอกันคราวหน้าพวกมันอาจจะเปลี่ยนมาถือเครื่องตัดหญ้า หรือไม่ก็แส้สายยางสีเขียวก็เป็นได้

            "อะไรๆ อย่างนาย...แค่ฉันคนเดียวก็พอแล้ว" ก้อนหินเรียกเคียวออกมาควงพร้อมกับพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายแบบไม่พูดพร่ำทำเพลงนานตรงข้ามกับหัวเกรียนสูทขาวที่ยังยืนสตาร์ทเลื่อยยนต์

            "บัดซบล้าว...ลืมเติมน้ำมัน" มันเงยหน้าขึ้นมาหัวเราะขำเหมือนไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเท่าไหร่ซ้ำยังตั้งท่าจะวิ่งหนี ทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มสู้ อ้อ... พวกมือใหม่สินะถึงลืมว่าตัวเองวาร์ปได้

            "จะไปไหนไม่ทราบครับ!!"ดาวเหนือวาร์ปไปยืนดักหน้า ทำเอามันชะงักที่มีคนรู้ทัน เปล่าหรอก... แค่ยมทูตฝึกหัดนั่นเคยลืมว่าตัวเองวาร์ปได้เหมือนกันก็เท่านั้น

            "ถอยไปนะเฟ้ย!!ยังไงข้าก็ต้องพาวิญญาณนี่กลับฐานตามคำสั่ง"หัวเกรียนยกเลื่อยขึ้นบังหน้าเหมือนจะใช้ป้องกันตัวเฉยๆดูเหมือนหลังการกวาดล้างแก๊งมารสูทขาว พวกมันจะหาสมาชิกรุ่นใหม่ไม่ได้ถึงขั้นที่ต้องเที่ยวว่าจ้างให้ดวงวิญญาณเร่ร่อนมาเป็นสมัครพรรคพวกผลที่ได้เลยออกมาเป็นแบบนี้

            ...แก๊งมารสูทขาวคือใคร? พวกมันก็คือเหล่าคนชั่วที่หลบหนีการส่งวิญญาณของยมทูตไปตั้งกลุ่มโดยอ้างว่าพวกตนทำความดีมาตลอดชีวิตยังไงล่ะ

            "นายไม่กลัวเหรอว่าทำแบบนี้แล้วบัญชีหนังหมาของตัวเอง มันจะบันทึกกรรมชั่วยาวเป็นหางว่าวหนักขึ้นอาจจะต้องใช้กรรมในนรกไม่ได้ผุดได้เกิดเลยก็ได้โทษฐานขัดขวางยมทูตในการปฏิบัติหน้าที่"

            คราวนี้คำพูดของก้อนหินทำเอามันชะงัก

            "จะ... จะ... จริงดิ!?"ชายหัวเกรียนย้อนถามตะกุกตะกัก พลางหันรีหันขวางมองผมที มองก้อนหินทีมองดาวเหนือที มองหัวหน้านับเงินที แต่ไม่ทันที่ใครจะได้ตอบอะไร

            "เจ้าโง่!ปล่อยให้พวกมันหลอกอยู่ได้ แกกำลังทำความดี ช่วยวิญญาณคนดีให้หลุดพ้นจากนรกจะไปตกนรกได้ยังไง"

            แสงสีรุ้งสว่างวาบขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของป้าหน้ากลมผมหยักศกในชุดสูทขาวแบบของผู้หญิง นางคือ 1 ในสมาชิกแถวหน้าของพวกมารสูทขาวที่ยังหลงเหลือซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเกิดวิกฤตขาดแคลนกำลังคนจริงๆก็จะยังคงทำหน้าที่ปลุกระดมเหล่าคนเขลาผู้หลงผิดอยู่เบื้องหลังเท่านั้น

            "คนดีจะไปตกนรกได้ยังไงล่ะครับคุณป้าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?" ดาวเหนือโพล่งสวนขึ้นเหมือนทนไม่ได้ที่จะต้องฟังคำพูดที่กลั่นออกมาจากตรรกะวิปริต

            "ใครเป็นป้าแกไอ้เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!!" ยัยป้าสูทขาวสวนกลับทันควันนี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงลงสนามไปด้วยอีกคนแล้ว

            "ยูจะไปไหน?" หัวหน้านับเงินหันขวับมาถามทันทีที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของผม

            "หาที่นั่งดู" ผมตอบสั้นๆแล้วเดินไปหลบมุมรอชมผลงานของรุ่นน้องยมทูตที่จะมาเป็นตัวตายตัวแทนในวันที่ผมไม่อยู่

            "ยูเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเหรอเนี่ย" เธอยังอุตส่าห์เดินตามมายืนทำตาโตใส่ผมเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่พึ่งได้ยินกับหู

            "ก็แล้วแต่จะคิด" ผมตอบยิ้มๆและยังคงมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เปลี่ยนไปเลย... แม้แต่นิดเดียว

            "ตรงนี้ฉันจัดการเองนายเตรียมส่งวิญญาณตาลุงนั่นได้เลย" ก้อนหินร้องบอกดาวเหนือเหมือนจงใจยั่วโมโหยัยป้าสูทขาว ซึ่งก็ดูจะได้ผล

            "ข้ามศพฉันไปให้ได้ก่อนเถอะไอ้พวกเด็กเวร!" ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างคนที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟดูตัดกับชุดที่ใส่ดี

            "งั้นป้าก็เตรียมตัวตายทั้งเป็นในนรกได้เลยครับ"ก้อนหินฉีกยิ้มปิดท้ายประโยคขณะที่ดาวเหนือวาร์ปเข้าประชิดวิญญาณของนายสีสดที่ยังนั่งมึนงงกับการโดนไฟดูดตายไม่หาย

            "ไอ้ดำ! มัวทำอะไรอยู่จัดการมันสิ!" ยัยป้าหันไปตวาดใส่ลูกน้องหัวเกรียนที่ยังยืนงงอยู่กลางดงยมทูตนี่คือตัวอย่างบอสที่ควรหมดไปจากโลก

            "ผมลืมเติมน้ำมันเลื่อยยนต์ครับ"ชายหัวเกรียนยิ้มเจื่อนๆพร้อมกับสตาร์ทเครื่องให้ดูเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าที่ตนพูดนั้นเป็นความจริง

            "แกนี่มันโง่ซ้ำโง่ซากโง่ไม่มีแผ่วเลย!" เสียงตวาดของนางทะลวงแก้วหูยิ่งกว่าเสียงของหัวหน้ายมทูตโซนประเทศไทยหลายเท่า

            "ขอโทษครับป้า"คนใต้บัญชาเกาหัวหน้ามึน มิหนำซ้ำยังเผลอใช้สรรพนามตามพวกยมทูตยิ่งทำให้นางโกรธจัดแผดเสียงอาละวาด

            "ใครเป็นป้าแก!! ไปเลย!จะไปไหนก็ไป ฉันจะจัดการเอง ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก กลับไปเป็นวิญญาณเร่ร่อนอย่างดะ..."

            "โป๊กกกกก!!"

            ด้ามเคียวยมทูตในมือก้อนหินหมุนคว้างลอยมากระแทกหน้าเจ้าของเสียงหนวกหูทำเอายัยป้าภาพตัด ล้มลงไปนอนสลบอยู่กับพื้นที่มีวงเวทย์สำหรับเคลื่อนย้ายร่างลงสู่ปรโลกรออยู่แล้ว

            "คอนเฟิร์มเคส"

            เสียงของยมทูตฝึกหัดดาวเหนือที่ดังแว่วมาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการส่งวิญญาณนายสีสดลงไปรับโทษในนรกเรียบร้อยดี

            "อยากชำระความอะไรกันก่อนไหมครับเผื่อเคยมีความแค้นส่วนตัว?" ก้อนหินหันมาถามผมกับหัวหน้าก่อนจะเบนสายตาไปทางชายสูทขาวหัวเกรียนคล้ายจะเป็นเชิงบอกกล่าวเชื้อเชิญอีกฝ่ายด้วย

            "ไม่" ผมกับหัวหน้าตอบสั้นๆพร้อมกัน ยกเว้นก็แต่คนคนนึงที่ให้คำตอบต่างออกไป

            "เอ่อ... ได้เหรอบัญชีหนังหมาข้าจะยาวเพิ่มหรือเปล่า?" นายหัวเกรียนถามขึ้นอย่างหวาดระแวงเหมือนกลัวจะถูกยมทูตต้มตุ๋นให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในนรกนานขึ้น

            "ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ เพราะต่อให้ป้าแกจะไม่มีบุญคุณอะไรกับนายแต่มันก็เป็นการทำร้ายสัตว์โลกน่ะนะ"ก้อนหินอธิบายระหว่างที่เขียนวงเวทย์พันธนาการทับลงไปบนร่างสัตว์โลกที่ว่าอีกครั้ง

            "เซ็งเลย งั้นก็รีบๆ จับข้าไปเหอะกลับฐานไปมีหวังถูกส่งไปเกิดเป็นเหลือบไรแหงๆ" อดีตสูทขาวกลับใจทรุดนั่งลงด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก

            "เป็นไง... ผ่านไหมล่ะเด็กปั้นของยูน่ะ?" หัวหน้านับเงินเขยิบเข้ามากระซิบถามท่าทางเหมือนอยากลากผมกลับนรกเต็มแก่แล้ว

            "ยูให้ผ่านไหมล่ะ?" ผมย้อนถามแทนคำตอบแล้วเดินนำออกมาจากจุดที่เคยยืน

            "จัดการคนเดียวได้ใช่ไหม?"

            คำถามของผมเรียกให้ทั้งก้อนหินและนายหัวเกรียนหันขวับมาหา

            "สบายครับ"หมอนั่นฉีกยิ้มให้ผมที่จงใจเดินผ่านไปตรงนั้น...ตรงที่มั่นใจว่าจะมีแค่ทั้งคู่ที่ได้ยินมัน

            "ถ้าให้ข้อมูลเป็นประโยชน์จนกวาดล้างพวกสูทขาวสิ้นซาก โทษหนักอาจจะเบาลง"คำพูดที่ผ่านการวางแผนและไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีของผม ทำเอาเป้าหมายตาลุกวาวตามคาด

            ใช่... ไม่ว่าเมื่อไหร่จุดหมายของผมก็คือการถอนรากถอนโคนพวกมันให้หมดไปจากกะลาแลนด์!!

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์ ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788