ชีวิตสีหมอก I

    บทที่ 8.3

    3

     

    วันถัดมา วาดฝันเปิดประตูเตรียมตัวจะไปอาบน้ำเช้า เธอเห็นคังแฮยอนยืนยิ้มร่าเริงสดใสยืนที่หน้าประตูจนทำให้วาดฝันตกใจจนเผลอร้องออกมา

     

    “หวา! คังแฮยอน! ทำไมเจ้ามายืนจังก้าตรงหน้าประตูเนี่ย ไม่สิ ทำไมเจ้ามายืนตรงประตูแบบนี้เนี่ย มันตกใจนะ” 

     

    วาดฝันรีบพูดออกไป นี่คงไม่ได้เมามาใช่ไหม แต่ว่าไม่มีกลิ่นเหล้านี่ เพิ่งได้รู้ความจริงจากลุนชองเลยว่าคังแฮยอนเป็นคุณหนูที่ชอบดื่มเหล้าสังสรรค์ที่สุด

     

    ถ้าไม่ใช่เพราะถูกจับมาเป็นนางใน คงจะดื่มทุกคืนแน่ ความลับที่ได้เผลอรู้นี้ เธอต้องเหยียบไว้ให้มิดจมดินเลยล่ะ

     

    “ก็หม่อมฉันคิดถึงองค์หญิงมากเลยน่ะสิเพคะ วันนี้ให้หม่อมฉันช่วยอาบน้ำนะเพคะองค์หญิง” คังแฮยอนที่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่สดใสเกินจะคาดเดา ทำเอาวาดฝันตาสั่น

    “มะ...ไม่ ไม่อาววว!” 

     

    สุดท้ายเสียงปฎิเสธของเธอก็ไม่ได้ส่งไปถึงคังแฮยอนที่สติหลุด ในหัวของคังแฮยอนตอนนี้คงจะมีดอกไม้ลอยอยู่เป็นแน่

     

    หลังจากที่โดนเธอไล่ออกจากห้องไปเพราะจู้จี้ไม่เลิก วาดฝันนั่งนึกย้อนความ แต่ก็เอาเถอะ คังแฮยอนเนี่ยเป็นลูกสาวขุนนางที่เก่งสุด ๆ แล้วล่ะ

     

    ทำอะไรก็ได้แถมยังมีคนรู้จักเยอะด้วย เป็นคนที่สุดยอดคนหนึ่งในความรู้สึกของวาดฝันเลยเชียว 

     

    “คังแฮยอน นี่เจ้าจะอารมณ์ดีเกินไปหน่อยแล้วนะ” วาดฝันพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคังแฮยอนนั่งมองเธอกินข้าวเช้าอยู่

     

    “เพคะ หม่อมฉันเพียงอยากมององค์หญิงที่แสนงดงามต่อนาน ๆ ก่อนที่องค์หญิงจะไป หม่อมฉันจะอยู่เคียงข้างองค์หญิงเองนะเพคะ” 

     

    วาดฝันสะดุ้งโหยง อย่าบอกนะว่าแผนที่ให้ลุนชองกับคังแฮยอนอยู่ด้วยกันเมื่อวานนี้ มันไม่คืบหน้าอะไรเลยน่ะ เกินไปแล้วมั้งเนี่ย 

     

    ดูท่าที่ว่าไม่คืบหน้าคงเพราะคังแฮยอนลืมเรื่องรักตัวเอง มาสนใจเธอจนเกินไปแน่นอนเลย 

     

    คังแฮยอนเห็นแบบนี้แต่คลั่งรักองค์หญิงแชนาแบบเธอสุดๆ ก็ดีใจอยู่หรอก แต่ว่าแบบนี้จะดีจริง ๆ เหรอ ถึงในใจจะไม่อยากยุ่งก็เถอะ แต่คงเพราะสนิทกันเลยอยากจะยุ่งหรือเปล่านะ 

     

    “องค์หญิงเพคะ เป็นอะไรไปหรือเพคะ ท้องอืดหรือเพคะ” คังแฮยอนถามขึ้นตากลมโต วาดฝันส่ายหน้า

     

    “เปล่าหรอก ข้าจะกินข้าวแล้วจะไปยิงธนู” วาดฝันพูดบอกพลางตักอาหารเข้าปาก คังแฮยอนยิ้มสดใส

     

    “ได้เลยเพคะ” หลังจากที่กินมื้อเช้าจนอิ่มแล้ว วาดฝันจึงตรงไปยังลานยิงธนู มีทหารหลายคนกำลังซ้อมอยู่ 

     

    หนึ่งในนั้นก็มีฮวังคิมอุนคอยซ้อมยิงอยู่ด้วย วาดฝันมองเขาแล้วจึงเดินผ่านไป ฮวังคิมอุนมองเธอแล้วยกยิ้มพร้อมกับเดินตรงมาหา

     

    “องค์หญิงแชนา ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ ไม่เจอกันนานเลย” ฮวังคิมอุนทักทายเธอ วาดฝันจึงผงกหัวให้เขาแล้วจึงยิ้มทักทาย

     

    “ค่ะ ท่านพี่คิมอุน พักนี้สบายดีหรือไม่ค่ะ” วาดฝันถามตามมารยาท เธอไม่ได้อยากรู้อยู่แล้ว 

     

    “สบายดีพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง ได้ยินว่ากำลังคัดตัวองค์รักษ์อยู่ด้วย” ฮวังคิมอุนชวนเธอพูดคุย วาดฝันพยักหน้า

     

    “ใช่ค่ะ ขอตัวไปยิงธนูก่อนนะคะ” วาดฝันพูดจบก็เดินผ่านฮวังคิมอุนไป 

     

    ฮวังคิมอุนมองน้องสาวต่างแม่ แล้วจึงย่นคิ้ว ทำไมเธอดูไม่ค่อยอยากจะมองหน้าเขาเลยล่ะ 

     

    เขาเดินไปยืนตรงจุดยิงข้างกับของจุดยิงที่วาดฝันยืนอยู่ แม้ตอนเด็กองค์หญิงจะยิงไม่ค่อยเป้าแดงเท่าไหร่ แต่พอโตมากลับยิงได้แปดในสิบส่วน

     

    “องค์หญิงยิงแรงดีนะพ่ะย่ะค่ะ ไม่ทราบว่าช่วงหลังมานี้มีอะไรให้คิดหรือพ่ะย่ะค่ะ ปกติแล้วองค์หญิงมักจะอารมณ์ดีตลอด” 

     

    เสียงของฮวังคิมอุนดังขึ้น วาดฝันหันไปมองเขาแล้วจึงสูดลมหายใจเข้าและยิ้มออกมา

     

    “นิดหน่อยค่ะ ไม่ใช่ว่าข้าจะเป็นเด็กที่ยิ้มได้ตลอดนี่ค่ะ พอดีช่วงนี้มันยุ่งน่ะค่ะ” วาดฝันเบนสายตาไปทางเป้าแล้วยกธนูขึ้นยิงจนโดนเป้าวงแดง

     

    “เอาล่ะ พอแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะคะ ดีใจที่ได้เจอท่านพี่ฮวังคิมอุนนะคะ” วาดฝันเดินลงจากจุดยิงแล้วจึงเดินออกไป