ตอนที่ 5 วิชาเซียนครึ่งขั้น
หมู่บ้านซาน
ปรากฎร่างคนตัวอ้วน มันคือเ้าหมูอ้วนซานมิ่ง เป็ลูกชายคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านซาน
ซานมิ่งเขาเป็รุ่นต่อไปในตำแหน่งผู้นำตระกูลซาน และผู้ปกครองหมู่บ้านซาน
ซานมิ่งมักจะมองว่าตนเองมีความสำคัญมากกว่าใครๆ
ในใจเขาซานมิ่ง้าให้ทุกคนเคารพตนอย่างเคร่งครัด
ซานมิ่งเขามักคิดว่าตระกูลเขามีบทบาทสำคัญ ในการเป็ผู้มีอิทธิพลต่อความเป็อยู่ของคนในหมู่บ้านซานอย่างมาก
ภายในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านซาน ใน่เวลาบ่ายที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ
จี้กุน ลูกชายของ รองหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อนสนิทซานมิ่ง
จี้กุนชอบทำเื่ร้ายด้วยกันกับซานมิ่ง ที่เป็ลูกของหัวหน้าหมู่บ้าน
ด้วยตำแหน่งของพ่อแม่ทำให้จี้กุนกับซานมิ่งได้มาพบกัน
ความเป็เพื่อนสนิทระหว่างจี้กุนและซานมิ่งเป็เื่ที่แน่นอนมากขึ้น
เพราะทั้งคู่มีอะไรที่คล้ายคลึงกัน สองคนนี้มีอายุใกล้เคียงกัน
เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทำให้พวกเขาเป็เพื่อนกันั้แ่เด็กๆ และได้สร้างสัญญาที่แข็งแรงไม่มีวันลืมกัน
จี้กุนเป็คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ในเื่ร้าย ชอบทำเื่ตลกร้าย เพื่อทำให้ซานมิ่งเขายิ้มและดูเบิกบาน
จี้กุนถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน่ก่อนหน้านี้
แสดงความอยากที่จะทำตามใจ
"นายน้อยซานมิ่ง ทำไมท่านถึงหยุดลงมือทุบตีไอ้โง่นั้น ข้าอยากจะทุบตีเ้าเซียงหยุนนั้นอีกซักหน่อย"
จี้กุนคุยกับซานมิ่งระหว่างทางเดินภายในบ้านซาน ซานมิ่งเล่นหัวเราะอย่างฉับไว
"ข้ามีแผนการที่ดีกว่านั้น เ้าจำดาบทองที่แขวนอยู่ในห้องพ่อข้าได้ไหม"
ซานมิ่งส่งยิ้มไปทางจี้กุน เมื่อเห็นว่ามันเข้าใจ มันพยักหน้าตอบรับ "จี้กุนเ้าเอียงหูมาใกล้ๆ ข้ามีแผน"
ซานมิ่งส่งรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมาจากใบหน้ากลมๆ อ้วนๆ
เมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มที่ชั่วร้ายจากใบหน้าของซานมิ่ง
ความตึงเครียดของจี้กุนก็เพิ่มขึ้นเต็มอย่างต่อเนื่อง
เหมือนสภาพอากาศก่อนพายุขนาดใหญ่กำลังใกล้จะมาถึง
แต่จี้กุนเขาก็ยังคงคิดจะทำตามแผนที่สร้างขึ้น
เนื่องจากจี้กุนเป็ลูกชายของรองหัวหน้าหมู่บ้าน
รับรู้ถึงการปกครองในหมู่บ้าน ความสัมพันธ์ของเขากับซานมิ่งเป็สิ่งที่มีค่า
......................................................................................
ฉากถัดไป นอกหมู่บ้าน ห่างจากหมู่บ้านซานและหุบเขาลี้ลับประมาณ 10 ลี้ (里)
หมายถึง 20 กิโล หรือ 20 กงหลี่ (公里)
ทางขึ้นไปยังถ้ำใหญ่ที่ซ่อนอยู่บนเทือกเขาสูงเป็ทางที่มืดมิดและน่ากลัว
ควันความร้อนคงสามารถระบายไปไกลถึงต้นูเาและทำให้ภายในถ้ำมืดมิดลึกลงไปอย่างลึกซึ้ง
ผ่านทางที่ซับซ้อนของถ้ำ ... *** ... *** ....
มันเต็มไปด้วยเสียงสะท้อน ที่ทำให้ดูเหมือนเป็เสียงจากสิ่งมีชีวิตอื่น ที่กำลังกังวลและคุยกันไปมา
เข้าสู่ใจกลางของถ้ำ เสียงหนึ่งดังขึ้น
แม้ว่าจะมีความหงุดหงิดและความรู้สึกที่ก่อกวน
"กี้ๆ กี้ๆ ข้าจับพลังของผู้ใช้วิชาเซียนได้ แต่เป็พลังที่อ่อนแอและเบาบางมาก"
เสียงะโเสียงหนึ่งดังขึ้นและเครื่องตรวจจับหมุนวนไปมา
"แต่ยังระบุตำแหน่งไม่ได้" แต่หากไม่ระบุตำแหน่งนั้น
ข้าก็จะไม่สามารถหาวิธีตามล่าเขา ตอนนี้เราไม่สามารถตัดสินใจได้
" อีกเสียงพูดเสริม "ไม่สมควรหลงเหลือผู้ใช้วิชาบริเวณนี้
ในเมื่อข้าจัดการสังหารพวกมันไปหมดแล้ว"
เสียงที่ดูเหมือนเป็หัวหน้ากลุ่มที่ขบขันอย่างหนัก พูดขึ้นภายในถ้ำที่มืดมิด
(ไม่มีใครในหมู่บ้านซานที่จะ">เผชิญหน้ากับภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในที่มืดของถ้ำใหญ่นี้ได้)
...................................................................................
ณ หมู่บ้านซาน ในบริเวณสุดขอบรั้วของบ้านหัวหน้าหมู่บ้านซาน
ภาพทิวทัศน์บริเตนอย่างสวยงามส่องอยู่ทุกหนทาง
แสงแดดที่พัดผ่านท้องฟ้าอ่อนโยนลงมาบนผืนดินสีเขียวของหมู่บ้าน
เหมือนส่องแสงสดใสที่ประคบกับสิ่งแวดล้อมนี้ให้สดชื่น
ภูมิทัศน์ที่สันสลับระหว่างแนวูเาและดงสูงมีการแบ่งแยกพื้นที่อย่างชัดเจน
เวลาค่อยๆ ผ่านไปเรื่อยๆ ในยามบ่าย
... ... ...
ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน
เซียงหยุนใส่เพียงกางเกงกำลังนั่งสมาธิปรับการหายใจและอารมณ์
จากนั้นจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเก็บเสื้อเก่าๆ ที่ถูกซักตากแดดไว้จนแห้งมาสวมใส่อีกครั้ง
เซียงหยุนพูดเบาๆ พร้อมถอนหายใจ
"ข้าไม่เคยแม้แต่จะคิดทำร้ายเ้า แล้วเหตุใดเ้าจึงเข้ามารังแกและทำร้ายข้า อย่างโหดร้ายถึงเพียงนี้ ซานมิ่ง"
และเซียงหยุนที่กำลังสมาธิอยู่อย่างสงบเรียบร้อยก็ไม่มีสมาธิที่จะอยู่ที่เงียบสงบได้ต่อไป
เหตุการณ์ใน่ก่อนหน้านี้คงอยู่ในใจของเขาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เซียงหยุนพระเอกของเื่ก็ต้องรับมือกับความโกรธความเ็ปที่อยู่ในใจของเขา ที่มีต่อตระกูลซาน
เซียนหยุนมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามบ่าย ความเงียบสงบที่สร้างสรรค์อยู่ระหว่างหมู่บ้าน จนเกือบเป็ทางสีฟ้าใส
เซียนหยุนพูดขึ้นเบาๆ ด้วยความเฉียบคมของเสียง ว่า
“อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณตัวข้าเองที่ชื่นชอบการอ่านตำรา”
เขาเหมือนกำลังย้อนเวลาถอยหลังไปเมื่อ
"ตำราโบราณที่ข้าเจอในหอสมุดช่วยได้มากจริงๆ ถ้าไม่ได้ฝึกการหายใจตามตำรา จากเหตุการณ์เมื่อกี้ข้าคงหมดสติและสลบไปแล้ว"
เซียนหยุนมีความรู้ในการอ่านตำราและเรียนรู้จากมัน
การฝึกฝนตามตำราทำให้เขาสามารถทำควบคู่กับพลังเฉพาะตัวของเขาในการใช้วิชาเซียนได้เป็อย่างดี
ความสำเร็จของเซียนหยุนในการฝึกฝนไม่ใช่เพียงแค่การหายใจที่ดีและควบคู่กับความสุขของจิตใจ
แต่ยังเป็การเข้าถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาอีกด้วย
เซียงหยุนหยิบม้วนตำราออกมาจากย่ามข้างเอว (กระเป๋าคาดเอว)
บนตำราเขียนว่า "ตำราวิชาเซียนขั้นเริ่มต้นเซียนเต่าดำขั้นที่ 1-9 ฉบับคัดลอก"
เขาจดจำคำของตำรา ที่เขาได้ศึกษาไว้ให้ดี
เพื่อเป็แนวทางในการประกอบวิชาเซียนของเขาให้มีความแม่นยำและครบถ้วนที่สุด
ความตั้งใจและความพยุงในการฝึกฝนไม่ใช่เพียงแค่สำคัญในการเรียนรู้ศาสตร์
แต่ยังเป็หัวใจสำคัญในทุกๆ ด้านของชีวิต หอสมุดเป็สวนสำหรับเซียนหยุน
ทุกครั้งที่เขารู้สึกเหนื่อยหรือท้อในชีวิต หอสมุดก็เป็ที่หลบซ่อนจากความเครียดของสังคม
ทุกครั้งที่ความฝันที่เขาคิดจะทำให้เป็จริงถูกทำลาย
หอสมุดกลายเป็แหล่งหาความรู้และกำลังใจให้กับเขา
จึงทำให้เขาเป็คนที่รับมือกับความจริงอย่างเป็อิสระ เขามักจะหลบจากสังคมเข้าสู่โลกของการอ่านตำรา
เซียงหยุนนึกถึงที่มาของความสงบและความงดงามของหนิงเออ
หญิงสาวคนนั้นเป็ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ ที่ทำให้เซียงหยุนหลบหนีความวุ่นวายในหมู่บ้านซานได้
"ข้าต้องขอบคุณพี่หนิงเออ" (หนิง แปลว่า ความสงบ) (宁娥 หนิงเออ แปลว่า ความงดงามแห่งสันติ)
เซียงหยุนถือม้วนตำราไว้ในมือ เปิดออกมาอ่านทบทวน และนึกถึงหนิงเออหญิงสาวสวยวัย 20 ต้นๆ ที่มีผิวขาวนวลเป็ผู้ดูแลหอสมุดชุมชนของหมู่บ้านซาน
ในจินตนาการ "พี่หนิงเออ ข้าขอบคุณนะที่ช่วยดูแลหอสมุดและตำราโบราณที่ข้าชื่นชอบ"
ในจินตนาการเซียงหยุนพูดอย่างอ่อนหวานและก้มหน้าน้อยให้กับหนิงเออ
หนิงเออเพิ่งหันหน้ามาพร้อมกับเริ่มขยับปากเพื่อตอบคำขอบคุณ
ในจินตนาการก็ค่อยๆ กล่าวต่อว่า "พี่หนิงเออ ทำให้เข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าใจตัวอักษรโบราณและเทคนิคการสลับลำดับอักษร จากที่เจอในตำราโบราณ"
เซียงหยุนคิดในใจถ้าข้าใส่ปุ๋ยต้นไม้เสร็จ จะรีบตรงไปหอสมุดทันที
เซียงหยุนรู้สึกชื่นชมและดีใจที่หนิงเออเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังทำ
ในหอสมุดเซียงหยุนสามารถให้ความสำคัญกับการอ่านตำราโบราณของเขา
ในอดีตขณะที่หนิงเออกำลังจะเข้าสู่ห้องนั่งสมาธิได้พบตำรา
"ตำรานี้เก่ามากมีรอยขาดด้านหลัง ตัวอักษรโบราณก็อ่านไม่เข้าใจสลับลำดับกันไปมา และไม่เคยมีใครหยิบขึ้นมาอ่าน
เพราะคิดว่าเป็ตำราอธิบาย การเลี้ยงเต่าดำ จนพี่หนิงเออบ่นเสียงดังว่าถ้าไม่มีใครอ่านเล่มนี้จะทิ้งลงถังขยะแล้ว
ดีนะที่ข้าเคยศึกษาอักษรโบราณและเข้าใจเทคนิคการสลับลำดับอักษร จึงขอเก็บตำราเอาไว้"
เซียงหยุนเริ่มมีรอยยิ้มกลับคืนมาบนใบหน้า และนำม้วนตำราเก็บเข้าไปในย่ามอีกครั้ง
หลังจากที่เซียงหยุนบ่นกับตนเอง เกี่ยวกับการเรียนรู้วิชาเซียนและการฝึกการหายใจอย่างตั้งใจและยึดมั่น
"แต่เหตุใด แม้ข้าจะฝึกการหายใจตามตำราอยู่ทุกคืน
ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาไม่อาจจะเข้าสู่วิชาขั้นแรก ขั้นที่ 1 ของวิชาเซียนเต่าดำ
ทำได้เพียงเรียนรู้การหายใจแบบเซียนขั้นต้นเพื่อเพิ่มพละกำลังให้ร่างกายเพียงเล็กน้อย
นี้สินะที่เรียกว่าเรียนวิชาเซียนครึ่งขั้น ไม่อาจจะเข้าสู่ขั้นแรก"
เซียงหยุนบ่นกับตนเอง แล้วจึงดึงถุงน้ำข้างเอวเป็น้ำที่ผสมกับหญ้าหวานที่ตาเซียงซื่อเตรียมให้ออกมาดื่ม
อย่างไรก็ตาม ตำราเซียนครึ่งขั้นนั้น ก็ได้ช่วยส่งเสริมให้เขามีรายได้เล็กน้อยจากการทำสวนโดยที่เขาไม่รู้ตัว
หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็ใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้เสร็จ เดินไปรับเงินค่าทำสวน 1 เหรียญเงินจากพ่อบ้าน
เซียงหยุนเดินออกมาจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านซาน เพื่อทำกิจวัตรประจำวันเหมือนทุกวันเช่นเดิม
แม้ว่าเซียงหยุนจะเจออุปสรรคและอาจใช้เวลานานในการเรียนรู้วิชาเซียน แต่ความเข้มแข็งและความตั้งใจในใจของเขาไม่มีวันเสื่อมลง
เซียงหยุนเขาจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในเส้นทางที่เขาเลือก และค้นพบสิ่งที่เขา้าทำในหมู่บ้านซานอย่างแน่นอน
กิจวัตรปกติหลังทำงานอย่างเต็มที่ในชีวิตประจำวันของเซียงหยุน คือ การเข้าหอสมุดชุมชน นั่งอ่านตำรา และพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับหนิงเอออย่างมีความสุข
เซียงหยุนคุยกันกับหนิงเออได้ดีเป็อย่างมาก โดยไม่ได้กลัวคำขู่ของซานมิ่งแม้แต่น้อย
สำหรับตัวหยู่หนิงนั้นเซียงหยุนไม่เคยคิดถึงเื่ความรักชายหญิง
หากมีก็เป็เพียงมิตรภาพและความรู้สึกที่ดีต่อกัน.
ความสุขที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ และได้มีเพื่อนที่เข้าใจในความสนใจเดียวกัน ทำให้เซียงหยุนรู้สึกดีใจอย่างแท้จริง
หนิงเออเองก็เป็คนที่มีความรู้สึกดีต่อเซียงหยุนเป็มิตรภาพเช่นกัน
ดังนั้นทั้งคู่ย่อมรู้ว่าความรู้สึกที่พวกเขามีต่อกันอาจจะเป็เพียงมิตรภาพและความรู้สึกที่ดีต่อกัน
........................................................................................
่เวลาเย็นอากาศเริ่มหนาว
เมฆฝนเริ่มก่อตัวเป็ก้อน
ตะวันก็ใกล้จะลับขอบฟ้า
ณ หน้าบ้านไม้เก่าๆ ชั้นเดียวของเซียงซื่อ
"ข้ากลับมาแล้วท่านตา ช่วยเปิดประตูด้วย"
สิ้นเสียงเซียงหยุนแสดงให้เห็นถึงความกังวลและความเกรงใจที่อยู่ในใจของเขา
แต่ทว่า ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาในขณะนั้น
ไร้เสียงตอบของตาแก่เซียงซื่อ
เหล่าทหารประจำหมู่บ้านใส่ชุดเกราะประมาณ 20 - 30 คน
วิ่งออกมาจากภายในบ้าน และด้านหลังบ้านของเซียงซื่อ พร้อมอาวุธครบมือ
บางคนถือหอก บางคนก็ถือธนู บางคนถือดาบ และบางคนก็ถือโล่ กระโจนเข้าล้อมรอบตัวเซียงหยุน
"เ้าหนูอย่าขยับ ยอมให้จับแต่โดยดีจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว"
ส่วนหนึ่งของทหารที่อยู่ด้านหน้าคนหนึ่งะโขึ้น
แต่คำพูดนี้กลับทำให้เซียงหยุนรู้สึกเป็หมอกเมฆที่บังคับให้สับสนอารมณ์
จากภาพที่เขาคิดถึงอนาคตที่มั่นคง และเรียบง่าย กลับกลายเป็ภาพเหตุการณ์ความสับสน และความกลัว
เมื่อเซียงหยุนเห็นสภาพที่มาเกิดขึ้น
ใจเซียงหยุนเต้นสั่น และรู้สึกกลัวใจ
ในขณะที่ก้มตัวลงอยู่หน้าบ้านไม้เก่าของเขา
ภาพแห่งความหายนะ ที่คราวนี้น่าขนลุกขึ้นมาเป็อย่างใกล้ชิด
ความหนาวเย็นทำให้ลมพัดเป็เหตุให้ใบไม้หลุดร่วง
สักครู่ฝนเริ่มตกลงมาอย่างกะทันหัน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
อีกทั้งก็ยังได้รับการต้อนรับด้วยทหารที่มีกำลังพร้อมกับอาวุธที่ถืออยู่ครบครัน
ภาพที่แสดงให้เห็นถึงสภาพของทหารกลุ่มนี้ ทำให้เซียงหยุนใกับความหายนะนั้นไม่ดีเลยทีเดียว
เซียงหยุนเกือบจะก้าวออกจากหน้าบ้านไม้เก่า เพื่อเข้าสู่ที่ปลอดภัย
เซียงหยุนเขาวางแผนในใจว่าจะหนีหากเป็ไปได้
เมื่อมองรอบๆ พบว่าเขาถูกล้อมเสียแล้ว ไม่มีทางออกในขณะนี้
ความหวังที่ซ่อนอยู่ในใจแค่หนึ่งส่วนของเซียงหยุนก็ถูกบั่นทอนทันที
แต่เซียงหยุนเขาไม่้าให้ความกลัวควบคุมอารมณ์ของเขา กาลเวลายังเหลืออยู่ และความสามารถในการต่อสู้ของเขาก็ยังคงอยู่
เซียงหยุนนิ่งเฉยๆ แม้ใจจะสั่นสะท้านมีความกลัว
เซียงหยุนเขาควบคุมสติของตัวเองอย่างดี
และกล่าวขึ้นว่า "ข้าทำอะไรผิด ข้าไม่มีความคิดท้าทายในใจ หรือโกรธแค้นกับพวกท่าน ข้าไม่มีเจตนาทำร้ายใคร"
.. *** ...
ทันใดนั้นมี ขบวนทหารเดิมตามมาด้วยผู้นำหมู่บ้านนามซานตง (ซานตงเป็พ่อของซานมิ่ง)
ชายตัวเตี้ยวัย 40 รูปร่างอ้วนกลมพุงโตไว้หนวดจุ๋มจิ๋มและมีผมทรงกะลาครอบดูตลก
ใส่เสื้อผ้าสีเหลืองตัวใหญ่ ที่ดูมีราคาสูง "
เ้าหัวขโมย เอาดาบของข้าไปเก็บไว้ที่ไหน" ซานตงะโขึ้นด้วยความโกรธ
"เอาดาบประจำตระกูลของข้าคืนมา เดียวนี้"
หน้ากลมๆ ของซานตงแดงขึ้นเห็นได้ชัดเจน
ดาบทองเป็ดาบประจำตัวของผู้นำหมู่บ้านซานที่รับสืบทอดกันมาหลายรุ่น
การหายไปของดาบทำให้ซานตงกังวลใจเป็อย่างมาก
ในกรณีแย่ที่สุดนั้น อาจจะหมายถึงการสูญเสียตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านซานก็อาจจะเป็ไปได้
ในขณะที่ซานตงบ่นขึ้น รำพันด้วยความโกรธและกังวลเกี่ยวกับดาบทองที่หายไป
.. *** ...
เซียงหยุนสับสน " ท่านพูดถึงดาบอะไร ข้าไม่รู้เื่
"ข้าไม่ได้ขโมยดาบของท่าน ข้าเพิ่งเดินกลับมาจากหอสมุด"
ในสิ่งที่เกิดขึ้นมองสายตาเขากับซานตงอย่างตรงไปตรงมา
"ท่านผู้นำใจเย็นๆ ก่อน" เซียงหยุนจึงตั้งสมาธิปรับการหายใจตามวิชาเซียน หายใจตามตำราในวิชาอีกครั้ง
"ทำจิตใจสงบจากการหายใจ"
เมื่อสงบสติสยบความสับสนได้แล้ว เด็กหนุ่มมีมุมมองความคิดและการสังเกตที่เปิดกว้างมากขึ้น
"ข้าว่าท่านผู้นำคงจะเข้าใจผิด เพราะข้านั้นนั่งอ่านตำราที่หอสมุดโดยมีพี่หนิงเออและเพื่อนบัณฑิตคนอื่นๆ อยู่ด้วย"
เมื่อเซียงหยุนสังเกตเห็นเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่แสนจะร้ายกาจของชานมิ่งและจี้กุน
ที่เดินตามออกมาหลังสุดก็เข้าใจได้ทันทีว่าเป็แผนการชั่วร้ายของทั้งคู่ ">
เซียงหยุนรู้สึกว่าใจของเขาเติบโตใหญ่ขึ้น ั้แ่ที่เขาได้มีโอกาสสังเกตและพิจารณาความเป็ไปได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น
แม้ว่าความขัดแย้งและความสับสนจะยังคงอยู่ แต่เขาไม่สามารถให้ความโกรธครุ่นคิดอยู่ในใจเกินไป
เซียงหยุนเข้าใจความรู้สึกของผู้นำหมู่บ้าน ซานตง และเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็
เขาตัดสินใจที่จะยืนเฉยต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
เซียงหยุนตอบอย่างยิ้มกว้าง "แม้ท่านจะไม่เชื่อ แต่ข้าต้องบอกว่าข้าไม่ได้ขโมยดาบของท่านไปท่านผู้นำ"
หลังจากนั้นเซียงหยุนก็สังเกตเห็นเพื่อนบ้านหลายคน วิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับสิบคน
ในกลุ่มนั้นยังมีหยู่หนิงและครอบครัว "หยู่ฉ่างและหยู่ฉางฮูหยิน"
ที่ตั้งท่าพร้อมจะเข้ามาช่วยเซียงหยุน "ขอบคุณท่านลุงท่านป้าและทุกคนที่คิดมาช่วยเหลือ แต่ไม่เป็ไร"
เซียงหยุนตอบคำถามของหยู่ฉ่างและหยู่ฉางฮูหยินอย่างดี
.. *** ...
ซานตงะโเสียงดังเพื่อแสดงอำนาจของผู้นำหมู่บ้านซานและข่มขู่ถึงโทษที่จะได้รับ
"ใครไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้ามายุ่ง"
"อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ถ้าใครเข้ามายุ่ง ข้าจะถือว่าพวกเ้าร่วมมือกันเพื่อขโมยดาบของข้าซานตง"
เมื่อซานตงะโออกเสียงข่มขู่ ้าให้ทุกคนเข้าใจถึงอำนาจ และความสำคัญของดาบทอง
ซานตงส่งสัญญาณให้ครอบครัวหยู่ฉาง หยู่ฉางฮูหยินให้นำความเข้าใจกลับไป
ไม่ควรมีคนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่ของดาบมากเกินไป เพื่อปกป้องความสงบในหมู่บ้านซาน
.. *** ...
เซียงหยุนเกิดความเข้าใจอยู่เต็มอกต่อท่าทีของทุกคน
การะโของซานตง เป็สัญญาณให้เห็นถึงอำนาจและความเข้มแข็งของผู้นำหมู่บ้าน
ซึ่งทำให้เซียงหยุน และทุกคนตระหนักถึงความอันตรายต่อจากนี้
"ขอบคุณที่ทุกคนมาช่วยเหลือ แต่ข้าไม่้าให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้"
เซียงหยุนกล่าว อย่างจริงใจ เซียงหยุนรู้ว่าต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ก่อนที่จะต้องเอาชนะคำกล่าวหาที่เกิดขึ้น
ดังนั้นเขาพยายามสอบถามคำถามให้กับซานตง เพื่อหาข้อเท็จจริงอย่างแท้จริงว่าท่านมีหลักฐานหรือไม่
เซียงหยุนถามกลับไปทันที"ท่านมีหลักฐานอันใด ถึงกล่าวใส่ร้ายข้าว่าเป็ขโมย"
.. *** ...
ซานตงตอบด้วยเสียงหนักแน่น "ลูกชายข้าซานมิ่งและหลานข้า ที่เป็ลูกหัวหน้าหมู่บ้านและรองหัวหน้าหมู่บ้าน เห็นกับตาว่าเ้าขโมยดาบ"
อย่างไรก็ตามคำพูดของซานตง นั้น ทำให้ซานมิ่งกับจี้กุน มีความคิดและอารมณ์ที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเื่นี้
ซานมิ่งพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้มขึ้นว่า
"ใช่ท่านพ่อ ข้าและจี้กุนเห็นเ้าเซียงหยุนเข้าไปในห้องของท่านและขโมยดาบออกมา ตอนนี้ดาบคงจะอยู่ในตู้เก็บหมอนในบ้านของมัน "
.. *** ...
เซียงหยุน เขาได้เรียนรู้ความสำคัญของการมีอำนาจและรับรู้ถึงความไม่ยุติธรรมของการใช้อำนาจ
"แค่เพียงคำพูด ท่านก็เชื่อจริงๆ นะรึว่าข้าเป็ขโมย ทำไมไม่หาหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้"
"ไม่ใช่ว่าข้าจะเชื่ออย่างเด็ดขาดเนื่องจากคำพูดของท่านทั้งสองคน"
เซียงหยุนตอบกลับด้วยเสียงที่เป็สง่าและมีเหตุผล
"แต่หากท่านทั้งคู่ไม่สามารถแสดงหลักฐานให้ข้าเห็น ข้าก็ไม่ควรถูกตัดสินใจในความขัดแย้งนี้"
ทำไมท่านซานตงไม่คิดว่าลูกซานมิ่งและหลานท่านจี้กุน ต่างหากที่ขโมยดาบและใส่ร้ายข้าให้เป็ผู้รับผิด"
เซียงหยุนตอบกลับอย่างใจเย็น คนหลายคนที่ฟังการสนทนาโต้ตอบของทั้งคู่ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเด็กหนุ่ม
โดยคาดเดาจากนิสัยของซานมิ่งกับจี้กุนที่เป็เด็กเกเรและชอบรังแกเซียงหยุนมาตลอด ทุกคนก็เข้าใจได้ทันที
เซียงหยุนรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความเยือกเย็น
การตัดสินใจของเซียงหยุนที่จะไม่ต่อสู้ แต่ขอชนะด้วยการโต้เถียง ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านเห็นชอบ
"ข้าจะเอาดาบของท่านไปทำไมในเมื่อข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านมีดาบประจำตัว หรือดาบประจำตัวท่านเก็บไว้ที่ไหน และข้าจะเข้าไปถึงในบ้านท่านได้ยังไง ในเมื่อข้าเป็เพียงคนงานภายนอกทำงานดูแลสวนอยู่ด้านนอกของบ้านเท่านั้น"
.. *** ...
ซานตงชี้นิ้วออกคำสั่งจับเป็ "หุบปากของเ้าซะถ้าไม่อยากตาย ทหารจับมัน"
แต่สายตาก็หันกลับมาจ้องที่ซานมิ่ง เหมือนเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น
เสียงระฆังเล็กเตือนที่หอคอย
กล่าวว่าอาจจะถึงเวลาที่จะให้ความสำคัญในการแก้ไขข้อโต้แย้งนี้
โดยใช้กฎหมายของหมู่บ้านซาน แต่เซียงหยุนตัดสินใจที่จะไม่ต่อสู้
.. *** ...
เมื่อซานมิ่งเห็นสายตาที่ดุร้ายจากพ่อของมัน มันก็ก็รู้สึกกลัวและกลายเป็หน้าซีด
แต่มันก็หันไปมองทางอื่นทำเป็ไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผิดกับจี้กุนที่เปลี่ยนจากใบหน้ายิ้มมาเป็หน้าซีดเหงื่อตกและตัวสั่นแสดงถึงความกลัวที่รู้สึกได้
.. *** ..
เสียงะโของทหารดังมาจากภายในบ้าน "ท่านผู้นำ พวกเราเจอดาบของท่านอยู่ในตู้เก็บหมอน"
ซานตงรีบออกคำสั่งเพื่อจบคดี "หลักฐานชัดเจน จับมันขังคุกมืด รอการตัดสินโทษจากกรรมการหมู่บ้าน"
สิ้นเสียงซานตง เหล่าทหารก็นำกุญแจมาใส่ที่ข้อมือของเซียงหยุนและพาเดินออกไปทันที
เซียงหยุนร้องะโ "ข้าไม่ใช่ขโมย ข้าเพิ่งกลับมาถึงบ้าน"
"เพื่อนบ้านทุกท่าน ข้าไม่มีสิ่งใดที่ข้าจะต้องหาหลักฐาน
ทุกคนในหมู่บ้านซานทราบดีว่าข้าไม่เคยความเสียหายหรือขโมยของในบ้านเรือนของท่านหรือใครๆ"
เซียงหยุนตอบคำถามอย่างสงบเยือกเสียง
เซียงหยุนรู้ว่าความสำคัญของการแก้ไขข้อโต้แย้ง จากการถูกรังแกไม่ใช่เพื่อเอาชนะใครหรือก่อกวน
แต่ทำให้ทุกคนเห็นความเป็จริงคือสิ่งสำคัญที่สุด
.. *** ..
ซานตงผู้นำหมู่บ้านออกคำสั่ง "จบเื่แล้วทุกคนแยกย้ายกลับบ้านของตัวเอง และหาผ้ามาปิดปากเ้าเด็กนี้ด้วย"
เมื่อเห็นว่าความขัดแย้งได้ถูกแก้ไขอย่างเรียบร้อยแล้ว
คนที่อยู่รอบๆ ก็กลับไปทำกิจกรรมประจำวันของตนต่อไป
ในขณะที่เหล่าทหารแบ่งกลุ่มไล่ผู้คนให้กลับบ้าน อีกกลุ่มลากตัวเซียงหยุนขึ้นเกวียนขังนักโทษที่จอดอยู่ข้างๆ โดยทำอย่างเงียบๆ และลากออกไปอย่างเงียบๆ
ซานตงออกเสียงดุ "ส่วนเ้าซานมิ่งและจี้กุน พวกเรามีเื่ต้องคุยกัน ตามข้ากลับไปที่บ้านเดียวนี้"
นั้น ซานมิ่งกับจี้กุนก็ได้หันมาคุยกันเองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหาทางรอดจากผลงานที่พวกตนก่อขึ้นกับเส้นทางนี้
แต่ ซานตงก่อนจะเดินทางกลับไปยังบ้านของเขาได้เห็นสายตาของชาวบ้าน
ทันทีที่เห็นเหตุการณ์นี้ เขาเกิดความสงสัยว่าอาจมีเื่สำคัญที่เกิดขึ้น
ก่อนจะเดินทางกลับซานตงได้กระซิบกับเหล่าทหาร ให้นำข้อความสำคัญของเขาไปแจ้งแก่หัวหน้ากรรมการหมู่บ้านทราบ
ั้แ่เริ่มต้นการข่มขู่จนถึงการแก้ไขข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเซียงหยุน
ซานตงได้ร้องขอให้หัวหน้ากรรมการหมู่บ้านตีความ รวมถึงให้มีการพิจารณาการตัดสินใจ เพื่อให้ทุกคนในหมู่บ้านได้รับการเข้าใจและเปิดใจ กลับมาอยู่ฝ่ายตนผู้นำหมู่บ้านซาน
เนื่องจากกรรมหมู่บ้านผู้ตัดสินคดี นั้น ถูกแต่งตั้งโดยผู้นำหมู่บ้านก็คือตัวซานตงเลือกมาเอง กฎหมายทุกอย่างในหมู่บ้านย่อมอยู่ภายใต้การปกครองของซานตงั้แ่ต้น
แต่ เมื่อนำข้อความสำคัญไปแจ้งหัวหน้ากรรมการหมู่บ้าน
ก่อนจะตีความเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
หัวหน้ากรรมการหมู่บ้านจำเป็ต้องสอบถามเื่ราว และข้อมูลเพิ่มเติมจากเหล่าทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
โดยเน้นในการให้เสียงที่ตรงไปตรงมาเพื่อให้ความเป็จริงและยุติความขัดแย้งในหมู่บ้านซาน
เมื่อทำการสอบสวนและตีความเรียบร้อยแล้ว หัวหน้ากรรมการหมู่บ้านทำการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ว่า "เด็กเซียงหยุนคนนั้นหมดอนาคตแล้วสินะ"
-------------------------------
สรุป
เกี่ยวกับ ตัวพระเอกเซียงหยุนเป็ตัวละคร ที่มีลักษณะเป็บุคคลที่มีภาวะผู้นำ และได้แสดงความสำคัญในการตัดสินใจ
ที่น่าสนใจและน่าหลงใหลในนิยายนี้ ข้อดีแรกของเซียงหยุนคือความเยือกเย็น และควบคู่ไปกับความมั่นใจในตัวเอง
แม้ว่าเขาจะต้องพบกับความโกรธและความเ็ปที่อยู่ใจ
แต่เซียงหยุนสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้ด้วยเสน่ห์และการรับมืออย่างชาญฉลาด
การไม่ต่อสู้ในบางครั้งให้เราเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขข้อโต้แย้งด้วยการโต้เถียงและเปิดใจต่อกัน
ในการเปิดใจ และพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาให้ความขัดแย้งหายไป ยังเน้นถึงความกล้าที่รู้สึกได้
ตัวละครที่มีลักษณะนี้ มีความกลัวในเสียงะโของทหารและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเอง
การต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในบ้านของเขา
ทั้งยังรับมือกับความกลัวและความอ่อนโยนที่อยู่ใจของตนเอง
ทั้งนี้ทำให้เขากล้าสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในหมู่บ้านซานและสร้างความเข้าใจในชุมชนได้เป็อย่างดี ...