“ได้ขอรับ”หม่าเหลียงเร่งเดินตรงไปที่ป่าไผ่ทันที
2 เค่อต่อมา หม่าเหลียงก็มาถึงป่าไผ่ ก็แหกปากะโออกไปทันที
“น้องรอง น้องสาม น้อง...”ทุกคนกำลังขุดหน่อไม้อย่างตั้งใจเมื่อได้ยินเสียงของพี่ใหญ่ดังโหวกเหวกมาแต่ไกล ทุกคนก็หยุดมือ
“อะไรกันพี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้น ทำไม่ท่านถึงร้องโวยวายเสียงดังแบบนี้”น้องรองถามขึ้นด้วยความใ
“คือ คือ...ไม่ ไม่มีอะไร”เพราะความเหนื่อย หม่าเหลียงพูดออกมาฟังไม่ได้สรรพพี่น้องทุกคนต่างฟังไม่รู้เื่
“เอ้า…พูดอะไรฟังไม่รู้เื่เลยนี่น้ำขอรับ กินน้ำให้หายเหนื่อยก่อนค่อยพูด” น้องสามยืนกระบอกน้ำให้พี่ใหญ่อย่างรู้งานกินน้ำลงไปสองสามอึก อาการเหนื่อยก็ดีขึ้น
“นายท่านกับนายน้อยให้มาตามพวกเอ็งไปขนหมูป่า”
“โธ่พี่ใหญ่ พวกข้าก็นึกว่ามีเื่ร้ายอะไร ทำเอาซะตกอกใกันหมด”เ้ารองบ่นออกมา
“หมูตัวใหญ่ 10 ตัว จะไม่ให้ข้าใได้อย่างไร พวกเ้าไม่เป็ข้าไม่เข้าใจข้าหรอก”
“ฮ้าๆๆ ก็แค่หมูป่า 10 ตัวเองไม่ใช่หรือพี่ใหญ่ ท่านจะตื่นใอะไรขนาดนี้” เ้าสามหัวเราะลั่นพูดขึ้น
“จะให้ใได้ยังไง นายท่านกับนายน้อย พาข้าขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นไม้แล้ว..แล้ว นอน..ไม่ใช่นายน้อยใช้คาถา เรียกหมูป่าออกมาทั้งฝูง ให้นายใหญ่ยิง”หม่าเลียงโม้น้ำลายแตกฟอง
“ฮู้..จริงหรือ”ทุกคนอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ
“จริงแท้แน่นอนพวกเ้าจำได้หรือไม่ว่านายใหญ่พกลูกธนูไปกี่ดอก!! สิบดอก แค่สิบดอก ยิงหมดศรนายน้อยก็ไล่หมูเข้าป่าไปแล้วก็ให้ข้ามาตามพวกเ้าขึ้นไปขนหมูป่านี่แหละ”หม่าเหลียงพูดออกมาหน้าตาตื่น น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นใ
“วิชาเรียกหมูป่า มีของแบบนี้ด้วยหรือของรับ!!”น้องรองถามขึ้นด้วยความฉงน
“เื่…จริงถ้าไม่ใช้คาถาเรียกหมูพวกนั้นจะออกมาเองหรือ”หม่าเหลียงยืนยันคำพูดของตนอย่างแน่นหนัก
“ไป รีบไปตัดไม้ทำคานหาม นายใหญ่กับนายน้อยรอพวกเราอยู่”ถึงจะแตกตื่นไปบ้างแต่มันก็ไม่ลืมที่จะสั่งงานพี่น้องของมัน
“เลือกไผ่ลำใหญ่ๆหน่อย หมูป่าแต่ละตัวคงหนักไม่ต่ำกว่า 120 จินเป็แน่”หมาเหลี่ยงกล่าวกำชับ
“ตัวโตขนาดนั้นเชียว!”น้องสามพูดขึ้น
“มีตัวโตกว่านั้นแต่นายน้อยไม่เอา ข้าก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร กวางพ่อแม่ลูกนายน้อยก็ไม่เอา เอาแค่หมู 10 ตัวเท่าที่ข้าเห็นเป็หมูตัวผู้ทั้งหมด”หม่าเหลียงพูดพรางครุ่นคิด
“พี่ใหญ่หรือนายน้อยจะตกลงกับเทพูเาเอาไว้ว่าจะเหลือแค่หมูตัวผู้10ตัว เลยไม่ทำร้ายสัตว์ตัวอื่น”น้องสี่ ที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ตลอดการสนทนา พูดเปรยออกมาเบาๆ
เมื่อได้ยินแบบนั้นพี่น้องทั้ง 5 คน ก็พยักหน้าเป็เชิงว่าเห็นด้วยจากนั้นทุกคนก็ปิดปากเงียบ รีบตัดต้นไผ่มาทำคานหามทันที
พี่น้องตระกูลหม่าแบกคานไม้ไผ่ขึ้นบ่าแล้วเดินเขาอย่างเร่งรีบ ใช้เวลาเพียง 3 เค่อ พวกเขาก็มาถึงจุดหมาย
“10 ตัวจริงๆด้วย…”
“ตัวใหญ่มากยิงตายด้วยสรดอกเดียวจริงๆ”
พี่น้องสกุลหม่าต่างอุทานออกมาเซ็งแซ่เบื้องหน้าของพวกเขามีซากหมูป่าทั้ง 10 กองรวมกันอยู่ ราวกับเนินดินลูกเล็กๆ
หมูป่าทั้ง10 มีขนาดตัวใกล้เคียงกันทุกตัว รูปร่างลักษณะกำลังพอเหมาะ เป็หมูหนุ่มวัยฉกรรจ์หมูวัยนี้กำลังน่ากินเนื้อนุ่มอร่อย แต่ละตัวหนักไม่ต่ำกว่า 120 จิน ดังที่พี่ใหญ่ของพวกเขาบอกไว้
“เร็วเข้า รีบจัดการ เราจะได้ลงจากเขาเสียที”ซานหู่เร่งขึ้น เมื่อเห็นทุกคนยืนตะลึงอยู่
คนทั้ง6 ได้ยินคำสั่นก็เริ่มงานอย่างรวดเร็ว พี่น้องหม่าจัดการร้อยขาหมูเข้ากับคานหาบ5 อัน คานหาม 1 อันมีหมู 2 ตัว ดังนั้นคานหามที่เอามาจึงพอดีกับหมู 10 ตัว
บิดาแบกคานหามที่อยู่ด้านหน้าสุดตามมาด้วยหม่าเหลียง ถัดมาก็เป็พี่น้องตระกูลหม่าทั้ง 4 คน
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วพวกเราก็เดินทางทันทีลูกหาบใหม่ 4 คู่เดินตามหลังบิดาไปเป็พรวน
ผมเดินอยู่ท้ายขบวนมองดูคนทั้ง10 ด้วยความตะลึง คนพวกนี้แข็งแรงจริงๆถึงจะแบกน้ำหนักต่อคนมากขนาดนี้ แต่ยังดูสบายอยู่
เมื่อมองดูตัวเอง เฮ่อ! แค่ธนูในมือกับกระบอกลูกธนูที่อยู่บนบ่า ก็รู้สึกหนักมากแล้ว
ลูกธนูทั้ง10 ดอก บรรจุกลับเข้าไปในซองบรรจุลูกธนูอย่างเป็ระเบียบมันเป็ซองมาตรฐานของทางการ
ตัวซองฉลุลวดลายสวยงามมีตราประทับรูปคันสรนูนเด่นออกมา บ่งบอกว่าของสิ่งนี้เป็ของกองทัพ ผมมองดูมันเล็กน้อยก็เลิกสนใจ
คนทั้ง10 ใช้เวลา 8 เค่อ ในการลำเลียงหมูป่าลงมาจากเขา ผมที่ไม่ได้แบกอะไร พอเดินทางมาถึงป่าไผ่ก็ฉวยเอาตะกร้าหน่อไม้ขึ้นหลังมาด้วย 1 อัน
“หนัก!!”ไผ่ทั้งตะกร้ามีน้ำหนักไม่น้อย
เมื่อเดินเข้าเขตก่อสร้างของตระกูลซานสายตาของทุกคนก็จับจ้องมายังพวกเขาเป็ตาเดียวเห็นหมูบนไม้หาบหลายตัวแววตาของทุกคนก็ประกายขึ้นด้วยความยินดี
คนงานหลายคนทิ้งเครื่องไม้เครื่องมือวิ่งกรูกันเข้ามารับเอาซากหมูจากบ่าลูกหาบไป
คนทั้ง9 ต่างปล่อยลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ถึงจะแข็งแรงมากแต่การเดินป่าพร้อมน้ำหนักมากๆบนบ่าก็ทำให้ร่างกายของพวกเขาเหนื่อยล้าเช่นกัน
หม่าเหลียงรู้สึกว่าไหล่ของตนชาไปหมดนิ้วมือก็ปวดหนึบ เส้นตึงไปทั้งขา พี่น้องของเขาก็รู้สึกไม่ต่างกัน
“ท่านพ่อ ฝากจัดการหมูพวกนี้ด้วยนะขอรับ ลูกขอไปดูอาหารเช้าของพวกเราก่อนลุงหม่าพวกท่าน นั่งพักเสียก่อน หายเหนื่อยแล้วก็กลับขึ้นเขาไปเอาตะกร้าหน่อไม้ลงมานะขอรับ”สั่งงานเสร็จผมก็แบกตะกร้าหน่อไม้เดินออกไป
“ท่านแม่ข้าขอคนช่วยสองคนขอรับ”มองเห็นมารดาอยู่ที่ลำธารไกลๆผมก็ร้องเรียก
“ได้!!”ท่านแม่ตอบกลับไม่นานหญิงสาวสองคนก็เดินเข้ามา
“ให้พวกเราช่วยอะไรหรือเ้าคะนายน้อย”ทั้งสองเอ่ยถาม
“ช่วยข้า จัดการกับหน่อไม้พวกนี้ก่อน”
“หน่อไผ่! นายน้อยเอามาทำอะไรหรือเ้าคะ”หญิงสาวนางหนึ่งถามขึ้น
“ทำอาหารสิ อร่อยด้วย”ได้ยินคำตอบพวกนางก็มองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อ
“กินได้หรือเ้าค่ะ!”สองสาวถามอีก
“ได้แต่ต้องปรุงให้ถูกวิธี มาข้าจะสอนพวกเ้าทำ”ผมสอนวิธีปอกเปลือกหน่อไม้ และวิธีการหั่นหน่อไม้ให้พวกนางดู แล้วปล่อยให้นางสองคนทำ
“ท่านแม่เนื้อนี่ตุ๋นนานหรือยัง”เซียวยี่ที่กำลังปรุงเนื้อกวางตุ๋นในหม้อยู่หันมามองบุตรชาย
“ประมาณครึ่งชั่วยาม”นางตอบเนื้อกวางในหม้อส่งกลิ่นหอมอ่อนๆออกมา
ในหม้อมีเครื่องดับคาวของเนื้อจำพวกข่า ตระไคร้ นี่เป็ครั้งแรกที่เซียวยี่ใช้ของพวกนี้
กลิ่นหอมของเนื้อและเครื่องเทศลอยฟุ้งออกมาทำให้ทุกคนน้ำลายสอ
ผมลงมือชิมรสชาติซุปเนื้อกวางก่อนปรุงรส
“ยังขาดรสเค็มต้องเติมเกลือลงไปอีกนิด อืมดีแล้ว!”เมื่อรสดีแล้วก็ปิดฝาหม้อเคี้ยวไว้ดังเดิม
ตอนนี้ต้องรอหน่อไม้จากสองสาวเสียก่อนนั่งรอเพียงไม่นาน สองสาวก็จัดการกับหน่อไม้เสร็จ ล้างน้ำสะอาดแล้วยกทั้งตะกร้ามาส่งให้เขาถึงที่
“เ้าไปเอาหม้อมาอีก 2 ใบ”
“เ้าค่ะ”หญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆเดินเข้าไปในบ้านทันที หม้อใบใหม่ที่เราซื้อมาเมื่อวันก่อน ตอนนี้ได้ใช้ล้าผมสอนวิธีต้มหน่อไม้ให้สองสาวอย่างละเอียด
“ต้องชิมมันด้วยหรือเ้าคะ”
“ใช่ต้องชิมดูถึงจะรู้ว่ามันยังขมอยู่หรือเปล่า”
“ถ้ามันยังขมอยู่ละเ้าค่ะ”
“ใช้เวลาต้มพวกมัน 2 เค่อ แล้วเปลี่ยนน้ำใหม่ ทำแบบนี้ 2 รอบ”
“เ้าค่ะนายน้อย” สองสาวพยักหน้ารับคำ
“แบ่งกันรับผิดชอบคนละหม้อ”
“เ้าค่ะ”ทั้งสองรับปาก
“ท่านแม่ ข้าจะไปเก็บผักเพิ่ม ท่านจะไปกับข้าหรือไม่ขอรับ” เซียวยี่ที่กำลังหั่นหอมป่าอยู่ได้ยินคำชวนก็วางมีดลงทันที
นางเรียกคนมาเพิ่มอีก2 คน คนแรกให้ทำหน้าที่แทนนาง อีกคนนางให้ถือตะกร้าตามนางไปด้วย
นางเข้าใจดีว่าที่ลูกชายชวนนางออกมาด้วย ก็เพราะเขาอยากให้นางรู้จักผักที่กินได้เพิ่มมากขึ้น
ครั้งนี้สิ่งที่ลูกชายเก็บคือพริกแดงและมะเขือเทศ นางรู้จักต้นหญ้าพวกนี้เป็อย่างดี มันเกิดง่าย สุกมีลูกสีแดงเต็มไปด้วยเมล็ดเมื่อมันสุกงอม ก็ร่วงลงดินเกิดเป็ต้นเล็กๆ ขึ้นมาอีกหลายต้น
รสชาติของมันไม่ได้เื่ไม่อร่อย ยกเว้นพลิกแดง นางรู้จักดี เพราะลวกจิ้มกับต้มแซบที่นางเคยกิน แต่พริกสดๆตรงหน้านี้แค่มองนางก็ขนลุกแล้วผมตามหาผักชนิดใหม่ที่กินได้อยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็เจอกระเทียมมันเกิดอยู่เป็กระจุก แตกกอใหม่ก็มี ลงหัวก็มี แล้วบางส่วน แก่จนใบแห้งแล้วบางส่วนยังมีใบสีเขียวอยู่ ใบอ่อนของมันสะท้อนแสงเป็มันเงา
“เยี่ยมมีมันอยู่ที่นี่จริงๆ”ผมถอนมันขึ้นมา 3-4 หัว ใส่ลงในตะกร้าที่คนของท่านแม่ถือ
“ลูกแม่ต้นนี้มันกินได้เหรอลูก”เซียวยี่หยิบหญ้าเหม็นขึ้นมา
“กินได้สิท่านแม่ มันเรียกว่ากระเทียม”ได้ยินคำตอบ นางมองมันอย่างไม่เชื่อถือนัก