บทที่4
หมู่บ้าน
ขุนเขาสูงใหญ่มากมายอยู่เบื้องหน้าแสงสีส้มอมแดงทองประกายอยู่สุดม่านฟ้าในตอนนี้ดวงอาทิตย์อัสดงสาดส่องแสงสีส้มอมแดงปกคลุมทั่วม่านนภาเป็ใน่เดียวกันกับที่หยุนโม่เดินทางมาถึง
หยุนโม่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเล็กๆแห่งนึงที่ตั้งอยู่กลางขุนเขา
หมู่บ้านแห่งนี้มีขนาดไม่ได้ใหญ่แต่ว่ามันเองก็ไม่ได้เป็หมู่บ้านที่ถือว่ามีขนาดเล็กเช่นเดียวกัน
เพราะเพียงแค่กวาดสายตามองดูก็มองเห็นแล้วว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะมีคนอยู่อาศัยนับร้อยหลังคาเรือน
หยุนโม่เดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้าน
เป็หมู่บ้านธรรมดาๆทั่วไปในชุมชนเล็กๆสิ่งก่อสร้างทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาจากไม้
ในตอนนี้หยุนโม่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองนั้นมาพบเจอหมู่บ้านในยุคโบราณของจีน
ดวงตาทั้งสองข้างทอดมองยาวเข้าไปภายในหมู่บ้าน
หยุนโม่ยังไม่ได้เดินเข้าไปภายในหมู่บ้านทันทีเขากำลังใช้ดวงตาของตนเองมองดูภายในหมู่บ้าน
ทันใดนั้นก็มีเด็กชายผู้นึงอายุราวเจ็ดแปดขวบมองเห็นหยุนโม่เหมือนยืนเหม่อลอยอยู่บริเวณด้านหน้าหมู่บ้านจึงได้ส่งเสียงเรียก
“นี่!!! พี่ชาย!!ทางหลงทางมาอย่างงั้นหรือขอรับ!” เสียงของเด็กชายผู้นั้นไม่เบา
เพราะแบบนั้นทันทีที่พูดออกมาคนหลายคนในหมู่บ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่จึงได้หันมาสังเกตุเห็นชายหนุ่มผู้นั้นที่ยืนเหม่อลอยอยู่ด้านหน้าหมู่บ้าน
หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือคนในหมู่บ้านพวกนั้นพากันวิ่งเข้ามาพูดคุยกับหยุนโม่
พวกเขาคิดว่าหยุนโม่เป็บัณฑิตผู้หนึ่งที่หลงทางเข้ามาภายในหมู่บ้านแห่งนี้
จากการพูดคุยแล้วก็การสนทนาหยุนโม่จึงคาดเดาได้ไม่ยากว่า น่าจะมีคนเข้าหลงเข้ามาภายในหมู่บ้านแห่งนี้บ่อยมาก
จึงทำให้พวกคนภายในหมู่บ้านพวกนี้รู้สึกไม่ได้แปลกใจ
คนพวกนี้ต้อนรับหยุนโม่เป็อย่างดีเพราะว่าพวกเขานั้นมองเห็นว่าหยุนโม่ แต่งกายดูดีทั้งเครื่องแบบและเครื่องแต่งกายก็เหมือนพวกคุณชายของตระกูลใหญ่
ผนวกกับการเดินทางมาหลายชั่วยามมันเลยทำให้ใบหน้าแล้วก็ผิวของหยุนโม่ดูแห้งแล้วก็เหมือนกับคนที่ขาดน้ำ
ทำให้เขานั้นเหมือนกับคนที่เดินหลงป่ามากขึ้นไปอีก
หยุนโม่โดยได้รับการต้อนรับจากคนภายในหมู่บ้านเป็อย่างดี
สุดท้ายเขาเองก็พักที่บ้านของเด็กชายที่พบเจอเขาเป็คนแรก
เด็กชายผู้นี้มีนามว่า เสี่ยวเหอครอบครัวของเด็กชายเหลือเพียงแค่ชายชราผู้เป็ปู่คนเดียวเท่านั้น
…
ท้องนภาด้านนอกมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดราวกับน้ำหมึกสีดำย้อมโลกหล้า
กองไฟเล็กๆถูกจุดขึ้นภายในป่าให้ทั้งแสงสว่างและความอบอุ่น กลิ่นหอมล่องลอยออกมาจากหม้อใบเล็กๆที่ถูกต้มอยู่
“มาๆ กินๆ ” ชายชราร่างกายผอมแห้ง ส่งเสียงขึ้นอย่างร่าเริงก่อนที่จะตัดซุปภายในหม้อให้กับหยุนโม่
หยุนโม่รับชามที่ชายชราส่งมาให้ชายชราผู้นี้เป็ปู่แท้ๆของเด็กน้อยเสี่ยวเหอ ผู้คนภายในหมู่บ้านแห่งนี้ได้อีกฝ่ายว่าเฒ่าเสี่ยว
“พี่ชายท่านนี้ทางเดินมาจากที่ใดหรือขอรับ!”
“ท่านมาจากที่ใดหรือขอรับ!”เด็กน้อยเสี่ยวเหอกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หยุนโม่หันไปมองเด็กชายทำให้เขามองเห็นดวงตาที่เปล่งประกายคู่นั้นได้อย่างชัดเจน
“นี่เสี่ยวเหออย่างรบกวนคุณชายให้มาก”เฒ่าเสี่ยวเอ่ยห้ามหลายชายของตนเอง
เพราะว่าเฒ่าเสี่ยวมองเห็นเครื่องแต่งกายของหยุนโม่จึงคิดว่าเขาเป็คุณชายตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน
สำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านท่ามกลางป่าเขาเช่นนี้คุณชายตระกูลใหญ่เป็คนที่ไม่สามารถล่วงเกินได้
หยุนโม่ยิ้มก่อนจะโบกมือ
“มิได้รบกวนอันใดหรอก”
“ข้าหลงทางจนมาถึงสถานที่แห่งนี้จึงอยากถามว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดอย่างงั้นหรือขอรับ” หยุนโม่เปิดปากเอ่ยถาม
ตัวของเขาอยากจะยืนยันที่อยู่ของตนเองให้ได้เร็วที่สุด
“สถานที่แห่งนี้หมู่บ้านของพวกเราไม่มีชื่อหรอกเป็เพียงหมู่บ้านธรรมดาเท่านั้นตั้งอยู่ทางใต้ในเขตปกครองเมฆาคลั่งหนึ่งในเขตปกครองของอาณาจักรอวี้เทียน” เฒ่าเสี่ยวเอ่ยขึ้น
“อาณาจักรอวี้เทียน..”หยุนโม่พึมพำ
หยุนโม่ไม่ได้ถามต่อเขาก้มหน้ากินอาหารในมือของตนเองต่อ
หยุนโม่ในขณะที่กำลังกินอาหารอยู่เขาเงยหน้าของตนเองขึ้นมามื้ออาหารด้านหน้า
ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อมองชายชราและเด็กชายด้านหน้า มุมปากของหยุนโม่ก็อดยกยิ้มไม่ได้
มันทำให้เขานั้นััได้ถึงความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
ไม่รู้ว่าหยุนโม่ไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นแบบนี้มานานเพียงใดแล้วั้แ่เขาเข้าสู่กองทัพอวกาศ เขาเองก็ใช้ชีวิตอยู่บนความเป็ตาย
ความอบอุ่นของครอบครัวมันเองก็สลายหายไปนานแล้วในตอนนี้ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงรู้สึกมันได้อีกครั้ง
หยุนโม่ก้มหน้าก่อนจะยิ้มและพึมพำ “ชั่งเป็…ความรู้สึกที่ดีจริงๆ”
…
ราตรีผ่านพ้นอรุณยามเช้าเดินทางมาถึง
หยุนโม่ได้ออกมาเดินสำรวจหมู่บ้านั้แ่ในยามเช้าเขาพบเจอหลายอย่างที่น่าสนใจ
ผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้อยู่กันอย่างสงบสุขแทบจะไร้ซึ่งความขัดแย้ง และยังสามารถเข้าหาพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
หยุนโม่เดินชมจนทั่วหมู่บ้านแล้วเมื่อถึงยามเที่ยงวัน ก็เดินออกห่างมาจากหมู่บ้านเล็กน้อย
เขากำลังสำรวจพื้นที่รอบๆหมู่บ้านนี่่เป็สัญชาตญาณของเขาเอง
หยุนโม่เคยเป็ทหารในกองทัพเกี่ยวกับเื่การสำรวจพื้นที่ที่ตนเองอยู่ ทำจนเคยชินจนติดเป็นิสัยไปแล้ว
ทว่าในขณะที่กำลังเดินสำรวจอยู่นั้นเองมันก็มีบางอย่างเกิดขึ้น
ข้อความโปร่งใสปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าของเขาอีกครั้ง
[เริ่มทำการวิเคราะห์ความทรงจำ[100%…/100%]]
หยุนโม่ขมวดคิ้ว
เขานึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ จำได้ว่าเคยมีข้อความโปร่งใสปรากฏขึ้นด้านหน้า
แต่ว่าในตอนนั้นมันเป็ตอนที่เขาเพิ่งรอดจากความตายมาพอดีพอดีเลยไม่ทันได้สนใจข้อความโปร่งใสที่ปรากฏขึ้น
แต่ว่าในตอนนี้อยู่ๆข้อความนี้ก็ปรากฏขึ้นมา
“โนวา” หยุนโม่เรียกอย่างแ่เบา
ทันใดนั้นเ้าก้อนกลมที่ปกคลุมไปด้วยขนด้านหลังยังมีปีกมีดวงตากลมโตปรากฏขึ้นด้านหน้าแน่นอนว่ามันเป็ร่างจำแลงของปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะของเขา
“ขอรับนายท่าน”โนวาขานรับ
หยุนโม่ใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงไปด้านหน้า “เ้านี่คืออะไร?”
“เรียนนายท่าน หนึ่งในความสามารถของข้าในตอนนี้คือการกู้คืนความทรงจำของผู้ที่นายท่านสามารถสังหารได้”
หยุนโม่ขมวดคิ้ว
“กู้คืนความทรงจำ”
เ้าก้อนก้มที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าแต่ด้วยสัดส่วนของร่างกายที่ค่อนข้างแปลกเลยทำให้ท่าทางเช่นนี้ของมันดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็อย่างยิ่ง
หยุนโม่รู้สึกแปลกกับปัญญาประดิษฐ์อย่างโนวาั้แ่ตัวของเขาเดินทางมาที่โลกใบนี้แล้ว
จนตอนนี้ได้เห็นว่ามันมีความสามารถเพิ่มเติมขึ้นมาอีกยิ่งทำให้หยุนโม่รู้สึกใคร่สงสัยมากขึ้นไปอีก
“หมายความว่านายสามารถทำการวิเคราะห์ความทรงจำของคนผู้นั้นได้สินะ”
“แสดงว่าตอนนี้นายน่าจะรู้เกี่ยวกับเื่ของโลกใบนี้พอสมควรจากความทรงจำของคนผู้นั้นใช่หรือเปล่า” หยุนโม่พอจะจับใจความที่ในความสามารถที่โนวาพูดถึงได้
เ้าก้อนขนที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้ารัวเร็วราวกับไก่จิกเมล็ดข้าว
หยุนโม่ถึงกับดวงตาเบิกกว้างไม่คิดว่าหลังจากที่โนวาที่เป็ระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยเหลือของเขาพัฒนาขึ้นมันจะมีความสามารถที่น่าตกตะลึงแบบนี้เพิ่มขึ้นมาด้วย
แต่แน่นอนว่านี่ถือว่าเป็ผลดี