ตอนที่14 คัมภีร์ยุทธของพรรคมาร
จิ๋นหยางมองไปที่เม็ดยาที่อยู่ในมือครู่หนึ่งความลังเลปรากฏบนใบหน้าของเขา เขาไม่รู้ว่ามันจะจริงหรือไม่ แต่บอกได้คำเดียวว่าไอพลังปราณที่แผ่ออกมารอบๆเม็ดยานี้มันไม่ใช้ของปลอมแน่นอนถึงแม้มันจะน่าสงสัยมากก็ตามแต่ในที่สุดจิ๋นหยางก็ตัดสินใจได้........
"ข้าไม่เคยหวั่นอยู่แล้ว!!"
ฟิ้ว!!
อึ๊ก!!
เขาโยนมันใส่ไปในปากทันทีที่พูดจบเมื่อเม็ดยาเข้าไปในปากแล้วมันก็ละลายทันที จากนั้นจิ๋นหยางก็เริ่มนั่งลงตั้งสมาธิเพื่อดูดซับพลังจากเม็ดยาทันใดนั้นภาพมากมายได้ไหลเข้าสู่สมองของเขาเรื่อยๆมันเป็ภาพความทรงจำของอสูรวานรตัวนั้น.......
หวืดดดดด!!
อสูรวานรทองตัวนี้เป็หัวหน้าทหารยามผ่านประสบการณ์ต่อสู้มากมาย มันเคยออกไปจากถ้ำแห่งนี้เพื่อแย่งชิงสมบัติกับาาของมันด้วยเส้นทางทั้งหมดของถ้ำ ข้อมูลต่างๆของแต่ละถ้ำย่อยรวมถึงเส้นทางลับด้วยข้อมูลทั้งหมดได้ไหลเข้ามาเหมือนกับคลื่นสึนามิพัดเข้ามา.....
ก่อนหน้านี้เขา้าที่จะไปสำรวจพื้นที่ทั้งหมดด้วยตัวของเขาเองเขาจึงได้วางแผนการมากมายที่จะออกไป แต่ตอนนี้มันไม่จำเป็แล้วเมื่อเขาได้รับความทรงจำของอสูรวานรทองตัวนี้เส้นทางต่างๆจำนวนของอสูรวานรที่มีทั้งหมด ความสามารถ ระดับพลัง หรือแม้แต่ภาษาที่พวกมันใช้ด้วยและสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เขาเกือบลืมหายใจก็คือสภาพภายในถ้ำของาาอสูรวานรทอง ที่ภายในถ้ำของมันเต็มไปด้วยกองกระดูกและทรัพย์สมบัติมากมาย......
อาวุธชุดเกราะวิเศษต่างๆที่มีอยู่กองเป็ูเาแต่สิ่งที่สะดุดตาเขามากที่สุดก็คือโลงศพที่ตั้งอยู่ภายในนั้น จากที่จิ๋นหยางดูๆแล้วน่าจะเป็โลงศพของมนุษย์มันเป็สีทองอร่ามและยังแผ่ไอพลังปราณที่ดูลึกล้ำโบราณอย่างมากออกมารอบๆโลงศพด้วย.....
และมันคือสิ่งที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับาาวานรทองนั้นเองและนี้ก็คือสิ่งที่เปลี่ยนให้ร่างของมันเป็สีทองอร่ามเช่นนั้นด้วย ภายในถ้ำที่มันอยู่ถ้ามองดีๆมันเหมือนตำหนักขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับไว้เก็บโลงศพนั้นโดยเฉพาะมากกว่า.....
ห้านาทีผ่านไป.....
จิ๋นหยางค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ และในขณะที่ตาของเขากำลังจะลืมจนสุดนั้นบู้ม!! เสียงกึ่งก้องภายในร่างกายของเขาก็ดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับของเหลวที่ไหลออกมาแต่ครั้งนี้น้อยกว่าครั้งก่อนๆที่เคยไหลและพลังที่ไหลเวียนของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว.......
ตอนนี้เขาสามารถทะลวงผ่านระดับฝึกหัดขั้นที่เก้าเป็ระดับเริ่มต้นเรียบร้อยแล้วพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากสิบห้าสิงห์เป็สามสิบสิงห์ ซึ่งเปรียบได้กับผู้ฝึกตนระดับเริ่มต้นขั้นที่สี่เกือบขั้นที่ห้าเลยต่อให้ต้องสู้กับผู้ฝึกตนระดับเริ่มต้นข้าที่ห้าจิ๋นหยางก็ยังมีโอกาสชนะได้หรือชนะไม่ได้ก็ยังหนีรอดได้......
"ในที่สุด!! ในที่สุดข้าก็สามารถทะลวงผ่านขั้นที่เก้าระดับฝึกตนกลายเป็ระดับเริ่มต้นขั้นที่หนึ่งได้แล้วคอยดูเถอะาาอสูรวานรทอง คราวนี้ละข้าจะเอาคืนในครั้งที่แล้วให้สาสมเลย!!"
อแฮ่ม!!!
ในขณะที่จิ๋นหยางกำลังฝันหวาอยู่นั้นชายชราก็ไอเบาๆออกมา ทำให้สติของจิ๋นหยางกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งเขามองไปทางชายชราด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เขาไม่คิดว่าเม็ดยาที่ว่านี้จะมีประสิทธิภาพมากขนาดนี้ยาเม็ดนี้ช่างเป็ของวิเศษโดยแท้จริง ความยินดีปรากฏบนใบหน้าของเขา แต่มันก็หายไปเพียง่หนึ่งเพราะเขายังไม่อาจไว้ใจชายชราได้อย่างเต็มที่และอาจจะมีอะไรซ้อนอยู่ก็เป็ได้.......
"เป็ยังไงละอึ้งไปเลยละซิ? ข้าบอกเ้าแล้วว่ามันสุดยอดแค่ไหนคนอย่างข้าไม่เคยโกหกอยู่แล้วเม็ดยาที่กลั่นมาจากจิติญญาและเืเนื้อของอสูรเหล่านี้มีพลังมากถึง2เท่าของยาปกติทั่วไป แถมยังได้ความทรงจำของพวกมันอีกด้วยแต่มันก็ใช่ว่าจะดีเสมอนะเมื่อเ้าใช้มันมากขึ้นเ้าก็จะยิ่งมีกลิ่นอายของพวกอสูรมาขึ้นด้วยเช่นกัน"
"อื้ม! ก็ดี มันช่วยข้าได้เยอะทีเดียว ขอบใจเ้ามากตาเฒ่าสำหรับเม็ดยานี้"จิ๋นหยางตอบกลับชายชราด้วยใบหน้าเรียบนิ่งและคำพูดที่ไม่ได้ดูสุภาพเท่าไหร่นัก.....
“เ้า!! พูดกับผู้ใหญ่หัดมีสัมมาคาราวะบ้างซิเฟ้ย!!!ข้าอายุมากกว่าเ้าต้องหลายหมื่นปี เ้าเด็กเหลือขอเอ้ย!!”
"ก็ได้ ก็ได้ ท่านโกโรโกโส เอ้ย!! ท่านผู้าุโข้าน้อยขอขอบคุณท่านยิ่งนักสำหรับของขวัญอันล้ำค่าจนหาที่เปรียบมิได้"เขาพูดออกมาพร้อมทำหน้าตาทะเล้นไปด้วย.....
“เ้า!! เฮ้อ.......ตามใจเ้าเถอะ ข้าไม่อาจพูดอะไรได้อยู่แล้วสิ่งที่ข้าให้เ้าก็คือสิ่งที่ข้าอยากให้ไม่ได้คิดหวังอะไรตอบแทนอยู่แล้ว"ชายชราอดถอดถอนหายใจไม่ได้ เขาได้แต่นั่งคิดหาวิธีมากมายจนหัวแทบะเิแล้วมันมองไปทางจิ๋นหยางด้วยท่าทางเศร้าโศกเสียใจ.....
"เอ่อ! จริงซิตาเฒ่า เอ้ย! ท่านผู้าุโ แล้วสองคนนั้นละท่านจะทำยังไง?"ทันใดนั้นจิ๋นหยางก็นึกขึ้นมาได้ถึงชายหนุ่มทั้งสองคนที่ถูกดูดเข้ามาก่อนหน้านี้.......
ชายชราหันหน้าไปมองทางชายชุดแดงกับขาวที่ลอยอยู่ตามที่จิ๋นหยางบอกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับพวกมันเหมือนกัน ที่เขาดูดพวกมันเข้ามาก็เพื่อช่วยชีวิตจิ๋นหยางไว้เท่านั้นไม่ได้มีแผนการใดๆกับพวกมันเพราะทั้งสองคนต่างจากพวกสัตว์อสูรที่สามารถนำมากลั่นเป็ยาจิติญญาอสูรได้.........
"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงกับพวกมันดีเ้าว่ายังไงดีละ หรือจะให้ข้าปล่อยพวกมันไป แต่ถึงจะปล่อยพวกมันไปพวกมันก็มีความแข็งแกร่งกว่าเ้าอยู่แล้ว แถมยังมีถึงสองคนด้วย พวกมันอยู่ในระดับเริ่มต้นขั้นที่ห้าทั้งคู่เ้าเองพึ่งจะอยู่แค่ขั้นที่หนึ่ง ถึงพลังของเ้าจะมีมากเมื่อเปรียบได้กับขั้นที่สี่หรือห้า่ต้นก็ตามแต่พวกมันก็ยังมีพลังมากกว่าเ้าอยู่ดี ถ้าพวกมันรุมเ้าละก็เ้าเองก็อาจจะไม่รอดก็ได้"
เมื่อได้ฟังคำของชายชรา จิ๋นหยางก็คิดตามไปด้วยและมันก็จริงอย่างที่ชายชราพูดถ้าพวกมันถูกปล่อยตัวออกมาพวกมันก็จะรุมเขาทันที สมบัติต่างๆในถ้ำก็จะเป็ของพวกมันรวมถึงตำราขอท่านไต้ซือด้วยแต่ในขณะจิ๋นหยางกำลังคิดอยู่นั้นเขาก็นึกได้ถึงคำคำหนึ่ง.....
[ตำรายุทธ]
"จริงซิตอนแรกที่ข้าพบพวกมัน พวกมันกำลังต่อสู้เพื่อแย้งชิงคำภีร์กันอยู่ข้าอยากรู้นักว่าคำภีร์ที่ทำให้พวกมันต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงนั้นคือคำภีร์อะไร?"เมื่อคิดได้อย่างนั้นจิ๋นหยางเดินเข้าไปใกล้กับพวกมันทันที.......
เขาหยุดลงและจ้องมองไปยังชายชุดขาวมองั้แ่หัวจะลดเท้าและเขาสังเกตเห็นว่ามันยังหายใจอยู่และจากนั้นก็หันไปทางชายชุดแดงก่อนจะเดินเข้าไปใกล้มันมากขึ้นเพื่อที่จะตรวจดูสิ่งของของมันเขาไม่รู้จักสมบัติมิติของชายคนนี้ว่าคือสิ่งไหน เพราะว่ามันมีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไปเขาพยายามค้นดูมันทั้งหมดและทันใดนั้นเอง.......
อุปกรณ์ทุกชิ้นที่อยู่บนตัวของชายชุดแดงก็แยกกระจายออกลอยอยู่บนอากาศไม่ว่าจะเสื้อผ้า ของต่างๆที่มันสวมใส่อยู่ ต่างก็ถูกถอดออกมาหมด จน (ไอ้จ่อนโพล่)เหลือแต่ร่างเปลือยป่าวที่ไม่ได้สวมใส่อะไรไว้เลย......
"กะ....เกิดอะไรขึ้น! ทำไมเสื้อผ้าถึงลอยออกมาได้"จิ๋นหยางะโขึ้นอย่างใและสงสัย.....
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าคือที่นี่ ที่นี่คือข้า ก็แค่แยกเสื้อผ้ามันออกมาจะไปยากอะไรก็แค่ของกล้วยๆเอง เอาละเ้าลองดูว่าสิ่งที่เ้า้าอยู่ในนั้นไหมสมบัติมิติของมันน่าจะเป็แหวนวงนั้น ส่วนอีกสองวงข้าไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร"
เมื่อชายชรากล่าวจบ จิ๋นหยางก็เกินเข้าไปที่แหวนทั้งสามทันที หมับ!! เขาหยิบมันมาและมองอยู่นาน เขาพลิกไปพลิกมา ยกขึ้นยกลง เขย่าซ้ายทีขวาทีเมื่อชายชราเห็นจิ๋นหยางทำ มันก็อดหัวเราะไม่ได้ ไม่รู้จะพูดอะไรดีก่อนจะเปิดปากถามขึ้นมาว่า.....
นั่นเ้าทำอะไรของเ้าหน่ะ?"
"ข้าก็กำลังจะเปิดมันอยู่นี้ไงแต่....ข้าไม่รู้ว่าจะเปิดมันยังไง"จิ๋นหยางพูดพร้อมกับทำสีหน้าเขินอายเล็กน้อยในขณะที่ตอบกลับไปถึงจะรู้อะไรมากพอแต่ก็ไม่ได้รู้ไปซะเื่จิ๋นหยางมันใจว่าเสามารถเปิดมันได้โดยแค่ส่งจิตััเข้าไป"ข้าลองส่งจิตััและเดินลมปราณเข้าไปที่แหวนแล้ว แต่มันก็ยังไม่เปิดออกข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าต้องทำยังไงต่อ?"
"นั้นมันก็ใช่อยู่ที่ว่าต้องส่งจิตััไปที่สมบัติมิติ แต่นั้นมันสำหรับของทั่วไปสมบัติบางชิ้นอาจมีผนึกประทับไว้เช่นผนึกเื ผนึกิญญา หรืออื่นๆถ้าเ้า้าจะเปิดมันเ้าก็ต้องทำลายผนึกนั้นก่อนซึ่งวิธีที่จะทำลายมันก็คือใช้พลังที่มากกว่าเ้าของเดิมใส่เข้าไปเพื่อทำลายมัน แต่หากว่ามันถูกลงผนึกพิเศษไว้ละก็ต้องใช้ขั้นตอนที่พิเศษเท่านั้น"
"แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าไอ้แหวนมิติวงนี้ถูกผนึกด้วยอะไร?"จิ๋นหยางพูดพร้อมกับทำสีหน้าอยากรู้ไปด้วยมาก
“เ้าลองใช้เืของมันหยดลงไปที่แหวนมิติดูซิ แล้วเดินลมปราณเข้าไปใหม่อีกครั้ง”
"ได้ข้าจะลองทำตามที่ท่านว่าดู"
เมื่อได้ฟังคำแนะนำจากชชราจิ๋นหยางก็เดินไปทีชายชุดแดงจากนั้นก็อาวุธของมันกรีดเอาเืมันออกมาหยดลงไปที่แหวนมิติแล้วเดินพลังลมปราณของเขาเข้าไปที่แหวน......
หวืดดดดด!!
ทันใดนั้นเองจู่ๆก็มีภาพพื้นที่มิติกว้างประมาณ2ผิง (1ผิง=3เมตร) ข้างในมีตั๋วเงินสองใบ (1ตั๋วเงิน=1แสนเหรียญเงิน) เสื้อผ้า ตำราพื้นฐานฝึกตน และคำภีร์ยุทธอีกสองเล่ม หนึ่งเล่มดูเก่ามากซึ่งเป็เล่มเดียวกับที่พวกมันได้ต่อสู้แย่งกันในวันนั้น......
ส่วนอีกเล่มคือคัมภีร์ทักษะดาบสบั่น วิชานี้อยู่ในระดับเริ่มต้นเป็คำภีร์ขั้นต่ำทั่วไปอนุภาพของมันไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่นักเมื่อเปรียบเทียบกับคำภีร์ยุทธของสำนักและพรรคใหญ่และก็มีดาบ อีกหนึ่งเล่มกับดวงจิตอสูรสามดวง.....
เป็ดวงจิตของสัตว์อสูรระดับฝึกหัดขั้นที่เก้าทั้งหมดที่เหลือก็ของใช้ทั่วไปกับอาหาร แต่ที่หน้าสนใจที่สุดก็คือคำภีร์เล่มเก่าที่ดูไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไหร่ เขายื่นมือเข้าหยิบมันออกมาจากแหวนมิติเพื่อที่จะดูให้แน่ชัดว่ามันคือคำภีร์อะไร.....
"คำภีร์มหาเว...ดูดด......"
เขาไม่สามารที่จะอ่านมันได้จัดเพราะตัวหนังสือเสียหายหนักมาก ถึงเขาจะมีสายตาที่ดีมากก็ตามแต่จิ๋นหยางเปิดอ่านหน้าต่อไปถัดจากปก หน้านี้ยังพอมีความชัดอยู่บ้างถึงบางตัวจะเลือนลางไปบ้างก็ตามซึ่งวิชานี้เป็วิชาฝ่ามือ วิธีใช้คือกำหนดลมปราณไปที่ฝ่ามือเพื่อโจมตีศัตรู และใช้สำหรับดูดพลังของฝ่ายตรงข้ามมาเป็ของตัวเอง.....
"สามารถดูดพลังปราณของผู้อื่นมาเป็ของตัวเองนี้มันวิชามารชัดๆ!! วิชาแบบนี้ช่างเลวทรามยิ่งนักแต่ฝ่ามือที่ใช้โจมตีก็มีประโยชน์อยู่บ้างมันปล่อยพลังลมปราณออกมาเพื่อโจมตีจากระยะไกลได้ ไหนลองดูซิมีอะไรอีก"
ถึงแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจในวิชาดูดพลังแต่จิ๋นหยางก็ยังเปิดอ่านต่อไปเรื่อยๆคำภีร์เล่มนี้เก่ามากมันแทบจะไม่สมบูรณ์เลย กระบวนท่าในวิชานี้มีทั้งหมดสี่ฝ่ามือสองฝ่ามือโจมตีระยะไกล หนึ่งฝ่ามือประชิดตัวและก็อีกหนึ่งฝ่ามือดูดพลัง.......
ทั้งสามวิชาที่ใช้โจมตีนั้นไม่บูรณ์เลยทำให้ไม่สามารถฝึกได้เพราะว่าถ้าฝืนฝึกไปอาจเป็ข้อเสียมากกว่าดีก็ได้ แต่สำหรับกระบวนท่าฝ่ามือดูดพลังนั้นข้อความของมันยังอยู่ครบชัดเจนและคำภีร์เล่มนี้เป็เพียงเล่มคัดลอกเท่านั้นด้วย......
"เฮ้อ!! กระบวนท่าอื่นไม่สมบูรณ์เลยซักท่ามีแต่กระบวนท่าดูดพลังปราณเท่านั้นที่เนื้อหาครบถ้วนที่สุด มันช่างน่าเสียดายนักข้าไม่ฝึกมันแน่นอนไอ้วิชามารเช่นนี้"
"วิชานี้มัน.....!?”ทันใดนั้นเสียงของชายชราก็ดังขึ้นอย่างใ.......
"ท่านรู้จักมันด้วยเหรอ?" จิ๋นหยางถามด้วยความสงสัย.....
"แน่นอน ข้าย่อมต้องรู้จักมันอยู่แล้ว เพราะมันเป็คัมภีร์ยุทธของพรรคมาร!”
“คัมภีร์ยุทธของพรรคมาร?”