เรือนกาญจนา

    บทที่ 5 นอกใจ (ตอนแรก)

    ณ สถานีตำรวจ

    “อะไรนะครับ อนงค์นารถ คุณจะลาออกจากการเป็๞ตำรวจอย่างนั้นหรอครับ” สารวัตรเสียดายฝีมือ

    “ใช่แล้วค่ะ พี่ชายของฉันป่วยเป็๲อัมพาตครึ่งล่าง เดินและช่วยตัวเองไม่ได้ค่ะ ฉันจะต้องช่วยดูแลพี่ชาย” อนงค์นารถกล่าว

    “อ้าว ก็ไหนพี่ชายคุณก็มีภรรยาของเขานี่ครับ” สารวัตรสงสัย

    “เอ่อ เธอทิ้งพี่ชายฉันไปมีสามีใหม่แล้วค่ะ” อนงค์นารถกล่าว

    “ผมเสียใจกับครอบครัวของคุณด้วย เอาเถอะ ถ้าคุณอยากกลับมาเมื่อไหร่ ที่นี่ยินดีต้อนรับตำรวจดีๆ อย่างคุณนะครับ” สารวัตรกล่าว

    “ขอบคุณมากค่ะ สารวัตรที่เมตตาฉัน” อนงค์กล่าว

    *****************************************

    อนงค์นารถกลับมาบ้านเพื่อผลัดเปลี่ยนให้นักกายภาพบำบัดที่เธอจ้างชั่วคราวกลับบ้านไป เธอจัดเตรียมอาหารเพื่อคอยป้อนน้ำป้อนอาหารให้พี่ชาย แต่แล้วเขาก็ทำให้เธออารมณ์เสีย

    “พาฉวีวรรณกลับมาบ้านเรานะ อนงค์นะ พี่ขอร้อง” อนันต์กล่าว

    “ก็เขานอกใจพี่ไปมีสามีใหม่แล้ว ขนาดเป็๲แค่เมียน้อยของไอ้มาเฟียนั่น เธอยังยอมเลยพี่” อนงค์กล่าว

    “ช่วยพาเธอกลับมานะ ได้โปรดเถอะ พี่ขอร้อง” อนันต์ยังคงพูดแต่ประโยคเดิม เพราะเขาพูดได้อย่างยากลำบาก

    “เลิกพูดได้แล้ว ฉันไม่มีวันพาผู้หญิงคนนั้นกลับมาเหยียบบ้านเราเด็ดขาด” อนงค์กล่าว

    “ช่วย….” อนันต์กำลังจะพูดประโยคเดิม

    “หยุดพูดเดี๋ยวนี้แล้วกินข้าวซะ อย่าทำให้ฉันโกรธไปมากกว่านี้” อนงค์เริ่มตะคอกใส่พี่ชาย

    หลังจากนั้นมาอนงค์ก็จ้างพี่เลี้ยงมาดูแลพี่ชาย และจ้างนักกายภายบำบัดมาช่วยฟื้นฟูร่างกายพี่ชายเป็๞ระยะๆ ส่วนอนงค์เองก็ผันตัวเองมาเป็๞แม่ค้าขายเสื้อผ้า เธอขายทั้งวัน กลางวันขายที่ร้านเช่าใกล้ๆ ห้าง กลางคืนขายที่ตลาดนัด ทำให้เธอกลับดึกทุกวัน ถึงกระนั้นอนงค์ก็โทรเช็คกับพี่เลี้ยง ถามถึงพี่ชายอยู่ไม่ขาด

    จนมาวันหนึ่ง เสื้อผ้าหมดสต๊อก อนงค์เลยหยุดขายหนึ่งวัน เธอเดินห้างเพื่อซื้อของใช้มากักตุน และได้ไปพบกับอดีตพี่สะใภ้ที่เดินควงมากับมาเฟียหม่าหวิน แต่อนงค์รู้ตัวเองดีว่าเป็๲คนอารมณ์ร้อน ถ้าโมโหมากอาจเข้าไปต่อยตีกับไอ้มาเฟียบ้านั่นก็ได้ เลยเลือกที่จะหลบไม่ให้ทั้งคู่เห็น แต่เธอก็มองทั้งคู่ด้วยสายตาที่โกรธแค้นแทนพี่ชาย “ทำไมพี่ชายต้องได้ผู้หญิงคนนี้เป็๲ภรรยาด้วย เพราะสุดท้ายเธอก็หนีไปมีสามีใหม่อยู่ดี”

    เมื่ออนงค์กลับบ้านเพื่อเก็บของ อยู่ดีๆ มือถือเธอก็ดัง

    “ฮัลโหลเพื่อนรัก วันนี้ฉันต้องเดินทางไปต่างประเทศ พาไปส่งสนามบินหน่อยสิ” นิฐากล่าว

    “ก็ได้ ให้ไปรับที่ไหนล่ะ” อนงค์กล่าว

    “โรงแรมเพียงอินน์น่ะ” นิฐากล่าว

    “อือ เดี๋ยวรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” อนงค์กล่าว

    “ขอบใจเพื่อน Bye นะ” นิฐากล่าว

    อนงค์จึงฝากให้พี่เลี้ยงดูแลพี่ชายไปก่อน เพื่อตนจะต้องไปรับนิฐาที่โรงแรมแล้วพาไปส่งสนามบินให้ทัน

    *****************************************

    ณ โรงแรมเพียงอินน์

    อนงค์กำลังจะเดินขึ้นลิฟท์ แต่แล้วเธอดันไปเห็นกลุ่มผู้หญิงตบกัน โดยมีผู้หญิงสองคนจับแขนผู้หญิงคนหนึ่งไว้ทำให้ขยับตัวไม่ได้ ส่วนคนที่สามก็ง้างมือตบหน้าผู้หญิงคนนั้นอย่างแรง

    อนงค์ทนไม่ไหว เลยรีบเดินไปห้ามกลุ่มผู้หญิงกลุ่มนั้นทันที แต่เธอดันไปเห็นว่าผู้หญิงที่ถูกตบก็คือฉวีวรรณ อดีตพี่สะใภ้ของเธอ

    “นี่หยุดเดี๋ยวนี้นะ รู้มั้ยบ้านเมืองมีกฎหมาย คุณอาจถูกจับได้ข้อหาทำร้ายร่างกายน่ะ” อนงค์จำใจกล่าว

    “แล้วเธอเป็๞ใครไม่ทราบ มายุ่งอะไรกับพวกเรา และรู้มั้ยว่าพวกเราเป็๞ใครน่ะ” หนึ่งในกลุ่มผู้หญิงที่ทำร้ายร่างกายกล่าว

    “ฉันเป็๲ตำรวจ และหากคุณไม่ยอมเลิกรา ฉันนี่แหละจะเป็๲คนจับพวกคุณ” อนงค์กล่าว

    “เลิกก็ได้ ฝากไว้ก่อนนะนังฉวีวรรณ” “ปะพวกเรา รีบไปกันเถอะ” ผู้หญิงกลุ่มนั้นเดินออกไปทันที

    ผู้หญิงสามคนเดินออกไปแล้ว ทิ้งให้ฉวีวรรณยืนเอามือกุมหน้าที่ถูกตบเพียงคนเดียว “ขอบคุณนะที่ช่วยน่ะ อนงค์” ฉวีวรรณกล่าว

    “กองไว้ตรงนั้นเถอะ ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ของตำรวจก็เท่านั้น” อนงค์พูดทั้งๆ ที่เธอได้ลาออกไปแล้ว

    อนงค์ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เวลาเห็นหน้าฉวีวรรณ เธอจึงรีบเดินไปขึ้นลิฟท์ทันที แต่แล้ว ในลิฟท์ก็มีมาเฟียแปลกหน้าและลูกน้องอีก 3 คนเข้าไปในลิฟท์อยู่ก่อนแล้ว

    อนงค์กดลิฟท์ทัน แต่ทว่า

    “รอไปขึ้นรอบใหม่” ลูกน้องคนหนึ่งกล่าว

    “นี่คุณ ลิฟท์เป็๞ของสาธารณะ ไม่ใช่ของพวกคุณ ยังไงฉันก็จะขึ้นรอบนี้ ตอนนี้ฉันรีบมากด้วย” อนงค์กล่าวเสร็จก็เข้าไปในลิฟท์

    อนงค์ไม่สนใจพวกมาเฟีย เธอรีบเข้าไปอย่างไม่กลัวเกรง แล้วรีบกดชั้นของเพื่อนทันที

    ลูกน้องมาเฟียกำลังจะตวาด แต่ถูกลูกพี่ห้ามไว้

    “ปล่อยเธอเถอะ” มาเฟียเฉียนหยางกล่าว

    “ครับท่าน” ลูกน้องยอมหยุด

    อนงค์โมโหจนไม่สนอะไรทั้งสิ้น แม้ว่าเธอจะได้ขึ้นลิฟท์ไปพร้อมกับมือขวาของเ๽้าพ่อ นามว่า เฉียนหยาง ก็ตาม

    หลังจากที่อนงค์ได้พบนิฐา เธอก็อารมณ์เย็นขึ้น แล้วขับรถพาไปส่งเพื่อนขึ้นเครื่องอย่างปลอดภัย

    อย่างไรก็ตามอนงค์ก็ยังไม่ปล่อยวาง ยิ่งเธอกลับมาแล้วเห็นพี่ชาย ยังคงพูดพร่ำเพ้อให้เธอไปพาพี่ฉวีกลับมาอยู่บ้าน เธอก็ยิ่งโมโหมากขึ้น และความแค้นได้บดบังสติไปเสียแล้ว อนงค์ผู้รักษากฎหมายเลยอยากหาวิธีกำจัดฉวีวรรณโดยที่เธอไม่ต้องติดคุก

    อนงค์จำได้ว่าเคยมีผู้ต้องหาบอกกับเธอว่า โลกนี้มีเรือนกาญจนาที่สามารถขอพรอะไรก็ได้ แค่เข้าไปในป่าแห่งนั้นเท่านั้น แต่ต้องทำตามเงื่อนไขให้ครบสิบวัน ด้วยความหน้ามืด อนงค์จึงจ้างพี่เลี้ยงให้อยู่ดูแลพี่ชายทั้งคืนทั้งวันตลอดสิบวัน ส่วนเธอก็รีบไปที่ป่าแห่งนั้นทันที

    อนงค์มีจิตใจมุ่งมั่นมากที่จะกำจัดอดีตพี่สะใภ้ เพราะอยากให้พี่ชายรีบตัดใจจากผู้หญิงคนนี้ให้ได้เสียที และแล้วเธอก็ได้เห็นเรือนสีทองตาม๻้๵๹๠า๱ และเห็นผู้หญิงสาวเดินออกมาจากเรือนหลังนั้น

    “ยินดีต้องรับค่ะ คุณอนงค์” อุไรกล่าว

    “คุณเป็๲ใคร ทำไมรู้จักฉันด้วย” อนงค์สงสัย

    “ฉันชื่ออุไรค่ะ แต่ทว่าคุณน่าจะรู้เงื่อนไขดีแล้วสินะ ว่าต้องทำตามกฎและเงื่อนไขให้ครบสิบวันเสียก่อน คุณถึงจะกำจัดคุณฉวีวรรณได้” อุไรกล่าว

    “นี่คุณรู้ทุกอย่างเลยหรือนี่ ฉันยอมทำตามเงื่อนไขทุกอย่างค่ะ” อนงค์ยอมรับเงื่อนไข

    “งั้นก็ตามเข้ามาค่ะ” อุไรกล่าว

    อุไรพาอนงค์เดินเข้าไปในเรือนกาญจนา และแล้วเธอก็เห็น……