ในโลกก่อน ที่จากมาผู้คนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบนอนดึกตื่นเช้าเพื่อเร่งรีบในการเดินทาง ปัญหาการจราจรที่ติดขัดอาหารการกินก็เร่งรีบถึงแม้หงส์สิตาจะร่ำรวยหากแต่การใช้ชีวิตคนเดียวที่ต่างประเทศทำให้เธอทำทุกอย่างคนเดียวมาตลอดพอมาอยู่ที่นี่ได้เกือบ 2 เดือนพบว่าราวกับเป็คนละโลกอย่างแท้จริงเพราะการกินการอยู่ของคนที่นี่ของผู้มีอันจะกิน หรือเศรษฐีจะพิถีพิถันอย่างมากมีบ่าวไพร่รับใช้หลายร้อยชีวิต ไม่ต้องเร่งรีบกับเวลาหรือต้องเผชิญกับมลพิษในอากาศ หรือภาวะโลกร้อนต่างกันตรงที่ในที่แห่งนี้จำกัดความเท่าเทียม ชั้นวรรณณะ ความเท่าเทียมชายหญิงซึ่งส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็ผู้นำ และผู้หญิงเป็ผู้ตาม
ในทางกลับกันโลกก่อนหญิงชายล้วนเท่าเทียมเพราะผู้หญิงสมัยใหม่ก็นิยมทำงานนอกบ้านมีรายได้เช่นกันซึ่งหงส์สิตาเองก็เห็นด้วยเช่นกัน ทำไมตนต้องพึ่งพาคนอื่นและหงส์สิตาไม่อยากเป็เหมือนมารดา ที่เป็แม่บ้านคอยดูแลบ้าน ดูแลสามีจนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเก็บเมียน้อยไว้นอกบ้านแถมยังมีลูกสาวด้วยกันอีก1 คน
ตอนนี้ร่างใหม่เริ่มเเข็งแรงเดินเหินสะดวกไม่เหนื่อยล้าทุกเช้าหงส์สิตาต้องตื่นมาออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะนั่งสมาธิแบบ SKT บำบัดร่างกายและจิตใจด้วยที่โลกก่อนเธอทำเป็ประจำและยังซื้อคอร์สเรียนอีกด้วยขณะที่เล่นเธอก็จะให้อิงอิงคอยเฝ้าหน้าเรือน ด้วยเกรงว่าหากมีคนมาเห็นแล้วจะใเธอคร้านจะตอบคำถาม
เมื่อเล่นโยคะเสร็จหงส์สิตานั่งพักให้เหงื่อยุบสักครู่แล้วค่อยไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวไปรับประทานอาหารเช้ากับพ่อแม่ของร่างใหม่ซึ่งเธอทำแบบนี้ทุกวันเหมือนกับโลกก่อนตอนที่พ่อกับแม่ยังไม่มีปัญหากัน
"คุณหนูเ้าคะได้เวลาแล้วเ้าค่ะ" อิงอิงเข้ามาเรียกผู้เป็นายเมื่อถึงเวลาแต่ก่อนนางก็แปลกใจที่เห็นคุณหนูทำท่าทางกางเเขนกางขาประหลาดนักแล้วก็นั่งนิ่งหายใจเข้าออกสั้นๆ ยาว สลับไปมา จนอิงอิงใเกรงว่าคุณหนูจะป่วยอีกแต่คุณหนูบอกว่าทำแบบนี้แล้วจะไม่ป่วยอีก นางเลยไม่ติดใจสิ่งใด
"ข้ารู้แล้ว"หงส์สิตาตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้มุ่งหน้าไปที่เรือนใหญ่ของมารดาในชาตินี้โดยมีอิงอิงคอยพะยุงตลอดจนเธอเริ่มชิน
ในเรือนใหญ่ของมารดาตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องเรือนที่มีราคาแพงสมฐานะที่บิดาหมั่นหามามอบกำนัลให้ภรรยาอยูเสมอ ครอบครัวใหม่อบอุ่นยิ่ง มารดาใจดีบิดาก็รักและตามใจเธอยิ่งกว่าผู้ใด อยากได้สิ่งใดล้วนจัดหามาให้แต่อย่างเดียวที่นางค่อนข้างจะเบื่อหน่ายคือต้องเรียนรู้สิ่งที่สตรีชั้นสูงต้องมีคือวาดภาพ หมาก กลอน พิณ การฟ้อนใฟ้รำอ่อนช้อยส่วนการปักเย็บผ้ามารดาจะเป็ผู้สอนรวมถึงความรู้อื่นที่จำเป็ต่อการใช้ชีวิต
หญิงสาววัยกลางคนที่ใบหน้ายังคงความอ่อนเยาว์ราวหญิงสาวอายุสามสิบต้นๆถ้าเป็ยุคปัจจุบันหงส์สิตาคงคิดว่าท่านแม่คงต้องฉีดโบท็อก ร้อยไหม ส่วนผิวที่ขาวเนียนใสต้องฉีดกลูต้าอย่างแน่นอน
"หนี่ว์เออร์คำนับท่านแม่เ้าค่ะ"หงส์สิตาย่อคำนับตามที่อิงอิงสอนมาและฝึกฝนจนเคยชินบัดนี้เธอสามารถโค้งคำนับได้งดงามไร้ที่ติ ซึ่งกว่าจะคำนับได้อย่างทุกวันนี้หงส์สิตาต้องแลกกับเอวสะโพกที่เคล็ดขัดยอกอยู่ร่วมอาทิตย์ถึงแม้จะมีพื้นฐานการปรับบุคลิกภาพที่ลูกหลานไฮโซต้องไปเรียนเพื่อออกงานสังคมก็เถอะแต่ดีที่ร่างนี้ยังเด็กจึงไม่ยากที่จะหัดให้อ่อนช้อย หัดเดิน หัดก้าวการวางมือต่างๆ สิ่งที่ร่ำเรียนมาหงส์สิตาล้วนนำมาพลิกแพลงทั้งหมด
"ลูกแม่ มาแล้วหรือหิวหรือไม่วันนี้แม่ทำของโปรดของลูกหลายอย่างเลย"ผู้เป็มารดารีบลุกมาประคองบุตรสาวให้ลุกขึ้น นางคิดว่าชาตินี้หนี่ว์เออร์ของนางจะต้องนอนติดเตียงตลอดชีวิตเสียแล้วเมื่อเห็นบุตรีแข็งแรงขึ้นทุกวันทั้งความคิดที่เป็ผู้ใหญ่ กิริยา อารมณ์ไม่ซึมเศร้าเหมือนเมื่อยามป่วยในครานั้นที่นางมักอยากอยู่คนเดียวไม่พูดจากับใครทั้งยังอยากฆ่าตัวตายวันละหลายครั้ง ทำให้ผู้เป็บิดามารดาเศร้าใจปวดใจยิ่งนัก
"จริงหรือเ้าคะอาหารที่ท่านแม่ลงมือทำเองข้าชอบที่สุดเ้าค่ะ พูดมาท้องข้าหิวขึ้นมาเลย"หงส์สิตาพูดเอาใจมารดาทั้งยังเอามืบลูบท้องอย่างน่ารักแต่เธอก็ไม่ได้พูดเกินจริงอาหารที่ท่านแม่ทำอร่อยทุกอย่างจนตอนนี้น้ำหนักของเธอเริ่มเพิ่มขึ้นมาแล้วผิวดูมีน้ำมีนวลไม่ติดกระดูกเหมือนตอนที่เธอมาอยู่ร่างนี้ใหม่ๆ
"ปากหวานเสียจริงนะ ไปกันเถิดประเดี๋ยวท่านพ่อจะรอนาน"นางหอมแก้มบุตรสาวอย่างรักใครพลางจูงมือไปที่ห้องอาหารทันที
เมื่อหญิงสาวสองคนจูงมือกันพูดคุยอย่างสนุกสนานเสียงหัวเราะดังไปทั่วจวนบ่าวไพร่ล้วนอมยิ้มและมีความสุขกับเสียงหัวเราะเช่นกันมีเพียงบุรุษที่เป็ประมุขของจวนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะหน้าตาบูดบึ้ง
"สองแม่ลูกมีความสุขเสียจริงทิ้งให้บิดานั่งเหงาเพียงผู้เดียว"ใต้ท้าวเ้ากรมพิธีการนั่งแง่งอนใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวในถ้วยไปมาจนหงส์สิตาเอือมระอากับความขี้อ้อนของผู้เป็บิดายิ่งนักนางจึงเดินไปหอมแก้มดังฟอดจนอีกฝ่ายยิ้มดีใจไม่หุบ
"นึกว่าจะลืมพ่อเสียอีก"
"โถ่ ท่านพี่"ผู้เป็ภรรยาส่ายหน้าให้กับความขี้น้อยใจของผู้เป็สามี พลางอมยิ้มอย่างมีความสุข
"ข้าจะลืมท่านพ่อสุดที่รักได้อย่างไรเ้าคะท่านพ่อทานปลาเยอะๆ นะเ้าคะเดี๋ยวลูกป้อนให้"หงส์สิตาคีบเนื้อปลาขาวน่ากินป้อนให้ผู้เป็บิดาและมารดาเสียงหัวเราะของสามคนพ่อแม่ลูกดังไปถึงหน้าจวนเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วก็ดื่มชาเพื่อล้างปากและพูดคุยเล่นกันตามประสา
"พ่อไม่อยากให้เ้าต้องถวายตัวเป็สนมเลยและไม่อยากให้เ้าออกเรือนเลยลูกสาวเพียงคนเดียวพ่อเลี้ยงได้อยู่แล้ว"อยู่ดีๆ บิดาก็พูดเื่ถวายตัวขึ้นมาจนหงส์สิตาเริ่มคิดหนักเช่นกันสมัยนี้ยิ่งแต่งงานเร็วอยู่ด้วยถึงแม้ในชาติก่อนตัวเองจะอายุเยอะกว่านี้ก็ตามแต่หงส์สิตาก็ไม่เคยมีแฟนและไม่คิดจะมีด้วยหน้าตาเธอสวยมีแมวมองมาทาบทามก็มากผู้ชายมาจีบก็เยอะแต่เธอดันกลัวว่าผู้ชายจะเป็เช่นพ่อของเธอในโลกก่อน แต่โลกนี้เว้นท่านพ่อไว้หนึ่งคนละกัน
"ลูกยังเด็กอยู่นะเ้าคะท่านพี่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ข้าว่าอย่าเพิ่งพูดเื่นี้เถอะเ้าค่ะ"นางกลัวลูกจะเสียใจหวาดกลัวจึงไม่อยากพูดเื่นี้ถึงแม้จะเลี่ยงไม่ได้ก็ตามอย่างน้อยขอให้นางได้อยู่กับบุตรสาวให้นานกว่านี้อีกหน่อย ในวังหลวงอันตรายนักเริ่มั้แ่วันนี้นางจะต้องสอนวิธีเอาตัวรอดจากพวกดอกไม้พิษเ่าั้ผู้เป็ฮูหยินหมายมาดในใจ
"ข้าก็อยากอยู่กับท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะแต่หากจำเป็ต้องทำเพื่อครอบครัวเราแล้วข้าก็จะทำไม่บิดพริ้ว"หงส์สิตาส่งสายตาแน่วแน่ไปให้บิดามารดา เธอรู้ดีว่าสักวันคงต้องมาถึงสิ่งที่จะทำในตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเสียใจฟูมฟายเธอต้องเตรียมพร้อมรับมือสิถึงจะถูก แม้เกลียดผู้ชายมักมากมีเมียหลายคนเธอเองก็ไม่อาจทิ้งหน้าที่ของหนี่ว์หลินเฟิ่งตัวจริงและทำให้ครอบครัวใหม่ต้องลำบากอย่างแน่นอน
"หนี่ว์เออร์ หงส์น้อยของพ่อ/แม่"เสียงพูดพร้อมกันของบิดามารดาดังขึ้นพร้อมกอดร่างบางอย่างแนบเเน่น
หลังจากปลอบโยนบิดามารดาเสร็จเธอถือโอกาสขออนุญาตออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเพื่อเปิดหูเปิดตาและท่านทั้งสองก็อนุญาตพร้อมกำชับว่าอย่ากลับค่ำ จากนั้นเธอก็กลับเรือนตัวเองทันทีเพื่อไปเตรียมตัววันนี้เป็วันแรกที่เธอจะได้ไปัับรรยากาศโบราณััสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะมีใครโชคดีที่ได้มาเห็นและได้เริ่มชีวิตใหม่แบบเธอหรือไม่
"อิงอิงเดี๋ยวข้าเลือกชุดเองส่วนเ้าก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย" หงส์สิตาเดินไปหยิบชุดสีขาวเรียบๆทอด้วยผ้าไหมใยนุ่มสวมใส่สบายไม่ระคายผิว ทั้งยังให้ความอบอุ่นได้ดี มวยผมดำปักด้วยปิ่นดอกท้อสีแดงสดเรียบง่ายเพียงอันเดียวก็เสริมให้ใบหน้าของเธอโดดเด่นขึ้นมาส่วนใบหน้านั้นไม่จำเป็ต้องแต่งแต้มทาเพียงชาดสีชมพูอ่อนให้ดูสุขภาพดีก็พอแค่นี้ก็สวยน่ารักสมวัยแล้ว
"ไปกันเถอะ" พูดแล้วร่างบางก็เดินออกไปขึ้นรถมาที่รออยู่หน้าเรือนทันทีรออยู่นานก็ไม่เห็นอิงอิงเข้ามาเสียทีจึงะโเรียกอีกครั้ง
"อิงเออร์"
"เ้าค่ะคุณหนู้าสิ่งใดหรือเ้าคะ"อิงอิงถามคิดว่าคุณหนูลืมสิ่งใดจะได้รีบไปหยิบให้ทันที
"ข้ามิได้ลืมแต่เ้าต่างหากที่ลืม" หงส์สิตาเอ่ยหยอกเย้า
"บ่าวหรือเ้าคะ"อิงอิงทำหน้าตาครุ่นคิดอย่างหนัก จนหงส์สิตาอดขำไม่ได้
"ข้าบอกเ้าแล้วให้มานั่งข้างในกับข้าเ้าลืมแล้วหรือ"หงส์สิตาทำหน้าดุจริงจังที่เห็นสาวใช้ตัวน้อยช่างถ่อมตัวจะเดินตามรถม้าระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ เดินไปอาจจะเท้าแตกก่อน ทั้งอากาศด้านนอกยังเย็นขนาดนี้
"ไม่ได้เ้าค่ะข้าน้อยเป็บ่าวจะตีตนเสมอคุณหนูได้อย่างไร" อิงอิงทำหน้าคิดหนักไม่มีสาวใช้บ้านเรือนไหนที่นั่งในรถม้ากับคุณหนูเยี่ยงนี้ถ้าคุณหนูบางคนใจดีหน่อยก็จะให้นั่งหน้ารถม้าหากแต่ไม่เคยให้นั่งในรถม้าเช่นนี้มาก่อน
"เผื่อข้าไม่สบายอย่างไรล่ะเ้าจะปล่อยข้าไว้คนเดียวหรือ"หงส์สิตาหลอกล่อจนอิงอิงเข้ามานั่งด้านในสำเร็จจึงมุ่งหน้าสู่ตลาดทันที
ตลาดของยุคโบราณน่าตื่นเต้นมากของกินมากมายเลือกไม่ถูกก็เลยกินแทบทุกอย่างไม่คิดว่าผู้คนจะนิยมมาเดินตลาดแบบนี้เช่นกัน ถ้าโลกก่อนคงเรียกว่า 'ถนนคนเดิน' เพราะมีขายทั้งของกิน ของใช้เครื่องประดับ สักพักหงส์สิตามองเห็นสิ่งที่เป็เหมือนผลไม้เคลือบด้วยน้ำตาลที่เรียกอะไรไม่รู้ไม่เคยเห็นมาก่อนแต่น่ากินจึงตั้งหน้าตั้งตาเดินอย่างเดียวรู้ตัวอีกที่ร่างบางก็ลอยกลิ้งไปตามพื้นหญ้าเสียแล้ว
'ใครชนฉันเนี่ย' ได้แต่คิดในใจ
"คุณหนู!!!"