นายท่านเจ้าขา โปรดรักข้าเถิด (มีอีบุ้ก)

    ตอน 31 อย่าลืมข้า

    ตอน 31 อย่าลืมข้า

    ณห้องมืดที่ใช้ขังชิงเหนียน 

    "จ้านจวิ้น!!ข้าอุตส่าห์เชื่อฟังและเล่นละครตามน้ำร่วมกับเจ้า...ไม่คิดว่าเจ้าเองจะไม่เคยเห็นอกเห็นใจข้าเลย มิหนำซ้ำยังแทงข้างหลังจนข้าเจ็บปวดเจียนตาย"ชิงเหนียนเจ็บปวดในรัก เกิดฝังใจไม่อยากรักใคร่ชายผู้นี้อีกแล้ว 

    "ทวยเทพทั้งหลายเมื่อไหร่ท่านจะรับข้ากลับไป"ชิงเหนียนนอนหายใจรวยรินเยี่ยงคนสิ้นหวัง ผูกจิตอธิษฐานถึงเทพผู้คุ้มครองกระทั่งหลับไปในดงความมืด

     

    เวลา 5.30น. ยามย่ำเช้าที่ฟ้ากำลังสางเปลี่ยนแสง 

    "หูป๋อ... เครื่องรบที่ข้าสั่งให้จัดเตรียม...พร้อมหรือยัง" จ้านจวิ้นแต่งตัวรอเข้าพิธีแต่งงานตั้งแต่เที่ยงคืน

    "เรียบร้อยแล้วขอรับ..  " 

    "ดี... นับจากนี้ 7 วันสงครามใหญ่จะพร้อมดำเนินการ ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว"จ้านจวิ้นเดินวนไปมาคิดหาวิธีที่จะเอาใจรั่วฟ่าน 

    "องค์ชายขอรับนี่ก็เข้าวันที่สองแล้วที่สนมชิงถูกขังในห้องมืด...องค์ชายมีกำหนดการจะปลดปล่อยนางเมื่อไหร่หรือ"หูป๋อแม้จะงานราชการรัดตัวเขาเห็นเจียเจียทุกข์ใจ ชายที่เป็นคนรักอย่างเขาก็แอบกังวล 

    "ไม่นานนักหรอก เสร็จสิ้นพิธีนี้ข้าก็จะไปปลดปล่อยนางด้วยตนเอง" จ้านจวิ้นอยากจะปล่อยนางตั้งแต่ตอนนี้ด้วยซ้ำแต่เขาไม่ต้องการให้นางต้องมาเห็นฉากแต่งงานที่แสนบาดตาบาดใจรอให้พ้นค่ำคืนนี้ไปก่อน เขาจะปลดกลอนประตูเข้าหานางด้วยตัวเอง

    **********

    เสียงแตรจากงาช้างถูกเป่าดังก้องเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงฤกษ์มงคลที่ได้เริ่มขึ้นคู่บ่าวสาวจูงมือจากบรรใดเบื้องล่างกว่าร้อยขั้นโดยเจ้าสาวเป็นผู้จูงมือสามีที่ตาบอด 

    "องค์ชายรอง... หลังจากเสร็จพิธีข้าขอให้เราอยู่กันอย่างเป็นมิตร... อย่าได้รังแกระลานข้า "ระหว่างที่จูงมือกันเดิน ยังไม่ใกล้ถึงแท่นพิธี รั่วฟ่านผู้ที่ยังไม่เคยเห็นหน้าว่าที่สวามีตัวเป็นๆนางชิงกล่าวตัดบทไปเสียก่อน เพราะในความคิดนางนั้นองค์ชายรองผู้นี้ทั้งวิปลาสและน่าเกลียดน่ากลัวนางไม่ต้องการร่วมรักหรือมีสัมพันธ์ใดที่ยอมแต่งเข้ามาที่นี่ก็เพื่อชาวประชาทั้งนั้น

    "เหตุใดชายายอดรักด่วนตัดสินข้านักล่ะ...จ้านจวิ้นทำสิ่งใดให้ภรรยาไม่พอใจหรือ" จ้านจวิ้นกระซิบข้างหูนางเบาๆ ทำเสียงอ่อนเสียงหวานเอาใจสตรี 

    "ขอกล่าวตามตรง ข้าไม่อาจมีใจรักท่านได้เพราะข้ามีชายอื่นที่หมายปองไว้อยู่แล้ว...ชายผู้นั้นแม้จะตาบอดสนิทเช่นเดียวกับท่าน อารมณ์รุนแรงไปเสียหน่อยแต่ข้านั้นชมชอบเขานัก "

    "ชมชอบถึงขนาดที่ว่าไม่อาจเปลี่ยนใจไปรักผู้ใดได้อีก"น้ำเสียงของนางที่พูดถึงชายผู้นั้นชวนให้สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นแววตาของนางที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงแวววาวเป็นประกายประดุจหมู่ดาว

    "หึ... ชายตาบอดงั้นเหรอ ในวังแห่งนี้...เห็นทีจะมีแค่ข้าผู้เดียว... เช่นนั้นสามีผู้นี้พอจะเป็นชายที่ชายากล่าวถึงได้หรือไม่"จ้านจวิ้นหยุดก้าวเท้าเดิน ทำให้นางต้องหยุดชะงักลงไปด้วย 

    จังหวะนั้น เขาไม่สนใจแขกในงานยกมือสองข้างโอบคลุมไหล่ให้นางหันตัวมองซึ่งๆหน้า 

    "นี่ท่านจะทำอะไรของท่านน่ะ"รั่วฟ่านเคร่งเรื่องขนบธรรมเนียมเป็นที่สุด นางเริ่มจะไม่พอใจที่ว่าที่สวามีดื้อดึงทำตัวเป็นเด็กๆ 

    "ชายาข้า ใจเย็นลงก่อน "จ้านจวิ้นค่อยๆหยิบผ้าคลุมหน้าสีแดงของเจ้าสาวออกช้าๆและแล้วท้ายที่สุดรั่วฟ่านก็ได้เห็นโฉมหน้าของสวามีอย่างเต็มสองตา

    "นี่... ท่านคือ... " รั่วฟ่านดีใจมากอึ้งจนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าสวามีที่ตนรังเกียจ จะกลายเป็นคนเดียวกับที่ตนปรารถนา

    "เห็นเช่นนี้แล้ว ชายายอดรักพอจะมอบกายถวายใจแก่สามีอย่างข้าได้หรือไม่" จ้านจวิ้นขยันเอาใจนางยกใหญ่ 

    "ไปเถอะ เสด็จพ่อรอนานแล้ว"หลังจากที่ทำให้นางอึ้งได้สำเร็จจ้านจวิ้นก็กระตุ้นสตินางด้วยการยกผ้าคลุมหน้าลงเช่นเดิมกระตุกชายอาภรณ์ของนางเบาๆ 

    พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างโอ่อ่าเสร็จสิ้นลงยามค่ำคืน ทุกอย่างราบรื่นแต่โดยดีราวถูกเสกสั่ง เจ้าสาวป้ายแดงนั่งรออย่างตั้งใจราวกับว่าวันนี้ข้าจะเสียตัวให้เขาจงได้ ในตำหนักเรือนหอที่ตกแต่งไปด้วยโคมไฟสีแดง

    "ชายาที่รัก... รอข้านานหรือไม่"จ้านจวิ้นถูกบ่าวประคองเข้าไปส่งถึงปลายเตียง 

    "ต่อให้รอท่านทั้งชีวิตข้าก็ยินดี"รั่วฟ่านกลับคำ เปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือนางค่อยๆจับกุมมือจ้านจวิ้นให้เปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกเองตามธรรมเนียม

    "หลังจากนี้ไป ข้าจะเป็นสวามีของเจ้า...ชายายอดรัก เจ้ารับปากข้าได้หรือไม่ ว่าเจ้าจะเคียงข้างข้าตลอดไปต่อให้ข้าพบเจอเรื่องหนักหนาอะไรก็ตาม" จ้านจวิ้นจงใจพูดจาออดอ้อนนางยกใหญ่

    "รั่วฟ่านขอเคียงท่านตลอดไป"นางทำเสียงอ่อนหวาน เอียงหัวลงซบ-อกจ้านจวิ้นอย่างดิบดีมือไม้ซุกซนล้วงมุดเข้าใต้ซอกหลืบในอาภรณ์มังกรเลี่ยมทองของจ้านจวิ้น 

    "ชายาข้า... เจ้ารีบร้อนหรือไรข้านั้นหิวน้ำเสียเหลือเกิน อีกทั้งพิธีมงคลของเรายังมิเสร็จสิ้นสองสามีภรรยาควรร่วมคล้องแขนดื่มเหล้ามงคล"จ้านจวิ้นเห็นแล้วว่านางเริ่มจะมือไวซุกซน เขาพูดตัดบทเพื่อเบี่ยงประเด็นทันที

    "อึ้ก" จ้านจวิ้นอาศัยจังหวะที่นางเดินไปหยิบกาเหล้าเทลงจอกเขากระแทกหลังมือฟาดลงที่ท้ายทอยของนางหนึ่งหน กระทั่งรั่วฟ่านหมดสติไป 

    "หูป๋อ... มาพาร่างนางขึ้นเตียงใหญ่จำลองสถานการณ์ให้ดี ราวกับว่าคืนนี้ข้าได้เสียกับนาง"จ้านจวิ้นคนหัวหมอออกคำสั่งให้หูป๋อจัดการแทนทั้งหมด ส่วนตนรีบไปยังตำหนักพู่หยวนเพื่อปล่อยชิงเหนียนที่รักออกจากห้องมืด

     

    ...แคร่ก... เสียงบานประตูดังเบา มันถูกแง้มออกช้าๆ 

    "ออกมาได้แล้วหมดเวลาของเจ้าแล้ว"จ้านจวิ้นคิดถึงชิงเหนียนแทบแย่แต่ก็ยังทำเป็นปากแข็งร้ายกาจกับนาง

    "นายท่าน...เหตุใดท่านถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน" ชิงเหนียนต้องการเอ่ยถามให้แจ้งแก่ใจ

    "ข้ามีเรื่องบางอย่างที่ต้องสะสางข้ายังบอกเจ้าตอนนี้ไม่ได้" จ้านจวิ้นยืนมือขัดไขว้หันหลังพูดคุยกับนาง

    "ต่อไปนี้ตำหนักพู่หยวนจะไม่ได้มีแค่เจ้าที่เป็นสตรีของข้า... ข้าแต่งชายาเข้าวังแล้วหากนางมาที่นี่เจ้าก็จงอย่าได้คิดร้ายกับนาง"จ้านจวิ้นรู้ว่าหากพูดไปแล้วนางจะเจ็บปวดใจไม่น้อย แต่เขาก็ยังฝืนใจพูด

    "นายท่านเจ้าขาโปรดรักข้าเถิด..."ชิงเหนียนเดินเยี่ยงคนอ่อนแรง โอบกอดจ้านจวิ้นจากด้านหลังเอ่ยคำพูดที่สุดแสนจะอ้อนวอน

    "ชิงเหนียน... มิใช่ว่าข้าไม่รักเจ้าแต่สักวันหนึ่ง...เจ้าจะเข้าใจ" จ้านจวิ้นสลัดแขนนางออก ไม่แม้แต่จะชายตามอง 

    หลังจากปลดปล่อยชิงเหนียนให้เป็นอิสระจากห้องมืดเขามุ่งหน้าไปยังโรงพนันอี๋หงเพื่อตระเตรียมกองทัพสำหรับการใหญ่ทว่าชิงเหนียนกลับเข้าใจผิด คิดว่าจ้านจวิ้นกลับไปร่วมรักกับชายาในเรือนหอ

    "คำร้องขอครั้งสุดท้าย... ข้าอ้อนวอนท่านแล้วถึงขนาดนั้นท่านยังยืนยันจะทอดทิ้งข้า เช่นนั้นวังหลวงคงไม่เหมาะสมกับข้าอีกต่อไป"ชิงเหนียนเสียใจมาก วินาทีนั้น นางไม่นึกถึงใครเลยจะนึกถึงก็เพียงแต่คำพูดของหยางเค่อ

    "หากข้าเชื่อหยางเค่อแต่แรกก็คงดีข้าก็คงไม่ต้องมาเสียใจทุกข์ระทมอยู่เช่นนี้" ชิงเหนียนเริ่มมีความคิดที่จะหนีออกจากรั้ววังหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหยางเค่อเพื่อรอวันที่ทวยเทพจะมารับนางคืนสู่โลกที่ควรจะไป

    "ข้าคิดว่าท่านจะถนอมข้าไปชั่วชีวิตอย่างที่พูดที่จริงมันก็แค่ลมปาก"ชิงเหนียนสิ้นหวังเก็บของที่มีน้อยนิดแอบหนีออกจากวังหลวงยามกลางดึก

    "หึ... ท่านเกลียดข้าอย่างไร้เหตุผลท่านมันชายชั่วไร้ใจ ช่างเป็นชายที่วิปลาสสมชื่อ"ระหว่างที่กำลังจะหนีไปชิงเหนียนเหลือบไปเห็นแปลงดอกไม้ที่ตั้งใจปลูกพบว่ามาเละเทะอีกครั้ง มิหนำซ้ำดอกไม้ยังโดนตัดออกจนเกลี้ยง ชิงเหนียนเข้าใจผิดคิดว่าจ้านจวิ้นเป็นผู้ออกคำสั่งให้ข้าทาสลงมือเพราะที่ตำหนักพู่หยวนแห่งนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถเข้าออกตามใจได้ผู้เดียวที่จะสร้างความเสียหายได้มากขนาดนี้ เห็นทีจะเป็นจ้านจวิ้นผู้เดียว

    "เกลียดข้า ก็ไม่ควรทำลายสิ่งที่ข้าหวงแหนเพียงเท่านี้ข้าก็ได้คำตอบแน่วแน่ ว่าจะขอตัดใจจากท่านให้ได้"ชิงเหนียนบีบมือแน่น เบือนหน้าที่อาบน้ำตา หันหลังให้ตำหนักพู่หยวน 

     

    คล้ายกับเรื่องนายท่านเจ้าขา โปรดรักข้าเถิด (มีอีบุ้ก) ที่คุณอ่าน