Chapter 20 : #โรสโป๊ะแตก
โรสเม้มริมฝีปากของตัวเองพร้อมกับที่มีเสียง เป๊าะ ดังขึ้นมา ก่อนที่จะวางแท่งลิปสติกสีชมพูโอรสที่เพิ่งจะทาริมฝีปากตนไปเมื่อสักครู่ลงบนเคาน์เตอร์
เมื่อส่องกระจกดูก็เผยให้เห็นถึงหญิงสาวที่มีใบหน้าที่งดงาม ผมตรงสีบลอนด์ซึ่งถูกย้อมมาจากน้ำยาคุณภาพดีของร้านเสริมสวยชื่อดัง คิ้วที่กันได้อย่างสวยงามและไม่บิดเบี้ยวหรือแหว่งตรงไหน สันจมูกโด่งเรียวรับกับโครงหน้า ดวงตากลมโตกับคอนแทกต์เลนส์ลายโปรดที่เข้ากับลุคการแต่งหน้าของเธอในวันนี้
“เพียงเท่านี้ ลุคหวานๆ อมเปรี้ยวพร้อมออกไปแรดข้างนอกของโรสก็เป็อันเสร็จแล้วค่ะทุกคน”
กล่าวจบประโยคก็พลันหันไปหาลูกบอลกลมๆ สีดำขนาดเท่าลูกเทนนิสซึ่งลอยอยู่เบื้องหน้าของเธอ ที่ใจกลางของลูกบอลดังกล่าวมีเลนส์กล้องติดเอาไว้อยู่ นี่คืออาติเฟค (Artifact) หรืออุปกรณ์เวทมนตร์ที่มีชื่อว่า คาเมร่าบอล มันถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ มีคุณสมบัติเหมือนกล้องถ่ายรูป/วิดีโอทุกประการ โดยมีฟังก์ชันเพิ่มเติมก็คือมันสามารถลอยตามเ้าของได้ ทำให้สะดวกในการถ่ายภาพ/วิดีโอมากยิ่งขึ้น
หลังจากหญิงสาวหันไปโพสต์ท่าสวยๆ ใส่กล้องแล้ว เธอจึงมองไปที่ข้างๆ ของคาเมร่าบอลซึ่งมีแท็บเล็ตขนาดเอสี่ลอยอยู่ข้างๆ เช่นเดียวกัน บนหน้าจอของแท็บเล็ตดังกล่าวคือวิดีโอไลฟ์สดของเธอพร้อมกับคอมเมนต์มากมายที่คนดูหลายพันคนที่ต่างพากันส่งมาคอมเมนต์ถามไถ่ต่างๆ
[บุษบาเกิดมากับความสดใส] : พี่โรสวันนี้ก็สวยอีกแล้ว
[CherriChariya] : สวยเยี่ยวแตกมากเลยรูกกก
[หอยทากตะคริวกิน] : สีลิปสวยมากแม่!
[กาลครั้งหนึ่งคิดถึงตลอดปัย] : ชอบสีแก้มกับสีตามากเลยค่ะ
[Nam Mon] : พี่โรสวันนี้จะแต่งตัวไปไหน หนูเพิ่งเข้ามาดูอ่า
[ผมขายเงาะ ซื้อบ่ครับ] : น้องโรสแฟนพี่สวยที่สุด
[CherriChariya] : @ผมขายเงาะ ซื้อบ่ครับ หมั่นมากกล้าเรียกลูกชั้นว่าแฟน!
[หอยทากตะคริวกิน] : @ผมขายเงาะ ซื้อบ่ครับ จีงง ทำไมหมั่นหน้าขนาดนี้
เธอขำในลำคอเมื่อเห็นคอมเมนต์ดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปก่อนที่หญิงสาวอ่านคอมเมนต์อันอื่นไปเรื่อยๆ พลางตอบคำถามจากคนดูเื่ชื่อแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่เธอใช้ในวันนี้สำหรับคนมาไม่ทันดูตอนที่เธอแต่งหน้า บางครั้งเมื่อเห็นคอมเมนต์ถามเื่ว่าเครื่องสำอางตัวไหนใช้ดี เธอก็จะตอบไปบ้างเช่นกัน
“เอาล่ะค่ะ นี่ก็บ่ายแล้ว วันนี้่ตอบคำถามเกี่ยวกับเื่สวยๆ งามๆ หมดแล้วนะคะ สำหรับใครที่มาไม่ทันไว้ถามรอบหน้าเนอะ” เอ่ยเสียงหวานออกไป
“แต่ทุกคนอย่าเพิ่งหนีโรสไปไหนน้า วันนี้โรสจะพาทุกคนไปสถานที่ลับ” ทำมือป้องปากไว้ก่อนจะกระซิบเข้าหากล้อง หรี่ตาพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
[Nam Mon] : ไปไหนคะพี่โรส วันนี้จะไปดันเจี้ยนสตูดิโออีกรึเปล่า คราวที่แล้วสนุกมาเลยค่ะ หนูชอบตอนพี่ปาดอกกุหลาบที่สุด
โรสมองคอมเมนต์ของคนดูของเธอคนหนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา แล้วกล่าวขึ้น “น้องน้ำมนต์ตอบถูกแล้ว วันนี้พี่ก็จะไปพวกเราทุกคนเข้าไปดูดันเจี้ยนสตูดิโอที่หนึ่ง อุบไวก่อนนะว่าที่ไหนแต่จากแหล่งข่าวสุดสวยของพี่ ร้านนี้พิเศษมาก หึหึ”
โรส หญิงสาวอายุสิบเก้าปี ขณะนี้เธอเป็นักศึกษาปีที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ พ่อของเธอเป็ทหารมียศ ส่วนแม่นั้นเป็แม่บ้านธรรมดาๆ อยู่บ้าน วันว่างๆ นอกจากที่เรียนแล้วก็คือการเป็บิวตี้บล็อกเกอร์และไลฟ์สดถ่ายวล็อก (Vlog) ยามไปสถานที่ต่างๆ โดยที่ที่เธอมักไปบ่อยเป็ที่สุดก็คือดันเจี้ยนสตูดิโอดังๆ
การเป็บิวตี้บล็อกเกอร์ในยุคนี้นั้นเป็เื่ง่ายๆ ใครๆ ก็สามารถเป็ได้ ขอแค่แต่งหน้าใช้ได้และมีกล้องถ่ายเท่านั้น แต่การจะทำให้ตัวเองมียอดผู้ติดตามและยอดวิวสูงได้มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน บางคนก็เน้นสายสวยงามไปเลย บางคนก็เน้นไปในทางตลก บางคนก็มาแนวแปลก
ส่วนโรสนะเหรอ หญิงสาวเน้นวล็อกเข้าดันเจี้ยนสตูดิโอซึ่งอาจจะไม่ใช่เื่แปลกใหม่อะไร มีผู้วิเศษมากมายที่หารายได้จากการทำคลิปวิดีโอตอนต่อสู้ในดันเจี้ยนสตูดิโอลงยูทูป เธอเองก็เช่นกันแต่สิ่งที่ทำให้เธอเด่นและมีความพิเศษกว่าคนอื่นก็คือ ตัวโรสนั้นเป็เบนเดอร์ชนิดที่หายาก วูดเบนเดอร์ (Wood Bender) เอสเปอร์สายเบนเดอร์ที่มีความสามารถในการควบคุมต้นไม้ได้อย่างใจนึก อีกทั้งยังสามารถเร่งการเจริญเติบโตของไม้นานาพรรณได้ในพริบตา
หญิงสาวใช้จุดเด่นตรงนี้ของเธอในการเรียกความสนใจจากผู้คน และเมื่อวานนี้เพื่อนสนิทของเธอก็ทักมาบอกข่าวดีอันน่าเหลือเชื่อว่ามีดันเจี้ยนสตูดิโอแห่งหนึ่งซึ่งมีความพิเศษมากๆ เพราะดันเจี้ยนสตูดิโอดังกล่าวสามารถทำให้เบนเดอร์อย่างเธอสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้
เป็ที่รู้กันดีว่าการที่เบนเดอร์คนหนึ่งจะแข็งแกร่งขึ้นได้นั้นเป็เื่ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยในยุคนี้ เพราะมอนสเตอร์บนโลกนี้นั้นเหลือน้อยเข้าไปเต็มที ต่อให้ใช้อำนาจจากพ่อของเธอซึ่งเป็ทหารยศใหญ่ก็ไม่อาจจะสามารถหามอนสเตอร์มาให้กับเธอได้
“ออกมาจากปากยัยน้ำได้ ความน่าเชื่อถือถือว่าสูงทีเดียว” เอ่ยออกมาเสียงแ่พลางนึกถึงใบหน้าของเพื่อนสนิทของเธอ
ใช่ โรสคือเพื่อนสนิทของน้ำหนึ่ง วอเทอร์เบนเดอร์ผู้ควบคุมน้ำซึ่งถูกยกย่องว่าเป็เบนเดอร์รุ่นใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ พวกเธอทั้งสองคนรู้จักกันเป็อย่างดีเนื่องจากทั้งคู่มีอาจารย์คนเดียวกัน เรียนมาพร้อมกันั้แ่เด็กๆ ทำให้ทั้งคู่เป็ทั้งเพื่อนสนิทและคู่แข่งในเวลาเดียวกันแม้ความสามารถในการต่อสู้ของโรสจะไม่อาจเทียบเท่ากับน้ำหนึ่งได้ก็ตาม
โรส้าไปที่ดันเจี้ยนสตูดิโอดังกล่าวเพื่อพิสูจน์สิ่งที่เพื่อนสนิทของตนบอก เธออยากรู้ว่าดันเจี้ยนในสตูดิโอแห่งนั้นสามารถมอบพลังชีวิตให้กับเธอได้จริงไหม ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของน้ำหนึ่งแต่เพราะการได้รับพลังชีวิตหลังจากสามารถจัดการมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนของสตูดิโอนั้นเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อเกินไปต่างหาก
โรสมองดูเสื้อผ้าของตัวเองที่กำลังสวมใส่ในกระจกอย่างถี่ถ้วนเพื่อดูว่าไม่ได้ลืมใส่เครื่องประดับชิ้นใดไป ก่อนจะหันไปหยิบแหวนเวทมนตร์ขึ้นมาสวมที่นิ้วชี้ข้างขวา เธอหันไปมองกล้องก่อนจะพูดขึ้น “ไปค่ะทุกคน”
เป็เื่ปกติที่หญิงสาวมักไลฟ์สดเวลาขับรถไปยังสถานที่ต่างๆ และคนดูของเธอก็ชอบวิธีนี้เป็อย่างมาก ไม่เหมือนกับคนจากช่องอื่นๆ ที่ต้องรอให้ถึงที่หมายก่อนแล้วค่อยเปิดไลฟ์ การที่โรสทำแบบนี้ทำให้พวกเขารู้สึกว่ามันเข้าถึงง่ายกว่าเพราะในขณะที่ขับรถ เวลาที่ติดไฟแดง โรสก็มักจะหันไปมองคอมเมนต์และคอยตอบคำถามอย่างยิ้มแย้ม แม้จะเจอคำถามกวนอารมณ์ก็เป็บางบางคราวก็ตาม
รถยนต์คันขาวจอดเทียบทางเท้าอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวเปิดประตูเดินออกมาพร้อมกับคาเมร่าบอลและแท็บเล็ตที่ลอยได้ สายตามองไปยังป้ายชื่ออันใหญ่ซึ่งถูกแขวนไว้ข้างบนก่อนจะอ่านชื่อร้านดังกล่าวในใจ ออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอ
“และแล้วเราก็มาถึงที่หมายกันแล้วนะคะ ทาดา!!” พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสดใสก่อนจะแพนกล้องไปที่ป้ายร้านเพื่อให้คนดูของเธอเห็น
“ที่นี่คือออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอค่ะ เป็สตูลับที่น้อยคนนักจะรู้จัก นี่ถ้าโรสไม่มีวงในมาบอกข่าวละก็นะ โรสไม่มีวันรู้เลยว่าแถวนี้มีสตูดิโอดันเจี้ยนพิเศษๆ แบบนี้อยู่ ถามว่าพิเศษแบบไหนเหรอคะ มาค่ะ เข้าไปดูกันเลย”
มือสวยดันประตูกระจกใสก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอย่างมั่นใจ เมื่อเดินเข้าไปก็ต้องประหลาดใจกับบรรยากาศหรูหราของสไตล์การตกแต่งภายใน ที่เด่นสะดุดตาเธอที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแชนเดอเรียอันหรูหราที่ห้อยอยู่ใจกลางสตูดิโอแห่งนี้
ข้างในดันเจี้ยนสตูดิโอดูดีกว่าที่เธอคิดไว้มาก มองไปรอบๆ ก็พลันเห็นกลุ่มชายชรากำลังนั่งคุยกันอย่างเมามัน มองไปอีกทางก็เห็นกลุ่มชายชุดดำยืนนิ่งสนิทเรียงกันเป็แนวหน้ากระดาน ส่วนที่หน้าเคาน์เตอร์มีเด็กหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วนกำลังนั่งกินข้าวราวกับว่าถ้าเขาเผลอเมื่อไหร่จะมีใครแย่งข้าวในจานนั้นไปกิน
“มาใช้บริการเหรอคะ” เสียงหวานดังขึ้นไม่ไกลจากเธอ
โรสใเล็กน้อยเมื่อหันไปยังต้นเสียงที่เข้ามาใกล้เธอตอนไหนก็ไม่ทราบ เผยให้เห็นถึงหญิงสาวในชุดวันพีชสีขาวหน้าตาดี อีกฝ่ายส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้เธอ
“ค่ะพี่” โรสตอบกลับไปก่อนที่มายจะอธิบายรายละเอียดต่างๆ ของดันเจี้ยนทั้งสามให้หญิงสาวฟัง
ข้อมูลของดันเจี้ยนสองแห่งแรกเธอรู้อยู่แล้วเพราะเพื่อนสนิทของเธอบอกรายละเอียดมาให้ฟังทั้งหมดแล้ว แต่ที่หญิงสาวยังคงให้อีกฝ่ายอธิบายเพราะจะให้คนดูของเธอรู้รายละเอียดเกี่ยวกับดันเจี้ยนของสตูดิโอแห่งนี้ แอบประหลาดใจอยู่บ้างเมื่อได้ยินว่าวันนี้มีดันเจี้ยนแบบใหม่เปิดให้บริการ
ระหว่างที่โรสกำลังฟังคำอธิบายอยู่นั้น ที่ช่องคอมเมนต์จากไลฟ์ของเธอก็พลันไหลเป็น้ำ
[แท่งหรรษา] : สวยโคตร!
[เอาชื่ออากงเป็เดิมพัน] : พี่โรสขอไลน์พี่เขาให้ผมหน่อย ผมจะจีบ!
[หอยทากตะคริวกิน] : สวยมากอะแม่!
[Nam Mon] : @หอยทากตะคริวกิน สวยจริงค่ะ สวยมาก
[เจ๊ล่ะเบื่อ] : @แท่งหรรษา @เอาชื่ออากงเป็เดิมพัน พวกผู้ชายนี่นะ อ่านชื่อไอดีชั้น! - - ‘’
[หน้าตาดี มีไม้กวาดขับ โทรศัพท์ถ่ายรูปได้] : @เจ๊ล่ะเบื่อ พวกผู้หญิงเงียบๆ ไปเหอะ
โรสมองาคอมเมนต์ย่อมๆ ผ่านทางแท็บเล็ตลอยได้ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างน้อยเหนื่อยกับเหล่าคนดูสุด’ น่ารัก’ ของเธอ
“อะใช่ วันนี้นอกจากดันเจี้ยนโรงฝึกที่เปิดใหม่แล้ว ยังมีแบล็กสมิธช็อปเปิดใหม่ที่ชั้นใต้ดินด้วยค่ะ สามารถเข้าได้โดยเปิดแอปฯ ของทางร้านเพียงแค่สแกนป้ายเท่านั้น” เสียงหวานกล่าว
‘แอปฯ ที่ยัยน้ำบอกสินะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อแอปฯ ว่าออตเทอเรีย’ คิดขึ้นก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนของตนขึ้นมาโหลดแอปพลิเคชันดังกล่าว
“ทุกคนดูโลโก้แอปฯ นี้สิ น่ารักจัง” เอ่ยขึ้นพร้อมกับโชว์หน้าจอโทรศัพท์ของตนเพื่อให้คนดูของเธอมองเห็นรูปตัวนากซึ่งเป็โลโก้ของแอปพลิเคชัน
หลังจากนั้นโรสก็ถามกับอีกฝ่ายว่าเธอสามารถถ่ายวิดีโอข้างในสตูดิโอได้หรือเปล่า เมื่อได้คำตอบเป็การพยักหน้า สีหน้าอันเปี่ยมสุขก็แสดงออกมา เนื่องจากมีไม่มากนักที่ร้านแนวนี้จะให้ถ่ายวิดีโอเนื่องจากพวกเขาไม่อยากให้ร้านอื่นเห็นดันเจี้ยนของตัวเอง
กล่าวขอบคุณหญิงสาวในชุดวันพีชก่อนจะรีบปรี่เดินไปยังชั้นใต้ดิน สแกนป้ายรูปตัวนากตามที่หญิงสาวบอก
“ว้าว!” อุทานออกมาเมื่อตนเข้ามาโผล่ที่แบล็กสมิธช็อป
“ทุกคน! เห็นนี้ไหมคะ คลังอาวุธล่ะ” ะโขึ้นพร้อมกับแพลนกล้องไปยังตู้กระจกใสมากมายซึ่งภายในมีอาวุธและชุดเกราะบรรจุเอาไว้อยู่
[ฮาตึงว่าแล้ว] : ของจริงเหรอนั่น!!?
[กาลครั้งหนึ่งคิดถึงตลอดปัย] : ตั้งขายแบบนี้ได้เลยเหรอ ผิดกฎหมายไหมอะ เ้าของร้านจะไม่โดนรัฐบาลอุ้มไปนั่งยางเหรองี้
[คนเลวที่รักเธอ] : @กาลครั้งหนึ่งคิดถึงตลอดปัย ไม่ได้ฟังที่พี่สาวคนสวยคนมะกี้บอกเหรอ ชุดพวกนี้เป็อุปกรณ์พิเศษ ใส่ได้แค่เฉพาะในดันเจี้ยนของสตูนี้
[หน้าตาดี มีไม้กวาดขับ โทรศัพท์ถ่ายรูปได้] : ดาบเล่มนั้นเงามาก อยากได้เลยค้าบ
[Nam Mon] : เสื้อคลุมแม่มดสีขาวลายสวยดีอะ
“ใช่มะใช่มะน้องน้ำมนต์ สวยดีอะ” หญิงสาวตอบกลับคนดูเ้าประจำของเธอพลางชี้นิ้วแตะๆ ไปที่ตู้กระจกซึ่งด้านในมีชุดคลุมแม่มดตั้งไว้ มันมีสีขาวและลวดลายสีชมพู ให้ความรู้สึกว่าถ้าได้ใส่แล้วคงน่ารักไม่หยอก
“ไหนพนักงานนะ จะถามราค-” กล่าวออกไปได้ครึ่งประโยคเท่านั้นก่อนจะต้องใเมื่อเห็นบางสิ่งที่กำลังคืบคลาน ไม่สิ คงต้องบอกว่ากำลังเดินสองเท้าเข้าไปหาตน
“ตัวอะไรเนี่ย!!” ะโออกมาด้วยความใ
เบื้องหน้าของเธอคือนากสูงกว่าร้อยห้าสิบเิเ โรสก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวโดยอัตโนมัติเนื่องจากใกับตัวประหลาดที่กำลังเดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ
“ใอะไรแม่หนู ข้าไม่ใช่ผีสักหน่อย” เสียงแหบกล่าวออกมา
‘หนักกว่าเจอผีอีก!’ เธอคิดในใจ
หลังจากนั้นคุณลุงสมิธจึงแนะนำตัวว่าเขาคือใคร มีหน้าที่อะไรที่นี้และบอกรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับแบล็กสมิธช็อปแห่งนี้ให้กับหญิงสาวฟัง
โรสถอนหายใจโล่งอกออกมาเมื่อได้รู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเธอคือไอเอ (คิดไปเอง) ของสตูดิโอแห่งนี้
“แสดงว่ายังซื้อชุดนี้ไม่ได้สิเนี่ย” หญิงสาวหันไปทำหน้าเศร้าใส่กล้องพลางทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมา
[รู้ไหมใครฆ่าอารยา] : แง อยากได้อะ ชุดสวย
[ถั่วงอกเป็ฆาตกร] : ไอเอร้านนี้เจ๋งอะ
[Nam mon] : ลุงนากน่ารักอะ น่ากอดด้วย
[ผมขายเงาะ ซื้อบ่ครับ] : อยากเห็นน้องโรสแฟนของพี่ใส่จัง
[เจ๊ล่ะเบื่อ] : ไอเอทำเหมือนจริงมาก สัญญาถ้าได้กอดจะหายเบื่อ!
หญิงสาวไล่อ่านคอมเมนต์ก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสเช่นเคย “ไหนๆ ก็ยังซื้อของในนี้ไม่ได้ งั้นเราไปล่าเหรียญออตเทอเรี่ยนกันทุกคน แล้วเก็บเหรียญมาซื้อชุดคลุมตัวนี้ใส่” พร้อมกับใช้โทรศัพท์สมาร์ตโฟนของเธอสแกนไปที่ป้ายรูปตัวนากเพื่อออกจากแบล็กสมิธช็อปโดยมีเป้าหมายต่อไปคือดันเจี้ยนในสตูดิโอแห่งนี้
จัดการเดินไปจ่ายเงินก่อนจะเดินเข้าไปที่สเตชัน ไม่มีการเปลี่ยนชุดใดๆ เกิดขึ้น ยกโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนป้ายรูปตัวนากพร้อมกับเข้าดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถด้วยชุดไปรเวทที่ใส่อยู่อย่างหน้าตาเฉย
“สมจริงเหมือนที่ยัยน้ำบอกจริงๆ ด้วย” อดอุทานออกมาไม่ได้เมื่อได้มาัักับบรรยากาศโดยรอบ
แต่ทันใดนั้นเองเธอก็ััได้ถึงอะไรบางอย่างที่พิเศษ ที่ไม่มีดันเจี้ยนสตูดิโอไหนๆ มี “เดี๋ยวนะ”
โรสก้มลงแล้วเอามือข้างหนึ่งของเธอปัดหญ้าที่โตสูงเท่าหัวเข่าไปมา ก่อนจะใช้หลังมือลูบยอดหญ้าอย่างอ่อนโยน
“นี่มัน!”
หญิงสาวเบิกตากว้างขึ้นเนื่องจากเจอสิ่งที่น่าเหลือเชื่อจนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เธอสะบัดข้อมือที่ลูบยอดหญ้าอยู่ขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่สิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้น
กอหญ้าดังกล่าวอยู่ๆ ก็พลันเติบโตและสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีความสูงกว่าสองเมตร ที่ปลายยอดของมันนั้นพลิ้วไปมาตามทิศทางที่มือของหญิงสาวสะบัดไป ถ้าเธอสะบัดมือไปทางซ้าย ยอดหญ้าก็พลันพลิ้วไปทางซ้ายและเมื่อเธอสะบัดมือไปทางขวา ยอดหญ้าก็พลันพลิ้วไปทางขวา
“ทุกคนค่ะ เห็นนี่ไหม ดันเจี้ยนนี้ทำให้พลังของโรสใช้งานได้โดยไม่ต้องเตรียมของมาแหละ น่าเหลือเชื่อไหม!” เธอเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ
เป็ที่รู้ๆ กันว่าการที่เบนเดอร์คนใด้าจะเข้ามาฝึกการต่อสู้ในดันเจี้ยนสตูดิโอนั้น พวกเขาจะต้องเตรียมสิ่งของที่สามารถทำให้ธาตุที่พวกเขาสามารถควบคุมได้ติดตัวมาด้วย
ยกตัวอย่างเช่นน้ำหนึ่ง ที่เธอต้องเตรียมน้ำเต้าซึ่งบรรจุน้ำข้างในเอาไว้ นั่นก็เพื่อที่จะได้ใช้น้ำในนั้นต่อสู้กับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน เช่นเดียวกับโรสซึ่งเป็วูดเบนเดอร์ เธอก็ต้องเตรียมอุปกรณ์มาเช่นเดียวกัน ซึ่งในกรณีของเธอสิ่งที่เธอใช้ก็คือก้านกุหลาบและเมล็ดพันธุ์พืชมากมาย
วูดเบนเดอร์นั้นพิเศษกว่าเบนเดอร์ประเภทอื่น เป็เบนเดอร์ชนิดเดียวที่ไม่ได้มีพลังเพียงแค่การควบคุมเท่านั้น
ต้องกล่าวอธิบายเพิ่มเติมถึงความแตกต่างของผู้วิเศษที่ใช้ มานา/ฉี กับพวกเอสเปอร์ พวกผู้วิเศษนั้นสามารถใช้พลังงานเหนือธรรมชาติที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งบนโลกเป็สื่อกลางในการร่ายคาถาเพื่อทำให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ แต่พวกเอสเปอร์นั้นมีพลังแค่ควบคุมสสารต่างๆ เท่านั้นโดยจะยังไม่ขอกล่าวถึงเอสเปอร์ประเภทอื่น มาเน้นที่พวกเบนเดอร์ก่อน
วอเทอร์เบนเดอร์ควบคุมน้ำ เอิร์ธเบนเดอร์ควบคุมดิน ไฟเออร์เบนเดอร์ควบคุมไฟ แอร์เบนเดอร์ควบคุมลม ไลต์เบนเดอร์ควบคุมแสง ดาร์กเบนเดอร์ควบคุมความมืด เบนเดอร์พวกนี้นั้นสามารถควบคุมสสารต่างๆ ของตนได้ตามใจนึกตราบใดที่มีสสารนั้นในรัศมีที่พวกเขาสามารถควบคุมได้
เช่น วอเทอร์เบนเดอร์ที่มีความสามารถรวบรวมน้ำในอากาศให้มารวมกัน ไม่ใช่เสกน้ำออกมา ไลต์เบนเดอร์ที่ควบคุมแสงให้มารวมอยู่ที่เดียวกันเพิ่มความร้อนไม่ใช่เสกแสงออกมา เป็ต้น แต่กระนั้น ก็ยังมีเบนเดอร์ประเภทหนึ่งที่พิเศษกว่าเบนเดอร์ไหนๆ นั่นก็คือวูดเบนเดอร์
ความสามารถพิเศษของวูดเบนเดอร์ไม่ใช่แค่การควบคุมเหล่าต้นไม้ให้ขยับตามใจนึกเท่านั้นแต่พวกเขายังสามารถทำให้ต้นไม้ต่างๆ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วได้ด้วย ตราบใดที่รอบกายมีต้นไม้ พวกเขาจะไร้เทียมทาน
หากถามว่าวูดเบนเดอร์ดูเก่งกาจขนาดนี้แล้วทำไมโรสถึงแพ้ให้กับน้ำหนึ่งและถูกให้จัดเป็ที่สองของประเภทไม่ใช่ที่หนึ่งล่ะ คำตอบก็คงเป็เพราะท่ามกลางใจกลางของป่าคอนกรีตเหล่านี้ในเมืองหลวง ทำให้พลังของวูดเบนเดอร์มีข้อจำกัดเยอะกว่าวอเทอร์เบนเดอร์เป็อย่างมาก
ในขณะที่โรสกำลังอวดพลังของเธอกับเหล่าคนดูอยู่นั่นเอง พลันก็มีเสียงดังก้องขึ้นไปทั่วทุ่งราบ “เ้าคิดว่าที่นี่เป็สนามเด็กเล่นหรือแม่หนูน้อย”
“คุณยายไม่ต้องทำเสียงเก๊กขรึม ปล่อยด้วงออกมาเร็วๆ เหอะ” โรสะโออกไปเสียงดังฟังชัด
วรนาถตกตะลึงเล็กน้อยกับลูกค้าคนนี้ของร้านเธอที่มาแปลกกว่าชาวบ้านเขา แต่เพราะต้องเล่นไปตามบท มารหญิงก็พลันตะเบ็งเสียงกลับไป “กล้าดีมากนะนังหนู อยากได้นักใช่ไหม ไปเลยเหล่าด้วงที่น่ารักของข้า!”
สิ้นคำประกาศ ด้วงมากมายก็พลันบินออกมาจากต้นไทรต้นใหญ่ โรสมองภาพเบื้องหน้าด้วยดวงตากลมโตของเธอ มุมปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจที่จะได้โชว์ความสามารถเต็มๆ แบบที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อน เธอหันไปหากล้องอีกครั้งพร้อมกล่าว
“ทุกคนค่ะ ดูกันให้ดีๆ นะ นี่จะเป็ครั้งแรกที่ทุกคนจะได้เห็นพลังที่แท้จริงของวูดเบนเดอร์”
รีบออกตัวพุ่งไปข้างหน้า ประจันเข้ากับฝูงด้วงอย่างไม่เกรงกลัว โรสขยับข้อมือทั้งสองขึ้นมาพร้อมๆ กับที่กอหญ้ามากมายเบื้องหน้าของเธอจะพลันโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กอหญ้าเ่าั้สูงขึ้นมากกว่าสี่เมตร มากพอที่โรสจะควบคุมให้ปลายยอดหญ้าเหล่านี้พุ่งเข้าจับและรัดร่างของด้วงสว่านที่กำลังบินเข้ามาหาเธอ
มือทั้งสองของหญิงสาวขยับไปมาราวกับการร่ายรำที่งดงาม และทุกๆ ครั้งที่ข้อมือของเธอสะบัด ก็พลันจะต้องมีด้วงสว่านโดนกำจัดอย่างน้อยสองถึงสามตัว
‘พลังชีวิตล่ะ พลังชีวิต! พลังชีวิตจริงๆ ด้วย!!!!’ กรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่งโดยที่ยังเก็บอาการและแสดงกิริยาเท่ๆ ออกมาให้คนดูของเธอเห็น
“ทุกคนคงสงสัยใช่ไหมว่าทำโรสถึงบอกว่าดันเจี้ยนสตูดิโอนี้พิเศษกว่าที่อื่น” เธอถามขึ้นก่อนจะมองเข้าหากล้องชั่วครู่ก่อนจะหันไปสนใจศัตรูตรงหน้าต่อ
เว้น่หลังจากคำถามให้คนดูสงสัยและพยายามคอมเมนต์เข้ามาถามเธอ แม้จะไม่ได้มองแท็บเล็ตที่กำลังฉายวิดีโอไลฟ์สดของเธอที่กำลังต่อสู้อยู่ หญิงสาวก็รู้ดีกว่า ที่ช่องคอมเมนต์ดังกล่าวจะต้องมีคอมเมนต์ถามมากมายจากคนดูหลายพันในช่องของเธอ
โรสยิ้มพร้อมกับสะบัดข้อมือไปหนึ่งที่เพื่อควบคุมให้หญ้ากอหนึ่งพุ่งเข้าไปรัดตัวด้วงสว่านที่กำลังบินเข้ามาเธอ ก่อนจะขยับริมฝีปากเอ่ย
“ก็เพราะว่าถ้าเราจำกัดมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนสตูดิโอนี้ เราจะได้รับพลังชีวิตยังไงล่ะ ใช่ ทุกคนฟังไม่ผิดหรอก พลังชีวิตที่สามารถทำให้ทั้งผู้วิเศษและพวกเอสเปอร์แข็งแกร่งขึ้นได้”
[Nam mon] : จริงเหรอพี่โรส เทคโนโลยีตอนนี้ทำได้แล้วเหรอ!
[รู้ไหมใครฆ่า] : อันนี้พี่โรสพูดจริงป่าวอะหรือมุก
[ฮาตึงว่าแล้ว] : หูย สปอนเซอร์เข้าเหรอพี่โรส
[กาลครั้งหนึ่งคิดถึงตลอดปัย] : สรุปโฆษณา? น้องโรสมีสปอนเข้าสักที หุหุ
[RoseFanClubN1] : อ้าว ไหนพี่โรสเขาเคยบอกว่าจะไม่รับโฆษณา กลืนน้ำลายตัวเองเหรอ
[รักพี่โรสนะคะ] : ว้าย ผิดคำพูดเหรอ?
[ZME5555] : เวอร์ปะให้ทาย ฆ่ามอนเตอร์แล้วได้พลังชีวิต
[จนต] : สปอนเข้ายังไงก็ต้องมีจรรยาบรรณปะ พูดซะเว่อว่าได้พลังชีวิต แตหลอ คนอื่นเขาดูออกนะจ้ะ
[AnTiROSE] : #โรสโป๊ะแตก ต้องขึ้นเทรนละปะ
[Nam mon] : ทุกคนใจเย็นนนนนนน
[หน้าตาดี มีไม้กวาดขับ โทรศัพท์ถ่ายรูปได้] : ใจร่มๆ ค้าบ
[ผมขายเงาะ ซื้อบ่ครับ] : @AnTiROSE ไม่ชอบก็ไม่ต้องดูดิวะ
[เจ๊ล่ะเบื่อ] : จริง ทุกคนใจเยงๆ น้า อย่าเพิ่งหัวร้อน เจ๊ขอ
[บุษบาเกิดมากับความสดใส] : อีพวกนั้นมาหาเื่ชัดๆ เจ๊ @เจ๊ล่ะเบื่อ
[CherriChariya] : ตายแร้วรูกสาวชั้น วันนี้มีม่าในทวิตแน่ๆ ทำไงดี ทุกคนใจเย็นๆ ก่อน
เนื่องจากเ้าตัวกำลังง่วนอยู่กับความสนุกที่ได้ปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่เป็ครั้งแรกในดันเจี้ยน ทำให้โรสไม่ได้สนใจกล่องคอมเมนต์ในไลฟ์สดของเธอเลยแม้แต่น้อย
‘ตามที่ยัยน้ำบอกคือห้ามฆ่าด้วงในนี้หมดสินะ’
เมื่อคิดไปถึงคำเตือนของเพื่อนสนิทก็พลันอดสงสัยเสียไม่ได้ว่ากลไกการทำงานของพิษที่เพื่อนสนิทของตนวิเคราะห์เอาไว้ มันทำงานอย่างไรกันแน่ และทันใดนั้นเอง ตะขาบั์สองตัวก็พุ่งออกมาจากกอหญ้าสูงที่หญิงสาวเร่งความเจริญเติบโตให้กับมัน
“เหอะ ประเมินความสามารถฉันต่ำไปแล้ว ตราบใดที่แกััโดนหญ้า ฉันก็รู้ว่าพวกแกเข้ามาใกล้ตั้งนานแล้ว” พูดออกไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
นี่เป็หนึ่งในความสามารถอีกอย่างของเบนเดอร์ นั่นก็คือความสามารถในการจับััสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาโดนสสารในรัศมีที่ตนความคุมอยู่ โดยความสามารถในการจับัันี้ของวูดเบนเดอร์คงเป็รองแค่แอร์เบนเดอร์และเอิร์ธเบนเดอร์เพียงเท่านั้นเพราะตราบใดที่รอบกายของเธอมีหญ้าขึ้นสูง โรสก็สามารถจับััศัตรูของเธอได้ทันที!
“หญ้าพวกนี้คงเอาตะขาบั์ไม่อยู่ คงต้องใช้ก้านกุหลาบแฮะ”
วิเคราะห์ออกมาหลังจากเห็นขนาดตัวของสัตว์ขาปล้องที่มีเปลือกสีม่วงซึ่งกำลังคืบคลานเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเธอจึงนำก้านต้นไม้สีเขียวออกมาจากแหวนเวทมนตร์กำมือหนึ่งก่อนจะปาออกไปยังทิศทางที่เ้าตะขาบทั้งสองพุ่งเข้ามา
ฝ่ามือเล็กๆ ทั้งสองสะบัดลงก่อนที่ก้านของต้นกุหลาบจะดิ่งลงไปปักที่พื้นดิน พร้อมๆ กับที่พวกมันจะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็ต้นกุหลาบซึ่งลำต้นของมันมีความยาวหลายเมตร ราวกับเถาวัลย์หนามที่มีชีวิต พวกมันพุ่งเข้าไปพันธนาการรอบลำตัวของเ้าตะขาบั์สองแน่นเสียจนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้
หนามแหลมคมตามลำต้นของกุหลาบทิ่มแทงทะลุเข้าไปในเปลือกหนาของเ้าตะขาบอย่างไม่ความปรานี ต้นกุหลาบรัดพวกมันแน่นขึ้นและแน่นขึ้นจนเ้าตะขาบั์ทั้งสองต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป ก่อนที่ร่างของพวกมันจะแตกกระจุยไปในพริบตาด้วยแรงรัดของลำต้นกุหลาบ
โรสส่งยิ้มอย่างมีชัยไปยังวรนาถซึ่งบัดนี้ปล่อยฝูงตะขาบตัวเล็กให้พุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว หญิงสาวควบคุมกอหญ้าปัดฝูงตะขาบกระจุยกระจายไปคนละทิศละทาง ก่อนที่จะสะบัดข้อมือขึ้นอีกครั้งเพื่อควบคุมให้หญ้าเข้าไปรัดขาทั้งสองข้างของอีกฝ่าย
โบกมือไปมากลางอากาศก่อนที่โยนก้านกุหลาบไปยังพื้นดินใกล้ๆ กับบริเวณที่มารหญิงถูกพันธนาการเอาไว้ พร้อมกับเร่งการเจริญเติบโตของต้นกุหลาบให้เข้าไปรัดคออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ฉึก!
ศีรษะของมารหญิงขาดสะบั้น กระเด็นไปไกลหลายเมตร ร่างที่ไร้หัวของวรนาถล้มลงไปนอนกองพื้นหญ้าก่อนที่โรสจะได้ยินเสียงประกาศว่าเธอนั้นพิชิตดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถได้เรียบร้อยแล้ว
“ทุกคนเห็นโรสไหม เก่งเปล่า”
หันเข้าไปถามกับกล้องก่อนจะหันไปมองช่องคอมเมนต์แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อข้อความที่เธอเห็นมีเพียงแค่ #โรสโป๊ะแตก
‘เชี่ยอะไรเนี่ย!!’ สบถออกมาในใจอย่างเสียไม่ได้
________________________