ค่ำคืนเดือนมืดของหุบเขาไท่ซ่านทอดตัวยาวราวกับสันหลังมังกรนอนหลับใหล แทนที่จะเงียบสงัดกลับครึกโครมด้วยเสียงต่อสู้
เฉินหนานร่างห้อทะยานฝ่าฝน พลังโกลาหลแผ่ซ่านทั่วแขน มือสีม่วงกางกรงเล็บใบมีด ปล่อยออกเป็นคมแสงวาบทมิฬ ฟาดปะทะการโจมตีใส่มั่วเต้า
เสียงเฉือนกระทบกันดัง ฉัวะ ฉัวะ! สะเก็ดไฟสาดกระเด็น ไม่ใครก็ใครต้องมีคนตายตกดับดิ้น จิตสังหาร ปล่อยออก อย่างไม่เก็บออม
โดยเฉพาะมั่วเต้าเผยกริช มีดสีดำแผ่ร่างเงา ตามการใส่ปราณพลัง ไม่ธรรมดากลางฝ่ามือ “เจ้าคิดว่าจะหนีพวกเรารอดพ้นงั้นหรือ?”
ร่างเงาแผ่พุ่งออกจากมีดแยกออกเป็นหลายร่าง ตวัดฟันกรงเล็บของเฉินหนาน จนกระเด็นกระดอน ออกไปเหมือนของเล่น
เคร้ง! เคร้ง! เมื่ออีกฝ่ายไล่ตามเฉินหนาน “ข้าเห็นพลังไม้ตาย ลอบโจมตีของเจ้าแล้วไอ้เวร แค่นี้ก็รับมือเจ้าไม่ยากเย็นอีกต่อไป!”
เฉินหนานเคลื่อนที่ด้วยวิชาย่ำสวรรค์ แค่นเสียง ชิ! ดังไล่หลังอย่างไม่พอใจ “เหมือนว่าประมาท พวกเจ้าไม่ได้จริงๆ”
ทว่าก็ยังมีเรื่องดีอยู่ข้อ ป่าเขาบริเวณแถบนี้ ถูกสายตาเฉินหนาน กวาดมองทะลุปรุโปร่งทั่วทิศ จากสัตว์แมลงตะขาบ ที่เขาปล่อยออกไป
จู่ๆ มีดสั้นสีดำมั่วเต้า พุ่งปาออกมาในเสี้ยวขณะ วูม! พร้อมวิชาเคลื่อนที่ประหลาด ที่อีกฝ่ายคว้ามีด พุ่งเข้าหาเฉินหนานเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ออกแรง เฉือนพวงแก้ม
ฟิ้ว!
เลือดสดไหลอาบหน้าเฉินหนาน ให้เขารู้สึกเจ็บแสบทันที “วิชาเคลื่อนที่อีกฝ่าย ประหลาดชะมัดยาด!”
ก่อนเสียง หึ! มั่วเต้าเล็งคออีกฝ่ายกล่าวเสียงเสียดาย “ดันพลาดคอสวยๆ ไปเสียได้” พร้อมรีบเสือกเท้าหนัก ถีบเข้าหน้าอกเฉินหนานไปอย่างจัง
ปึงงง! ปัง! ร่างเฉินหนานปลิวกระแทกหน้าผาหินดังสนั่น ก้อนหินแตกกระจาย ตกกระแทกลงใต้หุบเหวให้หัวใจสั่นสะท้าน
ทั้งสองต่างก็รับรู้ มันคือการต่อสู้เสี่ยงตาย แค่พลาดท่า ก็ไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเป็นครั้งที่สอง
เมื่อเสียงต่อสู้ดังกึกก้อง ทำให้เจียงเยว่ซุ่ม ปิดล้อมทางลงหน้าผา อีกด้านของภูเขาไท่ซ่าน นางเผยฟันขาวเรียงตัวสวย หัวเราะ เหอะๆ เสียงเย็นเยียบสะท้อนท่ามกลางสายฝน
“ไอ้เด็กสารเลว กำลังจบสิ้นแล้วซินะ ในที่สุดก็โผล่หางออกมาเสียที”
ก่อนนางเร่งห่อทะยาน ไปบริเวณเกิดการต่อสู้ทันใด เนื่องด้วยพวกเขาเสียเวลาไปไม่น้อยแล้ว
ด้านหลังไกลออกไป พ่อบ้านจวน ห้าวเต๋อ ชายวัยกลางคนเพียงปรายตามอง ในดวงตาแดงเผยความเหี้ยม ก็ทำให้ผู้คนจิตใจไหวสะท้าน พลางกล่าวออกเรียบๆ “ไม่ต้องถึงมือข้าลงมือ แล้วกระมัง”
เขาพึมพำราวกับมั่นใจ เฉินหนานจะไม่รอดพ้นเงื้อมมือมั่วเต้า เจียงเยว่ที่กำลังไปสมทบ
เสียงฝนโปรยปรายกระแทกพื้นหินเป็นสายชโลม โลหิตแดงจาง ๆ ราวกับท้องฟ้าเป็นสักขีพยาน การเข่นฆ่าของพวกเขา
ร่างเฉินหนาน ซัดหมัดใส่กายาอีกฝ่าย ไม่คิดมั่วเต้า จะมีร่างกายาเหล็กสัมฤทธิ์ แต่ยังฝืนขบกรามแน่น “ให้มันได้แบบนี้ซิ!”
“ไอ้กร๊วก เป็นเจ้ามากกว่า ทำให้พวกเราต้องเสียเวลา” มั่วเต้ากล่าวออก เริ่มไม่แปลกใจเหตุใดเฉินหนาน สามารถต่อสู้ข้ามขั้นพลังกับพวกเขาได้
อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกกายขั้นสูง อย่างไม่ต้องสงสัย แม้แต่กายาเหล็กสัมฤทธิ์ของเขา ยังเป็นรอยหมัดเฉินหนาน ฝากไว้กลางหน้าอก
มีดสีดำในฝ่ามือมั่วเต้า มีรอยเลือดสีแดงเฉินหนาน เขาพลันเลียมัน เล็กๆ แผ่จิตสังหารไม่เก็บออม
ก่อนแขนสีม่วงเฉินหนาน ขยับส่งกรงเล็บใบมีดสิบเล่มออกไปอีกครั้ง ทว่าเบื้องหลังดวงตาที่นิ่งเย็นของเฉินหนาน
มั่วเต้าเขากลับยกยิ้มกว้าง “เจ้าคิดใช้วิชาลอบโจมตี อีกแล้วงั้นหรือ ข้าบอกแล้วไง วิชาลอบสังหาร ของเจ้ามันใช้ ไม่ได้ผลกับข้า”
เฉินหนานสายตาเรียบนิ่ง ไม่มีระลอกคลื่นความผันผวน กล่าวออกเสียงเย็น “มันจะได้ผลหรือไม่ ก็ลองดู”
เมื่อเฉินหนานแอบขับเคลื่อน เศษหม้อแตกในฝ่ามือ แล้วปาใบมีดออกไปในรวดเดียว
วูม! พลังแหวกอากาศไม่ก่อเสียง
มั่วเต้าหัวเราะบ้าคลั่ง เสียงก้องกังวานกลางฝน “สิ้นคิดนัก ข้ารู้จักพลังเจ้าแล้ว เปล่าประโยชน์!” ร่างเงาหลายชั้น ของมันพุ่งซัด แยกร่างตวัดมีด ตี กรงเล็บใบมีดทั้งสิบ จนแตกกระเจิง
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เคร้ง! เกิดสะเก็ดไฟดังสนั่น
ทว่าเสี้ยวพริบตา ใบมีดที่11ของเฉินหนาน กลับแหวกฝน พุ่งทะลุร่างเงา แทงทะลุกลางหน้าผากของมั่วเต้า ด้วยความไม่อยากเชื่อในตอนท้าย
ฉัวะ! ครั้นเลือดสีแดงสดสาดกระจาย อายพลังเฉียบคม จากเศษหม้อแตกแผ่ซ่าน
เหตุการณ์เจียงเยว่มาถึง เห็นคาตาเมื่อเห็นร่างมั่วเต้า ตายตกนอนแน่นิ่ง คล้ายดั่งโดนบางสิ่งเฉียบคมผ่าทะลุศีรษะ
เสียงแผด ร้องคำรามก้องเจียงเยว่พลันดังขึ้น “ย๊าก! เจ้าตายเสียเฉินหนาน!” นางสำแดงปะทุพลังหุ่นเชิด ดุจติดเพลิงไฟโทสะลุกท่วม ไปพร้อมร่างจริง จู่โจมเฉินหนานแบบไม่คิด
เฉินหนานมาอยู่ริมหน้าผา ไม่ได้ด้วยเหตุบังเอิญ ทว่าเขาตั้งใจ ถอยฝีเท้าไปยังปากหุบเหวลึก ร่างเจียงเยว่หน้ามืดตามัวจากไฟโทสะ ก็ตกลงไปใต้เหวลึก มีสัตว์อสูรอยู่กันยั้วเยี้ยด้านล่างทันใด
พร้อมเสียงร้อง “อ๊าก! เจ้าบัดซบนัก!” เจียงเยว่ เมื่อเห็นร่างเฉินหนาน ยังเกาะเถาวัลย์ลากไม้อยู่ด้านบน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น…เสี้ยวพริบตาเท่านั้น กลายเป็นนาง ตกอยู่ในสถานการณ์ ยากลำบากทันที
เฉินหนานแม้รับรู้ เจียงเยว่ เหาะทะยานได้ แต่หากเจอฝูงสัตว์อสูรไม่น้อย บางตัวมีปีกไล่ล่า ย่อมไม่เป็นเรื่องง่ายอย่างแน่นอน
เมื่อเขาเก็บสินสงครามเตรียมจากไป…โดยเฉพาะมีดสีดำของมั่วเต้า น่าจะมีราคาไม่น้อย เฉินหนานอดไม่ได้คลี่ยิ้มประหลาดออกมา ครั้นเดินทางกลับไปสมทบกับองค์หญิงเหยาหนิง
ทว่าป่าครึกครื้นยามค่ำคืนเดือนมืดมิด มีเสียงร้องโหยหวน…ต้องยอมรับว่า พ่อบ้านจวน ห้าวเต๋อ โหดเหี้ยมไม่น้อย
เขาไม่มีท่าที ไปช่วยเหลือพวกพ้อง จ้องเฉินหนาน ราวกับเป็นเหยื่อ ที่อีกฝ่ายหายลับตาไป จึงปิดล้อมบริเวณนี้อย่างแน่นหนา
“หึ! ดูซิเจ้าจะหนีข้ารอดพ้น ไปได้อย่างไร” เมื่อพ่อบ้านจวน ห้าวเต๋อมั่นใจหลายส่วน เฉินหนานต้องอยู่บริเวณนี้อย่างแน่นอน หากไม่ได้จริง เขาเองก็มีแผนสำรองอยู่ เมื่อเผยรอยยิ้ม ราวกับเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ อายุยืนยาว