ป่าทางทิศเหนือคือป่าขนาดใหญ่มีอาณาเขตครอบคลุมไปในหลาย ๆ เมือง รวมถึงทางตอนเหนือของแคว้นเหลียน เพราะเป็ป่าขนาดใหญ่การมีสัตว์อสูรชั้นกลางถึงชั้นสูงจึงมีโอกาสเป็ไปได้มาก อีกทั้งยังไม่เคยมีมนุษย์คนใดสามารถเข้าไปสำรวจที่ใจกลางของป่าได้สักคน
แต่เพราะโดยปกติแล้วสัตว์อสูรในป่าจะไม่ออกมาสร้างความวุ่นวายหรือหากมีจริงก็เป็เพียงสัตว์อสูรขั้นหนึ่งไม่กี่ตัวเท่านั้น ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงจึงไม่ได้หวาดกลัวกันมากนัก อีกทั้งในความทรงจำของเนี่ยลู่ซือคนเก่า นางเคยพบสัตว์อสูรระดับหนึ่งและสองเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น อีกทั้งทุกครั้งที่นางได้พบเจอก็เพราะไปอยู่ในอาณาเขตของพวกมันทั้งสิ้น
ดังนั้นการที่อยู่ ๆ สัตว์อสูรระดับกลางตนหนึ่งจะนำทัพสัตว์อสูรระดับต่ำมุ่งโจมตีเมืองเหลียนจึงเป็เื่ที่แปลกไม่น้อย ไม่แน่ว่าตัวต้นเหตุอาจจะอยู่ภายในป่าแห่งนี้ด้วยเช่นกัน
แม้ว่าอยากเข้าไปตรวจสอบทุกอย่างโดยเร็ว แต่เพราะพื้นที่ป่าที่มีขนาดใหญ่ แม้นางจะใช้วิชาตัวเบาโดยไม่หยุดตลอดทั้งคืนก็ไม่แน่ว่าจะไปถึงใจกลางของป่าได้หรือไม่ ไม่สู้กลับจวนเพื่อเตรียมความพร้อมคงจะเป็ความคิดที่ดีกว่าไม่น้อย
เช้าวันที่สองของการเปิดเหลาอาหาร ลูกค้าทั้งหน้าเก่าและใหม่ต่างมาซื้ออาหารกันอย่างไม่ขาดสาย โต๊ะอาหารถูกจับจองเต็มทันทีที่เปิดร้าน อีกทั้งอาหารสั่งเองก็เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเกือบสองเท่า แม้จะดูเหมือนว่าการค้าขายจะเป็ไปได้ด้วยดี แต่หากเป็เช่นนี้เรื่อย ๆ คนของนางเองนี่แหละที่จะไม่ไหวเอา เห็นทีการเปิดร้านทุกวันจะไม่ได้ดีอย่างที่นางคิดเอาไว้
เนี่ยลู่ซือเดินเข้าไปในร้านก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมกับผืนผ้าสีขาวที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีดำสนิท
"ท่านพี่สิ่งนี้คือ...."
เนี่ยเฉิงที่เพิ่งจะเสิร์ฟอาหารให้แก่ลูกค้าเสร็จไป จ้องมองไปที่สิ่งที่อยู่ในมือของผู้เป็พี่สาวด้วยความสงสัย
"เห็นด้วยหรือไม่"
นางไม่ได้กล่าวตอบไปในทันที แต่เลือกที่จะชูผ้าผืนนั้นขึ้นเพื่อให้ผู้เป็น้องชายได้อ่านสิ่งที่ถูกเขียนเอาไว้
"ข้าเห็นด้วยขอรับ แม้ร้านของเราจะเพิ่งเปิดขายได้เพียงสองวัน แต่หากจำนวนลูกค้ามากถึงเพียงนี้ เกรงว่าทุกคนจะเหนื่อยจนหมดแรงกันเสียก่อน "
เนี่ยลู่ซือพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในทันที สิ่งที่ถูกเขียนไว้บนผืนผ้านั่นก็คือกำหนดการของการเปิดร้าน ซึ่งจะเปิดห้าวันและจะหยุดสองวันเพื่อให้พนักงานในร้านได้หยุดพักกัน
เมื่อผู้เป็น้องชายเห็นด้วย ลู่ซือจึงทำการแขวนป้ายในทันที การกระทำของนางสร้างความสนใจให้แก่ผู้พบเห็นได้เป็อย่างดี ผู้ที่สามารถอ่านอักษรได้ย่อมเข้าใจในทันที ส่วนผู้ที่ไม่รู้อักษรเองก็เอ่ยถามผู้รู้ที่อยู่ใกล้ตน แม้ในคราแรกลูกค้าบางคนจะบ่นเสียดายกันบ้าง แต่เมื่อนางได้อธิบายถึงเหตุผลทุกคนก็ยอมเข้าใจกันโดยดี
"อาซาน หลังจากร้านปิดเ้าและแฝดพี่ของเ้ากลับจวนเนี่ยกับข้า"
"ขอรับนายหญิง"
"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ เรียกข้าว่าเถ้าแก่เนี้ยก็พอ"
"ขอรับเถ้าแก่เนี้ย"
อาซานหรือแฝดคนที่สามพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่จะขอตัวกลับไปช่วยงานในร้าน
เดิมทีนางตั้งใจว่าจะให้พวกเขาฟื้นตัวสักเจ็ดวันก่อนจึงจะเริ่มฝึกฝน แต่เพราะร่างกายของพวกเขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังกระหายที่จะได้รับการฝึกฝน นางจึงคิดจะเริ่มั้แ่คืนนี้เสียเลย
"เถ้าแก่เนี้ยเ้าคะ ลูกค้าลำดับที่สามสิบเอ็ด สามสิบสองและสามสิบสามมาแล้วเ้าค่ะ"
นางงุนงงเล็กน้อยที่พนักงานในร้านเดินเข้ามารายงาน แต่เมื่อเห็นผู้ที่เข้ามาใหม่นางก็เข้าใจในทันที
"ข้าจะดูแลพวกเขาเอง เ้าไปทำงานต่อเถิด"
"เ้าค่ะเถ้าแก่เนี้ย"
เนี่ยลู่ซือเดินไปหาคนมาใหม่ทั้งสิบสองคน ก่อนที่จะกล่าวแนะนำตัวก่อนที่จะพาพวกเขาไปประจำที่โต๊ะของตน
"เถ้าแก่เนี้ยเหตุใดอาหารชนิดเดียวกัน จึงมาหลายราคาเช่นนี้หรือ"
เนี่ยลู่ซือหันไปมองผู้ที่กล่าวถามเล็กน้อย คนผู้นี้หากนางจำไม่ผิดเขาคือผู้ที่ถูกเรียกขานว่านายท่าน นางยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มอธิบาย
"นั่นเป็เพราะวัตถุดิบที่ใช้มีราคาและสรรพคุณต่างกันเ้าค่ะ"
"อย่างไรหรือ"
"วัตถุดิบที่ข้าหมายถึงไม่ใช่เนื้อสัตว์หรือผักโดยทั่วไปเ้าค่ะแต่เป็วัตถุดิบหลัก เอาเช่นนี้ก็แล้วกันวันนี้ข้าจะนำอาหารสามชนิด ในแต่ละชนิดจะนำชามที่ราคาแตกต่างกันมาให้พวกท่านได้ลิ้มลอง "
"หากเถ้าแก่เนี้ยกล่าวเช่นนั้นข้าไม่เกรงใจละนะ"
นางหันไปยิ้มให้แก่คนทั้งหมดเล็กน้อย ก่อนที่จะให้คนนำขนมและน้ำชามาเสิร์ฟก่อนที่ตัวนางเองจะเข้าครัวเพื่อทำอาหารราคาพิเศษทั้งสามชาม
ใช้เวลาอยู่เกือบสองเค่ออาหารทั้งสามชนิดก็ถูกเตรียมเสร็จเป็ที่เรียบร้อย กลิ่นหอมที่รุนแรงทำให้ทั่วทั้งร้านหันมองที่อาหารในชามกันเป็ตาเดียว
พนักงานยกอาหารไปที่โต๊ะของท่านเ้าเมือง ก่อนที่จะจัดเรียกอาหารให้แต่ละโต๊ะตามที่ผู้เป็นายได้สั่งเอาไว้
"เถ้าแก่เนี้ยสิ่งนี้คือ..."
เ้าเมืองเหลียนมองอาหารตรงหน้าด้วยสีหน้าตกตะลึง กลิ่นหอมที่เพียงสูดดมก็ทำให้รู้สึกดีเช่นนี้ เขาเพิ่งเคยพบเจอครั้งแรก
"นี่คืออาหารขึ้นชื่อทั้งสามชนิดของร้านเราเข้าค่ะ สองชามแรกคือรากบัวต้มกระดูกหมู ถัดไปเป็ไก่ตุ๋นโสมและสุดท้ายเป็ข้าวต้มเห็ดหลินจือเ้าค่ะ เมื่อทุกท่านได้ทานแล้ว ข้าน้อยเชื่อว่าคำถามเมื่อครู่ย่อมต้องได้คำตอบอย่างแน่นอน " นางโค้งให้พวกเขาเล็กน้อยก่อนที่จะเดินแยกออกมา
ไม่รู้เพราะรออาหารนานจนหิวหรืออะไร ทันทีที่นางเดินจากไป พวกเขาก็ตักอาหารทานในทันที ปฏิกิริยาของพวกเขาคล้ายกับเลียนแบบกันไม่มีผิด หลังจากที่ตักอาหารเข้าปาก พวกเขาก็ก้มมองที่ชามอาหารใบเล็กตรงหน้า ก่อนที่จะมองมายังนางผู้ที่ปรุงอาหารเหล่านี้ขึ้นมาก่อนที่จะก้มไปตักอาหารชนิดต่อไปไว้ที่ชามของตน ก่อนที่จะแสดงกิริยาเช่นเมื่อครู่อีกครั้ง และเป็เช่นนี้อยู่หลายรอบจนอาหารตรงหน้าพวกเขาหมดไป
เนี่ยลู่ซือไม่เพียงรอบสังเกตพฤติกรรมของพวกเขา แต่นางยังมองลึกลงไปยิ่งกว่านั้น ทันทีที่อาหารตรงหน้าหมดไป เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายก็ตั้งสมาธิก่อนที่จะดูดซับพลังปราณในอาหารเข้าไป เส้นลมปราณที่ขยายกว้างขึ้นทำให้การดูดซับพลังเร็วขึ้นถึงสองเท่า เดิมทีควรใช้เวลานานกว่าสองชั่วยาม แต่เพราะโอสถที่นางแอบใส่ลงไปในอาหารทำให้ใช้เพียงสามเค่อ อีกทั้งยังทำให้พลังพลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นถึงสองขั้น!!
"ข้า...ข้าบรรลุถึงระดับผู้ฝึกตนชั้นต้นแล้ว..."
"ข้าเองก็เช่นกัน"
"ข้าก็ด้วย"
เหล่าจอมยุทธ์ทั้งสิบคนต่างไม่อยากจะเชื่อให้สิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาทั้งสิบคนติดอยู่ในระดับหลอมรวมขั้นกลางมาหลายปี ไม่มีทีท่าว่าจะบรรลุระดับต่อไปได้เลย แต่ในวันนี้...วันที่พวกเขาเพียงได้ลิ้มรสอาหารไม่กี่ชาม...
สายตาของพวกเขามองมาที่นางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งขอบคุณ ทั้งนับถือและเคารพ แต่สิ่งที่นางตอบกลับไปมีเพียงรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าเท่านั้น
หลังจากที่ทั้งสิบสองคนกลับไปเหลาอาหารของนางก็ต้อนรับลูกค้าใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะปิดลงในเวลาเดิมของทุกวัน ก่อนที่จะเดินทางกลับไปที่จวนนางได้เรียกพนักงานในร้านทุกคนมาแจ้งเื่กำหนดการเปิดร้านใหม่ ซึ่งใบหน้าของทุกคนก็แสดงออกถึงความดีใจอย่างชัดเจน
"อาอี อาเอ้อร์ อาซาน ไปกันเถิด "
"เดินทางกลับอย่างปลอดภัยนะขอรับท่านพี่ ส่วนเื่บัญชีข้าจะจัดการแทนเอง"
เพราะต้องอยู่ตรวจดูบัญชีของร้าน เนี่ยเฉิงจึงอาสาอยู่ที่ร้านแทนผู้เป็พี่สาว โดยมีแม่นำหลี่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
"แม่นมข้าฝากน้องชายข้าด้วยนะเ้าคะ ไปเถอะ"
เมื่อฝากฝังผู้เป็น้องชายเสร็จ เนี่ยลู่ซือก็ได้หันไปเอ่ยกับบุรุษทั้งสาม ก่อนที่พวกเขาจะขึ้นรถมาและเดินทางกลับมายังจวน
ร่างของบุรุษทั้งสามทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นทันทีที่ก้าวขาเข้ามาภายในห้องโถงของจวนสกุลเนี่ย
"รู้หรือว่าข้าเรียกพวกเ้ากลับมาเพราะเหตุใด"
"ม...ไม่ทราบขอรับ"
"หากไม่ทราบแล้วพวกเ้าคุกเข่าให้ข้าเพราะเหตุใด"
"พ....พวกข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันขอรับ มันหนัก..ร่างกายมันหนักมาก มากเสียจน...พวกข้าไม่สามารถยืนอยู่ได้"
เนี่ยลู่ซือเปรยตามองบุรุษที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของตน แววตาของพวกเขาแสดงออกถึงความไม่ยินยอม อีกทั้งยังไม่คิดจะยอมแพ้ต่อพลังปริศนาที่กำลังกดทับพวกเขาเอาไว้
ขาทั้งสองข้างที่เคยแนบกับพื้นเริ่มพยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนที่ในอีกไม่กี่เค่อต่อมาพวกเขาจะสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
นางมองร่างกายของคนตรงที่แสดงออกถึงความดีใจแม้จะมีความเหนื่อยล้าและทรมานมากเพียงใดก็ตาม มันทำให้นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพอใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า
พลังปริศนาเมื่อครู่ไม่ใช่พลังประหลาดอะไร มันเป็เพียงแรงกดดันจากพลังส่วนหนึ่งของนางก็เท่านั้น นาง้าทดสอบพวกเขาทั้งสามว่าเหมาะสมและ้าที่จะได้รับการฝึกจากนางหรือไม่
นางไม่ได้้าคนที่เก่งและมีพร์เพราะสิ่งเ่าั้นางสามารถสร้างขึ้นมาให้พวกเขาได้ แต่สิ่งที่นาง้าคือใจที่ไม่ย่อท้อแม้ต้องต่อสู้กับความยากลำบาก และไม่เกรงกลัวต่อความตายเมื่อต้องสู้กบพลังที่เหนือกว่า
"พวกเ้ารู้จักจอมยุทธ์หรือไม่"
"พวกข้ารู้จักขอรับ แต่รู้เพียงเล็กน้อยเทานั้น"
"อืม...เช่นนั้นหากพวกเ้ามีโอกาสได้เป็จอมยุทธ์ที่ว่านั้น แต่ต้องแลกมาด้วยความเ็ปอย่างแสนสาหัส เ้ายังจะอยากเป็อยู่หรือไม่"
"เรียนนานหญิง การได้เป็จอมยุทธ์คือความใฝ่ฝันสูงสุดของพวกเราขอรับ เพียงแต่เพราะว่าพวกเราเกิดมาร่างกายอ่อนแอ อีกทั้งยังถูกขายเป็ทาส ความฝันนี้จึงได้เลือนหายไป แต่หากพวกเรามีโอกาสที่จะได้เป็จอมยุทธ์จริง ๆ ล่ะก็ ต่อให้ต้องเ็ปทรมานเพียงใด พวกเราก็พร้อมที่จะรับมัน!!"
"ตอบได้ดี หลังจากชำระร่างกายเสร็จแล้วให้พวกเ้ากินโอสถเม็ดนี้เข้าไป หากพวกเ้าทนและผ่านมันไปได้ ข้าจะทำให้พวกเ้าเป็จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดเอง"
*****