……
กลางดึกที่เงียบสงัด
“ อูย.. ทะ ทะ ทำไมน่ะ.. หนาวแบบนี้ อู้ยยยย ” เสียงเธอบ่นพลางกอดอกของตัวเอง และเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้น ก็มองอะไรไม่เห็นเลย
‘ สวิตช์ไฟอยู่ตรงไหนกันทำไมมันมืดแบบนี้เนี่ย แล้วแอร์เสียหรือยังไงกันนะ ทำไมถึงได้หนาวอะไรอย่างนี้ ’
เธอพยายามควานหาสวิตช์ไฟอยู่แต่ทำไมห้องของเธอถึงกว้างอะไรแบบนี้ จู่ๆก็มีแสงสว่างวาบเข้ามา เธอมองเห็นดวงไฟลอยอยู่กลางห้อง ตรงข้างหน้าของเธอ ดวงไฟนี้เป็แสงสีฟ้าสว่างวาบๆ จึงทำให้เธอนึกถึงผีขึ้นมาเลย
“ ผะๆๆๆ.. ผีแน่ๆ ผีกระสือ.. ว้ายยย!! อย่ามาหลอกฉันเลยนะ!? แล้วฉันจะทำบุญไปให้ ” เธอนั่งลงหลับตาปี๋และพนมมือพูดบ่นโดยไม่ยอมดูอะไรอีก
“ นั่นใครน่ะ ? ” เสียงของผู้ชายที่ดูมีพลังและอำนาจน้ำเสียงของเขาทำให้เธอลืมตาขึ้น ( แต่วิศณีตุลย์ได้ยินว่าแบบนี้ “ %+=##@ ? ” นะ เธอฟังไม่รู้เื่แต่คุ้นๆว่าเคยได้ยินภาษาแบบนี้ที่ไหน )
‘ อ๋อ.. ตอนนี้ฉันคงฝันอีกแล้วสินะ โอ้ย..!? อยากจะบ้าตาย ฉันเพิ่งจะเข้านอนไปเองนะ ยังนอนไม่เต็มอิ่มเลย.. เดี๋ยวไอ้พวกนี้ก็มาจัดการฆ่าฉันให้ตายอีกล่ะสิ พอตายเสร็จ.. แล้วฉันก็ต้องตื่นอีกโอ้ยย…!! นี่ขนาดอาบน้ำมนต์ไปแล้วนะ ยังมาราวีกันอีก คราวนี้ ฉันไม่ยอมแล้ว.. เพราะนี่มันความฝันของฉัน พวกแกนั่นแหละที่ต้องตาย.. เฮอะ ’
เธอตัดสินใจยืนขึ้นและลืมตามองเ้าของเสียงที่ทักทายเธอมาในเมื่อกี๊ ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้กับเธอขึ้นอีก ดวงตาสีแดงของเขาช่างดูทรงพลังและแตกต่างจากที่เธอเคยเห็นมา ใบหน้าที่ดูชัดขึ้นจากดวงไฟสีฟ้าทำให้ใบหน้าของเขาดูน่ากลัวและน่าเกรงขาม เขาจ้องมองมายังหล่อน
“ นี่เ้า.. เ้าเป็ใครกันนี่.. ทำไมถึงมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ ? ” เขาถามเธอ
แต่ด้วยภาษาของเขานั้น ทำให้วิศณีตุลย์ไม่สามารถเข้าใจได้เลย ช่างน่าสงสารเธอยิ่งนัก
“ ??? ”
‘ เออ.. จริงด้วยสิ เราต้องใช้ภาษามือ ในเมื่อพูดกันไม่รู้เื่ล่ะก็ ’ เธอจึงใช้มือของเธอพยายามใบ้ท่าทางอย่างทุลักทุเล
“ เอ่อ.. นั่นเ้าทำอะไรน่ะ.. อะไรนะ เ้าพูดไม่ได้อย่างนั้นเหรอ ? อ้อ.. ไม่ใช่ ออ.. เธอก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่างนั้นใช่ไหม ? ”
วิศณีตุลย์เธอพยายามแล้ว เธอพยายามที่จะสื่อสารกับผู้ชายคนนั้น โดยเธอทำท่าไปแล้วก็พูดไปด้วยว่า
“ ไอ้พวกบ้าห้าร้อย!! ฉันจะไม่ยอมพวกแกอีกแล้ว!? ต่อไปนี้.. ฉันจะเอาคืนพวกแกบ้าง ” ดูท่าทางของเธอแล้วน่าจะเหนื่อยแทนนะ แต่แทนที่ชายผู้นั้นจะแปลคำใบ้ของเธอถูกกลับแปลกันไปคนละทางเลย
' ช่างน่าสงสารเธอจริง ดูสิ.. เสื้อผ้าที่ใส่ก็บางเบา เธอคงจะหนาว รึไม่ก็ยากจนไม่มีเสื้อผ้าดีดีใส่!! '
" Arragarnnn…!! " ชายผู้นี้กำลังร่ายมนตร์ตรา เขาเสกความอบอุ่นให้ห่อหุ้มร่างกายของเธอไว้ จนตัววิศณีตุลย์รู้สึกถึงไออุ่นที่มาพันธนาการอยู่รอบๆตัวเธอ
' อุ๊ย..! เกิดอะไรกันขึ้นเนี่ย.. จั๊กจี้เป็บ้า ฮึ.. ฮึ.. '
เธอรู้สึกดีขึ้นโดยค่อยๆอุ่น และค่อยๆอุ่นขึ้น จนเหมือนกับจะร้อนขึ้นมาวิศณีตุลย์รู้โดยทันทีว่าสิ่งนี้มันเกิดจากเวทมนตร์ที่ชายผู้นั้นเป็คนส่งมาให้กับเธอ
" อ้าย!! แก!! แก.. เสกอะไรมาให้ฉัน คิดจะเผากันให้ตายทั้งเป็เหรอ ? ช่วยด้วย… อ๊ะ..ไม่สิ ไม่มีคนช่วยแน่ๆ ฉันต้องช่วยตัวเอง "
เธอหันไปซ้ายขวา เพื่อหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ห้องๆนั้นเป็ห้องโล่งๆมีแค่โต๊ะที่วางแค่เชิงเทียนกับแจกันดอกไม้ เธอรีบวิ่งไปที่โต๊ะตัวนั้น และหยิบเชิงเทียนขึ้นปาใส่ชายคนนั้นไปในทันที
" นี่แหน่ะ!!.. สู้ไม่ได้ก็จริง แต่ฉันจะไม่ยอมหรอกนะอย่างน้อยแกต้องเจ็บตัวบ้าง "
เธอคิดว่าเชิงเทียนจะทำอันตรายกับเขาได้บ้าง แต่มันก็ศูนย์เปล่า เพราะเขาแค่เบี่ยงตัวเพียงเล็กน้อยเชิงเทียนอันนั้นก็ปลิวลอยผ่านตัวของเขาไปอย่างง่ายดาย
" นี่เ้า..!? เป็บ้าอะไรกัน?? ข้าไม่ได้คิดร้ายกับเ้าเลยนะ "
ชายผู้นี้ตวาดใส่เธอและทำหน้าตาขมวดคิ้วนิ่วหน้า ด้วยความหงุดหงิดที่เธอโยนข้าวของใส่เขา จนทำให้วิศณีตุลย์คาดเดาจากใบหน้าของเขาได้
' อุ๊ย..!! ตายแน่ล่ะหวา..? สงสัยมันจะเอาจริงกับเราเสียแล้ว ฉันจะหนีมันได้ยังไงกันล่ะทีนี้ '
เธอเห็นแจกันดอกไม้ยังอยู่ดี เธอจึงคิดที่จะใช้มันเพื่อเป็อาวุธ แต่เธอช้ากว่าเขาไปหนึ่งก้าว สิ่งที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้าอยู่ดีดี มันก็ได้อันตรธานหายไปในเพียงพริบตา ด้วยมนต์ตราของเขาผู้นั้น
" Tomoooo…gsa… " เสียงของเขาท่องมนตร์
เธอเริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆแล้ว
' ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย สงสัยต้องยอมตายซะแล้วล่ะ ในเมื่อไม่มีทางจะสู้กับนายคนนี้ได้ '
เธอเริ่มพูดและทำท่าทางบอกใบ้ให้แก่เขาฟังว่าเธอคิดจะยอมแพ้เขาแล้ว
" พอแล้วๆ ฉันยอมแล้ว อยากจะฆ่าก็ฆ่าเลย แต่เอาแบบที่ไม่เจ็บนานนะ ฉันไม่อยากทรมานก่อนตาย "
เธอยกมือขึ้นแบมือและยกขึ้นยกลงและทำท่าทางอะไรต่อมิอะไรตามที่เธอคิดว่ามันใช่!! ทั้งทำมือไขว้บีบคอและกอดอก จากคำพูดของเธอ ชายคนนั้นมองตามที่เธอทำท่าทาง ด้วยความงุนงงและสงสัย ? น่าสงสารชายผู้นี้เสียจริงๆที่เขาแปลความออกมาได้ว่าอย่างนี้
" อะไรนะ ? ขอโทษงั้นรึ.. แล้วอะไรอีกล่ะ ? เจ็บแขนเจ็บคอเหรอ.. อ๋อ..มือเจ็บ และหนาวมาก อะไรกัน ? เราเสกความอบอุ่นให้นางไปแล้วนี่นา.. ไม่อุ่นงั้นรึ ? อ๋อ.. นางโมโหเราเพราะให้ความอบอุ่นน้อยไปงั้นสินะ!!.. "
ชายผู้นั้นแปลความหมายออกมาผิดเพี้ยนจากที่เธอใบ้ไปอย่างช่วยไม่ได้ เขาคิดว่าจะกระทำการใดให้นางผู้นี้เกิดความอบอุ่นจากเดิมขึ้นได้ เขาก็เลยเดินเข้ามาและสวมกอดเธอ
ด้วยความที่ยังไม่ได้ตั้งตัว วิศณีตุลย์ทั้งใและทั้งตื่นเต้น จากการที่เธอนั้นยังไม่เคยมีแฟนมาก่อน และไม่เคยได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนเลยในชีวิต หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับเสียงกลอง เธอตกตะลึงไปชั่วครู่ จู่ๆความเขินอายก็ถาโถมเข้ามาทำให้เธอสะบัดหนีและผลักตัวของเขาออก เพื่อที่เธอจะได้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของชายผู้นั้น
" นี่.. นายคิดจะทำอะไร ? " เธอพูดด้วยสีหน้าที่ใและลืมทำท่าทางบอกใบ้ไปเสียสนิท
เขาเห็นหน้าตาของเธอดูใ จึงขอโทษด้วยกิริยาที่ดูสุภาพ เพราะคิดว่าสิ่งที่เขาทำลงไป นางอาจจะรู้สึกไม่ดี
" ข้าขอโทษ ที่ทำให้ในะ "
เธอสังเกตท่าทางและน้ำเสียงของเขา ก็รู้ได้เลยว่าเขาคงจะขอโทษเธออยู่แน่ๆ แต่เธอก็ยังไม่วายที่จะคิดหวาดระแวงด้วยที่ว่า เขาผู้นี้มีคาถาอาคมและเวทมนตร์ อาจจะเสกมนต์ดำใส่เธอก็เป็ได้
' ไม่ได้ๆ เราต้องไม่ไว้ใจในตัวของเขา มันอาจจะเสกหนังควาย.. มาเข้าท้องของเราก็ได้!? หรือไม่ก็อาจจะเอาเราไปทรมานเพื่อเอาไว้ทำของปลุกเสกของมันก็เป็ได้ ไอ้นี่อาจจะเป็พ่อมดหมอผีประจำหมู่บ้านแห่งนี้.. '
เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าจะต้องเป็อย่างที่เธอคิดไว้อย่างแน่นอน ซึ่งเธอไม่ควรจะไว้ใจในตัวของไอ้หมอนี่!!
แต่สิ่งที่เธอคิด มันผิดและไม่ใช่เลย.. ระหว่างที่เธอกำลังคิดอยู่นั้น อยู่ๆฉับพลันก็ได้มีแสงสว่างจากทางหน้าต่างสาดส่องมา.. มันเป็แสงจากดวงอาทิตย์นั่นเอง
‘ อะไรกัน ? นี่มันเช้าแล้วยังงั้นหรอ ? นี่ฉันฝันนานขนาดนี้เลยเหรอ.. หรือว่าในดินแดนแห่งความฝันนี่จะมีวันเวลาต่างจากโลกของที่ฉันอยู่กันนะ.. ‘
และเมื่อยามแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ได้สาดส่องมา ผ่านหน้าต่างห้องที่ดูใหญ่โตและโอ่อ่า ในตอนแรกมันมืดมากจนเธอไม่สามารถมองเห็นความสวยงามและความคลาสสิค ของภายในห้องั้แ่แรกได้เลย ห้องใหญ่โตแต่มีชั้นหนังสือสูงตระหง่านและมีโต๊ะไม้สักสีโอ๊ควางอยู่ใกล้ๆกับชั้นหนังสือ ภายในห้องนั้นโล่งและกว้างขวางจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็บ้านของคน มันดูคล้ายกับหอสมุดเสียมากกว่า วิศณีตุลย์อ้าปากค้างและมองไปรอบๆอย่างค่อยๆพินิจพิจารณา
‘ โหว.. !! สุดยอดเลยนี่บ้านคนหรือวิหารโบสถ์กันแน่นะ มันใหญ่โตเสียจริงๆ ‘
ในขณะเดียวกันที่แสงแดดตกมากระทบกับภายในห้อง ทำให้ความสว่างเข้ามาทดแทนความมืดมิด แสงที่สาดส่องเข้ามาทำให้ชายผู้นั้นเห็น วิศณีตุลย์ ได้เต็มตา เขากำลังตกตะลึงในรูปลักษณ์ของเธอที่ดูแปลกตาและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เขาจ้องเธอตาไม่กะพริบ
“ นั่น..!! เธอเป็ใครกันแน่..?? ทำไมถึงได้.. ”
วิศณีตุลย์หันกลับมามองตรงที่ชายคนนั้นยืนอยู่ ก็ได้เห็นผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาเหมือนดาราในเกาหลี ผิวขาว ผมยาวสีบรอนสะท้อนเป็เงางาม หุ่นของเขาเหมือนรูปปั้นเทพบุตรในนิยายกรีกไม่มีผิดเพี้ยน จนเธอเผลออุทานออกมา
“ โอ้ว..!! แม่เ้า..!! คนอะไร.. ? โค.. ตะ.. ระ.. หล่อเลย!! ” และแล้วเธอก็ได้เอามือของเธอปิดปากของตัวเอง เพื่อกันไม่ให้เธอพูดอะไรออกมาอีก!!
ด้วยความที่ทั้งคู่.. ต่างก็ฟังภาษาของอีกฝ่ายไม่เข้าใจ จึงทำให้วิศณีตุลย์ หยุดเอามือปิดปากของตัวเองทันทีที่เธอนึกออก
“ เออ.. จริงสิ.. ฉันพูดอะไร เขาก็ไม่รู้นี่นา งั้นแค่พูดแต่ทำหน้ายิ้มๆ เขาก็ไม่เข้าใจแล้ว แต่เอ.. คนอะไรหล่อเป็บ้าเลย น่ารักดีเนอะ ” เธอยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ให้กับเขาเพื่อกลบเกลื่อนความจริง
“ …???… เ้าพูดว่าอะไร ทำไมถึงยิ้มอยู่ได้ ข้าอยาก..รู้จริงๆว่าเ้าเป็ใคร ? มาจากไหนกันนะ ? และสีผมของเ้านั้นสะดุดตาของข้ามากเลย รวมถึงผิวพรรณของเ้าด้วย เ้ามาจากที่ใดกัน ” เขาเอื้อมมือไปจับเส้นผมของวิศณีตุลย์อย่างเบามือ
เธอสะดุ้งเล็กน้อย และยังคงหวาดระแวงกลัวว่าชายคนนี้อาจจะคิดฆ่าเธอขึ้นมาอีกก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่ฆ่าเธอ เธอก็คงยังกลับมาที่โลกแห่งความจริงของเธอไม่ได้ ( วิศณีตุลย์ยังคงคิดว่าตัวเธออยู่ในโลกแห่งความฝัน )
“ เอาก็เอาวะ!! จะฆ่าก็รีบฆ่าเลย!? ฉันทำใจได้แล้ว.. ” เธอหลับตาปี๋ด้วยความที่กลัวภาพจะติดตา แต่ชายคนนั้นก็ยังเงียบไม่ได้ทำอะไรเธอ เขาเขยิบมาใกล้กับเธอขึ้นอีก และพยายามสื่อสารกับเธอ
เขาเอามือชี้มาที่ตัวของเขาและพูดว่า
“ อาเทนติยูส ” เขาชี้นิ้วนิ่งที่ตัวเขา และพูดซ้ำอีกว่า “ อาเทนติยูส ”
เหมือนเธอจะเข้าใจว่าเขาคงบอกชื่อของเขาให้เธอฟัง เธอเลยพูดตามเขา
“ อา.. เทน.. ติ.. ยูส.. ” เธอพูดจบ เขาก็พยักหน้าตอบรับให้เธอเข้าใจ ทีนี้เธอเลยเอามั่ง เธอชี้ไปที่ตัวของเธอเองและพูด
“ วิศณีตุลย์ ” พูดแล้วเธอก็ยิ้มให้เขา
เขาพยายามเรียกชื่อของเธอ
“ วิ - สา - ณี - ตุง ”
“ ไม่ใช่ๆ วิศณีตุลย์ต่างหาก ”
“ วิ - สา - นี - ตุน ”
“ โธ่เอ้ย..!! ชื่อของฉันมันเรียกยากนักรึไง งั้น ตุลย์เฉยๆก็พอ.. ตาเบื้อกเอ้ย.. ”
“ ????? ”
“ ตุลย์!! ”
“ ตุน ”
“ ใช่.. ตุลย์ เรียกแค่นั้นก็ได้ ตุลย์ ไหนพูดอีกสิ ตุลย์ ”
“ ตุน!? ” เขารีบพูดเพื่อเรียกชื่อของเธอ
วิศณีตุลย์พยักหน้าตอบรับว่าเขาพูดได้ถูกต้องแล้วทีนี้ก็รู้จักชื่อกันแล้ว แล้วเธอจะกลับบ้านได้ยังไงล่ะ เธอพยายามมองหาอาวุธภายในห้องนี้ แต่ก็ไม่เจออะไรที่เป็ของมีคมเลยสักนิด และตัวของเธอยังกลัวที่จะโดนฆ่าอยู่ ก็เลยคิดว่าอีกเดี๋ยว เธอก็คงจะตื่นขึ้นมาเองนั่นแหละ อย่าเพิ่งรีบรนหาที่ตายเลย ขออยู่เล่นต่ออีกหน่อยดีกว่า ( เพราะว่าผู้ชายหล่อ )
แล้วพลันสายตาของอาเทนติยูสก็ถูกดึงดูดด้วยของที่วิศณีตุลย์เธอห้อยคออยู่ เขาจ้องมองจี้ห้อยคอของเธออย่างไม่วางตา ในขณะนี้.. น้ำที่เคยเป็สีชมพูจางๆและแปรเปลี่ยนเป็สีแดงจางๆนั้น ในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็สีแดงเข้มและข้นเหมือนกับสีโลหิตมนุษย์ไม่มีผิดเพี้ยน เขาชี้ไปที่จี้ห้อยคอของเธอ เหมือนกำลังจะถามอะไรเธอสักอย่าง และเขาพยายามสื่อสารกับเธอ
“ ตุน นั่น.. ที่คอของเธอทำไมถึงมีสิ่งนี้ ? ” เขาพยายามสื่อสารและทำท่าใบ้
“ หือ ? อะไร ? นี่น่ะหรอ อ๋อ.. จี้ไง อุ้ย!! ทำไมถึงเป็สีนี้ล่ะ สีแดงสดเหมือนเืเลย อะไรกันนี่ ”
“ ??.. จี้.. ?? ”
“ ใช่.. จี้.. ”
“ จี้ ” เขาพูดทวนอีกครั้งหล่อนพยักหน้าให้เขาเพื่อแสดงว่าเขาเข้าใจถูกต้องแล้ว เขาเดินไปที่โต๊ะไม้สีโอ๊คของเขาและหาสิ่งของที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะตัวนั้น เขาหยิบกล่องเล็กๆขึ้นมา และเปิดมันออกดู ภายในกล่องใบนั้นบรรจุไปด้วยผ้ากำมะหยี่ และมีของสิ่งหนึ่งที่คล้ายๆกันกับของๆเธอ นั่นมันเป็แท่งเงินรูปร่างเหมือนหยดน้ำซึ่งตรงกลางมีหลอดแก้วใสและบรรจุน้ำสีชมพูจางๆข้างใน สิ่งนี้มันแค่คล้ายกัน แต่มันไม่เหมือนกับของๆเธอ ทำให้เธอนึกถึงคนที่เอาของสิ่งนี้มาให้เธอ
‘ อ๋อ.. ของสิ่งนี้ลูกค้าคนนั้นเอามาให้เรานี่นา ตอนแรกน้ำข้างในหลอดแก้วมันก็เป็สีชมพูนี่นาแต่ทำไมมันถึงเปลี่ยนเป็สีแดงสดแบบนี้ล่ะ ’ เธอทำหน้าสงสัยในสิ่งของสองสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
อาเทนติยูส เปิดตู้ที่โต๊ะตัวเดิมข้างๆลิ้นชักออก และเขาก็ได้หยิบกริชอันเล็กขึ้นมา เขาใช้ปลายของกริชจิ้มที่นิ้วชี้ข้างซ้ายของเขา เืของเขาไหลหยดลงมาเพียงเล็กน้อย
แต่ที่น่าแปลกใจ สำหรับเธอนั่นก็คือ สีของเืของอาเทนติยูส เป็สีชมพูจางๆ วิศณีตุลย์ เธอใมากรีบคว้าข้อมือของเขามาดูใกล้ๆ ด้วยความตื่นเต้นที่เขามีเืสีแปลกตาสำหรับเธอ
“ เื!!.. เื!!.. ทำไมเืของนาย.. “
“ เื ? “
“ ใช่.. เื “
“ อ๋อ.. ภาษาของเธอเรียกสิ่งนี้ว่าเืงั้นรึ “ เขาบ่นพึมพำแต่วิศณีตุลย์ยังไม่เข้าใจ
วิศณีตุลย์ขอกริชในมือของเขามา เธอลองจิ้มนิ้วมือของเธอดูบ้าง เืของเธอไหลออกมาเพียงเล็กน้อย แต่เืของเธอก็เป็สีแดงสดเหมือนปรกติของเธอ
แต่มันคงจะไม่ปรกติสำหรับอาเทนติยูสนัก เพราะตัวของเขาใที่เห็นสีเืของเธอ
“ นั่น.. เืของเธอทำไมถึงสีแดงดั่งสีของดวงตาของข้า ? เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่.. “
เขาแย่งกริชจากมือของเธอมา และถือไว้ในมือมั่นคง จากความเป็มิตรกลับกลายเป็เหมือนคนแปลกหน้า วิศณีตุลย์ใกับอากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปของเขายิ่งนัก
“ น่ะ.. นาย เป็อะไรไป ฉันแค่ให้ดูว่าเรามีเืที่สีแตกต่างกันแค่นั้นเอง อะไรเนี่ย จะมาฆ่าฉันเสียแล้วเหรอ แง้.. จะเอางั้นก็ได้ มา.. แทงฉันให้ตายไปเลย ฉันจะได้ตื่นๆเสียที ฉันจะได้ไปทำมาหากินของฉันบ้าง ไอ้บ้า!! อาเทนติยูสสส… ” วิศณีตุลย์เริ่มโมโหบ้างแล้ว
เขาจ้องมาที่เธอและเขาก็เริ่มร่ายมนตร์ วิศณีตุลย์ได้รู้สึกถึงพันธนาการที่เริ่มรัดข้อมือของเธอไว้
“ อะไรกัน ? มามัดฉันทำไม ? ฉันทำอะไรผิดหะ!! ไอ้เ้าบ้า!! อาเทนนนนนติยูสสสส.. กรี้สสส!!!.. ปล่อยฉันนะ!! ไอ้หน้าหล่อ.. ไอ้ตาแดง ไอ้หัวขาว แง่งๆๆ.. ” วิศณีตุลย์โมโหสุดๆไปแล้วในตอนนี้
หลังจากที่เขามัดเธอด้วยเวทมนตร์ เขาก็เดินมาใกล้ๆเธอพร้อมกับเอื้อมมือไปจับจี้ที่ห้อยคอของเธออยู่ เธอเห็นโอกาสเหมาะจึงพุ่งตัวเข้าใส่กริชที่เขาถือไว้อยู่ เพื่อให้กริชแทงเข้าไปที่หัวใจของเธอ
อาเทนติยูสตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เธอได้กระทำขึ้นมานั้น เืของเธอไหลลงพื้นนองไปทั่ว เธอล้มลงไปนอนกองบนพื้น อา… เธอใกล้จะตายอีกแล้วใช่ไหม!?..