“แง ๆ ๆ”
เสียงร้องลั่นงอแงยามเช้าของ เฟรินน้อยปลุกเหล่าพี่เลี้ยงทั้งหลายงัวเงียขึ้นตื่น พร้อมรีบรุดตรงไปหาเด็กน้อยทันที คาลิน่าไปถึงก่อนเป็นคนแรก เธออุ้มเด็กน้อยเข้าอ้อมแขน ไอร้อนจากตัวเด็กน้อยทำให้เธอรู้สึกใจคอไม่ดี อุ้มเดินไปหาเพื่อนสาวผู้เข้ามาใหม่ด้วยความร้อนใจ
“ตัวร้อน เฟรินไม่สบาย”
เฟลิโอน่าสรุปคว้า เฟรินมาอุ้มแทนเพื่อกล่อมให้สงบลงได้บ้าง มองพี่ชายอีกคนที่ยืนมองน้องชายในอ้อมแขนหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน
“ไปเอาน้ำมาให้หน่อย ต้องเช็ดตัวลดไข้ รีบเก็บของขึ้นเกวียน เราจะรีบออกเดินทาง” ลอเรนซ์ตะโกนสั่งรุ่นน้องที่กระจัดกระจายอยู่ให้รีบลงมือปฏิบัติตามโดยเร็ว เฟลิโอน่าเรียกผีหมอโอเดล ออกมาตรวจดูอาการเฟรินน้อยทันที
“ท่านเฟริน เป็นไข้ป่า นายหญิงต้องหมั่นเช็ดตัวลดไข้ท่านเฟรินไม่ให้ขาด และให้ยาลดไข้ทุกสี่ชั่วโมงไม่ให้ขาด ห่มผ้าให้มิดชิดและอย่าให้ท่านเฟรินมีไข้สูงเป็นอันขาด”
การดูแลเด็กอ่อนว่ายากแล้วดูแลเด็กน้อยที่กำลังป่วยเนี่ย ยากเสียกว่าอีก บทสรุปที่สามสาว สี่หัวหน้าชั้นปี และตัวป่วนหมายเลขสอง ครี้ด ธันเดอร์รับรู้ได้ดีกว่าใครในตอนนี้
เฟรินน้อยส่งเสียงร้องงอแงเพราะความอึดอัดไม่สบายตัวของพิษไข้ ยังดีหน่อยที่เฟลิโอน่าตัดสินใจสวมกำไลข้อมือสะกดพลัง เฟรินน้อยเอาไว้ ไม่อย่างนั้นภาพเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นในป่าคงได้กลับมาเกิดขึ้นให้สยองอีกรอบเป็นแน่
เหล่านางฟ้าทั้งสี่ ยกเว้นเฟลิโอน่าจับคู่กับหนุ่มทั้งสี่คอยดูแล เฝ้าเช็ดตัวลดไข้ให้กับ เฟรินน้อย โดยมีเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายคอยช่วยเหลือ
ส่วนอีกหนึ่งสาว เฟลิโอน่าทำหน้าที่ปรุงยาให้ เฟรินน้อยที่ถึงแม้ตอนนี้ตัวยังหดเล็กลงแต่ฤทธิ์ความดื้อยาก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน โชคยังดีหน่อยที่มีพี่ผีสาวใน คฑาช่วยออกมาดูแล เฟรินน้อยด้วย ทำให้เด็กน้อยงอแงน้อยลง และยอมกินยาง่ายขึ้นได้บ้าง
เกวียนเดินทางช้าลงและหยุดพักบ่อยมากขึ้นเป็นครั้งคราวเพื่อให้ เฟรินน้อยได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์นอกเกวียน หลังจากที่อาเจียนไปหลายรอบเพราะอาการเวียนหัวจากความสั่นสะเทือนโคลงเคลงของเกวียน
ดวงตาสีฟ้าทอดมองไปทางเด็กน้องที่เลิกงอแงได้บ้างแล้วและยอมออกไปวิ่งเล่นกับพวกทโมนบ้าง เสียงหัวเราะใสเบา ๆ ให้พอได้ยินสร้างความรู้สึกสบายใจให้แก่พี่เลี้ยง ผู้คอยเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชินได้บ้าง
เฟลิโอน่ามองเพื่อนสาวที่นั่งเหม่อลอย ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้วเหมือนพี่ชายฝาแฝดของเธอ แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีเจ้าพี่ของเธอคอยกระเซ้าเหย้าแหย่พอให้เธอพูด เธอยิ้มได้บ้างเป็นครั้งคราว นับตั้งแต่เจ้าพี่กลายเป็นเด็ก เพื่อนสาวคนนี้ของเธอก็กลับเงียบลงจนเกือบเหมือนครั้งแรก ๆ ที่พวกเธอได้เจอกัน
“อีกไม่นานก็ถึง อเมซอนแล้ว เดี๋ยวเฟรินก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม”
คาลิน่าหันมายิ้มบาง ๆ กับเพื่อนสาวคนสนิทข้างตัว เพื่อไม่ให้เธอเป็นห่วงนัก เธอก็พอรู้ว่าเพื่อนของเธอคนนี้ก็เป็นห่วงชายหนุ่มไม่แพ้กันและอาจจะห่วงมากกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ
“เฟรินเปรียบเสมือนพี่ชายของฉันคนหนึ่ง เราเล่นด้วยกัน โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก”
เฟลิโอน่าแกล้งพูดขึ้นมาลอย ๆ ราวกับไม่มีความหมายอะไรสำคัญ คำพูดลอย ๆ ที่กระแทกกลางใจหญิงสาวข้างตัวที่เผลอคิดอะไรไม่เป็นเรื่องให้สีแดงขึ้นหน้านวลระรื่อน่ารัก
“แล้วคาลินล่ะ คิดว่าเฟรินเป็นยังไง”
คาลิน่ามองเพื่อนสาวที่ยังคงมองไปยังเด็กน้อยที่เล่นอยู่ราวกับว่าไม่ได้สนใจในคำตอบเธอมากนักเท่าไร เหมือนเป็นการหาเรื่องชวนคุยเสียมากกว่า
“ชอบแกล้ง ซนเป็นเด็ก ชอบหาเรื่องให้เป็นห่วงตลอดเวลา ขี้หลี เจ้าชู้ ชอบอ้อน นิสัยเหมือนเด็กไปเสียทุกเรื่อง แต่” คาลิน่าแย้มยิ้มน้อย โดยไม่รู้ตัวสาวน้อยที่นั่งฟังอยู่นั้นกำลังตาวาวระริกด้วยความตื่นเต้นราวกับชายหนุ่มที่เธอกำลังพูดถึงไม่มีผิด “อ่อนโยน เป็นสุภาพบุรุษ อยู่ด้วยแล้วก็สบายใจ”
คาลิน่าพูดจบก็โดนเพื่อนสาวคว้าตัวเข้าไปกอดราวกับว่าเธอเป็นตุ๊กตา สร้างเสียงเจี้ยวจ้าวที่คนฟังรอบตัวรู้สึกแปลกใจ
ร่างเล็ก ๆ เดินเตอะแตะล้มลุกคลุกคลานเนื้อตัวมอมแมม เดินตรงมายังสองสาวที่กำลังนั่งหัวเราะกันเสียงใส ร่างเล็ก ๆ ของเด็กชายยืนยิ้มกว้างจนตาหยีตรงหน้าพวกเธอสองคน เรียกความสนใจให้ทั้งสองกันกลับมามองผู้มาใหม่ แต่ยังไม่ทันที่พวกเธอจะทันได้เอ่ยถามอะไร มือเล็ก ๆ ก็ยื่นดอกไม้ช่อเล็ก ๆ ในมือส่งให้คาลิน่าที่รับไปจากมือน้อย ๆ นั่นอย่างเอ็นดู
เธอนึกถึงเรื่องที่พูดถึงชายหนุ่มแล้วก็เกิดอาการหน้าแดงกล่ำด้วยความเขินอาย แม้ว่าคนตรงหน้าจะไม่ใช่ชายหนุ่มที่เธอห่วงหา แต่เป็นเพียงเด็กน้อยที่กำลังเอียงคอเล็ก ๆ มองเธอ มือน้อย ๆ เอื้อมมาแตะที่หน้าผากหญิงสาว หน้าน้อยยู่ลงราวกับพยายามใช้ความคิด จนเธออดใจเต้นไม่ได้
“หม้ายชอบไม้”
คาลิน่ายิ้มให้เด็กชาย ส่ายหัวเบา ๆ ปฏิเสธด้วยความเอ็นดูเด็กชายน้อยตรงหน้า ดวงหน้าเล็ก ๆ เริ่มแย้มยิ้มกว้างชอบใจอีกครั้ง
“คีด ว่า ฉาวชอบไม้” (ครี้ดว่าสาวชอบดอกไม้)
สองสาวผู้ฟังมองหน้ากันและหัวเราะเบา ๆ ให้กับบทจีบสาวของเจ้าตัวน้อย เฟลิโอน่าคว้าเจ้าตัวเล็กเข้าอ้อมแขนตีหน้าเศร้าน้อยใจใส่เด็กชาย
“ให้แต่พี่คาลิน แล้วพี่ล่ะ”
คอเล็ก ๆ เอียงลงเล็กน้อยราวกับว่าเจ้าตัวกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
“นี่”
ริมฝีปากเล็กจุ๊บเบา ๆ ที่แก้มหญิงสาวที่เลิกคิ้วตอบเบา ๆ เด็กน้อยในอ้อมแขนของเธอยิ้มแฉ่ง หัวเราะร่าหายกลับเข้าไปในฝูงเหล่าทโมนอีกครั้งทิ้งให้สองสาวหัวเราะเบา ๆ
เฟริน เดอเบอโรว์จีบสาวเก่งตั้งแต่เด็ก...
“เฟรี่นี่มันร้ายตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก เลยแฮะ”
เสียงหัวเราะใสของสองเจ้าหญิงเมืองสำคัญทำให้อีกสามหนุ่มเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน ไธนอสยกชาขึ้นมาจิบด้วยความนึกขำ มันคือความจริง เจ้าชายรัชทายาทของเมืองเขาจีบสาวได้เก่งอย่างน่าเหลือเชื่อ
“เดี๋ยวก็ถึงชายแดนอเมซอนแล้วสิน่ะ”
ไธนอล กล่าวเปิดประเด็นขึ้น พวกเขาพยายามเลี่ยงตัวเมืองและเลือกที่จะวิ่งผ่านเส้นทางป่าเสียส่วนใหญ่ พร้อมกับย่นระยะเวลาการเดินทางให้สั้นที่สุด แต่ถึงยังไงก็มากกว่าที่คำนวณเอาไว้เยอะหลายวันเลยทีเดียว เพราะอาการของ เฟรินน้อยที่ไม่พร้อมออกเดินทางไกล ๆ นัก
“ฉันติดต่อกษัตริย์เฮลด้า ไว้แล้ว แต่การจะเข้าไปในวังได้คงต้องรอการเตรียมการเสียก่อน”
ลอเรนซ์รายงานหน้าที่ของตนให้ทราบ โรเวนพยักหน้าเข้าใจ อเมซอนเป็นเมืองนักรบหญิง ซึ่งมีประชากรเป็นผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ แล้วทีมของพวกเขาก็ดันเป็นพวกผู้ชายวัยทโมนเป็นหลักเสียเกือบหมดซะด้วย
“คงต้องพักกันที่ชายแดนจนกว่าทางพระราชวังจะเตรียมพร้อม”
โรเวนเสนอพร้อมยกชาขึ้นมาจิบ ลูคัสขยับยิ้มมองไปทางรุ่นน้องกลุ่มผู้ชายทั้งหลายที่กำลังเล่นหยอกล้ออยู่กับเจ้าตัวเล็ก
“งานนี้ได้จับลิงบ้ากามแน่”
คำพูดกำกวมของ ลูคัส ทำให้เหล่าผู้นำเกวียนทั้งสามขมวดคิ้ว พอมองไปทางรุ่นน้องทั้งหลายก็พอเจ้าใจ พากันถอนหายใจเฮือก
“อเมซอนเมืองผู้หญิง มีหรือที่เจ้าพวกนั้นจะยอมพลาด จับลิงให้อยู่ในกระดองว่ายากแล้ว จับลิงตัวผู้แยกจากตัวเมียยากเสียกว่า”
“แล้วตอนทำพิธี เราต้องทำอะไรบ้าง?”
ไธนอสพาทุกคนเปลี่ยนเรื่อง
“เท่าที่ถาม ทางนั้นจะเป็นคนจัดการทุกอย่าง พวกเราแค่รออย่างเดียวจนกว่าจะเสร็จพิธี”
ลอเรนซ์ผู้ประสานงานทางนี้เป็นผู้ตอบแทน
“หวังว่าจะไม่เกิดปัญหาขึ้นมาอีก”
โรเวนว่า เพราะตั้งแต่การโจมตีในป่าครั้งนั้น ตลอดการเดินทางที่เหลือก็ไม่มีการโจมตีใด ๆ ขึ้นอีกเลย ที่เจอก็คงมีแค่เพียงพวกโจรกระจอกที่ดักปล้นเป็นครั้งคราว
“ฟ้าสงบก่อนพายุเสมอ”
ไธนอสถามขึ้นด้วยความหนักใจ เพราะตอนนี้สิ่งที่พวกเขารู้คือไม่ใช่ทั้งเอเดนและเดมอส นั้นหมายความว่าคำตอบย้ายไปที่ สโนว์แลนด์ ดินแดนอันสงบที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร
...........................................................................