“หลานรักของย่าดูผอมลงมากเลยนะพวกเ้าทำงานหนักมากหรือ” นางซือเอ่ยถามหลานทั้งสองของตนด้วยสีหน้าเป็ห่วง
“ไม่เลยเ้าค่ะข้ากับพี่ชายไม่ได้ทำงานหนักอะไรมากเลยเ้าค่ะตอนเช้าเราจะลุกขึ้นมาช่วยหลวงจีนในวัดแห่งนี้ทำความสะอาดรอบๆวัดไท่เจาพอตกเย็นเราก็จะร่วมบำเพ็ญภาวนากับหลวงจีนกับพระอาจารย์เ้าค่ะ”หยางเฟิ่งเอ่ยตอบนางซือย่าของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เช่นนั้นพวกเ้าคงลำบากมาก”นางซือยังคงเอ่ยถามหลานๆของตนด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่ลำบากอะไรขอรับหลานกับเฟิ่งเออร์สนุกมากขอรับ”หยางเหวินเอ่ยตอบนางซื่อด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“เฮ้อเอาเถอะย่ากับแม่ของเ้ามาเยี่ยมพวกเ้าก็เลยกะว่าจะเข้ามาถือศีลอยู่ที่นี่สักสามวัน”นางซือเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่หลานของตนด้วยรอยยิ้มอ่อน
“เย้!/เย้!”เสียงะโโห่ร้องด้วยความดีใจของเด็กทั้งสองทำให้เหล่าชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆหันมามองดูรอยยิ้มเอ็นดูในความสดใสของเด็กทั้งสอง
“คืนนี่พวกเรานอนด้วยกันทั้งสี่คนดีหรือไม่เ้าคะ”หยางเฟิ่งที่นั่งอยู่ข้างๆนางซือเอ่ยถามย่าของตนด้วยแววตาเป็ประกาย
“ดีสิย่าก็ไม่ได้นอนกับพวกเ้านานแล้วเช่นกันแล้วเจินเออร์เล่าคิดเช่นไรจะมานอนร่วมกับพวกข้าหรือไม่”นางซือหันกลับมาถามสะใภ้ของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ข้าเองก็เห็นด้วยเ้าค่ะ”กุ้ยเจินเอ่ยตอบรับแม่สามีของตนด้วยรอยยิ้มหวาน
“เย้!วันนี้เราจะได้นอนสี่คนเช่นเคยแล้วข้าคิดถึงท่านย่ากับท่านแม่มากที่สุดขอรับ”หยางเหวินเอ่ยพร้อมกับโน้มตัวเข้ากอดมารดาของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เฮ้อเ้าเด็กคนนี้นี่ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าะโโลดเต้นไปมาเช่นนี้”กุ้ยเจินที่เห็นท่าทางะโโลดเต้นของบุตรชายของตนก็ได้แต่เอ่ยปรามออกมาเบาๆ
“ก็ลูกดีใจนิขอรับ”หยางเหวินเอ่ยพร้อมกับมองไปทางย่าของตนอย่างขอความช่วยเหลือ
“เอาเถอะๆเจินเออร์อย่าถือสาอาเหวินเลยนะอาเหวินเองต่อไปก็อย่าลืมคำสอนจากแม่ขอเ้าด้วยเล่า”นางซือเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หลานชายของตนด้วยสีหน้าเอ็นดู
“เอาละพวกเ้าทั้งสองกลับไปทำงานได้แล้วชาวบ้านรอเ้าสองคนมานานแล้ว”กุ้ยเจินที่มองบุตรทั้งสองของตนกินขนมด้วยสีหน้ามีสุขเรียบร้อยแล้วนางจึงเอ่ยกับบุตรของตนด้วยสีหน้ามีรอยยิ้มกว้าง
“เ้าค่ะ/ขอรับ”หยางเฟิ่งกับหยางเหวินขานรับด้วยรอยยิ้มกว้างแล้วเดินออกไปทำงานของตนต่อทันที
“ต้องขออภัยพสกที่ปล่อยให้รอนาน”ไท่ต๋าฉือหรือเ้าอาวาสวัดไท่เจาเอ่ยขออภัยกับสตรีทั้งสองคน
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้ากับลูกสะใภ้เองก็มาพูดคุยกับหลานๆเ้าค่ะไม่ถือว่ารออันใด”นางซือเอ่ยพร้อมกับค้อมหัวให้กับเ้าอาวาสด้วยความนอบน้อม
“ได้ยินว่าพสกทั้งสองจะเข้ามาถือศีลอยู่ที่นี่สามวันเลยหรือ”เ้าอาวาสเอ่ยถามนางซือด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“เ้าค่ะพอดี่นี้ที่จวนไม่ค่อยน่ารื่นร่มเท่าใดนักข้าเลยอยากพากุ้ยเจินแม่ของเ้าแฝดมาชำระจิตใจเสียหน่อยนะเ้าค่ะ”นางซื่อเอ่ยตอบเ้าอาวาสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เช่นนั้นอาตมาก็ขอให้พสกทั้งสองพบกับความสงบที่้า”เ้าอาวาสเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้คนทั้งสองแล้วเดินจากไป
“ขอบคุณเ้าค่ะไต่ซือ”นางซือและกุ้ยเจินเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มยินดีแล้วค้อมหัวให้กับเ้าอาวาสที่เดินจากไป
ยามซื่อ(09.00-10.59)หยางเหวินและหยางเฟิ่งก็ได้ลงเขามาส่งแม่และย่าของตนกลับจวนด้วนสีหน้าเศร้า
“อีกไม่นานเ้าก็จะได้กลับจวนแล้วอย่าทำหน้าเศร้าเช่นนั้นเลย”นางซือที่เห็นหน้าเศร้าของหลานทั้งสองของตนจึงเอ่ยปลอบออกมาเบาๆ
“ถึงจะเป็เช่นนั้นข้าก็ไม่อยากให้ท่านย่ากับท่านแม่กลับไปเลยขอรับ”หยางเหวินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่นางซือและกุ้ยเจินด้วยแววตาเศร้า
“อาเหวินไม่เอาสิลูกเ้าเป็ชายต่อไปมีหน้าที่ต้องปกป้องแม่ปกป้องเฟิ่งเออร์ปกป้องย่าหากเ้าเอาแต่ร้องไห้เช่นนี้ต่อไปเ้าจะปกป้องคนที่รักได้เช่นไร”นางซือเอ่ยพร้อมกับลูบหัวของเด็กชายด้วยแววตาสงสาร
“ฮึก”เสียงกลั้นสะอื้นของเด็กชายดังออกมาเป็ระยะทำให้หยางเฟิ่งที่ยื่นอยู่ข้างๆพี่ชายของตนได้แต่ส่ายหัวเบาๆแล้วมองไปที่พี่ชายของตนด้วยสายตาเอื้อมระอา
“พี่เหวินท่านจะร้องไปใยอีกไม่นานเราก็จะกลับไปหาท่านแม่กับท่านย่าแล้วไม่เอาน่าหากห่างแค่นี้ท่านยังคร่ำครวญไม่เลิกแล้วต่อไปในอนาคตท่านได้ขึ้นเป็แม่ทัพยามออกศึกท่านไม่ร้องไห้หามารดาจนน้ำตาเป็สายเืเลยหรือ”หยางเฟิ่งเอ่ยถามพี่ชายของตนด้วยสีหน้าเอื้อมระอากับนิสัยขี้แยของพี่ชายตน
“เ้ามันคนไร้หัวใจ”หยางเหวินเอ่ยบ่นออกมาเบาๆโดยที่หยางเฟิ่งทำได้แค่กรอกตาขึ้นบนให้กับคำด่าของพี่ชายตนเพราะตอนนี้นางไม่รู้สึกอันใดกับคำด่าของหยางเหวินเลยแม้แต่นิดเดียว
“เฮ้อพวกเ้ากลับขึ้นไปบนเขาเถอะเดี๋ยวแม่กับย่าจะกลับแล้ว หากช้ากล้าเกรงว่าจะกลับถึงจวนมืดค่ำจนย่าของพวกเ้าจะเหนื่อยเอา”กุ้ยเจินที่เริ่มชาชินกับการต่อปากต่อคำของสองพี่น้องจึงเอ่ยบอกบุตรทั้งสองของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เดินทางดีๆนะขอรับ/เ้าค่ะ”หยางเหวินและหยางเฟิ่งเอ่ยพร้อมกับค้อมหัวทำความเคารพหญิงทั้งสองด้วยความนอบน้อม
“มาให้ย่ากอดหน่อยสิ”นางซือเอ่ยพร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างของตนออกจนสุดแขน
“ขอรับ/เ้าค่ะ”หยางเหวินและหยางเฟิ่งเอ่ยขานรับแล้วเดินเข้าไปกอดอำลาย่าของตนแล้วจึงหันมากอดอำลาแม่ของตนเป็รายต่อไป
“เด็กดีเ้าไปเถอะแม่กับย่าจะดูเ้าทั้งสองกลับไปที่วัดเสียก่อนจึงจะออกเดินทาง”กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมกับลูบศีรษะของเด็กทั้งสองเบาๆ
“ขอรับ/เ้าค่ะ”เด็กทั้งสองขานรับแล้วเดินขึ้นไปที่ขั้นบันไดทันทีด้วยเพราะไม่้าให้ย่าที่แก่ชราต้องยืนนาน
“ไปกันเถอะเ้าค่ะท่านแม่”กุ้ยเจินที่เห็นว่าบุตรทั้งสองของตนเดินขึ้นไปถึงที่หมายแล้วหันมาประคองแม่สามีของตนขึ้นรถม้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
จวนตระกูลไป๋
“ทำไมไม่ได้ละเ้าคะท่านพ่อผ้าในหีบนั้นให้พี่สาวได้แต่ทำไมให้ข้าไม่ได้”ไป๋เหม่ยจูหรือคุณหนูรองเอ่ยถามบิดาของตนด้วยสีหน้าเศร้า
“จูเออร์หีบนั้นไม่ใช่ของๆเรา นั้นเป็หีบที่คหบดีจิน จินซือเฉิงตาของหยางเฟิ่งส่งมาให้นางเราไม่สามารถนำสิ่งของออกจากหีบโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเ้าของ”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยอธิบายให้กับบุตรสาวของตนฟังด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มเพราะมีบ่อยครั้งที่เขาและบุตรมีปัญหากันเื่ของที่คหบดีส่งมาให้หลานทั้งสองของพวกเขา
“เช่นนั้นหากพี่สาวกลับมาท่านพ่อช่วยพูดขอผ้ากับพี่สาวให้ลูกได้หรือไม่เ้าคะ”ไป๋เหม่ยจูเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มใสซื่อให้กับบิดาของตน
“คงไม่ได้หรอกจูเออร์ธรรมดาหน้าของพ่อพี่สาวเ้ายังไม่อยากจะมองเลยแล้วนี่จะให้พ่อไปขอผ้ากับพี่สาวพ่อว่าพ่อพูดไม่ทันจบประโยชน์นางคงเดินหายไปซะก่อน”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยตอบบุตรสาวของตนด้วยท่าทีจนใจ
“เหตุใดพี่สาวจึงทำตัวไม่น่ารักเลยละเ้าคะท่านแม่เคยสอนว่าคนเป็ลูกจะต้องเคารพบิดามารดาไม่ใช่หรือเ้าคะ”ไป๋เหม่ยจูเอียงคอเอ่ยถามบิดาของตนด้วยความสงสัย
“เื่นี้เป็บิดาที่ผิดเองเ้าก็อย่าได้มองพี่ๆของเ้าไม่ดีนัก”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับลูบหัวของบุตรสาวของตนด้วยแววตารักใคร่เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้เลี้ยงดูบุตรทั้งสองของเสวี่ยเหม่ยเหนียงจึงทำให้เขารักและเอ็นดูเด็กทั้งสองไม่น้อย
“เช่นนั้นลูกขอเข้าไปเลือกผ้าที่ห้องเก็บสมบัติที่ท่านพ่อได้มาจากบรรณาการคราวก่อนได้หรือไม่เ้าคะ”เหม่ยจูเอ่ยถามบิดาของตนด้วยแววตาเป็ประกาย
“ได้สิจูเออร์ของพ่อขออะไรพ่อย่อมไม่ขัดใจอยู่แล้ว”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับบีบที่แก้มของบุตรสาวของตนด้วยความหมั่นไส้เบาๆ
“เย้!เช่นนั้นลูกไปก่อนนะเ้าคะรักท่านพ่อที่สุดเลย”ไป๋เหม่ยจูะโด้วยความดีใจแล้ววิ่งเข้ามากอดหยางเจี๋ยด้วยรอยยิ้มกว้างแล้ววิ่งออกไปนอกห้องทำงานของหยางเจี๋ยด้วยรอยยิ้มกว้างทันที
“ลูกเข้ามากวนท่านพี่หรือเ้าคะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงที่เดินสวนกับบุตรสาวของตนเอ่ยถามสามีของตนเบาๆ