ตอนที่ 39 เล่ม 2 ขยายเกาะลอยฟ้าจำลอง
ระบบ: "หินฟ้าอัสนีสามารถพบได้ในภูเขาอัสนีทางตอนเหนือ ไม้เทพสวรรค์เติบโตในป่าศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออก และคริสตัลปราณนภาสามารถพบได้ในถ้ำที่อยู่ใกล้กับทะเลสาบนภาทางใต้ เจ้าเตรียมตัวและออกเดินทางเพื่อรวบรวมวัสดุเหล่านี้"
เหว่ยเหลียงเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการผจญภัย เขารู้ดีว่าภารกิจในการหาแหล่งวัสดุสำหรับการขยายเกาะลอยฟ้าจำลองจะต้องใช้ความพยายามและความมุ่งมั่นอย่างมาก
เหว่ยเหลียงเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง เขาเปิดหีบเก็บอุปกรณ์และเริ่มคัดเลือกสิ่งของที่เขาจะต้องใช้
กระบี่กิเลนอัสนีสวรรค์เลือดบริสุทธิ์: อาวุธประจำตัวที่ทรงพลัง สามารถใช้ในการป้องกันและโจมตี
กระบี่บิน: พาหนะที่ใช้สำหรับการเดินทางอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย
เสบียงอาหารและน้ำ: รวมถึงอาหารที่มีพลังงานสูงและน้ำดื่มสะอาดเพียงพอสำหรับการเดินทางในระยะเวลานาน
อุปกรณ์ตั้งแคมป์: เต็นท์, ถุงนอน, และอุปกรณ์สำหรับการตั้งแคมป์ในที่ต่างๆ
สมุนไพรและยารักษา: สมุนไพรสำหรับรักษาบาดแผลและยาที่จำเป็น
เครื่องมือสำรวจ: แผนที่, เข็มทิศ, และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการสำรวจพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย
เหว่ยเหลียงจัดเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างลงในกระเป๋าเดินทางและมั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นพร้อมใช้งาน
เหว่ยเหลียงนั่งลงบนเสื่อในห้องพักของเขา เปิดแผนที่และเริ่มวางแผนการเดินทาง เขาต้องเดินทางไปยังสามสถานที่หลัก ได้แก่ ภูเขาอัสนีทางตอนเหนือ ป่าศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออก และถ้ำใกล้ทะเลสาบนภาทางใต้
เหว่ยเหลียง: "ข้าต้องระมัดระวังในการเดินทางครั้งนี้ แต่ข้าพร้อมแล้ว ข้าจะหาแหล่งวัสดุเหล่านี้และขยายเกาะลอยฟ้าจำลองของข้าให้สำเร็จ"
เขาวางแผนเส้นทางที่จะใช้ในการเดินทาง รวมถึงการพักผ่อนและการเติมเสบียงในแต่ละสถานที่ที่ผ่านไป
ในเช้าวันถัดมา เหว่ยเหลียงพร้อมแล้วสำหรับการเดินทาง เขาสวมใส่ชุดเดินทางที่เหมาะสมและแข็งแรง หยิบกระบี่กิเลนอัสนีสวรรค์เลือดบริสุทธิ์ขึ้นมาและตรวจสอบความพร้อมของกระบี่บิน
เหว่ยเหลียงออกจากที่พัก มุ่งหน้าไปยังประตูทางออกของนิกายเลิศภพใต้ เขามองไปยังท้องฟ้าที่แจ่มใสและรู้สึกถึงความมุ่งมั่นในใจ
เหว่ยเหลียง: "ข้าต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ข้าจะนำวัสดุเหล่านี้กลับมาและขยายเกาะลอยฟ้าจำลองของข้า"
เมื่อเขาพร้อม เขาก็ขึ้นกระบี่บินและเริ่มการเดินทางผ่านท้องฟ้า แสงแดดยามเช้าส่องแสงสว่างทำให้ท้องฟ้าดูสดใสและมีพลัง
เหว่ยเหลียงออกเดินทางจากนิกายเลิศภพใต้ในยามเช้าที่อากาศเย็นสบาย กระบี่บินของเขาแหวกผ่านหมอกที่ลอยล่องเหนือยอดเขาและทุ่งหญ้า เสียงกระแสลมพัดผ่านหูเป็นจังหวะ เขารู้สึกถึงพลังปราณที่ไหลเวียนในร่างกาย เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า
ระหว่างทาง เหว่ยเหลียงบินผ่านป่าทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงตระหง่านและดอกไม้ป่าหลากสีสัน ผีเสื้อและนกนานาชนิดบินโฉบไปมา พื้นดินปกคลุมด้วยมอสสีเขียวสดใส และลำธารใสสะอาดไหลผ่านระหว่างโขดหิน เสียงน้ำกระทบหินเป็นจังหวะที่ผ่อนคลาย
หลังจากบินผ่านป่าทึบ เขามุ่งหน้าไปยังที่ราบกว้างใหญ่ที่มีทุ่งหญ้าเขียวขจีและดอกไม้ป่าที่สวยงาม แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องลงมาทำให้ทุ่งหญ้าเป็นประกาย เสียงลมพัดผ่านทุ่งหญ้าทำให้เกิดเสียงซู่ซ่าที่ฟังดูสบาย
เมื่อเขาเข้าใกล้ภูเขาอัสนีทางตอนเหนือ อากาศเริ่มเย็นลงและความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้น ยอดเขาสูงตระหง่านปรากฏขึ้นในสายตา ปกคลุมด้วยหิมะขาวสะอาด สายฟ้าผ่าลงมาที่ยอดเขาเป็นระยะๆ แสงสีฟ้าแวบวาบทำให้ภูเขาดูมีพลังและน่าเกรงขาม
เหว่ยเหลียงลงจอดที่เชิงเขา เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานไฟฟ้าที่แผ่กระจายอยู่ในอากาศ พื้นดินที่เขาเดินผ่านมีร่องรอยของฟ้าผ่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ หินฟ้าอัสนีที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่มีสีฟ้าเข้มและเปล่งประกายแสงสว่าง
การเก็บหินฟ้าอัสนีเป็นงานที่ท้าทายและต้องใช้ความระมัดระวัง เหว่ยเหลียงใช้พลังปราณในการสร้างเกราะป้องกันตัวเองจากพลังงานไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากหิน เขาเลือกหินฟ้าอัสนีที่มีคุณภาพสูงและเก็บไว้ในกระเป๋าพิเศษที่สามารถป้องกันการระเบิดของพลังงานไฟฟ้าได้
ภูเขาอัสนีเต็มไปด้วยอันตรายและความท้าทาย ฟ้าผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง และพลังงานไฟฟ้าที่สะสมอยู่ในหินฟ้าอัสนีทำให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เหว่ยเหลียงต้องใช้ความสามารถในการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและความรู้ในการจัดการกับพลังงานไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย
เขาใช้เวลาในการเก็บหินฟ้าอัสนีอย่างระมัดระวังและตั้งใจ เมื่อเขาเก็บหินฟ้าอัสนีได้เพียงพอแล้ว เขาก็มองไปรอบๆ ภูเขาอัสนีที่เต็มไปด้วยความลึกลับและพลังอันยิ่งใหญ่
เมื่อเสร็จสิ้นการเก็บหินฟ้าอัสนี เหว่ยเหลียงเตรียมตัวที่จะเดินทางต่อไปยังจุดหมายถัดไป เขาใช้เวลาช่วงเย็นในการพักผ่อนและฟื้นฟูพลังปราณก่อนที่จะเริ่มเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
หลังจากที่เหว่ยเหลียงเสร็จสิ้นการเก็บหินฟ้าอัสนีที่ภูเขาอัสนีทางตอนเหนือ เขาก็เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่สู่ป่าศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออก การเดินทางครั้งนี้ต้องใช้ความสามารถในการนำทางและการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างมาก
เหว่ยเหลียงตรวจสอบเสบียงอาหาร น้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับการเดินทางไกล เขาเติมพลังปราณและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนที่จะออกเดินทางในเช้าวันถัดมา
การเดินทางจากภูเขาอัสนีทางตอนเหนือไปยังป่าศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออกเป็นการเดินทางผ่านที่ราบและเนินเขาที่หลากหลาย ท้องฟ้าสีครามและแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าส่องสว่างทำให้บรรยากาศดูสดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เหว่ยเหลียงขี่กระบี่บินผ่านทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ ทุ่งหญ้าเขียวขจีและดอกไม้ป่าหลากสีบานสะพรั่งตามเส้นทาง
เขาบินผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตามเนินเขา ชาวบ้านยิ้มแย้มและโบกมือทักทายเมื่อเห็นเหว่ยเหลียงบินผ่านไป เสียงนกร้องขับกล่อมและเสียงลมพัดผ่านทำให้การเดินทางดูร่มรื่นและผ่อนคลาย
หลังจากผ่านที่ราบและเนินเขามาหลายวัน เหว่ยเหลียงก็เข้าสู่เขตป่าศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออก บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขาเข้าสู่ป่า ต้นไม้สูงตระหง่านและเขียวขจีทำให้แสงแดดแทบไม่สามารถส่องผ่านมาได้ พื้นป่าปกคลุมไปด้วยมอสและเฟิร์นที่นุ่มนวล เสียงนกร้องและสัตว์ป่าที่เคลื่อนไหวเป็นจังหวะธรรมชาติที่สงบเยือกเย็น
ป่าศักดิ์สิทธิ์นี้มีความลึกซึ้งและลึกลับ เหว่ยเหลียงรู้สึกถึงพลังแห่งธรรมชาติที่แผ่กระจายอยู่รอบตัว เขาเดินผ่านทางเดินที่คดเคี้ยวและซับซ้อน ผ่านลำธารใสสะอาดที่ไหลผ่านระหว่างโขดหิน ผีเสื้อและแมลงป่านานาชนิดบินโฉบไปมา สร้างภาพที่สวยงามและสงบสุข
ภายในป่าศักดิ์สิทธิ์ เหว่ยเหลียงมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่มีต้นไม้โบราณเติบโต ต้นไม้เหล่านี้สูงตระหง่านและมีลำต้นที่หนาแข็งแรง เขารู้ดีว่าไม้เทพสวรรค์เติบโตในป่านี้และมีคุณสมบัติพิเศษที่หาได้ยาก
เหว่ยเหลียงเดินลึกเข้าไปในป่าศักดิ์สิทธิ์ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ต้นไม้โบราณที่มีลักษณะเด่น ลำต้นของมันเต็มไปด้วยลวดลายที่ซับซ้อนและใบไม้ที่เขียวขจี แม้ว่าจะมีอายุหลายพันปี ต้นไม้เหล่านี้ยังคงมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นสูง
เขารู้ว่าการเก็บไม้เทพสวรรค์ต้องทำด้วยความเคารพและระมัดระวัง เหว่ยเหลียงเริ่มทำพิธีบูชาเทพเจ้าผู้พิทักษ์ป่า เพื่อขออนุญาตในการเก็บไม้เทพสวรรค์ เขาใช้พลังปราณในการสื่อสารกับธรรมชาติและขอความเมตตาจากเทพเจ้า
เมื่อได้รับอนุญาต เหว่ยเหลียงใช้วิชากระบี่ในการตัดไม้เทพสวรรค์อย่างระมัดระวัง เขาตัดเฉพาะส่วนที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงการทำลายต้นไม้มากเกินไป ไม้เทพสวรรค์ที่ได้มีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เหมาะสำหรับการสร้างโครงสร้างที่คงทนและยืนยาว
หลังจากเก็บไม้เทพสวรรค์ได้สำเร็จ เหว่ยเหลียงเตรียมตัวที่จะออกจากป่าศักดิ์สิทธิ์ เขาเดินผ่านทางเดินที่คดเคี้ยวและซับซ้อนอีกครั้ง ผ่านลำธารและโขดหินที่เคยผ่านมา บรรยากาศในป่ายังคงสงบเยือกเย็นและเต็มไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติ
เมื่อออกจากป่าศักดิ์สิทธิ์ เหว่ยเหลียงมุ่งหน้าไปยังจุดหมายสุดท้ายในการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือถ้ำใกล้ทะเลสาบนภาทางใต้ การเดินทางผ่านป่าศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติและพลังแห่งธรรมชาติที่เขาสามารถนำมาใช้ในการสร้างและพัฒนาเกาะลอยฟ้าจำลองของเขา