ลูกแก้วสีดำที่เรียบลื่นมันวาวราวกับกระจกนั้นได้สะท้อนภาพใบหน้าของหลี่ลั่วออกมาบนนั้นมีแววตาที่คาดหวังและตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าพ่อแม่ทุ่มเทแรงกายแรงใจมากขนาดนี้เพื่อจะทิ้งอะไรไว้ให้เขากันแน่...
“จะเปิดมันยังไงดีนะ?”
หลี่ลั่วพยายามระงับความตื่นเต้นในใจมองดูลูกแก้วสีดำที่ลึกลับนั่นจากนั้นจึงลองยื่นมือทั้งสองข้างไปวางบนลูกแก้วอย่างแ่เบา
วู้ม!
ทันทีที่ฝ่ามือของเขาัักับลูกแก้วลูกแก้วก็ส่งแรงสั่นะเือันแ่เบาออกมาผิวของลูกแก้วที่แข็งแกร่งและเรียบลื่นราวกลับเปลี่ยนไปกลายเป็ของเหลว ค่อยๆปกคลุมมือทั้งสองข้างของหลี่ลั่ว
ขณะเดียวกันหลี่ลั่วก็รู้สึกได้รางๆ ว่าเหมือนมีสิ่งเล็กๆที่แหลมคมราวกับเข็มทิ่มแทงเข้ามาในฝ่ามือ ดูดดึงแก่นโลหิตเข้าไปเล็กน้อย
ของเหลวสีดำค่อยๆแยกตัวออกจากฝ่ามือ พร้อมกับมีแสงสว่างเริ่มส่องออกมาจากในนั้นสุดท้ายก็ได้ร้อยเรียงกันกลายเป็เงาร่างสองสายตรงหน้าหลี่ลั่วที่กำลังมองดูด้วยความตื่นตะลึง
ระหว่างมองดูเงาร่างทั้งสองที่คุ้นเคยเป็อย่างดีนั้นอยู่ๆ หลี่ลั่วก็รู้สึกจุกอกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“พ่อแม่…”
เงาร่างทั้งสองหนึ่งชายหนึ่งหญิง ฝ่ายชายนั้นมีรูปโฉมหล่อเหลาอย่างมาก ร่างกายสูงตรงราวกับหอกสวมชุดสีขาว ดูสง่างามเป็อย่างยิ่ง เขาแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนมีบรรยากาศที่นิ่งสงบดุจขุนเขา ชวนให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยได้อย่างบอกไม่ถูก
ส่วนหญิงสาวนั้นสวมเสื้อคลุมสีม่วงผมยาวถูกเกล้ามวยเอาไว้ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าเสื้อด้วยท่าทางสบายๆนางเองก็มีรูปโฉมที่งดงามอย่างมากเช่นกัน ดูสง่างามแต่เรียบร้อย
พวกเขาคือพ่อแม่ของหลี่ลั่วหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานนั่นเอง
“ฮ่าฮ่าเสี่ยวลั่ว ตอนที่เ้าเห็นภาพบันทึกนี้ เ้าน่าจะมีอายุสิบเจ็ดปีแล้วสินะ? คาดว่าตอนนั้นพวกเราคงไม่ได้อยู่ข้างๆเ้าแล้วละ” ระหว่างที่หลี่ลั่วกำลังจับจ้องเงาร่างทั้งสองอยู่นั้นหลี่ไท่เสวียนก็ได้กล่าวขึ้น
“เสี่ยวลั่วน่าจะหล่อเหลามากยิ่งขึ้นแล้วสินะ? ที่วิทยาลัยมีสาวมาตามเกี้ยวเ้าบ้างหรือเปล่า?” ถานไถหลานที่อยู่ข้างๆเองก็ยิ้มถาม
หลี่ลั่วนวดตาตัวเองกล่าวพึมพำว่า “ตอนนี้ลูกชายของท่านนอกจากจะหน้าตาดีแล้ว ก็ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่างใครจะมาตามเกี้ยวกันเล่า”
“ตอนนี้เสี่ยวลั่วกำลังน้อยเนื้อต่ำใจอยู่หรือเปล่า? รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าใช่ไหม?” ทว่าเงาร่างของหลี่ไท่เสวียนกลับยิ้มกล่าวต่อราวกับรู้ความคิดในใจของหลี่ลั่วในตอนนี้
ถานไถหลานกล่าว“เป็เพราะไร้อัตลักษณ์ใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่ลั่วก็ใเป็อย่างมาก เพราะตอนที่วิหารอัตลักษณ์ในร่างกายของเขาปรากฏขึ้นหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานต่างก็หายสาบสูญไปแล้ว พวกเขารู้เื่นี้ได้อย่างไร?
“เสี่ยวลั่วอย่าใไปนะอันที่จริงเื่ที่เ้าไร้อัตลักษณ์นั้นพวกเราก็ได้ใช้ศาสตร์ลับพิเศษบางอย่างตรวจพบเจอั้แ่ก่อนที่วิหารอัตลักษณ์ของเ้าจะปรากฏขึ้นมาแล้วรวมไปถึงเื่ที่เ้ามีวิหารอัตลักษณ์สามอันด้วย”ถานไถหลานกล่าวด้วยสายตาที่อ่อนโยน
หลี่ลั่วอ้าปากค้างวินาทีนี้เขาพลันนึกถึงเื่ราวต่างๆ มากมายแท้จริงแล้วพ่อแม่ของเขารับรู้ถึงความพิเศษของร่างกายเขาก่อนที่เขาจะรู้เสียอีกเช่นนั้นการที่พ่อแม่เขาหายสาบสูญไปมันจะเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วยหรือไม่? ตอนนี้พวกท่าน...อยู่ที่ไหนกันแน่? ยังอยู่ดีกันหรือเปล่า? เหตุใดตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ถึงไม่มีข่าวคราวของพวกท่านส่งกลับมาเลย?
“เสี่ยวลั่วก่อนอื่นพ่ออยากจะบอกเ้าตรงนี้ว่าการไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดนั้นไม่ใช่เื่ที่ไร้ประโยชน์ ในสายตาของพ่อพ่อกลับมองว่ามันเป็คุณสมบัติร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเ้าไม่จำเป็ต้องรู้สึกเสียกำลังใจแต่อย่างใด เ้าควรจะรู้สึกดีใจด้วยซ้ำ”คำพูดของหลี่ไท่เสวียนราวกับเป็ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆทำเอาหลี่ลั่วตื่นตะลึงจนเบิกตาโตอ้าปากค้างไปเลย
“พ่อท่านจะปลอบใจข้าก็ไม่จำเป็ต้องพูดเกินจริงขนาดนั้นก็ได้กระมัง?” หลี่ลั่วแสดงสีหน้าแบบ‘ท่านหลอกข้าไม่ได้หรอก’ ออกมา การที่ไร้อัตลักษณ์นั้นแม้แต่พลังอัตลักษณ์ยังบำเพ็ญได้ยากเลยแล้วยังจะบอกว่าเป็คุณสมบัติร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอีกพ่อหลอกเด็กอยู่หรือไร?
“เ้าไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดไม่สามารถดูดกลืนและกลั่นเกลาพลังงานฟ้าดินได้นี่เป็ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรากฐานก็จริงแต่ปัญหานี้ก็ใช่ว่าจะไร้ทางแก้ไขเสียทีเดียว” หลี่ไท่เสวียนยิ้มบางๆ กล่าว
“ในเมื่อมันไร้อัตลักษณ์เช่นนั้นก็หาวิธีเติมเข้าไปก็สิ้นเื่” ถานไถหลานเองก็ยิ้มกล่าว
หลี่ลั่วขมวดคิ้วแน่นพูดน่ะง่าย แต่การจะทำได้จริงมันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยอัตลักษณ์นั้นเป็สิ่งที่ติดตัวมาั้แ่กำเนิด การจะเติมเข้าไปหลังกำเนิดนั้นเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยก่อนหน้านี้เขาก็เคยทดลองมาหลายวิธีแล้วด้วยแต่ก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
“วิธีทั่วไปย่อมไม่มีทางทำได้อยู่แล้วแต่หลังจากที่พวกเรารู้ว่าเ้าไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดแล้วพวกเราก็พยายามค้นหาวิธีมาโดยตลอด”
“์ไม่ใจร้ายกับคนที่ตั้งใจจริงสุดท้ายพวกเราก็หาวิธีได้แล้ว”
ตอนที่หลี่ไท่เสวียนกล่าวคำพูดนี้ออกมาหลี่ลั่วก็สามารถได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงราวกับเสียงกลองอย่างชัดเจนเสียงหัวใจที่เต้นอย่างรุนแรงนั้น ทำให้เขาถึงกับเกิดอาการเวียนหัวไปชั่วขณะ
“พวกเราได้ค้นคว้าและตีความคัมภีร์โบราณมามากมายนับไม่ถ้วนสุดท้ายก็ได้พบกับวิธีการหนึ่ง วิธีการนี้มีชื่อว่า ‘วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก’วิชานี้สามารถหลอมอัตลักษณ์หลังกำเนิดขึ้นมาได้ และในยามที่หลอมรวมนั้นหากนำแก่นโลหิตและิญญาของผู้ที่้าหลอมรวมมาเติมเข้าไปด้วยละก็อัตลักษณ์ที่ได้มาในท้ายที่สุดก็จะสามารถหลอมรวมเข้าสู่วิหารอัตลักษณ์ได้”
“เสี่ยวลั่วการที่เ้าไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดนั้น อาจไม่ใช่เื่เลวร้ายก็ได้เพราะอัตลักษณ์ก่อนกำเนิดนั้นมีความไม่แน่นอนสูงมากเกินไป ยากจะควบคุมได้แต่อัตลักษณ์หลังกำเนิดที่หลอมขึ้นมาด้วย ‘วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก’นั้นสามารถสร้างขึ้นตามความ้าของเ้าได้”
“หากเ้า้าอัตลักษณ์ธาตุเ้าก็สามารถหลอมรวมเป็อัตลักษณ์ธาตุได้ หากเ้า้าอัตลักษณ์สรรพสัตว์เ้าก็สามารถหลอมรวมเป็อัตลักษณ์สรรพสัตว์ได้เช่นกัน”
“เอาไว้ในอนาคตวิหารอัตลักษณ์ทั้งสามอันของเ้าล้วนแล้วแต่ถูกเติมเต็มไปด้วยสามอัตลักษณ์ที่เ้าตั้งใจหลอมรวมขึ้นมาแล้วเมื่อนั้นอัตลักษณ์ทั้งสามก็จะช่วยหนุนเสริมซึ่งกันและกันอานุภาพจะเหนือกว่าพวกอัตลักษณ์ก่อนกำเนิดหลายเท่า”
ดวงตาของหลี่ลั่วเป็ประกายขึ้นมาอย่างอดไม่ได้คำพูดนี้ฟังดูก็ไม่เลว อัตลักษณ์นั้นมีมากมายหลากหลาย ผู้คนจำนวนมากนั้นเมื่อวิหารอัตลักษณ์เปิดออกชนิดของอัตลักษณ์ในวิหารอัตลักษณ์ก็จะถูกกำหนดตายตัวไว้ทันทีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกเด็ดขาด ส่วนเขาแม้ว่าจะไร้อัตลักษณ์แต่กำเนิดแต่เขากลับมีข้อดีตรงที่สามารถหลอมรวมอัตลักษณ์หลังกำเนิดได้ตามที่้า
“เสี่ยวลั่วอัตลักษณ์หลังกำเนิดที่หลอมรวมขึ้นมาด้วย ‘วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก’ นี้ยังมีข้อดีที่ยอดเยี่ยมอยู่อีกอย่างหนึ่งด้วย” ถานไถหลานกล่าวเสริม
ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็เพียงแค่ภาพบันทึกแต่หลี่ลั่วก็ยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินว่ามีข้อดีเขาก็ไม่รู้สึกง่วงอีกแล้ว
“โดยทั่วไปแล้วอัตลักษณ์ก่อนกำเนิดเกือบทั้งหมดล้วนเป็แค่คุณสมบัติเดี่ยวแต่อัตลักษณ์หลังกำเนิดที่หลอมขึ้นมาจาก ‘วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็ก’กลับแตกต่างออกไป เพราะมันสามารถบรรจุคุณสมบัติเอาไว้ได้ถึงสองคุณสมบัติหนึ่งหลักหนึ่งเสริม”
“หากคุณสมบัติทั้งสองชนิดนี้สามารถเลือกให้หนุนเสริมกันได้เช่นนั้นมันก็จะยิ่งเป็ดั่งเสือติดปีกถึงแม้ว่าในโลกนี้จะมีสมบัติฟ้าดินบางอย่างที่สามารถช่วยให้วิหารอัตลักษณ์ของผู้คนให้กำเนิดคุณสมบัติอื่นๆเพิ่มขึ้นมาได้อยู่บ้างเหมือนกัน แต่คุณสมบัติเช่นนั้นมันก็อ่อนแอเกินไปเพียงแค่ช่วยหนุนเสริมให้เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเมื่อเทียบกับอัตลักษณ์ที่มีทั้งคุณสมบัติหลักและคุณสมบัติเสริมของเ้าแล้วมันก็แตกต่างกันไกลโขเลยทีเดียว”
“เยี่ยม!เยี่ยมไปเลย!”
หลี่ลั่วปรบมือเสียงดังแน่นอนว่าเขาย่อมต้องรู้ว่าเื่นี้มันวิเศษแค่ไหนหากเขาเลือกอัตลักษณ์ไฟเป็หลัก แล้วเพิ่มอัตลักษณ์สายฟ้าเข้าไปเป็คุณสมบัติเสริมไฟสายฟ้าหนุนเสริมกันอานุภาพในการทำลายล้างของพลังอัตลักษณ์ของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เพียงแค่นึกถึงเื่นี้เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้แล้ว หากมองดูจากจุดนี้แล้วไร้อัตลักษณ์ของเขามันกลับดูล้ำลึกยิ่งกว่าอัตลักษณ์ก่อนกำเนิดเสียอีก!
“แฮ่มแต่ทุกเื่ราวย่อมไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบถึงแม้ว่าอัตลักษณ์หลังกำเนิดนี้จะเข้ากันได้ดีกับไร้อัตลักษณ์อย่างมากแต่มันก็มีข้อเสียอยู่บ้าง นั่นคืออัตลักษณ์หลังกำเนิดที่หลอมขึ้นมานั้นระดับเริ่มต้นจะไม่เกินระดับสี่” หลี่ไท่เสวียนกระแอมไอออกมาหนึ่งทีก่อนจะกล่าว
หลี่ลั่วชะงักไปครู่หนึ่งเหม่อลอยไปเล็กน้อย อัตลักษณ์ระดับสี่ ระดับมันต่ำไปหน่อยจริงๆเทียบกับอัตลักษณ์แสงสว่างระดับเก้าของเจียงชิงเอ๋อร์แล้วมันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย
หากระดับต่างกันมากขนาดนี้เกรงว่าต่อให้อัตลักษณ์หลังกำเนิดของเขาจะมีคุณสมบัติหลักและคุณสมบัติเสริมก็คงจะไม่สามารถตามทันได้ง่ายๆ อยู่ดี
แต่ความลังเลนี้ก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้นอย่างไรเสียตอนนี้สถานการณ์ของเขามันก็ย่ำแย่จนถึงที่สุดแล้วแม้จะเป็อัตลักษณ์ระดับสี่ก็นับว่าไม่เลวแล้ว!
“แน่นอนว่าเ้าเองก็ไม่ต้องรีบร้อนถึงแม้ว่าอัตลักษณ์หลังกำเนิดนั้นจะมีจุดเริ่มต้นต่ำ แต่ก็สามารถใช้วิธีการต่างๆยกระดับมันขึ้นมาได้” ถานไถหลานที่รักลูกชายสุดหัวใจได้รีบกล่าวเตือนหลี่ลั่วทันที
หลี่ลั่วเข้าใจได้ทันทีใช่แล้ว ในโลกนี้ยังมีสมุนไพรวิเศษและสมบัติล้ำค่าอยู่อีกมากมายพวกมันมีสรรพคุณในการยกระดับของอัตลักษณ์ขึ้นได้อีกทั้งยังมีอาชีพหนึ่งที่มีชื่อว่า นักเกลาอัตลักษณ์พวกเขาสามารถหลอมสร้างน้ำยาแสงวิเศษที่สามารถขัดเกลาอัตลักษณ์ได้ ซึ่งเป็ที่้าของเหล่าลักษณาจารย์มากที่สุด
เพียงแต่การใช้วัตถุภายนอกยกระดับอัตลักษณ์นั้นย่อมมีข้อจำกัดโดยทั่วไปแล้วอย่างมากสุดก็สามารถยกระดับอัตลักษณ์ขึ้นไปได้หนึ่งหรือสองระดับเท่านั้น
ซึ่งอัตลักษณ์หลังกำเนิดของเขาหากจุดสูงสุดได้เพียงแค่ระดับสี่ เช่นนั้นแม้จะใช้วิธีการต่างๆ ยกระดับขึ้นสุดท้ายก็คงจะยกระดับขึ้นได้ถึงแค่ระดับห้าหรือหกเท่านั้น
“เสี่ยวลั่วกำลังกังวลว่าการใช้วัตถุภายนอกยกระดับอัตลักษณ์นั้นมีขีดจำกัดอยู่ใช่ไหม?” หลี่ไท่เสวียนหัวเราะกล่าวขึ้น
“เอ๊ะ?” เมื่อเห็นรอยยิ้มของหลี่ไท่เสวียนหลี่ลั่วก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างอดไม่ได้หรือว่าข้อเสียนี้อาจจะสามารถแก้ไขได้เหมือนกัน?
ในตอนที่หลี่ลั่วกำลังรอคอยด้วยความคาดหวังอยู่นั้นอยู่ๆ ถานไถหลานที่อยู่ข้างๆ ก็กระแอมไอออกมาหนึ่งทีขัดจังหวะหลี่ไท่เสวียนที่กำลังจะพูดต่อ จากนั้นก็กล่าวด้วยท่าทางไม่พอใจ“ถ้าเ้าแย่งข้าพูดไปหมดแล้ว แล้วข้าจะยังเหลือเื่อะไรพูดกับเสี่ยวลั่วอีก?”
เมื่อหลี่ไท่เสวียนได้ยินดังนั้นก็รีบกล่าว“ข้าผิดไปแล้ว ภรรยา ต่อจากนี้ให้เ้าเป็คนพูดกับลูกชายก็แล้วกัน”
เมื่อหลี่ลั่วเห็นภาพนี้เขาก็ส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ ความสามารถในการเอาตัวรอดของพ่อนี่ช่างไม่ธรรมดาจริงๆคงจะถูกแม่อัดจนได้มาสินะ?
“เสี่ยวลั่วเ้ากำลังหัวเราะเยาะพ่อเ้าอยู่ใช่ไหม?”
ภาพฉายของหลี่ไท่เสวียนนั้นราวกับรู้ว่าหลี่ลั่วจะมีปฏิกิริยาเช่นใดเมื่อเห็นภาพนี้จึงรีบส่งเสียงฮึออกมาทันที จากนั้นก็กล่าวอย่างจริงจังว่า “เ้ายังเด็กเ้าไม่เข้าใจหรอก นี่ไม่ใช่เพราะข้ากลัวแม่เ้าแต่มันเป็เพราะข้ารักแม่เ้ามากเกินไป ข้าเองก็เคยบอกเ้าไปหลายครั้งแล้วรักภรรยาคือกฎข้อแรกของบ้านเรา เอาไว้ในอนาคตหลังจากที่เ้าอยู่กับชิงเอ๋อร์แล้วเ้าก็ต้องทำตามกฎของบ้านเราอย่างเคร่งครัดด้วย เข้าใจไหม?”
เมื่อหลี่ลั่วได้ยินเช่นนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงเย็นออกมา พ่อ ทุกครั้งที่พ่อพูดเื่นี้กับข้าหากบนใบหน้าของพ่อไม่มีรอยหมัดอันสดใหม่ติดอยู่ด้วยละก็ข้าคงเกือบจะเชื่อแล้วจริงๆ
แต่เมื่อพูดถึงเจียงชิงเอ๋อร์แล้วหลี่ลั่วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาแม่เขาเป็คนเลี้ยงดูเจียงชิงเอ๋อร์ด้วยตัวเองดังนั้นนิสัยของนางจึงเหมือนกับแม่เขาอย่างมาก คิดแต่จะใช้กำลัง
แล้วต่อไปจะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย
ระหว่างที่กังวลใจอยู่นั้นหลี่ลั่วก็เงยหน้าขึ้นไปมองภาพฉายของพ่อเขาและราวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจความคิดในใจเขาด้วยพริบตานั้นทั้งพ่อลูกต่างก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา
“หลี่ไท่เสวียนเ้าอย่ามาทำตัวไร้สาระเสียเวลาข้าได้ไหม?” ระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังอนาถใจอยู่นั้นถานไถหลานก็กล่าวขึ้นพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลี่ไท่เสวียนได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้าเป็เชิงว่าเข้าใจแล้ว
จากนั้นถานไถหลานก็หันไปมองหลี่ลั่วน้ำเสียงของนางอ่อนโยนลง “ข้อจำกัดในการใช้วัตถุภายนอกยกระดับอัตลักษณ์นั้นมีผลกับอัตลักษณ์ก่อนกำเนิดเท่านั้นเพราะไม่ว่าจะกลั่นวัตถุภายนอกเ่าั้ให้บริสุทธิ์เพียงใดสุดท้ายก็ยังคงมีสิ่งเจือปนหลงเหลืออยู่ดี ซึ่งก็เป็การสะสมของสิ่งเจือปนเหล่านี้เองที่ทำให้วิหารอัตลักษณ์ถูกอุดตันอย่างสมบูรณ์ไม่สามารถยกระดับอัตลักษณ์ขึ้นไปได้อีก”
“แต่เสี่ยวลั่วไร้อัตลักษณ์ของเ้าไม่ได้อยู่ในข้อจำกัดนี้แต่อย่างใดเพราะวิหารอัตลักษณ์ของคนอื่นๆ นั้นมีคุณสมบัติมาั้แ่กำเนิดแล้วดังนั้นจึงมีปฏิกิริยาต่อต้านกับวัตถุภายนอกที่ใช้ขัดเกลาแต่ไร้อัตลักษณ์ของเ้านั้นไม่มีคุณสมบัติใดๆ อยู่แล้ว นั่นหมายความว่ามันสามารถรองรับได้ทุกสรรพสิ่ง”
“ดังนั้นอัตลักษณ์ของเ้าจึงสามารถใช้วัตถุภายนอกหลอมรวมเพื่อยกระดับได้อย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่ายิ่งระดับสูงขึ้นเท่าใด ความยากก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นแต่เ้าก็มีโอกาสที่จะทำให้อัตลักษณ์หลังกำเนิดของเ้าสมบูรณ์แบบได้จริง”
“ดังนั้นแม่ถึงได้บอกว่าเสี่ยวลั่ว ไร้อัตลักษณ์ของเ้าบางทีมันอาจจะเป็อัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกสิ่งที่มันขาดไปก็มีเพียงกุญแจที่ใช้เปิดมันเท่านั้น”
หัวใจของหลี่ลั่วเต้นแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ไร้อัตลักษณ์ที่อยู่ในร่างกายเขานั้นทำให้เขาทุกข์ทรมานไม่น้อยตอนแรกเขาก็รู้สึกเจ็บใจและโกรธเคืองเหมือนกันแต่สุดท้ายความรู้สึกเจ็บใจกับโกรธเคืองก็กลายเป็ความสิ้นหวังจนเขาได้แต่ต้องยอมรับความจริง
แต่ตอนนี้พ่อแม่ของเขากลับบอกเขาว่า ไร้อัตลักษณ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่ไร้ประโยชน์แต่มันคือสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก?
วินาทีนี้หลี่ลั่วน้ำตาคลอเบ้าอย่างอดไม่ได้
“เสี่ยวลั่วอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันแรกนั้นก่อนหน้านี้พวกเราเคยนำแก่นโลหิตและิญญาของเ้าส่วนหนึ่งมาหลอมสร้างไว้ก่อนแล้วมันอยู่ในลูกแก้วลูกนี้เอง”
“วิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็กก็อยู่ในนั้นเช่นกัน”ถานไถหลานกล่าว
หลี่ลั่วรู้สึกอบอุ่นหัวใจจากนั้นจึงกางมือทั้งสองข้างออก “ท่านพ่อ ท่านแม่ ขอบคุณพวกท่าน เอาละข้าพร้อมแล้วถ่ายทอดอัตลักษณ์หลังกำเนิดอันนั้นกับวิชาหลอมเทพไร้ลักษณ์เล็กมาให้ข้าเถอะให้ลูกชายของพวกท่านได้เริ่มต้นชีวิตที่จะทะยานขึ้นอย่างก้าวะโเสียทีเถอะ”
แต่ตอนนี้สีหน้าของหลี่ไท่เสวียนกลับดูจริงจังขึ้นเขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “สุดท้ายยังมีอีกเื่หนึ่งที่ต้องบอกเ้าการหลอมรวมอัตลักษณ์หลังกำเนิดเข้าสู่ร่างกายนั้น ไม่ได้ง่ายอย่างที่เ้าคิด”
“ในยามที่หลอมรวมอัตลักษณ์หลังกำเนิดเข้าไปนั้นมันจะดูดกลืนแก่นโลหิตของเ้าเป็จำนวนมากสาเหตุที่กำหนดให้เ้าเปิดสิ่งนี้ตอนอายุสิบเจ็ดปีก็เพราะต้องรอให้เ้ามีอายุถึงก่อนเ้าถึงจะพอฝืนทนต่อการสูญเสียแก่นโลหิตจำนวนมากเช่นนี้ได้”
“แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ...หลังจากหลอมรวมอัตลักษณ์หลังกำเนิดแล้วสิ่งที่เ้าสูญเสียไปไม่ได้มีเพียงแค่แก่นโลหิตเท่านั้น แต่ยังมี... อายุขัยด้วย”
“นับจากวินาทีที่หลอมรวมแล้วอายุขัยของเ้าจะเหลือเพียงห้าปีเท่านั้น...เว้นแต่ว่าเ้าจะสามารถก้าวสู่ระดับขุนนางได้ภายในห้าปีมิฉะนั้นอีกห้าปีต่อจากนั้น อายุขัยของเ้าก็จะถึงจุดสิ้นสุด”
“เื่นี้ข้ากับแม่เ้าเถียงกันอยู่นานเพราะผลกระทบมันหนักหนาเกินไป แต่เสี่ยวลั่วเ้าโตแล้วพวกเราจึงตัดสินใจบอกเื่นี้กับเ้า ให้เ้าเป็คนตัดสินใจเองเสี่ยวลั่วเ้าจะเลือกอยู่ในสภาพเช่นนี้เป็เพียงแค่คนร่ำรวยที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปตลอดชีวิต หรือจะเลือกหลอมสร้างอัตลักษณ์หลังกำเนิดเริ่มต่อสู้ขัดขืนลิขิตฟ้า ก้าวเดินบนเส้นทางที่อันตรายอย่างไร้ที่สิ้นสุด…”
“หากเลือกข้อแรกเ้าเพียงแค่ปิดลูกแก้วลงเท่านั้น ทุกอย่างที่อยู่ในนั้นก็จะถูกทำลายไปเองแต่หากเลือกข้อหลัง เช่นนั้นก็ยื่นมือเข้าไปในลูกแก้ว ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตัวเ้าเองแล้ว แต่ไม่ว่าเ้าจะเลือกแบบไหนพ่อกับแม่ก็จะสนับสนุนเ้าตลอดไป”
สิ้นเสียงพูดของหลี่ไท่เสวียนเงาร่างของหลี่ไท่เสวียนกับถานไถหลานก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเพียงจ้องมองไปทางด้านหน้าอย่างเงียบงัน แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ส่วนหลี่ลั่วก็ได้นั่งลงอย่างช้าๆจ้องมองไปที่ลูกแก้วสีดำด้วยสีหน้าสับสน
ก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกอยู่แล้วว่าในเมื่อไร้อัตลักษณ์มันมีศักยภาพสูงมากขนาดนี้ไม่มีทางที่จะไม่มีผลข้างเคียงอยู่แล้ว ที่แท้มันรออยู่ตรงนี้นี่เอง
การตัดสินใจของเขาในตอนนี้จะเป็การตัดสินว่าตัวเขาจะเป็แค่คนขี้ขลาดอ่อนแอ หรือจะเป็คนอายุสั้น?