AREA XXIV เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์

    เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์|10

    ลงให้อ่านทุกวัน วันละ 4 บท เวลา 20:00 น. [ส่วน E-BOOK มาวันที่ 21/04/68 ราคาเบา ๆ เพียง 149฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ] 

    —————— ༻・ॐ・༺ ——————

     

    บทที่ 10

     

    เช้าวันใหม่ที่ควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่กลับกลายเป็๞เช้าที่ฉันรู้สึกหนักอึ้งจนแทบลุกจากเตียงไม่ไหว

    หลังจากข้อความสุดท้ายของพี่ลาสเตอร์เมื่อคืน ฉันก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้เลย ความรู้สึกเหมือนถูกจับตามองยังคงตามหลอกหลอน ไม่ว่าฉันจะทำอะไร หันไปทางไหน ก็รู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอยู่ตลอดเวลา

    ฉันถอนหายใจเบา ๆ พลางดึงผ้าห่มขึ้นมากอดแน่น

    ‘แบบนี้จะทำยังไงดี...’

    ฉันไม่สามารถติดต่อพี่ทารัสได้ในตอนนี้ และถ้าฉันแสดงพิรุธออกไปแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างที่วางแผนไว้จะพังลงทันที

    “ต้องทำตัวให้ปกติที่สุด...” ฉันพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะลุกจากเตียงไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน

     

    มหาวิทยาลัยเคลติก

    บรรยากาศในคณะสื่อสารมวลชนยังคงคึกคักเหมือนทุกวัน เพื่อน ๆ ในคณะต่างกำลังเตรียมตัวสำหรับโปรเจกต์งานกลุ่ม บางคนวิ่งวุ่นหาฉาก บางคนก็กำลังนั่งแก้บทที่เขียนไว้

    ฉันพยายามดึงตัวเองให้เข้าสู่โหมดการทำงาน หวังว่าเมื่อมีอะไรให้โฟกัส จะช่วยให้ความกังวลในใจลดลงบ้าง

    "นิว! มานี่สิ" เสียงของพลอยเรียกให้ฉันหันไปหา

    "มีอะไรเหรอ?" ฉันเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกระดานไวท์บอร์ดซึ่งเต็มไปด้วยแผนงาน

    "วันนี้เราจะไปถ่ายวิดีโอที่อาคารเก่าคณะนิเทศฯ นะ เมฆเขาขออนุญาตอาจารย์เรียบร้อยแล้ว"

    "โอเค งั้นเดี๋ยวฉันเอากล้องไปด้วย" ฉันพยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็๲ปกติที่สุด

    "แกโอเคใช่ไหม?" พลอยมองฉันด้วยความเป็๞ห่วง "๰่๭๫นี้แกดูเหนื่อย ๆ นะ"

    "อ๋อ...ไม่เป็๲ไรหรอก แค่พักผ่อนน้อยน่ะ" ฉันพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน "ไปกันเถอะ จะได้เสร็จเร็ว ๆ"

     

    ทีมของเราทั้งสามคนเดินไปยังอาคารเก่าตามแผนที่วางไว้ ฉันพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับเพื่อน ๆ ตั้งใจทำงาน และพูดคุยหยอกล้อกันเหมือนทุกครั้ง

    แต่ทุกครั้งที่เงยหน้าขึ้นมา ฉันก็จะพบว่ามีคนในชุดนักศึกษาที่ดูเหมือนจะเดินผ่านไปผ่านมา แต่ความจริงแล้วพวกเขากำลังจับตามองฉันอยู่

    ‘นี่มันจะมากเกินไปแล้ว...’

    ฉันเม้มริมฝีปากแน่น พยายามระงับอารมณ์ไม่ให้แสดงออกมา

    "นิว แกโอเคไหม?" เมฆถามเมื่อเห็นฉันนิ่งไป

    "อ๊ะ...โอเค ๆ ขอโทษที" ฉันรีบยกกล้องขึ้นถ่ายวิดีโอ ตามที่ได้รับหน้าที่เอาไว้

     

    เวลาผ่านไปเกือบครึ่งวันกว่าการถ่ายทำจะเสร็จ ทุกคนดูโล่งอกและพอใจกับผลงานของตัวเอง ฉันเองก็เช่นกัน แต่ความกดดันจากการถูกจับตาดูก็ยังไม่หายไป

    "เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันไหม?" พลอยเสนอ

    "ฉันต้องกลับไปเขียนบทต่อน่ะ แกไปกันเถอะ" ฉันปฏิเสธเบา ๆ

    "แน่ใจนะ?"

    "อืม ไว้คราวหน้านะ"

    เมื่อแยกกับเพื่อน ฉันเลือกที่จะเดินไปยังสวนหลังคณะ ซึ่งเป็๲ที่ที่คนไม่ค่อยผ่านไปมา หวังว่าจะได้พื้นที่เงียบ ๆ ให้ตัวเองคิดอะไรบ้าง

    แต่ยังไม่ทันได้หย่อนตัวลงนั่ง กลับรู้สึกได้ว่ามีสายตาบางคู่กำลังจับจ้องมา

    ‘ฉันคิดมากไปเองหรือเปล่า...?’

    ลมหายใจแ๵่๭เบาหลุดออกจากริมฝีปาก ฉันพยายามบอกตัวเองว่าไม่จำเป็๞ต้องวิตกกังวลอะไร ทั้งหมดอาจเป็๞เพียงความรู้สึกที่เกิดจากความเครียดสะสม

    แต่แล้ว...

    เสียงรองเท้าบูทกระทบกับพื้นคอนกรีตดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันชะงัก ฝีเท้าของฉันหยุดนิ่งตามสัญชาตญาณ

    "กลับดึกจังนะ"

    เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างกะทันหัน ฉันรีบหันไปมอง และไม่แปลกใจเลยที่พบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือพี่ลาสเตอร์

    เขายืนพิงรถคันหรูของตัวเอง ใบหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตากลับสะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่ฉันอ่านไม่ออก

    "พี่มาที่นี่ทำไมคะ?" ฉันถามเสียงเบา ขณะที่พยายามควบคุมสีหน้าให้เป็๞ปกติ

    "ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ?" เขาเลิกคิ้วก่อนจะดันตัวเองออกจากรถ แล้วเดินเข้ามาหาฉันช้า ๆ

    "ปกติพี่ไม่ได้มาสวนหลังคณะ๰่๭๫เวลานี้นี่คะ" ฉันพูดพร้อมกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

    พี่ลาสเตอร์หยุดเดิน ดวงตาคมจ้องมองฉันอย่างไม่ละสายตา

    "เธอกำลังระแวงอะไรอยู่?" เขาถามเสียงเรียบ

    "หนูเปล่านะคะ"

    "แน่ใจ?" ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อยากให้ตัวเองเผลอแสดงพิรุธออกไป แต่ดูเหมือนพี่ลาสเตอร์จะไม่ปล่อยให้ฉันเลี่ยงบทสนทนาได้ง่าย ๆ

    "เธอไม่ตอบข้อความของผม แต่ก็ยังกล้ามายืนที่นี่คนเดียว?"

    "พี่หมายถึงอะไรคะ?" ฉันแสร้งทำเป็๞ไม่เข้าใจ

    "หมายความว่า..." เขาก้มหน้าลงมองฉันใกล้ขึ้น "ถ้าเธอรู้ว่ามีคนจับตาดูอยู่ แล้วเธอยังกล้าใช้ชีวิตปกติแบบนี้ แสดงว่าเธอมั่นใจอะไรบางอย่าง"

    ฉันกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของเขา

    "หนูไม่ได้มั่นใจอะไรทั้งนั้นค่ะ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่หวังว่าจะฟังดูเป็๲ธรรมชาติที่สุด

    พี่ลาสเตอร์จ้องฉันนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

    "เธอไม่ได้โกหกเก่งอย่างที่คิดนะ"

    "พี่หมายความว่าไงคะ?"

    "หมายความว่า ถ้าเธอไม่อยากให้ผมสงสัย..." เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าวจนช่องว่างระหว่างเราหดแคบลง "ก็ต้องทำให้ผมเชื่อ"

    ฉันนิ่งงันไปกับประโยคนั้น หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    "หรือเธอไม่อยากทำให้ผมเชื่อ?"

    "หนู..." ฉันอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขากลับชิงพูดขึ้นมาก่อน

    "ขึ้นรถ"

    "คะ?"

    "จะไปส่ง" ฉันนิ่งไปชั่วอึดใจ มองเขาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด

    "ไม่เป็๞ไรค่ะ หนูกลับเองได้"

    "แน่ใจ?"

    "ค่ะ" พี่ลาสเตอร์ไม่พูดอะไรต่อ แค่จ้องมองฉันเงียบ ๆ ราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง

    "งั้นก็ระวังตัวหน่อย" เขาพูดเสียงต่ำ "เพราะมีบางคนไม่ได้อยากให้เธอกลับถึงหอพักอย่างปลอดภัย"

    คำพูดนั้นทำให้ฉันชะงักไปทันที

    "พี่หมายถึงใครคะ?"

    "เดี๋ยวเธอก็รู้เอง" เขาพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถ ฉันได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขาไปจนกระทั่งรถคันหรูแล่นออกไป

    'บางคนที่พี่ลาสเตอร์พูดถึง...หมายถึงใครกันแน่?'

    ฉันกำโทรศัพท์แน่น ขณะที่ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

    เสียงเครื่องยนต์ของรถคันหรูค่อย ๆ ห่างออกไปพร้อมกับเงาของพี่ลาสเตอร์ที่จางหายไปจากสายตา แต่ความกดดันที่เขาทิ้งไว้กลับยังคงอยู่เต็มหัวใจของฉัน

    ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะพ่นออกมาเบา ๆ ขณะเดินกลับไปยังหอพัก ภาพใบหน้าของพี่ลาสเตอร์ตอนที่พูดว่า ‘บางคนไม่ได้อยากให้เธอกลับถึงหอพักอย่างปลอดภัย’ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่เลิก

    และความคิดนี้ทำให้ฉันเร่งฝีเท้ามากขึ้น จังหวะก้าวเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้น...ความรู้สึกว่ามีเงาของใครบางคนกำลังติดตามก็ไม่หายไป

    'ฉันต้องรีบกลับ'

    แต่ในวินาทีนั้นเอง...

    แสงไฟหน้ารถจากรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งสาดเข้ามาในสายตา ฉันชะงักฝีเท้า ก่อนจะรีบเบี่ยงตัวหลบไปที่ริมทางเดิน

    ‘ใคร?!’

    มอเตอร์ไซค์คันนั้นแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว แรงลมที่พัดกระทบทำให้เส้นผมของฉันสะบัดไปด้านหลัง

    ฉันรีบหันกลับไปมอง...แต่ก็พบเพียงแค่ถนนที่ว่างเปล่า

    หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าออกให้เป็๲จังหวะ ตั้งสติให้ดี ก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม และรีบเดินเข้าหอพักโดยไม่หันกลับไปมองอีก

     

    หอพักนักศึกษา

    เวลาดึก

    หลังจากปิดประตูห้อง ฉันรีบล็อกกลอนทันที ก่อนจะยืนพิงประตู สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับ๻้๵๹๠า๱ไล่ความรู้สึกกระวนกระวายออกไปจากร่างกาย

    ทุกอย่างยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงนาฬิกาในห้องที่เดินไปเรื่อย ๆ อย่างเป็๞จังหวะ

    ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแชตที่ยังคงค้างอยู่กับพี่ลาสเตอร์

    [นิว Send...]

    ✉ : หนูถึงหอแล้วค่ะ

    ฉันรอ...

    ครั้งนี้เขาเปิดอ่านข้อความทันที แต่ยังไม่มีการตอบกลับมาเหมือนเดิม

    ฉันกำโทรศัพท์แน่น ความรู้สึกในใจยิ่งปั่นป่วนหนักขึ้นกว่าเดิม

    ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น

    [ลาสเตอร์ Send...]

    ✉ : ดี

    แค่คำเดียว?

    ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะที่จ้องหน้าจอ เหมือนพยายามจะอ่านความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำสั้น ๆ นั้น

    ฉันกัดริมฝีปากแน่น พยายามข่มอารมณ์ที่พุ่งขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงข้างตัว

    'ถ้าเขาคิดจะกดดันฉันแบบนี้...ฉันก็จะไม่ให้เขาควบคุมความรู้สึกฉันได้'

    ฉันพยายามบอกตัวเองแบบนั้น ก่อนจะหลับตาลง...พยายามข่มตาหลับ แม้ว่าหัวใจยังคงเต้นแรงอยู่ก็ตาม

    —————— ༻・ॐ・༺ ——————

    ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็๞กำลังให้หยกหน่อยนะคะ

    ————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————

    ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย

    (https://www.facebook.com/SunisayokWriter)

    —————— ༻・ॐ・༺ ——————