“พี่โฟทำไมสภาพอากาศมันถึงถูกแปลกๆจัง” ศิษย์ที่เดินตามหลังพี่โฟนั้นเอ่ยขึ้นอย่างกังวล
เปรี้ยง!!
สายฟ้าฝ่าลงมายังถ้ำหลากสีพวกเขาที่มาด้วยกันสี่คนรู้สึกแปลกใจ “เกิดอะไรขึ้นกัน”พี่โฟรีบเร่งฝีเท้าเพื่ที่จะไปให้ถึงถ้ำหลากสีให้ไว ส่วนคนอื่นๆก็รีบตามมาเช่นเดียวกัน
“พี่เว่ยดูเหมือนว่ามีคนกำลังมา”ศิษย์น้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้น พี่เว่ยในตอนนี้เขานั้นอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก เขานั้นเข้าร่วมการทดสอบแต่ผ่านไปได้เพียงชั้นเดียว คนที่มาด้วยตายไปหนึ่งคน จึงทำให้เขารู้สึกแย่
“เข้าไปหลบข้างใน”พี่เว่ยนั้นรีบวิ่งนำหน้าเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง พี่โฟนั้นสังเกตดูเห็นเงารางๆที่กำลังเข้าถ้ำไป
“พวกเ้ารีบตามมันไป”พี่โฟออกคำสั่ง เขานั้นรู้สึกกังวลว่าสมบัติที่ผู้าุโสี่หรือก็คืออาจารย์ของเขาสั่งมาให้เอากลับไปให้ได้ จะให้ใครได้ไปก่อนไม่ได้เด็ดขาด
ทั้งสามคนที่ได้รับคำสั่งจากพี่โฟนั้นพวกเขาก็รีบเร่งฝีเท้ากัน ด้วยความเร็วของระดับเปิดประตูบานที่สี่ของทั้งสามคนจึงทำให้มาถึงหน้าถ้ำภายในสิบนาที
พี่โฟที่มาถึงเขาใช้วิชาแกะร่องรอยทันที “ร่องรอยนี้พึ่งผ่านไปเพียงสิบนาทีไม่ผิดแน่ ตามไป” พี่โหและทั้งสามเดินตามลร่องรอยของพี่เว้น เขาตามจนไปถึงสถานที่แห่งหนึ่ง
มันมีต้นไม้สูงประมาณห้าเมตรอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ และมีแสงสว่างส่องสว่างออกมาจากใบไม้ และสิ่งที่หน้าใก็คือ มีหมาป่าขนาดสองเมตรนอนเฝ้าอยู่ไต้ต้นไม้ที่ดูสงบ
“เปิดประตูบานที่สี่ ไม่สินี่มันเกือบจะถึงระดับเปิดประตูบานที่ห้า”ศิษย์คนหนึ่งอุทาน
“ไม่เป็ไรมันก็แค่ระดับเปิดปนะตูขั้นที่สี่มันไม่สามารถต่อสู้กับศิษย์พี่โฟได้หลอกน่า”ศิษย์อีกคนก็กล่าวขึ้น
ส่วนพี่โฟนั้นเขารู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ “ร่องรอยหายไปจากตรงนี้ ใครกันที่สามารถทำเื่แบบนี้ได้”พี่โฟมองไปรอบๆและเห็นศิษย์ที่มากับเขาคนหนึ่งกำลังย่องเข้าไปหาต้นไม้
“หยุดก่อน!!”
พี่โฟะโขึ้นแต่มันก็สายเกินไป เมื่อศิษย์คนนั้นอยู่ห่างจากต้นไม้เพียงห้าเมตร หมาป่าที่หลับอยู่ก็ลืมตาขึ้นจากนั้นมันก็เคลี่ยนไหวอย่างรวดเร็ว ศิษย์คนนั้นไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น เขานั้นหันกับไปมองที่พี่โฟ ที่ะโเมื่อครู่
หัวของศิษย์คนนั้นลอยเคว้งบนอากาศเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขานั้นถูกตัดศรีษะ เืพุ่งออกจากลำคอที่ถูกตัดขาดร่างกายก็เริ่มชักกระตุกถึงห้าครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป
ศิษย์ที่เหลือทั้งสองนั้นใและรู้สึกหวาดกลัวกับเหตการที่เพิ่งจะเกิดขึ้น “ทักคนสงบใจเอาไว้”พี่โฟคำรามเสียงดังจึงทำให้ศิษย์ที่เหลือทั้งสองเริ่มถอยห่างจากหมาป่าที่แสนน่ากลัว
หมาป่ามีส่งสายตาที่ดุร้ายออกมามันคำรามเสียงดังก่อนที่มันจะกล้บไปนอนที่เดิม ซิษย์ทั้งสองตัวสั่นเมื่ได้ยินเสียงคำรามนั้นแม้แต่พี่โฟเองก็ยังรู้สึกหวั่นเกรง
“พี่เว่ยท่านคิดว่าพวกนั้นมันจะติดกับดักนี้งั้นเหรอ” พี่เว่ยมองศิษย์น้องด้วยสายตาดุร้าย
“นี่เ้าคิดว่าข้าเป็ใครกัน ก็แค่เื่ที่ว่ามารถสร้างร่องรอยและลบร่องรอยได้ ท่านประมุขถึงกับลับข้าเป็ศิษย์ เ้าแค่ติดตามข้ามาก็พอ” เมื่อศิษย์น้องได้ฟังสิ่งที่พี่เว่ยกล่าวเขาก็ยิ้มแห้งๆออกมา
ทางด้านหวังอีฮังนั้นเขาก็เริ่ที่จะรู้สึกตัวขึ้นมา “นี่ข้ายังไม่ตายงั้นเหรอ” หวังอีฮังคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้น และเขามองไปข้าหน้าและเห็นธนูคันหนึ่งตกอยู่มันยังมีซองธนูตกอยู่ข้างๆ
“นั้นมันถ้าข้าจำไม่ผิดมันคือธนูของสเกลตัลหนิ มันเกิดอะไรขึ้นใน่ที่ข้าสลบไปกัน หรือว่าจะมีใครสักคนที่มาช่วยเหลือข้า แต่แล้วใครละที่ช่วยเหลือข้า”หวังอีฮังยังคงดูสับสน
เขานั้นตรวจสอบดูดีๆก็พบกับขวดน้ำพุลมปราณตกอยู่ข้างๆซองธนู”น้ำพุลมปราณระดับกลาง”หวังอีฮังรู้สึกยินดีอย่างยิ่งเพราะในตอนนี้เขาแทบจะไม่เหลือลมปราณแม้แต่น้อย น้ำพุลมปราณรดับกลางนั้นมีลมปราณที่มากกว่าน้ำพุลมปราณแบบปกติมากกว่าถึงสิบเท่า
หวังอีฮังซึมซับลปราณเข้าสู้ร่างกายและโคจรทั่วทั้งร่างกายจากนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรที่แตกต่งไปจากเดิม”ข้า ข้าเปิดประตูบานที่สามได้สำเร็จแล้ว”หวังอีฮังพูดอย่างตื่นเต้น
จากนั้นเขาก็เริ่มโคจรลมปราณเข้าสู่ประตูบานที่สามของเขา และในขณะเดียวกันก็มีแววตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองหาวังอีฮังอยู่ “เ้าหนูนี้ไม่เลวในอนาคตเขาจะต้องบรรลุถึงระดับที่คนทั้งโลกใบนี้ไม่อาจที่จะต่อกรกับเขาได้แน่”