หญิงสาวสะดุ้งตื่น ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย หัวใจเต้นรัว มือเรียวยกขึ้นกำรอบคอที่มีเหงื่อซึม แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เธอกลับมาฝันแบบนี้อีกแล้ว เธอเริ่มฝันตอนอายุย่างเข้า 14 ตอนนั้นเธอกลัวจนไม่ยอมนอน ซ้ำยังกินไม่ได้จนร่างกายซูบผอม เพราะหลับทีไรก็เอาแต่ฝันร้าย ฝันถึงเื่ที่มีคนบีบคอเธอซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า อาการนี้หายไปั้แ่พ่อแม่พาไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการสะกดจิตบำบัด
ั้แ่นั้นก็สิบกว่าปีมาแล้วที่เธอไม่เคยฝันแบบนั้นอีกเลย จนกระทั่งเมื่อคืนนี้
“ก๊อก ๆ ๆ ฟางเหนียง…ลูก”
หญิงสาวพาตัวเองกลับออกมาจากภวังค์อันน่ากลัวนั้นเมื่อได้ยินเสียงแม่เคาะประตูเรียก
“ขา…แม่”
“สายแล้วนะลูก หรือวันนี้หยุด”
เมื่อหันไปมองเวลาก็ะโผลุงลงจากเตียง
“หนูตื่นสายค่ะแม่”
ก่อนจะรีบจัดการธุระส่วนตัวอย่างเร่งด่วน แล้วลงมาหอมแก้มพ่อกับแม่ที่กำลังนั่งดูซี่รี่ส์จีนกำลังภายในกันอยู่บนโต๊ะทานข้าวหน้าทีวี
“กินข้าวก่อนสิลูก”
“ไม่ทันแล้วค่ะพ่อ หนูไม่อยากไปสาย ดีนะที่แม่เคาะเรียก”
“แม่ก็ได้ยินเสียงตั้งปลุกตั้งนานจนมันเงียบไป แปลกนะทำไมตื่นสายได้”
“หนู…หนูติดซีรี่ส์เื่ใหม่ค่ะแม่”
หญิงสาวปิดบังเื่ฝันร้ายเอาไว้ เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ต้องกังวลใจจนไม่เป็อันทำอะไรแบบตอนนั้นอีก
“น่าตีจริงลูกคนนี้ พรุ่งนี้ต้องไปเหอหนานแต่เช้า คืนนี้ก็อย่านอนดึกอีกล่ะ”
แม่พูดพลางห่อซาลาเปายัดใส่กระเป๋าสะพายใบใหญ่ ส่วนพ่อก็จับขวดรังนกยัดใส่กระเป๋ามาให้อีก สำหรับคนสกุลเฉินนั้น เื่กินถือเป็เื่ใหญ่
……………………
วันศุกร์สิ้นเดือนแบบนี้ หัวหน้าแผนกบัญชีอย่างเฉินฟางเหนียงต้องเคี่ยวกรำทุกคนในแผนก เพื่อให้ทันสรุปตัวเลขก่อนห้าโมงเย็น มิเช่นนั้นเธอจะต้องถูกสาปแช่งจากพนักงานนับพันในเช้าวันพรุ่งนี้เป็แน่ ถ้าเงินเดือนพนักงานไม่เข้าบัญชี ซึ่งในประวัติการทำงานของเฉินฟางเหนียง หัวหน้าแผนกบัญชีบริษัทหานกรุ๊ปที่อายุน้อยที่สุด ไม่เคยมีคำว่าผิดพลาด
ในที่สุดทุกอย่างก็เสร็จสิ้นทันเวลา หญิงสาวกำชับทุกคนในแผนกให้ตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนจะต้องรีบออกจากบริษัทไปตอนห้าโมงตรง ซึ่งเธอไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ยิ่งในวันสำคัญแบบนี้ด้วยแล้ว มีแต่ออกหลังเวลาเลิกงานแล้วอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงเพื่อตรวจสอบความถูกต้องอย่างน้อยสามรอบด้วยตัวเอง แต่เพราะพ่อกับแม่โทรมาเร่งให้กลับไปให้ทันมื้อค่ำกับญาติ ๆ ที่มารวมตัวกันที่บ้าน ก่อนจะเดินทางไปเหอหนานไปวันพรุ่งนี้
………………..
เสียงรองเท้าส้นเข็มที่วิ่งฝ่าสายฝนบนทางเท้า แข่งกับเสียงฟ้าร้องครืน ๆ และแสงฟ้าแลบแปลบปลาบอย่างน่ากลัว แต่ก็หยุดร่างบางในชุดสูทกางเกงสีครีมเอาไว้ไม่ได้ แม้จะมีเพียงกระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่ยกขึ้นมาบังฝน
เธอต้องรีบกลับเข้าบริษัทไปส่งไฟล์บัญชีที่ผู้ช่วยของเธอลืมกดส่งเข้าระบบ ทั้งที่เธอย้ำนักย้ำหนา ก่อนจะออกจากบริษัทมา แต่ไม่ว่าอย่างไรเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อย่างเฉินฟางเหนียงจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดนี้มาทำให้ประวัติการทำงานของเธอด่างพร้อย
บริษัทอยู่ตรงหน้านี่แล้ว แค่ข้ามถนนไปเท่านั้น ขณะที่หญิงสาววิ่งไปได้ถึงกลางถนนจู่ ๆ ก็เกิดแสงสว่างวาบ และเสียงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา พร้อมกับสติของเฉินฟางเหนียงที่ดับวูบลงไป
................................................
เสียงสายฝนที่กระหน่ำ และสายลมพัดหวีดหวิว กับเสียงฝีเท้าคนนับสิบที่กำลังไล่ล่าชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ในชุดเกราะสีดำเมี่ยมสลักลายพยัคฆ์สีทองอย่างบรรจง หากไม่ใช่เพราะแผลฉกรรจ์จากธนูสองดอกที่ปักอยู่ที่หัวไหล่ขวาและกลางหลัง กับอีกสองแผลที่ต้นแขนขวาและขาซ้าย กำลังคนเพียงหยิบมือนี้ไม่ครณามือของเขาไปได้หรอก
ชายหนุ่มวิ่งหนีออกมาจนพ้นเขตป่าไปยังลานกว้างของหน้าผา เบื้องล่างคือลำธารเชี่ยวกรากที่หากร่วงลงไป กระแสน้ำเบื้องล่างก็คงไม่ปราณีเขาเป็แน่ เขาไม่น่าประมาทเพราะคิดจะจับเป็คนพวกนี้เลย
ชายชุดดำทั้งสิบค่อย ๆ ย่างเท้าดาหน้าเข้ามา เบื้องหน้าชายหนุ่มคือดาบทั้งสิบเล่มที่พร้อมสังหารเขา เื้ัคือหน้าผาสูงชันและลำธารเชี่ยวกราก
จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลงอย่างรวดเร็วจากเมฆฝนดำทะมึน ที่เหมือนถูกบางสิ่งบางอย่างดึงให้กลับมารวมตัวกันหนาแน่นและหมุนวนโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณหน้าผา
ทันใดนั้นสายฟ้าก็ฟาดเปรี้ยงลงมาเบื้องหน้าเขา คนทั้งสิบกระเด็นไปจากแรงนั้น น่าแปลกที่ตัวเขากลับไม่เป็อะไรเลย เมื่อมองไปรอบตัวก็ปรากฏม่านจาง ๆ ล้อมรอบตัวเขาเป็ทรงกลมในระยะสอง่แขน
และเบื้องหน้าเขาปรากฏร่างหญิงสาวในชุดประหลาดที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมาโดยไม่รู้ที่มาที่ไป เธอนอนนิ่งคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น เมื่อเขาเอื้อมมือไปแตะร่างนั้น ม่านจาง ๆ ก็กลับเลือนหายไป
‘ยังหายใจอยู่’
แม้จะยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่หาย แต่เขาก็เดินไปตรวจลมหายใจของชายชุดดำที่กระจัดกระจายอยู่รอบหน้าผา
‘บ้าชิบ ตายเสียแล้ว’
เขาสบถอย่างอารมณ์เสียแล้วค้นตัวพวกมัน มีเพียงเหรียญทองที่มีตราประทับรูปดาวหกแฉก และดาบขององครักษ์วังหลวง หากตรวจสอบตราที่ด้ามดาบดูอย่างละเอียดก็จะรู้ได้ว่ามาจากตำหนักไหน อย่างน้อยสองสิ่งนี้กับลูกธนูบนหลังของเขาคงจะพอให้สืบสาวอะไรได้บ้าง
“โอ๊ย...”
เขาชี้ดาบไปยังร่างประหลาดที่ส่งเสียงร้อง ขณะกำลังยันตัวลุกขึ้น พลางลูบหัวป้อย ๆ
“เ้าเป็ใคร!”
หญิงสาวในชุดสูทกางเกง แทบจะหยุดหายใจกับภาพดาบที่กำลังจ่อมาตรงหน้า และใบหน้าดุดันของชายหนุ่มร่างสูงที่สวมชุดเกราะโบราณ
“นี่มันอะไรกันเนี่ย?"