หนึ่งชั่วยามต่อมา
เยี่ยนฟางปรากฏตัวขึ้นที่ใจกลางเกาะต้นหลิวอีกครั้งสร้างความใให้กับปีศาจแมงมุมแม่ม่ายดำไม่น้อย
นางหรี่ตามองรอบตัวไม่นึกกลัวอันตรายที่อยู่ตรงหน้าสักนิดเพราะหางตาเหลือบเห็นลูกท้อเต็มต้นจนเผลอยิ้มกว้าง “ท่านพี่ ตื่นได้แล้ว” เยี่ยนฟางะโบอกลั่วิเฟยที่นั่งหลับตาอยู่บนเกี้ยวเ้าบ่าว
“เ้าเข้ามาที่นี่ได้เช่นไร คิดจะแย่งเ้าบ่าวของพวกข้าไปหรือ” นางปีศาจเ่าั้ไม่พอใจทำตาถมึงทึงแล้วแปลงกายจากมนุษย์สาวงามกลับคืนร่างแมงมุมที่แท้จริงของตนเอง
ท่อนบนเหมือนมนุษย์ไม่ผิดเพี้ยน หากแต่ท่อนร่างเป็แมงมุมแม่ม่ายดำน่ากลัว
ลั่วิเฟยได้ทีหนีจากเกี้ยวเ้าบ่าวมาอยู่ข้าง ๆ น้องสาวตนเอง กระซิบถามนางว่า “เ้าจะเก็บผลท้อหรือจะสู้กับพวกนาง”
แน่นอนว่าเยี่ยนฟางเลือกอย่างหลัง นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอปีศาจระดับพลังเดียวกัน นางจึงรู้สึกอยากปลดปล่อยให้หายคันไม้คันมือบ้าง
ราวกับว่าปีศาจเ่าั้เพิ่งตระหนักได้ว่าผู้มาเยือนไม่ใช่มนุษย์ที่มีพลังเซียนแต่หนึ่งคือจิ้งจอกแดงและอีกหนึ่งคือแมวขาว กำยานที่พวกนางใช้ั้แ่แรกจึงไม่ได้ผล
“พวกเ้ากล้ารวมหัวหลอกข้า!” หนึ่งในนั้นะโเกรี้ยวกราด “กล้ารนหาที่ตาย ข้าจะสงเคราะห์ให้”
“ข้าหลอกพวกเ้าหรือก็ไม่ใช่เสียหน่อย พวกเ้านั่นแหละเห็นบุรุษรูปงามเป็ไม่ได้ต้องลักพาตัวไปแต่งเป็เ้าบ่าวอยู่เรื่อยก็เลยตกหลุมพรางต่างหาก” เยี่ยนฟางแก้ความเข้าใจผิดของพวกนางเสียใหม่
เดิมทีตั้งใจว่าจะค่อย ๆ ตามหาลูกท้อในเกาะต้นหลิวอย่างเงียบ ๆ ใครเล่าจะรู้ว่าหน้าตาของลั่วิเฟยจะดึงดูดปีศาจเหล่านี้จนพามาพบรังแมงมุมในไม่กี่ชั่วยาม
ปีศาจแมงมุมเห็นลั่วิเฟยเก็บลูกท้ออยู่อีกทางฝั่งหนึ่ง พวกนางจึงไม่รีรอเข้ามาขัดขวางทั้งสองคน “เข้ามาแล้วอย่าได้คิดว่าจะออกไปง่าย ๆ ข้ากำลัง้าสัตว์เลี้ยงอยู่พอดีเลย”
“ปากเสีย ข้าเป็แมว ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงเสียหน่อย” เยี่ยนฟางโมโหเพราะแม้แต่หลินเซินที่เก็บนางมาเมื่อร้อยกว่าปีก่อนยังนับว่านางเป็น้องสาวไม่ใช่แมวจรตัวหนึ่ง
หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เปิดฉากต่อสู้กันไปตามระเบียบ แม้อีกฝ่ายจะมีจำนวนที่มากกว่า เยี่ยนฟางก็ไม่หยั่นบอกลั่วิเฟยว่า “ท่านพี่ไม่ต้องรีบ ข้าเห็นทางโน้นมีผิงกั่วสีแดง ฝากเก็บมาให้ข้าด้วย!!!”
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ผลสรุปแพ้ชนะก็ปรากฏให้เห็น เยี่ยนฟางยืนปัดเศษฝุ่นจากเสื้อผ้าด้วยสีหน้าภาคภูมิใจให้สมกับความพยายามที่ฝึกบำเพ็ญเพียรมาตลอดห้าสิบปี
“ถ้าเ้าี้เีไม่ทำตามที่ท่านพี่บอก ข้าว่าเ้าสู้พวกนางไม่ได้แน่ ๆ” ลั่วิเฟยกัดผิงกั่วอย่างอารมณ์ดี
“เฮอะ” เยี่ยนฟางพูดไม่ออกเพราะนางี้เีอย่างที่เขาบอกจริง ๆ แต่ทุกวันกลับโดนหลินเซินบ่นจนหูชาจึงจำใจต้องทำตามอย่างเคร่งครัด
ลั่วิเฟยมองดูปีศาจแมงมุมนอนสิ้นไร้เรี่ยวแรงบนพื้นแล้วพูดว่า “ข้าเพียงอยากได้ลูกท้อเท่านั้น ไม่ได้คิดจะสู้กับพวกเ้าอย่างเอาเป็เอาตายเสียหน่อย เหตุใดถึงต้องลำบากทำให้ตัวเองเจ็บด้วยเล่า”
“ข้าโดนลุมนะ” น้องสาวตัวดีมองตาขวาง
“ข้าไม่ได้ว่าเ้าเสียหน่อย” ลั่วิเฟยลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยนแล้วรักษาาแเล็กน้อยให้ แม้เยี่ยนฟางจะมีพลังรักษาตัวเองได้อยู่แล้วก็ตาม จากนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้เ้าของเกาะต้นหลิว “อยู่นิ่ง ๆ เถิด ข้าจะรักษาาแให้ ถือว่าเป็การตอบแทนที่ข้าเอาผลไม้เหล่านี้มา”
“พวกข้าไม่้า” นางฏิเสธเสียงแข็งแต่สายตามองมาที่ลั่วิเฟย “ข้าจะไม่ปล่อยเ้าบ่าวหลุดมือ”
“ไม่ได้ ๆ เ้าบ่าวมีคนเดียว พวกเ้ามีกันกี่สิบคน ไม่ได้ ๆ อีกอย่างพี่ชายข้ามีคนรักอยู่แล้ว ตัดใจเสียเถอะ” เยี่ยนฟางรีบร้องห้ามทันควัน
“พวกข้า...” ไม่ทันที่พวกนางจะได้พูดต่อจนจบ เยี่ยนฟางร่ายเวทย์หลับใหลจนเหล่าปีศาจสิ้นฤทธิ์
“รีบรักษาแล้วออกไปกันเถอะ ไม่งั้นข้าจะปล่อยให้ท่านพี่กลายเป็เ้าบ่าวไปจริง ๆ เลย คอยดู” เยี่ยนฟางหันมามองหน้าพี่ชาย
“ข้ารู้ ๆ” ลั่วิเฟยยิ้มบางส่ายหน้าเบา ๆ แล้วรักษาปีศาจที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะพากันออกมาจากเกาะต้นหลิวอย่างอารมณ์ดี “ทีนี้เ้าจะไปต่อหรือแวะพักก่อนดีเล่า”
“อืม ข้าหิวขาหมูพะโล้” นางเอ่ยปากพร้อมทำสายตาอ้อนวอนจนคนเป็พี่ชายหัวเราะลั่นแล้วต้องพานางไปพักเที่ยวเล่นสองสามคืนในเมืองใกล้ป่าสนแดง
ณ โรงเตี๊ยมกลางตลาดเมืองจิวซือ
“องค์หญิง กระหม่อมสืบข่าวมาแล้วว่าชายป่าด้านหลังเมืองจิวซือเป็ป่าสนแดงตามตำราโบราณพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์มือหนึ่งรายงานเ้านายของตน
“เช่นนั้นพวกเ้าเตรียมตัวให้พร้อม ข้าจะไปที่นั่นวันพรุ่งนี้” นางเอ่ยปากพลางคีบหมูพะโล้เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“แต่องค์หญิง พระองค์ทรงรอกระหม่อมที่นี่ดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ทำสีหน้าหนักใจเพราะรู้ว่าองค์หญิงดื้อดึงเพียงใด “กระหม่อมได้ยินมาว่าป่าสนแดงเต็มไปด้วยอันตราย แม้พวกเราจะพอมีพลังเซียนอยู่บ้าง แต่เกรงว่าจะ...”
“ข้ามิใช่คนที่จะปล่อยให้พวกเ้าต้องมาเผชิญอันตรายเพราะโชคชะตาของข้าเสียหน่อย หากเ้าคัดค้านอีกรอบ ข้าจะไปที่นั่นคนเดียว” องค์หญิงลู่เหลียนสบตาเหล่าองครักษ์ของตนเอง
“องค์หญิง!!!” องครักษ์มือหนึ่งได้แต่ถอนหายใจแล้วทำตามแต่โดยดีเพราะกลัวว่านางจะหนีไปอีกรอบ
“โอ๊ย เสียงดังไปแล้ว สั่งหมูพะโล้ให้ข้าอีกสักชามได้หรือไม่ ข้ายังไม่อิ่ม แล้วพวกเ้าก็ควรจะกินให้เยอะ ๆ หน่อย จะได้มีเรี่ยวแรง” องค์หญิงลู่เหลียนยิ้มให้ลูกน้องของตน พยายามผ่อนคลายความตึงเครียด ใจจริงนางอุตส่าห์หลบหนีจากวังหลวงมาคนเดียวแล้วแต่ก็ไม่พ้นสายตาขององครักษ์คู่ใจอยู่ดีจึงรู้สึกเป็ห่วงพวกเขาไม่น้อยไปกว่ากัน
“แม่นาง หมูพะโล้ชามสุดท้ายแล้ว ข้าต้องขอโทษจริง ๆ” เสียงของเถ้าแก่กำลังพูดคุยกับสตรีผู้หนึ่ง พยายามอธิบายว่าวันนี้หมูพะโล้ขายดีจนเกลี้ยงหม้อ
“ท่านพี่ ข้าหิว!!!” เยี่ยนฟางหันไปมองหน้าลั่วิเฟย สายตาอ้อนวอนว่าชามสุดท้ายที่เถ้าแก่ถืออยู่ต้องเป็ของข้า
“ตรงโน้นมีปลาย่าง กิน...” คนเป็พี่พยายามเปลี่ยนเื่เพราะลูกค้าโต๊ะใหญ่อีกทางด้านหนึ่งก็กำลังจ้องมองชามในมือเถ้าแก่เช่นกัน ดูก็รู้ว่าพวกเขาเป็เ้าของอาหารเลิศรสชามสุดท้าย
“วันนี้อยากกินหมูพะโล้” นางยืนยันหนักแน่นแล้วกระซิบบอกลั่วิเฟยว่า “ท่านพี่ลบความทรงจำพวกเขาให้ข้าได้หรือไม่”
“ไม่ได้หรอกเยี่ยนฟาง ท่านพี่สั่งเอาไว้ว่าห้ามใช้ผิดวัตถุประสงค์” ลั่วิเฟยนึกถึงสีหน้าของหลินเซินแล้วก็คิดในใจว่า ถึงแต่ก่อนท่านพี่จะชอบลบความทรงจำมนุษย์เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารก็เถอะ
ครั้นนิ่งงันใจลอยไปชั่วขณะหนึ่ง เยี่ยนฟางก็คีบหมูพะโล้ในชามนั้นเข้าปากไปเรียบร้อยเพราะหิวจนเริ่มตาลายและไม่สนสายตาของลูกค้ากลุ่มใหญ่อีกฟากหนึ่ง
ชิ้ง
องครักษ์กลุ่มนั้นดึงดาบของตนเองขึ้นมาเพราะคนตรงหน้าบังอาจมาขโมยอาหารขององค์หญิงไปโดยไม่รู้สึกรู้สา
ลั่วิเฟยส่ายหน้าพลางถอนหายใจอีกครั้ง “ช่วยไม่ได้สินะ” แล้วร่ายเวทย์เพื่อลบความทรงจำของคนในร้านก่อนจะเกิดเื่บานปลายในพริบตาเดียว
หลังจากนั้นสามวันต่อมา
สองพี่น้องก็เริ่มออกเดินทางไปที่ป่าสนแดงอย่างที่ตั้งใจไว้ก่อนจะร่ายเวทย์นำหมูป่าร่างทองออกมาจากถุงวิเศษ
“เดี๋ยวก่อน” ลั่วิเฟยจับมือของเยี่ยนฟางเอาไว้ “เ้านำลูกท้อให้หมูป่าตัวนี้กินสามเวลาแล้วใช่หรือไม่”
“อืม” นางพยักหน้ามั่นใจว่าไม่ลืม ก่อนจะเทหมูป่าร่างทองออกมาจากถุง
ทว่า เยี่ยนฟางลืมไปว่าตอนเช้านางมัวแต่เก็บน้ำค้างมากินจนลืมให้อาหารมัน ครานี้หมูป่าร่างทองจึงมีท่าทางดุดันเพราะโหยหิว เอาขาหน้าตะกุยดินพร้อมวิ่งทะลุทะลวงมาหาพวกเขา
“ไหนเ้าบอกว่าไม่ลืม” ลั่วิเฟยเลิ่กลั่กมองหน้าน้องสาว แล้วรีบบอกให้อีกฝ่ายหยิบลูกท้อออกมาให้อาหารมันก่อนที่จะต้องวิ่งหนีกันไปก่อน
“อ๊ะ เ้านั่นมันวิ่งไปไหนแล้ว” นางมองหาหมูป่าแต่ไม่เห็นพลางได้ยินเสียงกรีดร้องจากอีกทางด้านหนึ่งไม่ไกลนัก
หญิงสาวร่างบางวิ่งหน้าตั้งไม่คิดชีวิตมาทางพวกเขาหมดสภาพองค์หญิงผู้สูงส่งของเมืองอวิ๋นเจียง ทางด้านหลังมีหมูป่าร่างทองกำลังวิ่งไล่กวดอย่างเอาเป็เอาตาย “ช่วยข้าด้วย!!!”